X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

สายด่วน-คดี-สคบ.--ทนาย-คดีผู้บริโภค ติดต่อ 081-821-7470

  • ทนายคลายทุกข์ได้จัดทำกฎหมาย สคบ./พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 /พรบ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มานำเสนอใน Web page หน้านี้ โดยจะนำเสนอเป็นตอนๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์ เริ่มสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรก โดยจะเริ่มนำเสนอเป็นตอนที่ 1 ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Web page นี้
    ขอเรียนเชิญให้ท่านกลับเข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

                ทีมงานทนายความกฎหมายสคบ./ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522/ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับปัญหาคดีผู้บริโภค / แสดงความคิดเห็นได้ในหน้านี้ ในช่องแสดงความคิดเห็นหรือโทรปรึกษาคดีผู้บริโภค 02-9485700

    บทความจาก สคบ. ตอนที่ 1

    ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ
    ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ได้แก่ การให้ความสำคัญฉลากของสินค้าและการโฆษณาสินค้าหรือบริการ

    1. ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อ ก่อนตัดสินใจเลือกสินค้า ฉลากของสินค้าที่ควบคุมฉลากจะต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้
    - ชื่อประเภท หรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจ ได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อ
    ประเทศที่ผลิตด้วย
    - ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย
    - ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
    - สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายแล้วแต่กรณี
    - ต้องแสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณ หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้านั้นแล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะใช้ชื่อเต็มหรือชื่อย่อหรือ
    สัญลักษณ์แทนก็ได้
    - ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด
    - ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค
    - วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพ
    หรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี)
    - ราคาโดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นก็ได้

    2. สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าจากผู้ขาย หรือผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นแล้ว

    3. ศึกษาเงื่อนไข หรือข้อจำกัดของสินค้า เช่น วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ วิธีการใช้ การเก็บรักษา คำเตือนหรือข้อควรระวังของสินค้าให้เข้าใจอย่างท่องแท้ เพื่อผู้บริโภค สมารถใช้สินค้าได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และ ประหยัด

    4. ร้องขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณของสินค้าว่าเป็นจริง ตามที่ระบุไว้ที่ฉลากของสินค้าหรือไม่ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นธรรม แก่ผู้บริโภค

    5. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณาของสินค้า หรือบริการ ต้องศึกษาเงื่อนไขรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวสินค้า หรือ บริการที่อาจไม่ได้ระบุไว้ในการโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคส่วนข้อเสีย มักจะไม่กล่าวถึงในการโฆษณา จึงจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ขาย หรือบริษัทผู้ผลิต

    ข้อความโฆษณาต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความเป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสังคมเป็นส่วนรวม

    - ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
    - ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ โดยใช้ หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการสถิติหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นความจริง หรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม
    - ข้อความที่เป็นการสนับสนุน โดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ในวัฒนธรรมของชาติ
    - ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
    - ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนด ในกระทรวงที่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุข้อความให้ครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

    ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ

    ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึง การละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าว อาจเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณ หรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรก หรือมีพิษที่ก่อให้เกิดอันตราย ควรจำสถานที่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไว้ เพื่อประกอบการ้องเรียน และต้องเก็บเอกสารโฆษณา และใบเสร็จรับเงินเอาไว้ด้วย
    เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคขึ้น ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการร้องเรียน ตามสิทธิของตน โดยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
    การกำกับดูแลสินค้าหรือบริการนั้นหรือร้องเรียนมาที่สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต่างจังหวัดร้องเรียนที่คณะอนุกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด

    การเตรียมตัวเพื่อร้องทุกข์สำหรับผู้บริโภค

    พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 มาตรา 4 ได้บัญญัติสิทธิ
    ของผู้บริโภคที่จะได้รับการคุ้มครอง 5 ประการ ได้แก่
    - สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
    - สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
    - สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
    - สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
    - สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย

    ดังนั้นการร้องทุกข์ เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการซื้อสินค้าหรือบริการ ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ที่ผู้บริโภคควรกระทำ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจ
    ชดใช้ความเสียหาย และเพื่อเป็นการลงโทษหรือปรามมิให้ ผู้ประกอบธุรกิจเอารัดเอาเปรียบผู้ บริโภค
    การเตรียมตัวของผู้บริโภค เพื่อจะมาร้องทุกข์เป็นขั้นตอน ที่มีความสำคัญ หากเอกสารหลักฐานที่ผู้บริโภค นำมาไม่ครบถ้วน จะทำให้ผู้บริโภคเสียเวลา ในการยื่นเรื่อง

    การเตรียมเอกสาร หลักฐานของผู้ร้องเรียน

    ผู้ร้องเรียนจะต้องเตรียม เอกสารหลักฐานให้พร้อม เพื่อจะนำมาใช้ประกอบกับการบันทึกร้องเรียน ดังนี้

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1 .. 64  65  66  67  68 .. 80   

  • ความคิดเห็นที่ 300

    กรณีผ่อนรถ 36 งวด งวดที่ 20 ขาดส่ง 1 งวด โทรบอกขอผลัดก่อน จะให้ดอกตามสัญญา ทางไฟแนนท์ บอกต้องเสียค่าทวงถาม เดือนละ 214 บาท ถามว่าเราเสียดอกให้ ต้องเสียค่าทวงถามอีกใช่หรือเปล่า ไฟแนนท์บอกในสัญยาระบุไว้ มันเป็นธรรมแก่ผู้ทำไฟแนนท์หรือเปล่า หรือเราต้องเสียตามข้อตกลง

    โดยคุณ jiroj1949@hotmail.com     

  • ความคิดเห็นที่ 299

    จับแมร่งเอา ยอดอ้อย ถู รู ตูดมันเลยคับ ไอ้พวกต่างชาติ เหอ ๆ ฮาดีครับ

    โดยคุณ *0*     

  • ความคิดเห็นที่ 298

    จับแมร่งเอา ยอดอ้วย ถู รู ตูดมันเลยคับ ไอ้พวกต่างชาติ

    โดยคุณ สนับสนุนอีซี่     

  • ความคิดเห็นที่ 297

    เล่น ปาหี่ อีกแล้ว ไอ้คนมีสี เงินไม่พอเลี้ยงเมียน้อยไงวะเล่นไม่เลิก พวกกุอยู่เฉย ๆ แล้วนะ ระยำหมา จริง ๆมืงอยากได้เงินพวกกุเหรอ ฝันไปเถอะ ไอ้สั...ว์ เห็นความทุกข์ของชาวบ้านเป็นเรื่องสนุก กล้วยไม๊สัส

    โดยคุณ คนอีซี่     

  • ความคิดเห็นที่ 296

    ตอนนี้ WWW.Colonyinvet.net ได้ปิดเว็ปหนีพร้อมหอบเงินไม่รู้ว่ากี่พันล้าน สคบ. และ DSI ลองโชว์ผลงานหน่อยสิจ๊ะ หรือว่า ไม่เห็นตัวไม่มีปัญญา

    โดยคุณ คนที่ถูกหลอกแล้ว     

  • ความคิดเห็นที่ 295

    เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้เข้าตรวจค้นอีซีสาขาอุทัยธานีแต่พอนักข่าวรู้ว่าไม่มีใครเข้ามาแจ้งความว่าเสียหาย ไม่เห็นประโคมข่าวเลยว่ามาตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ ขนกันมาอย่างกับจับยาบ้าหรือผลิตอาวุธเถื่อน ทำให้คนที่ผ่านไปมาคิดว่าอีซีฯ ไม่ดี อยากให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ความเป็นธรรมกับพวกเราสมาชิกอีซี่ด้วย ครอบครัวอีซี่ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน มีแต่ทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เราไม่เคยบังคับให้หาสมาชิกเพิ่ม ตอนนี้สมาชิกอีซี่ที่มีอยู่ไม่ต้องมีเพิ่มสักคน ก็อยู่ได้ด้วยโปรแกรมอัจฉริยะ จริงไหมพี่น้องชาวอีซี่ฯ

    โดยคุณ สมาชิกอีซี่ญ     

  • ความคิดเห็นที่ 294

    พวกเราจะไม่ทิ้งกัน อีซี่ฯล้มเราขอล้มด้วย แต่แนวคิดของอีซี่ซึ่งเป็นแนวทางสหกรณ์ จะอยู่ในใจเราตลอดไป

    โดยคุณ สมาชิก     

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 294

     แนวอึซี่ แต่เป็นคนดีฟื้นชีพ

    0996694933 คนนึงที่เสียตังหลักเสย

    โดยคุณ อีซี่  (49.237.170.238)     6 มี.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 294

    แต่เรายังชอบการค้าแบบสหกรณ์อีซี่

    ใครสนใจฟื้นชีพสหกรณ์แบบเต็มรูปแบบ

    โทร0996694933 

    โดยคุณ So  (49.237.44.133)     7 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 293

    พวกเรายังรอคอยความหวัง ว่าบริษัทอีซี่เน็ตเวิร์ค มาเก็ตติ้ง จะกลับมาเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ซื้อกินซื้อใช้เหมือนเดิม ที่สำคัญเราจะได้ช่วยเศรษฐกิจไทย แถมยังสร้างความสามัคคี สร้างความสมานฉันท์ให้กับประเทศไทยเราด้วย ซึ่งจุดนี้จะไม่มีใครเข้าใจหรอก ถ้าไม่ได้เข้ามาสัมผัสกับบริษัท เขาไม่รู้หรอกว่าบริษัทอีซี่นอกจากทำให้ชีวิตของสมาชิกดีขึ้นแล้ว ยังสอนให้รักใคร่ปองดองกันด้วย ที่สำคัยต้องคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ซึ่งจุดนี้จะมีใครสักกี่คนจะเข้าถึงบริษัทอีซี่บ้าง นอกจากสมาชิกที่แท้จริง

    โดยคุณ อีซี่จันทบุรีลูกพ่อตาก     

  • ความคิดเห็นที่ 292

    ถึงครอบครัวอีซี่....ประเทศไทย... ครอบครัวอีซี่จันทบุรี สนุกมาก ที่สาขาจันทบุรี มีข้าวกินทุกวัน ใครอยากกินอะไร ก็หิ้วมา อิ่มหนำ อิ่มหนำ!

    โดยคุณ อีซี่จันทบุรีลูกพ่อตาก     

  • ความคิดเห็นที่ 291

    เรียนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เคารพ อยากให้ท่านเปิดใจและให้เวลาบริษัทอีซี่ฯ ได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าบริษัทและท่านประธานไม่ได้หลอกลวงสมาชิกที่มีความเชื่อมั่นและเชื่อใจในระบบของการจ่ายเงินปันผล ถ้าไม่เช่นนั้นสมาชิกคงไม่ไหลมาเทมาขนาดนี้ เพราะบริษัทจ่ายจริงจึงทำให้มีการบอกต่อ และบริษัทจะไม่สะดุดแน่ๆ ถ้าท่านให้โอกาสพวกเราได้พิสูจน์ตัวเองว่าบริษัทจะทำให้คนไทยได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากกับเขาบ้าง ไม่ใช่รวยแต่คนที่มียศและนักการเมือง ประชาชนตาดำๆ จะมีกินมีใช้อย่างท่านบ้างไม่ได้หรือ พวกเราจะรวยเพราะเงินของพวกเราเองโดยที่ไม่ต้องไปฉ้อโกงเงินภาษีของคนไทยด้วยกัน แต่พวกเราจะเสียภาษีให้ประเทศชาติอย่างถูกต้อง และจะเสียเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างที่ผ่านมากรมสรรพากรก็คงจะเห็นแล้วว่าในประเทศไทย มีบริษัทไหนบ้างที่ดำเนินการเพียงปีกว่าๆ เสียภาษีเดือนละหลายล้านบาท ท่านลองคิดดูต่อไปจะเสียเดือนละเท่าไหร่ ไม่ต้องให้สรรพากรต้องทวงถามด้วย โปรดเห็นใจสมาชิกที่กำลังรอความหวังกับเงินที่ได้ซื้อกินซื้อใช้และถึงกำหนดได้รับเงินปันผลแล้ว

    โดยคุณ สมาชิก     

  • ความคิดเห็นที่ 290

    เรียนสมาชิกอีซีฯ ทุกท่านขอให้ทุกท่านอดทนรออีกนิด รอให้ท่านประธานได้ประกันตัวออกมาก่อน เห็นท่านบอกว่าหลังเลือกตั้ง ไหนๆ พวกเราก็รอมาตั้งยี่สิบกว่าวันแล้ว รออีกไม่กี่วันคงไม่เป็นไรใช่ไหม เพราะอีซีฯ ไม่ได้หลอกลวงพี่น้องชาวไทยด้วยกันอยู่แล้ว พวกเราทุกคนต้องเชื่อมั่นในตัวท่านประธาน ขอให้ท่านแคล้วคลาดจากอันตรายใดๆ ทั้งปวง และกลับมานำพาความสุข ความเจริญ และความอยูดีกินดีให้กับทุกท่านที่มีความเชื่อมั่นในอีซี่ เน็ตเวิร์ค มาร์เกิตติ้ง

    โดยคุณ สมาชิกอีซี่ฯ     

  • ความคิดเห็นที่ 289

    อ่านฉลากก่อนซื้อ รอบคอบก่อนทำสัญญา ร้องเรียนเมื่อเสียหาย นี่คือสโลแกนของ สคบ. ซึ่งแสดงถึงความห่วงใยต่อประชาชน นับเป็นสิ่งที่ดี ถูกต้อง แต่ถูกต้องนิดเดียว ไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ้างให้มาทำหน้าที่นี้ในฐานะผู้ปฏิบัติน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค เพราะคำว่าร้องเรียนเมื่อเสียหายใช่ถ้ามีใครมาร้องเรียน สคบ. ต้องดำเนินการ แต่นี่ผ่านเว้ปนี้ร้องเรียนให้ดำเนินคดี สคบ . ไม่เห็น สคบ.ดำเนินการอะไรกับ สคบ . เลย ทั้ง ที่ สคบ .ได้รับการร้องเรียน และสคบ.ทำให้เกิดการเสียหายแก่ประเทศชาติเป็นส่วนรวมดังนี้ 1 ปล่อยให้เงินไทยไหลออกนอกปีละเป็นแสนล้าน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนและเสียหาย ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนและเกิดความเสียหายจากการกระทำของ สคบ.เป็นหมื่น ๆๆ คน แสน ๆๆ ครอบครัว กรณี สคบ. โดย DSI นำกำลังไปค้นและอายัดเงินและธุรกิจของ อีซี ฯ ทำให้เกิดการเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมเดือนละเป็นพันล้าน 2. ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากบริทอีซี ฯ เดือนละเกือบรอยล้านจากการเก็บภาษีจากอีซี ฯ 3.ทำลายขวัญประชาชน ทำลายเงินและธุรกิจประชาชนเสียหายเดือนละ เป็น ร้อย ๆ ล้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่วันนี้ง่วง ขอนอนก่อน

    โดยคุณ งงง     

  • ความคิดเห็นที่ 288

    ซื้อทีวีแอลซีดีโปรเจคชั่นของโซนีมาดูได้ปีครึ่ง(22-5-49 ถึง 2-12-50)ก็เสีย ส่งซ่อมที่ศูนย์โซนีปิ่นเกล้า ทางศูนย์บอกหลอดขาด ค่าซ่อม 10,500 บาท ในคู่มือบอกหลอดมีอายุใช้งาน 8,000 ชม. แต่คำนวนดูถ้าดูวันละ 6 ชม.(จริงๆไม่ถึง)เป็นเวลาปีครึ่งจะใช้งานแค่ 3,000 ชม. อย่างนี้ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ครับแล้วจะไปแจ้งที่ สคบ. ได้หรือไม่ครับ ตอนนี้ยังไม่รับเครื่องกลับมาเลย ไม่ไหวจริงๆปีครึ่งค่าซ่อมหมื่นกว่าบาท ไม่คุ้มค่าเลยครับ โซนีจะซื้อคืนไหมครับ ซื้อมาหกหมื่นขายคืนโซนีหมื่นหก

    โดยคุณ วราวุธ     

  • ความคิดเห็นที่ 287

    อีกความเห็นนึงจากเว็บบอร์ด taladthong ความจริงเกี่ยวกับอีซี่ ปริศนาที่ทำให้คนมากมายหลงรัก ข้าวหอมมะลิเกรด A ราคาขายปลีกอยู่ที่ 1450 บาท ราคาหน้าโรงสี 900 บาท ไปเช็คดูได้ที่เวบกระทรวงการคลัง อีซี่รับมาจากพ่อค้าคนกลาง 1000 บาท ขายให้สมาชิก 1450 บาท กำไร 450บาท แถมหุ้นให้สมาชิก 1 หุ้น ถึงเวลารับ 500 กับ 1500 บาท สมาชิกซื้อข้าวไปกิน 1450 บาท ได้เงินคืน 2000 บาท แค่นี้ก็ทำให้ยอดขายก็พุ่งกระฉูด พอพวกที่มีตลาดขายข้าวมาเห็น ก็ยื่นข้อเสนอ กับอีกคน ออกเงินคนละครึ่ง คุณเอาหุ้นไปฉันเอาข้าวไปขาย... กลายเป็นว่า คนลงทุน จ่าย 725 บาท แล้วรอรับ 2000 บาท ส่วนพ่อค้าแม่ค้าจ่าย 725 ได้ข้าวราคา 1450 เอาไปขาย 1000 บาท แข่งกับโลตัส คาฟูร์ ได้สบาย แถมยังมีกำไรอีก 275 บาท ปัญหาจึงอยู่ที่ คนรับซื้อข้าว เป็นใคร คนของอีซี่ หรือคนนอก ซื้อข้าวแล้วไปไหน ขายให้ผู้บริโภค หรือขายให้บริษัท ถ้า dsi สืบได้ว่ามีการเวียนเทียนสินค้า โดยบริษัทรู้เห็นเป็นใจ ก็ผิดเต็มๆ แต่ถ้ามีการซื้อขายจริงๆ สินค้ามาจากโรงสี ไปสู่ผู้บริโภค ประเด็นนี้ก็ตกไป ประเด็นต่อมาคือเรื่องการจ่ายปันผล กำไร 450 บาท แบ่งเป็น 3 กอง กองปันผลแค่ 150 บาท จาก 150 บาท มาเป็นผลตอบแทน 2000 บาท ได้ไง สมมติว่าคุณซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซื้อวันที่ 1 มิถุนา 2550 โดยบริษัทจะ ประกาศผลประกอบการและจ่ายปันผลวันที่ 1 ธันวา ถามว่า เงินปันผล มาจากกำไรก่อนเดือนมิถุนา หรือ กำไรระหว่างเดือนมิถุนาถึงธันวา ??? แน่นอน เงินปันผลก็ต้องมาจากผลประกอบการในอนาคต อีซี่ก็เช่นกัน จ่ายปันผลให้สมาชิก โดยใช้กำไรจากยอดขายในอนาคต อีก 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้า ต่างกันตรงที่ อีซี่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และการันตีจำนวนผลตอบแทน เพราะมั่นใจว่า ยอดขายเติบโตตามเป้าได้แน่นอ ทำไมถึงมั่นใจนัก ??? คำตอบคือ ซื้อสินค้าแถมเงิน ยิ่งซื้อก็ยิ่งรวย ขายง่ายยิ่งกว่าแจกฟรี รักษายอดไม่ได้ไปเลี้ยงควายดีกว่า และโปรดสังเกตุ บริษัทไม่ได้เอาเงินของสมาชิกมาปันผล แต่เอากำไรของบริษัทจากการขายสินค้ามาจ่ายให้ ส่วนการลงทุน 725 ได้ 2000 เป็นเรื่องที่สมาชิกตกลงกันเอง เป็นอันจบเรื่องที่มาของรายได้ พร้อมๆกับเรื่อง พรบ กู้ยืมงิน ยกเว้นจะตีความกฎหมายว่า การซื้อสินค้าในราคาปกติแล้วผู้ขายมีกำไร เป็นการให้ผู้ขายกู้ยืมเงิน โดยผู้ซื้อรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นสินค้าที่ซื้อ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้.... ประเด็นต่อมา บริษัทโตไปมากๆ หมุนเงินไม่ทันแล้วจะล้ม จริงหรือ ? สินค้าของอีซี่ คือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไปที่ประชาชนรู้จักดี อย่างข้าวสาร มาม่า กาแฟกระป๋อง M150 และอื่นๆ เป็นของต้องกินต้องใช้ตลอด ไม่ใช่ของอุปโลกสรรพคุณวิเศษ เพื่อขายในราคาสูงเกินจริงเหมือนบริษัทขายตรงอื่นๆ นอกจากนี้ สินค้าทุกรายการ สามารถสั่งซื้อผ่านอีซี่ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มือถือ โน๊ตบุค ตลาดตรงนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาทต่อเดือน อีซี่มียอดขายเดือนตุลาประมาณ 1100 ล้านบาท คงอีกกนานค่ะกว่าจะถึงทางตัน และก่อนหน้านั้นก็คงขยายสาขาไป หลายประเทศแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มจะก้าวไปมาเลเซียกับอินเดียแล้ว แต่ที่แน่ๆ ห้างต่างชาติอย่าง คาร์ฟู โลตัส แม๊คโคร บิ๊กซี เจ๊งก่อน เพราะโดนโชว์ห่วยขายตัดราคา บ้างก็ไปซื้อตรงกับอีซี่ แถมบางห้างเพิ่งลงทุนสร้างห้างใหม่ขยายสาขา เพราะจะได้มีกำไรตัวเลขต่ำๆ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีแพง จะได้ไม่ต้องปันผลให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากมาย แต่เปิดมาแล้วคงไม่มีคนซื้อ เพราะโดนอีซี่แย่งตลาดไปหมด น่ากลัวว่าห้างพวกนี้จะล้มก่อน ถ้าอีซี่ไม่โดนปิดกิจการ อีซี่ไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ จริงหรือ ?? 1. อีซี่ ช่วยลดเม็ดเงินที่รั่วไหลออกนอกประเทศ ปกติเวลาเราซื้อสินค้า จะต้องจ่ายเงิน ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าต้นทุนของสินค้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และกำไรของผู้ประกอบการ ในแต่ละปี ผู้ประกอบการต่างชาติ ขนกำไรออกนอกประเทศประมาณล้านล้านบาท เท่ากับงบประมาณแผ่นดิน แต่อีซี่ ทำให้เงินตรงนี้กลับมาหาผู้บริโภค หมุนเวียนอยู่ในกระเป๋าคนไทย 2. อีซี่ส่งเสริมให้คนทำงาน ช่วยให้คนมีงานทำ อีซี่ซื้อสินค้าจากพ่อค้าคนกลางที่เป็นคนไทย ช่วยให้เขามีกำไร ไม่ถูกกดราคาอยางที่ห้างต่างชาตทำ อีซี่ช่วยให้ร้านค้าปลีก อยู่รอด เพราะมีต้นทุนต่ำ 3. อีซี่ทำให้ประชาชนซื้อสินค้าได้ถูกลง ไม่ว่าจะซื้อโดย ตรงกับบริษัท หรือซื้อกับสมาชิกที่ขายสินค้าราคาถูก และสามารถปลี่ยนรายจ่ายหลายรายการให้กลายเป็นรายได้ 4. อีซี่ช่วยส่งเสริมการออม เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ สามารถทวีค่าขึ้นได้มหาศาล สมาชิกอีซี่จึงกินอยู่อย่างปรหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อให้มีเงินเก็บ รวยแล้วค่อยว่ากัน อยากให้มองหลายๆด้าน อย่าเพิ่งเชื่อตามข่าว เพราะนักข่าวเองก็ยังรู้จักอีซี่แบบงูๆปลาๆ และอย่าเหมารวมอีซี่กับแชร์ข้าวสาร แชร์ลูกโซ่ เพราะจุดประสงค์ในการเปิดบริษัท ไม่ใช่การปั่นเงินแล้วหอบเงินหนี

    โดยคุณ ท้องฟ้าใกล้สดใส ทุกหัวใจจะมีแต่ความสุข จาก คนจัน เลือดอีซี่     

  • ความคิดเห็นที่ 286

    อีกความเห็นนึงจากเว็บบอร์ด taladthong ความจริงเกี่ยวกับอีซี่ ปริศนาที่ทำให้คนมากมายหลงรัก ข้าวหอมมะลิเกรด A ราคาขายปลีกอยู่ที่ 1450 บาท ราคาหน้าโรงสี 900 บาท ไปเช็คดูได้ที่เวบกระทรวงการคลัง อีซี่รับมาจากพ่อค้าคนกลาง 1000 บาท ขายให้สมาชิก 1450 บาท กำไร 450บาท แถมหุ้นให้สมาชิก 1 หุ้น ถึงเวลารับ 500 กับ 1500 บาท สมาชิกซื้อข้าวไปกิน 1450 บาท ได้เงินคืน 2000 บาท แค่นี้ก็ทำให้ยอดขายก็พุ่งกระฉูด พอพวกที่มีตลาดขายข้าวมาเห็น ก็ยื่นข้อเสนอ กับอีกคน ออกเงินคนละครึ่ง คุณเอาหุ้นไปฉันเอาข้าวไปขาย... กลายเป็นว่า คนลงทุน จ่าย 725 บาท แล้วรอรับ 2000 บาท ส่วนพ่อค้าแม่ค้าจ่าย 725 ได้ข้าวราคา 1450 เอาไปขาย 1000 บาท แข่งกับโลตัส คาฟูร์ ได้สบาย แถมยังมีกำไรอีก 275 บาท ปัญหาจึงอยู่ที่ คนรับซื้อข้าว เป็นใคร คนของอีซี่ หรือคนนอก ซื้อข้าวแล้วไปไหน ขายให้ผู้บริโภค หรือขายให้บริษัท ถ้า dsi สืบได้ว่ามีการเวียนเทียนสินค้า โดยบริษัทรู้เห็นเป็นใจ ก็ผิดเต็มๆ แต่ถ้ามีการซื้อขายจริงๆ สินค้ามาจากโรงสี ไปสู่ผู้บริโภค ประเด็นนี้ก็ตกไป ประเด็นต่อมาคือเรื่องการจ่ายปันผล กำไร 450 บาท แบ่งเป็น 3 กอง กองปันผลแค่ 150 บาท จาก 150 บาท มาเป็นผลตอบแทน 2000 บาท ได้ไง สมมติว่าคุณซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซื้อวันที่ 1 มิถุนา 2550 โดยบริษัทจะ ประกาศผลประกอบการและจ่ายปันผลวันที่ 1 ธันวา ถามว่า เงินปันผล มาจากกำไรก่อนเดือนมิถุนา หรือ กำไรระหว่างเดือนมิถุนาถึงธันวา ??? แน่นอน เงินปันผลก็ต้องมาจากผลประกอบการในอนาคต อีซี่ก็เช่นกัน จ่ายปันผลให้สมาชิก โดยใช้กำไรจากยอดขายในอนาคต อีก 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้า ต่างกันตรงที่ อีซี่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และการันตีจำนวนผลตอบแทน เพราะมั่นใจว่า ยอดขายเติบโตตามเป้าได้แน่นอ ทำไมถึงมั่นใจนัก ??? คำตอบคือ ซื้อสินค้าแถมเงิน ยิ่งซื้อก็ยิ่งรวย ขายง่ายยิ่งกว่าแจกฟรี รักษายอดไม่ได้ไปเลี้ยงควายดีกว่า และโปรดสังเกตุ บริษัทไม่ได้เอาเงินของสมาชิกมาปันผล แต่เอากำไรของบริษัทจากการขายสินค้ามาจ่ายให้ ส่วนการลงทุน 725 ได้ 2000 เป็นเรื่องที่สมาชิกตกลงกันเอง เป็นอันจบเรื่องที่มาของรายได้ พร้อมๆกับเรื่อง พรบ กู้ยืมงิน ยกเว้นจะตีความกฎหมายว่า การซื้อสินค้าในราคาปกติแล้วผู้ขายมีกำไร เป็นการให้ผู้ขายกู้ยืมเงิน โดยผู้ซื้อรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นสินค้าที่ซื้อ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้.... ประเด็นต่อมา บริษัทโตไปมากๆ หมุนเงินไม่ทันแล้วจะล้ม จริงหรือ ? สินค้าของอีซี่ คือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไปที่ประชาชนรู้จักดี อย่างข้าวสาร มาม่า กาแฟกระป๋อง M150 และอื่นๆ เป็นของต้องกินต้องใช้ตลอด ไม่ใช่ของอุปโลกสรรพคุณวิเศษ เพื่อขายในราคาสูงเกินจริงเหมือนบริษัทขายตรงอื่นๆ นอกจากนี้ สินค้าทุกรายการ สามารถสั่งซื้อผ่านอีซี่ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มือถือ โน๊ตบุค ตลาดตรงนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาทต่อเดือน อีซี่มียอดขายเดือนตุลาประมาณ 1100 ล้านบาท คงอีกกนานค่ะกว่าจะถึงทางตัน และก่อนหน้านั้นก็คงขยายสาขาไป หลายประเทศแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มจะก้าวไปมาเลเซียกับอินเดียแล้ว แต่ที่แน่ๆ ห้างต่างชาติอย่าง คาร์ฟู โลตัส แม๊คโคร บิ๊กซี เจ๊งก่อน เพราะโดนโชว์ห่วยขายตัดราคา บ้างก็ไปซื้อตรงกับอีซี่ แถมบางห้างเพิ่งลงทุนสร้างห้างใหม่ขยายสาขา เพราะจะได้มีกำไรตัวเลขต่ำๆ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีแพง จะได้ไม่ต้องปันผลให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มากมาย แต่เปิดมาแล้วคงไม่มีคนซื้อ เพราะโดนอีซี่แย่งตลาดไปหมด น่ากลัวว่าห้างพวกนี้จะล้มก่อน ถ้าอีซี่ไม่โดนปิดกิจการ อีซี่ไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ จริงหรือ ?? 1. อีซี่ ช่วยลดเม็ดเงินที่รั่วไหลออกนอกประเทศ ปกติเวลาเราซื้อสินค้า จะต้องจ่ายเงิน ซึ่งแบ่งเป็นมูลค่าต้นทุนของสินค้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และกำไรของผู้ประกอบการ ในแต่ละปี ผู้ประกอบการต่างชาติ ขนกำไรออกนอกประเทศประมาณล้านล้านบาท เท่ากับงบประมาณแผ่นดิน แต่อีซี่ ทำให้เงินตรงนี้กลับมาหาผู้บริโภค หมุนเวียนอยู่ในกระเป๋าคนไทย 2. อีซี่ส่งเสริมให้คนทำงาน ช่วยให้คนมีงานทำ อีซี่ซื้อสินค้าจากพ่อค้าคนกลางที่เป็นคนไทย ช่วยให้เขามีกำไร ไม่ถูกกดราคาอยางที่ห้างต่างชาตทำ อีซี่ช่วยให้ร้านค้าปลีก อยู่รอด เพราะมีต้นทุนต่ำ 3. อีซี่ทำให้ประชาชนซื้อสินค้าได้ถูกลง ไม่ว่าจะซื้อโดย ตรงกับบริษัท หรือซื้อกับสมาชิกที่ขายสินค้าราคาถูก และสามารถปลี่ยนรายจ่ายหลายรายการให้กลายเป็นรายได้ 4. อีซี่ช่วยส่งเสริมการออม เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ สามารถทวีค่าขึ้นได้มหาศาล สมาชิกอีซี่จึงกินอยู่อย่างปรหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อให้มีเงินเก็บ รวยแล้วค่อยว่ากัน อยากให้มองหลายๆด้าน อย่าเพิ่งเชื่อตามข่าว เพราะนักข่าวเองก็ยังรู้จักอีซี่แบบงูๆปลาๆ และอย่าเหมารวมอีซี่กับแชร์ข้าวสาร แชร์ลูกโซ่ เพราะจุดประสงค์ในการเปิดบริษัท ไม่ใช่การปั่นเงินแล้วหอบเงินหนี

    โดยคุณ ท้องฟ้าใครสดใส ทุกหัวใจจะมีแต่ความสุข จาก คนจัน เลือดอีซี่     

  • ความคิดเห็นที่ 285

    กระแสข่าวบอกว่าประธานอีซีฯให้ประกันตัวออกได้ แต่ประธานไม่กล้าออกเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย จึงขออยู่คุมขังต่อ ลึก ๆ บอกว่ามีคนปองร้ายท่าน แต่ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนในบริษัทหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง DSI หรือหน่วยสืบราชการลับช่วยสืบดูหน่อย

    โดยคุณ เลือดอีซีแท้     

  • ความคิดเห็นที่ 284

    ประธานอีซีฯไม่มีความผิด แล้วทำไมไม่ออกมาจากการฝากขังเสียที มันอะไรกันแน่ คุณทักษิณ จันทนา และผู้บริหารคนอื่น ๆ มันมุดหัวอยู่ไหน วันนี้ไปอีซีมาไม่เห็นเงาหัวพวกนี้เลย กระแสข่าวบอกว่าพวกคุณหอบเงินพี่น้องของอีซีฯหนีไปใช่หรือไม่ ใครรู้ช่วยบอกที รวมทั้งคุณศักดา คุณชูชีพ แห่งโคราชด้วยหายหัวไปไหน

    โดยคุณ เลือดอีซี100     

  • ความคิดเห็นที่ 283

    ตอนนี้ www.Colonyinvet.net ได้ปิดเวปหนี้ไปแล้วและไม่ได้ให้ความกระจ่างกับสมาชิกได้เลย ตอนนี้มีสมาชิกที่ลงทุนไปแล้วถูกหลอกอย่างมากมาย แต่ก็ต้องรอเพราะหวังว่าจะเปิดให้บริการเหมือนเดิม เงินมหาศาลยิ่งกว่าอีซีฯ เสียอีก ถามว่า สคบ. และ dsi ลองโชว์ผลงานหน่อยซิหรือเก่งเฉพาะรายที่เขายังเปิดให้บริการถูกต้องและทำด้วยความจริงใจ

    โดยคุณ คนถูกหลอก     

  • ความคิดเห็นที่ 282

    กระทู้ที่ 290 เป็นข่าวดีจริงๆ นะ อย่าหลอกให้ดีใจเล่น พรุ่งนี้จะไปใส่บาตรให้ท่านประธาน ขอให้ท่านพ้นทุกข์พ้นโศก และหมู่มารทั้งหลายเสียที สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    โดยคุณ สมาชิกอีซีฯ     

  • ความคิดเห็นที่ 281

    ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง ข่าวด่วน!!!!! อีซี่ดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว ประธานของเราบ่าย2โมงออกจากที่คุมขัง

    โดยคุณ เลือดอีซี่     

  •  1 .. 64  65  66  67  68 .. 80   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด