ธ.ก.ส.ใจป้ำให้ผ่อนยาวถึง 12 ปีลุยแก้หนี้นอกระบบ | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ธ.ก.ส.ใจป้ำให้ผ่อนยาวถึง 12 ปีลุยแก้หนี้นอกระบบ

  • ธ.ก.ส.ใจป้ำให้ผ่อนยาวถึง 12 ปีลุยแก้หนี้นอกระบบ

     

              ทนายคลายทุกข์ขอนำรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ  ที่นำเสนอข่าว ธ.ก.ส.คลอดเกณฑ์หนี้นอกระบบ ยืดเวลาผ่อนยาว 12 ปี เผย ถ้าจะให้ช่วยเหลือมากกว่านี้ ต้องขอพีเอสเอจากรัฐ ด้านออมสินยังหวั่น ไม่รับช่วยหนี้จากการพนัน นายกฯเผยเตรียมประกาศราคาอ้างอิงราคาข้าว
          
    รายละเอียดรายงานข่าว
              นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธ.ก.ส.ได้รับนโยบายจากนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาแล้ว โดยภายในเร็วๆ นี้นายกรณ์จะแถลงรายละเอียดของโครงการอีกครั้งหนึ่ง แต่เบื้องต้นคาดว่า ทั้งธ.ก.ส.และธนาคารออมสินจะเริ่มเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.นี้ เมื่อได้ตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการที่จัดเจนแล้ว จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการต่างๆ ได้ภายในเดือน ก.พ. 53 เป็นต้นไป
          
           ในส่วนของธ.ก.ส.นั้น จะรับหนี้นอกระบบของเกษตรกรมาดำเนินการ และขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อนำมาใช้ในการช่วยฟื้นฟูอาชีพให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ด้วย โดยจำนวนเงินนั้นยังไม่ได้กำหนดชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนมากน้อยเพียงใด และเบื้องต้นธ.ก.ส.จะให้เกษตรกรในโครงการดังกล่าว ผ่อนชำระนานถึง 12 ปี และคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติตามที่ธนาคารประกาศ โดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือลูกหนี้ในระดับหนึ่ง เพราะแม้จะเป็นดอกเบี้ยปกติปีละ 6.75% แต่ก็ยังถูกกว่าดอกเบี้ยนอกระบบที่คิดเดือนละ 10-15%
          
           อย่างไรก็ตามหากการผ่อนชำระที่นานถึง 12 ปีนั้น กระทรวงการคลังยังเห็นว่า อาจจะช่วยเหลือเกษตรกรไม่เพียงพอ หรือช่วยเหลือไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ก็สามารถที่จะผ่อนปรนเพิ่มเติมเป็น 15 ปี หรือเพิ่มมาตรการอื่นๆ ได้อีก แต่ทั้งนี้ธ.ก.ส.จะต้องขอแยกบัญชีออกจากการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อขอรับความช่วยเหลือเชิงสังคม(พีเอสเอ) จากรัฐบาล เพราะถือว่ามีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น แต่หากเห็นว่ามาตรการที่ธ.ก.ส.จะนำมาใช้เบื้องต้นนี้เพียงพอแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องขอแยกบัญชีพีเอสเอ เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่ธ.ก.ส.รับได้
          
           ส่วนจะเปิดรับลงทะเบียนรอบอื่นเพิ่มเติมจากเดือนธ.ค.หรือไม่นั้น ต้องรอดูปริมาณผู้ที่มาสมัครครั้งแรกก่อนว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยเมื่อปิดรับสมัครสิ้นเดือนธ.ค.นี้ จะรวบรวมตัวเลขทั้งหมดส่งให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคประชาชนกระทรวงการคลังแยกหนี้ โดยหนี้เกษตรกรจะส่งให้ธ.ก.ส. หนี้ประชาชนทั่วไปให้ธนาคารออมสินรับช่วงต่อ ในรูปคณะกรรมการเจรจาประนอมหนี้ โดยจะมีนายอำเภอ เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ตำรวจ พนักงานธนาคารทั้ง 2 แห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจะเชิญเจ้าหนี้นอกระบบมาร่วมเจรจาด้วย
          
           ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารจะพร้อมที่ช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบผ่านโครงการธนาคารประชาชน โดยจะให้ปรับโครงสร้างหนี้ในวงเงินไม่เกินรายละ 2 แสนบาท และคิดดอกเบี้ยเดือนละ 0.50% ทั้งนี้ต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบอาชีพสุจริต ไม่ใช่หนี้จากการพนันต่างๆ โดยคาดว่าวันที่ 8 พ.ย.นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ
           
           ทบทวนการชดเชยราคาใหม่
           
           ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกรว่า การใช้สิทธิ์ตามสัญญา ขณะนี้ก็ถือว่าครบถ้วนทุกขั้นตอน และได้เริ่มต้นแล้วในส่วนของข้าวโพด และในส่วนของมันสำปะหลังก็จะตามมา
          
           สำหรับในส่วนของข้าวยังต้องเร่งทำงาน เพราะจะเป็นงานที่ยากที่สุดในบรรดาพืชผลทั้งหลาย เพราะว่าข้าวจะมีปริมาณมากที่สุด ทั้งตัวผลิตผลเอง จำนวนครัวเรือน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรี และตนเอง ติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดที่มีการปลูกข้าวกันมากทั้ง ส.ส.ในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อ่างทอง ลพบุรี หรือแม้กระทั่งในอีสานอย่างจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้มีการมาให้ข้อมูลตนเพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาที่ยังเป็นข้อขัดข้อง หรืออุปสรรคอยู่
          
           นายกฯ กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างเช่น มีการร้องเรียนมาในเรื่องของปริมาณ ผลผลิตต่อไร่ ซึ่งเราได้ใช้ในการคำนวณในการชดเชย ก็มักจะมีการร้องเรียนมาว่าตัวเลขที่กระทรวงเกษตรฯ ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเลขค่าเฉลี่ย หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต หลายพื้นที่บอกว่าปัจจุบันทำได้มากกว่านั้น ซึ่งเมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้มีอนุกรรมการและคณะทำงานที่ไปทบทวนเรื่องนี้มา ปรับในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ที่ใช้ในการคำนวณเพื่อชดเชยเกษตรกร ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 19 จังหวัด
           
           ประกาศราคาอ้างอิงข้าววันนี้
           
           นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่โครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ทั้งในส่วนของการให้สินเชื่อแก่โรงสีที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องเข้าไปซื้อข้าว และมาตรการสำคัญที่สุดคือว่า ในบางช่วงบางจังหวะบางพื้นที่รัฐบาลจะเข้าไปรับซื้อข้าวเองในราคาอ้างอิง เพราะมั่นใจว่าซื้อมาแล้วสามารถที่จะระบายหรือขายออกไปได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน โครงการนี้จะเริ่มต้นวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยจะไปเริ่มต้นกันที่กำแพงเพชร ที่พิษณุโลก และที่นนทบุรี ซึ่งตั้งแต่มีการประกาศในการดำเนินโครงการนี้ไปราคาข้าวเริ่มขยับขึ้นมาน่า จะเป็นสัญญาณที่ดี
          
           โดยจะต้องมีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ด้วย ซึ่งจะสะท้อนภาพของราคาตลาดที่แท้จริง ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าเราเดินหน้าทำในเรื่องเหล่านี้ และในส่วนของเกษตรกรที่ยังมีความห่วงใยอยู่ว่ายังไม่ได้ทำสัญญา ขณะนี้ได้มีการเร่งรัดกระบวนการในเรื่องของการทำประชาคม รับรองทะเบียนและทำสัญญา โดยจะมุ่งเข้าไปทำในพื้นที่ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวก่อน ตนได้มีการไล่ตัวเลขอยู่ทุกสัปดาห์ บางสัปดาห์ก็มากกว่า 1 ครั้งว่ามีการทำงานคืบหน้าไปแค่ไหนเพียงไร เพราะฉะนั้น ยืนยันว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินการไปได้
          
           นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของตลาดข้าวมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดีในเรื่องของราคา เพราะฉะนั้น รัฐบาลนั้นไม่มีปัญหาเลยในขณะที่ทำโครงการนี้ รวมทั้งการเข้าไปแทรกแซงในการรับซื้อ และรัฐบาลก็จะไม่รีบร้อนในเรื่องของระบายข้าว ยกเว้นในกรณีของการขายรัฐต่อรัฐ เพราะฉะนั้น มั่นใจว่าจะสามารถดึงราคาและดำเนินโครงการประกันรายได้ โดยไม่เป็นภาระมากจนเกินไปสำหรับรัฐบาลเอง ส่วนเกษตรกรที่ปลูกข้าวอายุน้อยกว่า 90 วัน ขอให้เลิกปลูกข้าวซึ่งมีอายุน้อยกว่า 90 วันซึ่งเราถือว่าเป็นข้าวคุณภาพต่ำ

     ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ หรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.manager.co.th

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด