เรื่องเล่าจากต่างแดน|เรื่องเล่าจากต่างแดน

เรื่องเล่าจากต่างแดน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

เรื่องเล่าจากต่างแดน

วันแรกเดินทางมาถึงสนามบิน กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

บทความวันที่ 6 พ.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 2009 ครั้ง


เรื่องเล่าจากต่างแดน

       วันแรกเดินทางมาถึงสนามบิน กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย   ลงจากเครื่องบินได้  ก็เดินตามผู้โดยสารคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนชาติ ต่างภาษา  เพื่อจะไปรับกระเป๋าเดินทาง   "โอ้ย!ปวดฉี่ขอแวะห้องน้ำก่อน"
         พอออกจากห้องน้ำมา อ้าว คนอื่นๆเขาหายไปไหนหมดแล้ว   เหลือแต่เราและเพื่อนร่วมทีมงาน 2 คน  จะไปทางไหนดีวะ  หาทางออกไม่เจอ   เขาไปรับกระเป๋าที่ไหนกัน   เดินกลับไปกลับมา  ตัดสินใจสอบถามเจ้าหน้าที่สนามบินได้ความว่า  ไปด้านโน้น  ชี้ไปเรื่อยเปื่อย  บอกอะไรก็ไม่บอก  ไม่ใช่เราโง่ภาษาอังกฤษนะ   แต่เราฟังเขาไมรู้เรื่อง และเขาไม่ค่อยแนะนำอะไร  ชี้อย่างเดียว  พูด  สำเนียงแป่งๆ  ป้ายบอกก็ไม่ชัดเจน  มีหลายคนเดินถือพาสปอร์ต อยู่ในมือทำท่างงเหมือนเราเลย  ฮิๆ  หาทางออกไม่เจอเหมือนกัน  (โง่)  
          กว่าจะคุยกันรู้เรื่องว่าเขาให้เราต้องขึ้นรถไฟ (aero train) ไปอีกสถานีนึง  เพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อน ถึงจะออกไปรับกระเป๋า   โอ้โห.. อยากจะบอกว่ามันไกลมากถึงขนาดต้องนั่งรถไฟเลยเชียวหละ  เฮ้ย! โลงอกหาทางออกได้แล้ว  ตอนนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่ม  จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณหนึ่งชั่วโมง  เราหาทางออกจากสนามบินได้แล้ว   แต่ก้อโอเคนะ  สนามบินเขาใหญ่ดูกว้างมาก
          ตอนนี้จะไปที่พักโรงแรมในเมืองแล้วซิ  จากสนามบินเข้าไปในเมือง จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เขาบอกว่า  ต้องนั่งรถแท๊กซี่  ไปอีก 45 นาที  นักสืบโกอินเตอร์อย่างเราพร้อมทีมงาน  ได้ไปติดต่อรถแท็กซี่ของสนามบิน  (รีมูซีน)  ค่าบริการ 750 บาท  ได้ตั๋วเรียบร้อยแล้ว  เจ้าหน้าที่บอกว่า เกรทตรี  (ภาษาอังกฤษ)   เราทั้งสองหาทางออกไม่เจออีก  เดินถามเจ้าหน้าที่  ไปชี้ไปเรื่อยๆ  บังเอิญไปเจอคนไทย คนนึ่งเขาได้ยินเราถามว่า  ไปขึ้นแท๊กซี่ประตูไหน  เขาก็พูดว่า  " ไปทางเดียวกันเลย"  แต่พี่แกไม่รอเราหรอก   วิ่งลากกระเป๋าไปโน่น  เข้าคิว   เรากว่าจะออกจากอาคารไปหาแท๊กซี่  เจ๊..ก็เหงื่อตกเหมือนกัน (อากาศเย็นแต่เดินทางไปหน่อย)
          ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ที่มาประเทศมาเลเซีย...แต่บอกตรงๆว่า  ไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินเลย   ปกติจะเดินทางรถยนต์  นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางโดยเครื่องบินก็เลยงงๆ แบบนี้แหล่ะ   เลยทำให้เราว่าไม่มีอะไรที่ง่ายและไม่มีอะไรที่นักสืบอย่างเราทำไม่ได้...
          เราเดินทางถึงโรงแรมเวลาประมาณเกือบ 4 ทุ่ม  เราเช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อย เก็บสัมภาระแล้ว  เราก็ไปเซอร์เวย์ทันทีเลย  โรงแรมที่พักอยู่กลางใจเมืองหลวง  เป็นระดับสามดาว แต่ก็โอเคนะ เดินไปที่ห้างสรรพสินค้า แต่เขาปิดหมดแล้ว   ก็เดินถ่ายรูปตามประสา นางแบบ นายแบบ (เปล่าหรอก... เก็บไว้เป็นข้อมูลจ้า)  เราไม่เจอคนไทยเลย  แต่ร้านค้าบางรายพูดภาษาไทยได้บ้าง โดยเฉพาะคนที่ขายแผ่นซีดีหนังโป๊ (ดูแต่ไม่ซื้อ)    เดินสำรวจจนถึงเวลา  เข้าห้องพักที่โรงแรม  ไปนั่งปรึกษาหารือกันว่า วันพรุ่งนี้เริ่มปฏิบัติภารกิจ  เราจะเริ่มอย่างไร  เมื่อได้ความแล้ว วางแผนกันเรียบร้อยแล้ว  นอนก่อนดีกว่าพรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงาน  ผจญอะไรอีกก็ไม่รู้  แค่นี้ก่อนนะ  จะเขียนมาเล่าใหม่  
 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก