ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค|ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค

ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค

ทนายคลายทุกข์ขอนำตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค

บทความวันที่ 8 ม.ค. 2553, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 4760 ครั้ง


ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าเสียหายฟิตเนส/สถานออกกำลังกายเอาเปรียบผู้บริโภค

 

(แบบ ผบ.1)
คำฟ้องคดีผู้บริโภค                                                  คดีหมายเลขดำที่............/2553
                                                                            ศาลแขวงพระนครใต้
                                                                   วันที่...เดือน.............พ.ศ. 2553

นางขี้โรค  อยากออกกำลังกาย  โจทก์
บริษัท สถานบริการออกกำลังกายห่วยแตก จำกัด  จำเลย

                        จำเลยเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัท จำกัด  จดทะเบียน ณ สำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร  มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการศูนย์สุขภาพ  ศูนย์ออกกำลังกาย  ศูนย์ฝึกสอนการออกกำลังกาย  และบริการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าว  รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 
                     ข้อ  2.  โจทก์มีโรคประจำตัว มีอาการทางสมอง และมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคลมชัก  เมื่อประมาณช่วงเดือนสิงหาคม 2552 โจทก์เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จนถึงช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2552  ซึ่งแพทย์มีคำสั่งให้งดออกกำลังกายหนักและให้พักรักษาตัวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดโจทก์จะนำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดีต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่  20  กันยายน  2552    โจทก์ได้รับบัตรกำนัลจากสมาชิกที่ใช้บริการของจำเลยโดยให้ไปทดลองใช้บริการออกกำลังกายฟรีกับจำเลย หลังจากนั้นโจทก์ได้ไปติดต่อสอบถามรายละเอียดกับจำเลยที่สถานที่ออกกำลังกายของจำเลย สาขาจังหวัดเชียงใหม่  โดยก่อนที่จะใช้บริการได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของโจทก์ให้พนักงานจำเลยฟังว่า โจทก์มีโรคประจำตัว มีอาการทางสมอง หัวใจและลมชัก อยู่ระหว่างการรักษา และหมอไม่ให้ออกกำลังกายหนัก แต่พนักงานของจำเลยได้พยายามหว่านล้อมชักชวนไม่ให้อิสระหรือให้เวลากับโจทก์ในฐานะผู้บริโภคในการที่จะใช้เวลาปรึกษาหารือกับพี่น้องหรือครอบครัวก่อนที่จะใช้บริการ โดยพนักงานฝ่ายขายจำนวนหลายคนได้รุมหว่านล้อมและบังคับให้ลงนามในสัญญา  นอกจากนี้พนักงานของจำเลยจำนวนหลายคนก่อนที่จะบังคับให้โจทก์ลงนามในสัญญาใช้บริการออกกำลังกาย ไม่ได้ให้ข่าวสารที่ถูกต้อง และเพียงพอในการใช้บริการ รวมทั้งไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบถึงความปลอดภัยถึงการใช้บริการในขณะที่ผู้บริโภคคือโจทก์มีปัญหาด้านสุขภาพ แต่ในทางกลับกันกลับให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการใช้บริการอันเป็นเท็จและขัดกับหลักวิชาการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐาน กล่าวคือ ได้หลอกลวงโจทก์ว่าถึงแม้จะมีปัญหาด้านสุขภาพก็สามารถใช้บริการออกกำลังกายได้  โจทก์ได้พยายามสอบถามเพื่อย้ำเตือนกับพนักงานของจำเลย แต่พนักงานของจำเลยเห็นแก่ประโยชน์ทางธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ใช้บริการ และได้ยืนยันกับโจทก์อีกครั้งว่าสามารถใช้บริการได้แน่นอน และหากมีปัญหาด้านสุขภาพจนไม่สามารถใช้บริการได้ บริษัทของจำเลยยินดีคืนเงินพร้อมค่าเสียหายให้กับโจทก์ นอกจากนี้พนักงานของจำเลยยังกล่าวอ้างอวดอ้างสรรพคุณว่า สถานบริการออกกำลังกายเป็นสถานบริการที่มีชื่อเสียง เป็นที่ไว้วางใจของคนทั่วโลก มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์คอยควบคุมดูแลผู้บริโภคที่มาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา การกระทำของพนักงานของโจทก์เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ได้คุ้มครองไว้ แต่จำเลยประกอบธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้บริโภค เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคอย่างร้ายแรง
  ข้อ 3. หลังจากหลงเชื่อและถูกหว่านล้อมและกดดันจากพนักงานฝ่ายขายของจำเลยแล้ว จนโจทก์ขาดอิสระในการตัดสินใจ โดยถูกบังคับให้ตัดสินใจในระยะเวลาสั้น ๆ โจทก์จึงได้ตกลงสมัครเป็นสมาชิกในการใช้บริการเพื่อใช้สถานที่ออกกำลังกายของจำเลย ที่สาขาเชียงใหม่   โดยสมัครเป็นสมาชิกเป็นเวลา 1 ปี   โดยจำเลยคิดค่าบริการจากโจทก์จำนวน  12,946 บาท  โดยให้ผ่อนชำระเป็นงวดจำนวน 10 งวดๆละ 1,294.60 บาท   รายละเอียดปรากฎตามสำเนาสัญญาการเข้าเป็นสมาชิกเลขที่ 1158384 ลงวันที่ 20 กันยายน 2552 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2    ซึ่งโจทก์ได้ชำระเงินให้จำเลยไปครบถ้วนในคราวเดียวกันโดยความพลั้งเผลอ   
                       ต่อมาเมื่อวันที่  26 กันยายน  2552   จำเลยได้หว่านล้อมให้โจทก์ว่าจ้างผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลย กับจำเลยจำนวน 16 ครั้ง  เป็นเงิน 14,500 บาท  ทั้งที่โจทก์ได้พยายามอธิบายให้กับผู้ฝึกสอนของจำเลยทราบว่าสุขภาพของโจทก์มีโรคประจำตัวหลายโรคดังที่กราบเรียนต่อศาลมาข้างต้น แต่พนักงานของโจทก์ไม่ได้ใส่ใจ แต่กลับยืนยันว่าโจทก์สามารถที่จะออกกำลังกายต่อไปได้ ทั้งที่ควรจะให้คำแนะนำว่าไม่ควรออกกำลังกายเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และนอกจากนี้ในสัญญาการบริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลยังมีรายละเอียดให้ผู้ฝึกสอนต้องใช้ความระมัดระวังในกรณีสภาพร่างกายของโจทก์มีข้อจำกัดในการออกกำลังกาย แต่พนักงานของจำเลยไม่ให้ความใส่ใจในความปลอดภัยในการใช้บริการของโจทก์ในฐานะผู้บริโภค โจทก์ไม่มีความรู้และไม่มีประสบการณ์ในการใช้บริการสถานออกกำลังกาย หลงเชื่อตามคำกล่าวอ้างของพนักงานจำเลยโดยเห็นว่าเป็นสถานออกกำลังกายที่มีชื่อเสียงไม่น่าหลอกลวงผู้บริโภค  จึงได้ชำระเงินให้กับจำเลยไป จำนวน 14,500 บาท  รายละเอียดปรากฎตามสำเนาสัญญาการว่าจ้างผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล        ลงวันที่  26 กันยายน  2552   เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข  3        ส่วนรายละเอียดการชำระเงินจะเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดี    
                    ข้อ  3.   จากการที่โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาสมัครเข้าเป็นสมาชิกใช้บริการกับจำเลย  ตามข้อ 2. ดังกล่าว  ก็เนื่องจากโจทก์ได้รับบัตรฟรีจากจำเลยให้ไปทดลองใช้สถานที่ออกกำลังกายที่สาขาเชียงใหม่   และเมื่อไปถึงก็ถูกพนักงานของจำเลยเข้ามาชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิก    เพื่อใช้บริการในสถานที่ของจำเลยที่สาขาเชียงใหม่ดังกล่าว   แต่โจทก์ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าสุขภาพไม่ดี  มีโรคประจำตัว แต่พนักงานของจำเลยก็ให้สัญญาว่าไม่มีปัญหาอะไร   และสามารถขอเงินคืนได้  หากไม่สามารถออกกำลังกายได้    โดยพนักงานของจำเลยก็ทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์ไม่สามารถออกกำลังกายได้
                      เมื่อโจทก์ได้ใช้บริการของจำเลยเพียงครั้งเดียว  ที่สาขาเชียงใหม่   โจทก์ก็มีอาการเป็นลมชัก  มีอาการเกร็งตามกล้ามเนื้อ  เวียนหัวบ้านหมุน  และเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชเวช        ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจแจ้งว่าสาเหตุแห่งอาการดังกล่าวเกิดจากการไปออกกำลังกาย    จึงให้งดออกกำลังกาย  ปรากฎตามสำเนาใบรับรองแพทย์ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4
                      ข้อ  4.  หลังจากได้รับอุบัติเหตุและได้รับอันตรายจากการออกกำลังกายซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว  โจทก์จึงไม่สามารถออกกำลังกายต่อไปได้และไม่มีความประสงค์ที่จะใช้บริการสถานออกกำลังกายของจำเลย เพราะหากออกกำลังกายต่อไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงแจ้งขอบอกเลิกสัญญา  และขอรับเงินที่จ่ายไปคืน   และเรียกค่าเสียหาย  แต่จำเลยเพิกเฉย ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคโดยรวมและเท่าที่โจทก์สืบทราบพบว่าจำเลยมีปัญหาการให้บริการและถูกร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการเอาเปรียบผู้บริโภคจำนวนหลายครั้งหลายราย  ทั้งที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและตามสื่อสารมวลชนอีกหลายที่ รายละเอียดโจทก์จะนำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดีต่อไป
                        การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิ และเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหลายประการ ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับโจทก์เป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้
 1. ให้จำเลยคืนเงินค่าสมาชิกจำนวน 12,946 บาท และเงินค่าจ้างผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลจำนวน 14,500 บาท  
 2. ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับการรักษาจากแพทย์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 100,000 บาท     (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
 รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 127,446 บาท (หนี่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสี่สิบหกบาทถ้วน) ซึ่งโจทก์ขอถือเอาเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้
                            โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับจำเลยได้  จึงต้องขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง
                                                                                   ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด                 

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ขอปรึกษาเนื้อความในจดหมายเพื่อขอ refund เงินค่าซื้อบริการเทรนเนอร์คืนไม่ทราบว่าเป็นแบบนี้ได้หรือไม่

ด้วยในวันที่ 7 มกราคม 2553 ข้าพเจ้า นางสาว……………… ได้รับการแจ้งเรื่องผู้ฝึกสอนส่วนตัวลาออกและได้มีผู้ฝึกสอนส่วนตัวคนใหม่มาดูแลแทน โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2553 ข้าพเจ้าได้เข้ามาติดต่อกันผู้ฝึกสอนคนใหม่ก็ได้รับการแจ้งว่าเนื่องจากสัญญาเก่าหมดอายุจะต้องทำสัญญาใหม่เพื่อจะได้สามารถนำสัญญาเก่าออกมาใช้ได้ ข้าพเจ้าก็ได้ตกลงทำสัญญาใหม่เพิ่มไป จากวันนั้นได้รับการเทรนไปสักระยะหนึ่งปัญหาที่พบคือ
- ผู้ฝึกสอนส่วนตัวได้ทำการหว่านล้อมกดดันและรุกเร้าขอให้ช่วยซื้อบริการเทรนเนอร์เพิ่มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งข้าพเจ้าก็ตัดความรำคาญและอีกประเด็นคือไม่กล้าที่จะปฏิเสธเนื่องจากเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งเวลาที่เข้ามาเทรนกับผู้ฝึกสอนจึงจำใจที่จะต้องช่วยซื้อบริการเทรนเนอร์เพิ่ม
- ได้รับบริการจากผู้ฝึกส อนที่ไม่สม่ำเสมอ ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
• ได้มีการนัดหมายเพื่อเข้าเทรนแต่ผู้ฝึกสอนหยุดหรือบางครั้งก็กลับก่อนเวลาเลิกงานโดยที่ไม่แจ้งให้ทราบ ซึ่งเมื่อโทรติดต่อไปก็ไม่สามารถติดต่อได้
• ได้มีการนัดหมายก็ขอยกเลิกหรือให้รอเทรนนานเป็นชั่วโมงเนื่องจากยังปิดการขายกับสมาชิกใหม่อยู่
• ได้มีการนัดหมายก็ขอยกเลิกเนื่องจากมียอดขายหัวหน้าอนุญาตให้กลับเร็วได้
- เคยแจ้งขอให้ผู้ฝึกสอนท่านอื่นมาเทรนแทน แต่ผู้ฝึกสอนของข้าพเจ้าแจ้งว่าหากเปลี่ยนผู้ฝึกสอนคนใหม่ ก็จะถูกรุกเร้ารบกวนให้ซื้อบริการเทรนเนอร์เพิ่มอีก จึงทำให้ไม่กล้าที่จะแจ้งขอเปลี่ยนผู้ฝึกสอน
ข้าพเจ้าพบกันเหตุการณ์เช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา และจนในเดือนเมษายน 2554 ข้าพเจ้าไม่สามารถติดต่อผู้ฝึกสอนส่วนตัวเพื่อทำการนัดหมายเวลาเทรนได้ จึงติดต่อทางหัวหน้าผู้ฝึกสอนได้รับทราบข้อมูลว่าหยุดเป็นระยะเวลานานหลายวันทางหัวหน้าเองก็ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน และในที่สุดผู้ฝึกสอนส่วนตัวของข้าพเจ้าก็โดนไล่ออก ซึ่งข้าพเจ้าได้ติดต่อกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนเพื่อแจ้งให้ผู้ฝึกสอนของข้าพเจ้ากลับทำการเทรนให้ข้าพเจ้าจนกว่าจะหมดจำนวนที่ซื้อไป เนื่องจากข้าพเจ้าต้องการให้ผู้ฝึกสอนรับผิดชอบในการเทรนที่ทำให้ข้าพเจ้าบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์ จากสาเหตุกล้ามเนื้ออักเสบซึ่งข้าพเจ้าไม่มั่นใจว่าผู้ฝึกสอนของข้าพเจ้ามีใบประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตในการเป็นผู้ฝึกสอนหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่าผู้ฝึกสอนของข้าพเจ้าสามารถเข้ามาเทรนได้โดยเขาจะต้องซื้อสมาชิกฟิตเนสเข้ามาเทรน ถ้าข้าพเจ้าติดต่อผู้ฝึกสอนคนนั้นได้ ซึ่งเป็นการพูดปัดความรับผิดชอบ และเสนอผู้ฝึกสอนท่านอื่นให้ซึ่งข้าพเจ้าก็ยอมรับขอเสนอ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามให้ผู้ฝึกสอนคนใหม่มาเสนอขายบริการเพิ่มอีกเนื่องจากจำนวนครั้งที่ข้าพเจ้าซื้อบริการไว้มีจำนวนเยอะมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนของจำนวนอายุการเป็นสมาชิก จากนั้นข้าพเจ้าได้เข้ามาทดลองเทรนกับผู้ฝึกสอนคนใหม่ได้เพียง 1 ครั้ง ผู้ฝึกสอนคนใหม่ก็ได้หยุดเป็นระยะเวลานานซึ่งข้าพเจ้าก็ขาดการเทรนอีกครั้ง และการเทรนก็ไม่เป็นที่พึงพอใจของข้าพเจ้า

ดังนั้นด้วยสาเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้นและข้าพเจ้าไม่พึงพอใจในการให้บริการของผู้ฝึกสอนของแคลิฟอร์เนียฟิตเนส จึงขอยกเลิกสัญญาทั้งหมดโดยข้าพเจ้าขอเรียกร้องเงินที่ได้ชำระค่าซื้อบริการคืนทั้งหมด โดยถือว่าได้สิ้นสุดภาระผูกพันทุกอย่างกับการใช้บริการเทรนเนอร์ รวมทั้งขอสงวนสิทธิ์ในการนำข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าไปใช้ในกิจกรรมทั้งปวง นับแต่วันที่ ………………….. เป็นต้นไป

โดยคุณ ตัวอย่างจดหมายยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน 21 พ.ค. 2554, 01:18

ความคิดเห็นที่ 2

ดีมาก ฟ้องไปเลย มันเลวววววว

โดยคุณ PK 10 ก.พ. 2553, 11:05

ความคิดเห็นที่ 1

ปั้มน้ำมัน ปตท เดี๋ยวนี้เติมน้ำมัน 40บาทไม่ได้ ต้อง50เท่านั้น ลองคิดถึงสภาพ คนที่ไม่ค่อยมีเงิน หาเช้ากินค่ำดูสิครับ ว่าเวลาเดือดร้อน จำเป็นต้องใช้รถ รถมอเตอไซ น้ำมันเกิดหมด แล้วบังเอิญตอนนั้น มีเงินแค่ 40 บาท แต่ปัญหาคือ ไม่สามารถเติมน้ำมันได้ เพราะเขาไม่ให้เติม คิดดู เดือดร้อนขนาดไหน อีกแค่10 บาท งกน้ำมัน งกมากๆๆ ร้อง สคบ.ไป ก็ไม่มีข่าวคราว มันก็ต้อง50บาทเหมือนเดิม คือใครไม่มีเงินถึง50บาทก็ไม่สามารถเติมได้ คุณๆทั้งหลายลองคิดสภาพดูสิครับ คนที่เขาไม่มีจริงๆเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆและจำเป็นจะต้องใช้น้ำมัน แต่มีเงินแค่ 40 บาทก็ไม่สามารถเติมได้ ปั้มปตท.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ถือว่าเป็นปั้ม ปตท ที่เอาเปรียบลูกค้าที่สุด ของที่สุด ไม่เห็นใจคนที่เขาเดือดร้อนบ้างเลย แย่มากๆ คงเป็นเพราะว่าเขา คือ ปตท ถือว่าใหญ่โต เลยไม่มีใคร ออกมาทำไรได้มั้ง แบบนี้ แหละ ประชาชนเดือดร้อน -----เขาบังคับ ถ้าไม่มีเงิน50บาทเขาไม่ให้เติมน้ำมันรถมอเตอไซ----40บาทเติมไม่ได้

โดยคุณ เชน 19 ม.ค. 2553, 21:24

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก