X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

  • การถอนชื่อผู้กู้ร่วม

     

              ดิฉันมีปัญหาจะปรึกษาค่ะ  คือดิฉันได้ซื้อบ้านไว้  ผ่อนมาประมาณ 10 ปี โดยมีผู้กู้ร่วมคือสามี โดยในโฉนดมีบันทึกสลักหลังเป็นเจ้าของร่วมกัน    ดิฉันไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกด้วยกัน 1 คน  และปัจจุบันได้แยกทางกันแล้ว โดยสามีมีภรรยาใหม่ และการผ่อนบ้านทั้งหมดดิฉันก็ผ่อนมาคนเดียว สามีไม่ได้ช่วยเลย ดิฉันมีหลักฐานในการหักบัญชีธนาคารทุกเดือน
              ตอนนี้ดิฉันต้องการให้สามีมาเซ็นต์ถอนชื่อออกจากการเป็นผู้กู้ร่วม ซึ่งสามีได้เซ็นต์ในเอกสารไว้ให้แล้ว เพราะตัวเขาเองก็รู้ตัวดีว่าไม่ได้มีส่วนช่วยในการผ่อนบ้าน  แต่ทางธนาคารแจ้งว่าต้องมาเซ็นต์ยืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคารเท่านั้น  ดิฉันไม่สามารถจะติดต่อทางสามีได้ เพราะไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน และนิสัยส่วนตัวของสามีเป็นคนเกเร ไม่ซื่อสัตย์เรื่องเงินทอง  และเล่นการพนัน  ดิฉันกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา  ดิฉันขอปรึกษาคือ
              1.   ดิฉันจะมีวิธีไหนบ้างคะที่จะเอาชื่อของสามีออกไปได้ เพราะกลัวว่าถ้าหากเขาเล่นการพนันอีก จะเกิดปัญหากับการมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านหรือเปล่า
              2.   สามีเคยโทรติดต่อมา โดยไม่ได้ทิ้งเบอร์ติดต่อกลับไว้ให้ว่าจะเข้ามาเอาของที่บ้าน (มีของส่วนตัวของสามีเหลืออยู่)  ถ้าหากเขามาที่บ้านตอนกลางคืนหรือเวลาที่ดิฉันไม่สามารถนำตัวเขาไปเซ็นต์ที่ธนาคารได้  ดิฉันสามารถแจ้งตำรวจได้หรือเปล่าคะ  เขาจะอ้างได้หรือเปล่าว่าเขาก็เป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน  แต่เราแยกทางกันแล้ว 1 ปี พอดี (และแยกทางกันไม่ดีด้วย เพราะดิฉันก็เกือบจะถูกทำร้ายร่างกาย)
               3.   ไม่ทราบว่าดิฉันพอจะมีทางไหนที่จะปกป้องทรัพย์สินให้เป็นของลูกได้บ้างคะ  มีบางคนบอกว่าถ้าดิฉันเสียชีวิตไป  บ้านก็เป็นของสามีทั้งหมด  ดิฉันสามารถทำพินัยกรรมเอาไว้ก่อนได้มั๊ย   หรือมีวิธีอื่นที่จะทำได้บ้างหรือเปล่า

    คำแนะนำทนายคลายทุกข์
               การที่คุณได้ซื้อบ้าน  โดยมีผู้กู้ร่วมคือสามี  โดยที่ในโฉนดได้มีบันทึกสลักหลังเป็นเจ้าของร่วมกัน  ตามที่คุณกล่าวอ้างมานั้น  โดยหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373  ถ้าทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน  ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีอิทธิพลครอบครอง  เพราะฉะนั้นการที่คุณกับสามีมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมกันในโฉนดที่ดิน  กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า  คุณกับสามี  เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในบ้านนั้น  ส่วนการที่คุณได้กล่าวอ้างว่า  การผ่อนชำระบ้างทั้งหมด  คุณผ่อนมาคนเดียว  ซึ่งมีหลักฐานในการหักบัญชีของธนาคารทุกเดือน  หากมีกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยความเป็นเจ้าของบ้านที่ซื้อนั้น  คุณก็ย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบถึงการผ่อนชำระราคาบ้านโดยลำพังของคุณต่อศาลได้  แม้กฎหมายจะสันนิษฐานว่า  อดีตสามีคุณเป็นเจ้าของกรรมร่วมในบ้านหลังนั้นก็ตาม  แต่ก็ไม่ใช่บทสันนิษฐานเด็ดขาด  ซึ่งสามารถนำสืบกันได้  ถึงความเป็นมาของความเป็นเจ้าของบ้านนั้นได้
               หากคุณต้องการที่จะเอาชื่อของสามีออกไปจากโฉนดที่ดิน  เพื่อป้องกันกรณีที่มีเจ้าหนี้ของสามีคุณ  มายึดบ้านในฐานัที่สามีคุณเป็นเจ้าของเพื่อชำระหนี้  คุณชอบที่จะใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55  เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนชื่อสามีคุณออกจากโฉนดได้
              ส่วนการที่สามีคุณเขามีชื่อในโฉนดว่าเป็นเจ้าของร่วม  ซึ่งตามกฎหมายสันนิษบานว่าสามีคุณเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย  ดังนี้  ตราบใดศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนซึ่งสามีคุณออกจากโฉนด  เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของบ้านร่วมอยู่ด้วยเขาจึงอ้างได้ว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกัน
               อนึ่ง  การที่คุณจะปกป้องทรัพย์สินของคุณให้เป็นลูกนั้นคุณก็สามารถทำพินัยกรรมมอบให้ลูกของคุณแต่ผู้เดียวได้  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646 ว่าบุคคลจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตาย  ในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ  อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้  ตามสิทธิของตนอยู่แล้ว 
              ส่วนที่มีบางคนบอกว่า  ถ้าคุณเสียชีวิตไป  บ้านก็เป็นของสามีทั้งหมด  ซึ่งเป็นคำบอกกล่าวที่ไม่ถูกต้อง  แม้สามีคุณมีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของร่วม  แต่ก็เป็นการสันนิษฐานของกฎหมาย
               ซึ่งโดยหลักแล้ว หากไม่ได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลให้เพิกถอนชื่อของสามีคุณออกจากโฉนด  สามีคุณก็มีส่วนเป็นเจ้าของบ้านเพียงกึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง  ดังนั้นหากคุณเสียชีวิตไป  ส่วนของคุณที่คุณมีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ครึ่งหนึ่ง  จึงตกทอดให้แก่ลูกของคุณ  ซึ่งตามกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629(1) เป็นผู้สืบสันดาน  และเป็นทายาทโดยธรรม  ลูกคุณจึงมีสิทธิได้รับมรดกในบ้านครึ่งหนึ่งในส่วนที่เป็นของคุณ  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599  และมาตรา 1600

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
    มาตรา 1377 
    ถ้าผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครอง หรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไปไซร้ การครอบครองย่อมสุดสิ้นลง
                ถ้าเหตุอันมีสภาพเป็นเหตุชั่วคราวมีมาขัดขวางมิให้ผู้ครอบครองยึดถือทรัพย์สินไซร้ ท่านว่าการครอบครองไม่สุดสิ้นลง

    มาตรา 1599 เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
              ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

    มาตรา 1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

    มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดั่งต่อไปนี้ คือ
              (1)  ผู้สืบสันดาน
             คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

    มาตรา 1646  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้

    ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
    มาตรา 55 
    เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2   

  • ความคิดเห็นที่ 24

     สวัสดีค่ะท่ายทนายคลายทุกข์ คืออยากจะถามว่า ถ้าพ่อดลี้ยงกับแม่ของดิฉันที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกัน แต่ได้ทำการกู้ร่วมกันในการซื้อบ้าน ใยทะเบียนบ้านก็ยังไม่มีชื่อเจ้าบ้าน อยากจะทราบว่า เราสามารถเอาชื่อพ่อเลี้ยงออกได้ไหมค่ะ แต่เขาเป้นคนผ่อนบ้าน หากจะเอาบ้านมาเป้นของเราต้องให้พ่อเลี้ยงทำอย่างไรค่ะ แค่ไปใส่ชื่อในทะเบียนบ้านพอหรือเปล่า แต่บ้านหลังนี้ก็ยังไม่ผ่อนไม่หมด เราจะต้องทำไงค่ะถึงจะได้บ้านมาแม่ของดิฉันเครียดมากเรื่องกฎหมายก็ไม่รุ้อะไรเลย ช่วยทีค่ะของคุณล่วงหน้าค่ะ

    โดยคุณ เมธาวี บุญยกิตติพันธ์  (27.130.82.32)     5 มี.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 24

    พฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริงฟังว่าบิดาเลี้ยงและมารดาเป็นเจ้าของรวมแห่งที่ดินและบ้านที่ร่วมกันทำมาหาได้ในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจึงเป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันตามป.พ.พ.มาตรา 1356, 1357 ท่านจึงไม่อาจดำเนินการหรือเรียกร้องสิทธิใดเพื่อให้ถอนชื่อบิดาเลี้ยงออกจากทะเบียนเอกสารสิทธิหรือใส่ชื่อในทะเบียนบ้าน หากบิดาไม่ยินยอมภายตั้งบังคับแห่งกฎหมาย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     31 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 23

     กรรมสิทธิ์รวม คือ มีสิทธิ์ในทรัพสินคนละครึ่งรึเปล่าคะ แล้วท่าเป็นสินสมรสก็มีสิทธิ์คนละครึ่งเหมือนกันรึเปล่าคะ แต่สินสมรส ลูกของเขามีสิทธิ์ในสินสมรสรึเปล่าคะ แล้ว กรรมสิทธิ์รวม หรือ สินสมรสที่ลูกของเขาจะมีสิทธิ์ในรับมรดกครึ่งนึงของพ่อเขา

    โดยคุณ รุณี  (49.230.157.48)     25 ก.พ. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 23

    การมีกรรมสิทธิ์รวมแห่งทรัพย์สิน กฎหมายเพียงบัญญัติให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1357 อันไม่ใช่บทสันนิษฐานเด็ดขาด เจ้าของรวมจึงชอบที่จะนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ไม่เหมือนกับสินสมรสที่กฎหมายกำหนดว่าเมื่อหย่ากันให้แบ่งแก่ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากันตามมาตรา 1533

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.28)     21 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 22

    สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะเรียนถามค่ะ คือว่าได้กู้ร่วมซื้อบ้านกับทางคุณพ่อและคุณแม่ แล้วต่อมาคุณพ่อเสียชีวิตค่ะ จึงจะไปปิดบัญชี ไถ่ถอน แล้วทีนี้ในโฉนดที่ดินมีชื่อทั้งสามคน ทางธนาคารบอกว่าต้องมีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก จึงเรียนถามว่า จำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดกมั๊ยคะ หรือว่าสามาถไปโอนได้เลย เพราะในชื่อเจ้าของโฉนดก็คือ ชื่อของคุณพ่อ คุณแม่และตัวดิฉันค่ะ

    โดยคุณ อาทิตยา  (122.154.230.162)     14 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 22

    ในส่วนการจัดการทรัพย์มรดกของบิดาที่มีชื่อเป็นเจ้าของร่วมแห่งบ้านและที่ดินจำนองกรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุขัดข้องซึ่งท่านและมารดาทายาทโดยธรรมของบิดาจำต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาเพื่อให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการมรดกที่เป็นส่วนของบิดานั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1719

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     22 ส.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 21

    สวัสดีค่ะท่านทนายคลายทุกข์   ดิฉันมีข้อคำถามอยากถาม  กรณีดิฉันกับแฟน(ยังไม่แต่งงานกัน)ตกลงจะซื้อบ้านร่วมกันเพื่อเป็นเรือนหอ  โดยการกู้ร่วม  ขณะนี้ได้วางมัดจำกับบ้านจัดสรรแล้ว  ขอเรียนถามว่า

    1.  แฟนดิฉันเป็นพ่อหม้ายมีลูกติด 1 คน  ถ้าสมมุตว่าแฟนเสียชีวิตไปก่อนที่จะชำระค่าบ้านหมด  ลูกเขามีสิทธิในบ้านหลังนี้หรือไม่ (กรณีไม่จดทะเบียน)

    2. จากข้อ 1 ถ้าจดทะเบียนจะเป็นอย่างไร

    3. เผื่อเลิกรา  จะต้องเริ่มต้นในการทำสัญญา  หรือดำเนินการอย่างไร  ดิฉันถึงจะมีสิทธิเป็นเจ้าของบ้านคนเดียว

    โดยคุณ กรรฐ์ชรัตน์  (202.29.186.93)     22 ก.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 21

    1. บ้านหลังดังกล่าวถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ท่านกับสามีทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยา จึงเป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน เฉพาะส่วนของสามีจึงตกทอดได้แก่บุตรของสามีเมื่อสามีตาย
    2. หากจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง บ้านนี้ก็ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์รวมไม่ใช่สินสมรส
    3. ตกลงทำสัญญากับสามียกกรรมสิทธิ์รวมในส่วนของสามีให้ท่านหากมีการเลิกราแยกทางกัน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     30 ก.ค. 2556

  •  1  2   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด