452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

477

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

567

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

233

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

สัญญากู้ยืมเงิน ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่

  • สัญญากู้ยืมเงิน ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่

     

               ดิฉันเป็นสมาชิก รหัส R39903  ค่ะ  จะสอบถามว่า
                1. หากเราจะให้คนอื่นยืมเงิน (หลักแสน)  จะต้องเขียนสัญญากู้ยืมเงินตามที่มีแบบฟอร์มจำหน่ายอยู่ทั่วไป  และผู้ให้กู้จะต้องซื้ออากรแสตมป์ มาติด ตามคำแนะนำที่พิมพ์อยู่บนแบบฟอร์มหรือไม่คะ 
                2.  คุณพ่อของดิฉันมีชื่ออยู่ในโฉนด พ่อมีพี่น้อง 3 คน  แต่ผ่านมาหลายปี  ยังไม่ได้ทำการแบ่งแยก (มากกว่า 4 ปี)    หากอนาคต คุณพ่อของดิฉันหรือใครก็ตามที่มีชื่อ  เสียชีวิตลง   ดิฉันซึ่งเป็นลูกจะได้รับกรรมสิทธิ์หรือไม่คะ  (เป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย) 

    คำแนะนำทนายคลายทุกข์
               1.  สัญญากู้ยืมไม่จำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มตามที่มีจำหน่ายทั่วไปก็ได้  และอาจจะเขียนขึ้นมาเองก็ได้  เพราะในการกู้ยืมเงินนั้นเพียงแต่มีหลักฐานเป็นหนังสือ  และมีลายมือชื่อของผู้ยืมเป็นสำคัญ  ก็สามารถฟ้องร้องได้แล้ว  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 
              2.  เมื่อบุคคลใดตายมรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท  ดังนั้น  คุณจะได้รับมรดกก็เฉพาะในกรณีพ่อของคุณเสียชีวิตเท่านั้น  และได้รับเฉพาะส่วนของพ่อคุณ  ส่วนของบุคคลอื่นก็เป็นสิทธิของทายาทของบุคคลเหล่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599  ส่วนการเป็นทายาทนี้มีสิทธิ์ได้รับมรดก  ต้องดูตาม ป.พ.พ.มาตรา 1629

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

    มาตรา 653  การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
               ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

    มาตรา 1599 เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
               ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

    มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดั่งต่อไปนี้ คือ
    (1)  ผู้สืบสันดาน
    (2)  บิดามารดา
    (3)  พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
    (4)  พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
    (5)  ปู่ ย่า ตา ยาย
    (6)  ลุง ป้า น้า อา
    คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 10

    --
    เรียนคุณต้องจ่ายเงินให้กู้ยืมแก่ขึ้นทุกฝ่ายที่สนใจคลินต์ของคุณควรยื่นใบสมัครของพวกเขาไปยังอีเมลของ
    บริษัท ของเราผ่านทาง

    ที่คุณจำเป็นต้องกู้เงิน?

    ชื่อ:
    จํานวนเงิน:
    ระยะเวลา:
    Pin โทรศัพท์:
    ประเทศ:


    danielsmithinvestment01@yahoo.com 

    โดยคุณ daniel  (41.203.67.54)     9 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 9

    ขอบคุณท่านทนายเดชาค่ะ รอบคอบดีค่ะ

    โดยคุณ may  (101.51.151.6)     18 ส.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 8

    ได้ความรู้มากๆ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ไพทูรย์  (118.172.138.235)     6 ส.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 7

    ขออนุญาต ถามต่อจาก สมาชิก รหัส R39903

    กรณี ทำสัญญากู้เงินกันแล้ว ติดอากรสแตมแล้ว

    ผู้กู้ ผู้ให้กู้ พยาน ลงชื่อ ครบ

    จำเป็นจะต้องมีขั้นตอนใดอีกหรือไม่

    เพื่อที่จะถือว่า สัญญากู้ฉบับนี้ ถูกต้องตามกฏหมาย

    โดยคุณ สมาชิกใหม่  (113.53.130.43)     23 พ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 6

    ขอบคุณสำหรับข้อเห็น  แต่อยากทราบขั้นตอนการฟ้องร้องมีอะไรบ้าง  จะทำทำอะไรเป็นลำดับแรกค่ะ

    โดยคุณ วิไลวรรณ  (118.172.166.46)     31 ม.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 5

    การกู้เิงิน ไมต้องติดอากรก็ได้ แต่เวลานำสือค่อยติด  เพราะสัญญากู้ไม่ติดอกร แต่ผู้กู้ลงลายมือชื่อ และได้รับเงินแล้ว และจะตกลงว่าจะชำระเงินคืนก็เป็นสัญญากู้ที่สมบูรณ์  ส่วนเรื่องการติดอากรเป็นปัญหาการนำสืบที่รัฐต้องการเก็บภาษี ไม่ติดจึงรัับฟังไม่ได้

    โดยคุณ นายความเห็น  (124.120.239.249)     10 ธ.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 4

    แล้วถ้ากรณีเป็นหน่วยงานราชการก้อไม่ยกเว้นเหรอค่ะ ถ้าจะฟ้องตามสํญญากู้ยืม

    โดยคุณ   (203.146.206.165)     28 เม.ย. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 3

    เกี่ยวกับสัญญากู้ยืม ที่ทนาย dacha กล่าวแนะนำไว้

    เกือบแพ้ หรือ ยกฟ้องเกี่ยวกับหนี้กู้ยืมเงิน

    เรื่องมีอยู่ว่า ไปฟ้องเขาไม่ติดอากรแสดม์ เพราะคิดว่าเป็นหลักฐาน...ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ ตามหลักกฏหมายดังกล่าว  เผอิญจำเลยไม่เข้ามาสู้คดี  ศาลท่าน(กรุณา) ให้ไปติดอากรเสีย มิฉะนั้นจะยกฟ้อง เพราะ ตาม ประมวลรัษฎรกร มาตรา 118  ท่านห้ามมิให้รับฟัง ตราสาร (กู้ยืม) เป็นพยานหลักฐานในการนำสืบ หากไม่ติดอากรแสดมป์ครับ

                         อย่าเสี่ยงเลยครับ เพราะการฟ้องร้องมันฟ้องได้อยู่แล้ว แต่ก่อนศาลท่่านจะตัดสินเราต้องติดอากรแสดมป์ครับ  อย่าไปเสียเวลาสู้ชั้นอุทธรณ์เลยครับ เสียทั้งเวลา และความรู้สึก ยอมเสียเงินไปซะ  ไม่กี่ร้อยบาท ตามอัตราจำนวนเงินที่มีการกู้ยืมกันครับ

                          ด้วยความเครพทนายเดชาครับ  ไม่ได้โต้แย้ง ผมเห็นด้วยกับท่านครับ แต่ศาลหลายท่าน และ ทนายหลายคนเขาทำปฎิบัติติดอากร กัน เสียเวลาทั้งนั้นแหละครับ 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    โดยคุณ prathan  (118.172.99.92)     18 ก.พ. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 2

    ดีมากครับ อ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ  ผมมีปัญหาเรื่องหนึ่งอยากถาทท่านทนายเดชาว่า หากผมได้หย่ากับภรรยาแล้ว แต่สินสมรสยังไม่ได้แบ่ง (บ้าน)  และภรรยาเดิมได้สร้างหนี้เอาไว้  แต่มูลหนี้ยังไม่มาก แต่หลังจากที่ผมหย่าขาด และภายหลังมูลหนี้มีมากกว่าทรัพย์สินที่เดิมมีอยู่  อยากทราบว่าผมต้องยกบ้านที่มีชื่อผมและภรรยาอยู่ครึ่งหนึ่งให้เจ้าหนี้ไหมครับ ? ภรรยาไม่ยอมแบ่งสินสมรส และเวลาไปกู้ธนาคาร (ขณะที่ยังเป็นสามีภรรยาอยู๋ ในอดีต) เขาจะแอบปลอกลายเซ็ตผมเป็นทำการกู้ขอเงินจากธนาคารเองโดยผมไม่ทราบ ผมต้องรับผิดชอบไหมครับ?

    ช่วยตอบให้ทราบข้อกฏหมายด้วยนะครับ +

     

    ขอบคุณมากครับ

    โดยคุณ เคน เชน  (118.173.92.38)     17 ธ.ค. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 2

    บ้านหลังดังกล่าวเจ้าหนี้สามารถยึดได้เฉพาะในส่วนที่เป็นภรรยา  ท่านควรแต่งตั้งทนายเพื่อขอกันส่วนของท่านออกมา  ในอนาตคตหากภรรยาปลอมแปลงลายมือชื่อของท่านไปกู้  ท่านสามารถฟ้องฐานปลอมแปลงเอกสารกับภรรยาและเจ้าหน้าที่ธนาคารได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.4.18)     17 ธ.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 1

    อ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ

    โดยคุณ ฟิค  (202.149.25.234)     17 ธ.ค. 2552

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด