X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

  • กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

     

              เนื่องจากบุคคลในครอบครัวได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน  ปัจจุบันทุพพลภาพ ช่วงล่างเจ้าของกิจการ(นายจ้าง)ไม่ให้ความรับผิดชอบใดๆ  แต่มีการดำเนินเรื่องประกันสังคมและเบิกจ่ายกับทางประกันสังคมเองโดยไม่มีการแจ้งรายละเอียดใดๆให้ลูกจ้างทราบ   ในกรณีดังกล่าวทางลูกจ้างจะสามารถเรียกร้องสิทธิอะไรจากนายจ้างได้บ้างนอกเหนือจากที่จะได้รับจาก ปกส., กองทุนเงินทดแทน เราสามารถเรียกร้องค่าจ้างกรณีป่วยในงานจากนายจ้างได้หรือไม่ กรุณาให้คำตอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณอย่างยิ่ง

    คำแนะนำทนายคลายทุกข์
              ถ้าอุบัติเหตุเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ลูกจ้างฟ้องเป็นคดีละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้ ส่วนค่าเสียหายที่ลูกจ้างสามารถเรียกได้ คือ
    - ค่าหยุดงาน
    - ค่ารักษาพยาบาล ครั้งแรก 45,000 บาท
    - ค่าผ่าตัด 100,000 บาท
    - ค่าทุพลภาพ
    - บุคคลภายนอกกระทำละเมิดต่อลูกจ้าง สามารถฟ้องละเมิดได้
              ส่วนหน้าที่ของนายจ้างต้องติดต่อรับเงินที่สำนักงานประกันสังคมที่สถานประกอบการตั้งอยู่ แต่ถ้านายจ้างไม่ดำเนินการ ลูกจ้างสามารถดำเนินการเองได้
    ก่อนหน้านี้เคยมีลูกจ้างฟ้องนายจ้างต่อศาล ศาลยกฟ้องโดยพิจารณาว่า ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะต้องไปขอรับสิทธิ
    ประโยชน์ทดแทน ตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5, 7, 13, 18

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
    พระราชบัญญัติเงินทดแทนพ.ศ. 2537
    มาตรา 5
    ในพระราชบัญญัตินี้
    “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย
    “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรแต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย
    “ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลา หรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
    “ประสบอันตราย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามคำสั่งของนายจ้าง
    “เจ็บป่วย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน
    “สูญหาย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างทำงานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าลูกจ้างถึงแก่ความตายเพราะประสบเหตุอันตรายที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างนั้น รวมตลอดถึงการที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างเดินทางโดย พาหนะทางบก ทางอากาศ หรือทางน้ำ เพื่อไปทำงานให้นายจ้างซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าพาหนะนั้นได้ประสบเหตุอันตรายและลูกจ้างถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่เกิดเหตุนั้น
    “สูญเสียสมรรถภาพ” หมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายหรือจิตใจภายหลังการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์สิ้นสุดแล้ว
    “เงินทดแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ
    “ค่าทดแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตาม มาตรา ๒๐ สำหรับการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายของลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้
    “ค่ารักษาพยาบาล” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ผลของการประสบอันตรายหรือการเจ็บป่วยบรรเทาหรือหมดสิ้นไป และหมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ หรือวัตถุที่ใช้แทนหรือทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะที่ประสบอันตรายด้วย
    “ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน
    “การฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน” หมายความว่า การจัดให้ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายหรือจิตใจหรือการฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพที่เหมาะสมตามสภาพของร่างกาย
    “ค่าทำศพ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพของลูกจ้างตามประเพณีทางศาสนาของลูกจ้างหรือตามประเพณีแห่งท้องถิ่น ในกรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายเนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหาย
    “เงินสมทบ” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเพื่อใช้เป็นเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง
    “กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินทดแทน
    “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด แล้วแต่กรณี
    “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน
    “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนเงินทดแทน
    “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
    “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

    มาตรา 7 การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น

    มาตรา 13 เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีตามความเหมาะสมแก่อันตรายหรือความเจ็บป่วยนั้น และให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
    ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามวรรคหนึ่งโดยไม่ชักช้าเมื่อฝ่ายลูกจ้างแจ้งให้นายจ้างทราบ

    มาตรา 18 เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้
    (1) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานติดต่อกันได้เกินสามวันไม่ว่าลูกจ้างจะสูญเสียอวัยวะตาม (2) ด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี
    (2) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย โดยจ่ายตามประเภทของการสูญเสียอวัยวะและตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบปี
    (3) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพ โดยจ่ายตามประเภทของการทุพพลภาพและตามระยะเวลาที่จะต้องจ่ายตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบห้าปี
    (4) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหายมีกำหนดแปดปี
    การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยซึ่งเป็นเหตุให้สูญเสียอวัยวะของร่างกาย หรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะไปเพียงบางส่วน ในการคิดค่าทดแทน ให้เทียบอัตราส่วนร้อยละจากจำนวนระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะประเภทนั้น ๆ ตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด
    หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือนให้เป็นไปตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด
    ค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองต้องไม่น้อยกว่าค่าทดแทนรายเดือนต่ำสุด และไม่มากกว่าค่าทดแทนรายเดือนสูงสุดตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4   

  • ความคิดเห็นที่ 60

     สอบถามค่ะ พี่ชายทำงานเป็นช่างต้องออกไปซ่อมเครื่องใ้ช้ไฟฟ้าตามบ้านลูกค้า แต่ระหว่างทำงาน

    เกิดอาการปวดหัวมาก แต่ก็ยังทำงานอยู่  แต่โทรมาแจ้งหัวหน้างานว่าไม่ขอเข้ามาตอกบัตรกลับ

    เนื่องจากจะกลับบ้านเลย  แต่ปรากฎว่า เมื่อไปถึงบ้านเกิดอาการอาเจียน  และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    และแพทย์วินิจฉัยว่า เส้นเลือกในสมองแตก  จากเคสดังกล่าว  เบิกเป็นกองทุนเงินทดแทนได้หรือเปล่าค่ะ    รบกวนตอบด้วยค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ แก้วใจ  (61.91.72.110)     4 ก.พ. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 60

    เมื่อพี่ชายซึ่งเป็นลูกจ้างเจ็บป่วยจึงถึงแก่ความตาย ผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. เงินทดแทน 2537 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากนายจ้าง และสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีผู้ประกันตนตายจากกองทุนเงินทดแทนตาม มาตรา 20, 26 แห่ง พ.ร.บ.นั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     24 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 59

    นิ้วกลางขวาขาดแพทย์วินิจฉัยขาด100%เราจะได้รับเท่าไหร่

    โดยคุณ อาทิตย์ วงศ์เสน  (111.84.130.195)     3 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 58

    พี่ครับผมโดนเครื่องจักรทับมือเมื่อ 12/12/2555 นิ้วข้างขวาขาดหมดส่วนข้างซ้ายนิ้วชี้และกลางขาด โรงงานจ่ายค่ารักษาหมด และจ่ายเงินเดือนมาตลอด ตอนนี้หมอสรุปว่าผมไม่สามารถทำงานได้อีก โรงงานจะให้เงินผม 70000บาทแล้วเลิกจ้าง นอกจากเงินที่จะได้รับจากประกันสังคมแล้ว ผมสามารถจะเรียกเงินจากโรงงานได้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ

    โดยคุณ ศุภณัฐ เหลืองอ่อน  (101.109.33.226)     16 ม.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 58

    ท่านมีสิทธิได้รับค่าทดแทนกรณีประสบอันตรายที่ต้องสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพจากนายจ้างตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน 2537 มาตรา 18 และค่าชดเชยเนื่องจากการเลิกจ้างและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     29 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 57

     หลานชายทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งทำงานประมาณปีกว่าแล้ว เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงานต้องผ่าตัดกระจกตาแล้วหมอบอกว่าต้องพักงาน 3 เดือนแล้วแบบนี้เราจะได้เงินเดือนชดเชยไหมค่ะ แล้วถ้าได้ ประมาณเท่าไรค่ะ เพราะว่านายจ้างเค้าไม่ยอมจ่ายเงินเดือนให้

    โดยคุณ นูรีซัน มะนาซีแมง  (49.230.169.46)     2 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 57

     กรณีลูกจ้างประจำทำงานและได้รับบาดเจ็บจากเครื่องมือทำงานตัด เลื่อยโดนนิ้วหัวแม่เท้าเส้นเอ็นขาด เราสามารถยื่นขอค่าทดแทนจากประกันสังคมได้ไหมคะ หรือว่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง หรือทางนายจ้างต้องจ่ายเงินทนแทนให้กับเรา 

    โดยคุณ yayiaya  (119.46.227.6)     2 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 56

     ลูกจ้างได้ประสบอุบัติเหตุในงาน และได้ใช้สิทธิประกันสังคมและเบิกค่าชดเชยเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่หายดี พอไปตรวจอีก ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่สามารถใช้ประกันสังคมได้ เพราะอะไรค่ะ 

    โดยคุณ nattha1993  (110.77.227.20)     15 ธ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 56

    อาจเพราะเหตุที่ผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิประกันสังคมและเบิกค่าชดเชยกรณีการรักษาพยาบาลดังกล่าวแล้ว

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     20 ธ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 55

     ดิฉันเรียนสอบถามแทนเพือน เรื่องอุบัติเหตุจากการทำงานซ่อมรถยนต์ เอ็นนิ้วก้อยข้างซ้ายฉีกขาด เย็บเกือบ20เข็ม ปัจจุบันถอดเฝือกที่นิ้วออก คุณหมอแจ้งว่าไม่สามารถเป็นเหมือนเดิมได้ ไม่สามารถกำมือได้ ทำให้ทุพพลภาพ จึงเรียนสอบถามว่า เราสามารถเรียกร้องค่าสินไหมอะไรจากนายจ้างได้บ้างค่ะ

    โดยคุณ ธัญลักษณ์  (49.230.181.105)     11 ธ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 55

    การที่ลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานนอกจากสิทธิค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นที่ลูกจ้างมีสิทธิเรียกจากนายจ้างแล้ว นายจ้างยังต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างเป็นร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายเดืทอนสำหรับกรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน 2537 มาตรา 13, 18(3)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     18 ธ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 54

    ในกรณีที่มีพนักงานชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุในงานจนสูญเสียอวัยวะไป แต่พนักงานคนที่ประสบอุบัติเหตุนั้มมีสิทธิ์ประกันสังคมและกองทุนทดแทน แต่ทางบริษัทไม่ได้แจ้งสิทธิกองทุนทดแทนที่มีให้สถานพยาบาลที่ไปทำการรักษาทราบ ทางบริษัทจะต้องจ่ายอะไรชดเชยให้พนักงานบ้างและต้องจ่ายค่าทำขวัญให้แก่ตัวพนักงานไหม และจะมีทางใดที่ช่วยพนักงานได้บ้าง

    โดยคุณ พนักงาน  (61.91.225.42)     30 พ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 54

    เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างเดือนตามมาตรา 18 (1),(2) แห่ง พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.2537

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     6 ธ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 53

    กรณีพนักงานเกิดอุบัติเหตุ ในเวลาทำงาน  แล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเกินที่คลาดไว้  นายจ้างต้องรับผิดชอบหมดเลยหรือไม หรือต้องดำเนินการอย่างไร ให้นายจ้างรับผิดชอบในกรณีที่เกิดขึ้น  เพราะเหมือนนายจ้างจะปฏิเสธการรับผิดชอบในครั้งด้วย  ขอบความกรุณาให้คำตอบด้วยนะคะ                  

    เืดือดร้อนมากๆเลย

    โดยคุณ Sasiwimon  (171.100.208.119)     11 พ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 53

    เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีตามความเหมาะสมแก่อันตรายหรือความเจ็บป่วยนั้น และนายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นโดยไม่ชักช้าเมื่อฝ่ายลูกจ้างแจ้งให้ทราบตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.เงินทดแทน 2537

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.28)     18 พ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 52

    กรณีลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน ซึ่งค่ารักษาพยาบาลได้ใช้ในส่วนของกองทุน

    อยากจะถามว่าลูกจ้างหยุดงานตามใบรับรองแพทย์ทางบริษัทฯต้องจ่ายค่าหยุดงานแก่ลูกจ้างหรือไม่

     

    โดยคุณ ดวงเดือน  (110.77.228.23)     20 ก.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 52

    เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานติดต่อกันได้เกิน 3 วันไม่ว่าลูกจ้างจะสูญเสียอวัยวะด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปีตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.เงินทดแทน 2537

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.10)     3 ต.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 51

    ในกรณีที่บริษัทได้จ่ายเงินทดแทนเนื่องจากลูกจ้างสูญหายระหว่างการทำงาน ภายหลัง 120 วัน ลูกจ้างคนดังกล่าวกลับมา แต่ภรรยาของลูกจ้างที่สูญหาย ได้ใช้เงินหมดแล้ว อยากทราบว่าทางบริษัทจะเรียกเงินทดแทนคือได้หรือไม่

    ขอบคุณที่ให้ความรู้ครั้งนี้ค่ะ

    โดยคุณ ลลิดา เนตรดี  (171.97.61.96)     9 ก.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 51

    การที่นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ภรรยาของลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างสูญหายไปเป็นอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายเดือนมีกำหนด 8 ปีนั้น แม้ลูกจ้างนั้นจะได้กลับมาก็เป็นเหตุเพียงแต่การจ่ายค่าทดแทนที่จ่ายให้แก่ภรรยา

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.4)     20 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 50

    ในกรณ๊ที่ลูกจ้างสูญหายเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน ถ้าลูกจ้างกลับมาก่อน 120 วัน อยากทราบว่าจะได้เงินทดแทนหรือไม่ แต่ถ้าได้เงินทดแทนจะถือว่าได้เงินทดแทนได้จากกรณีใด

    โดยคุณ ลลิดา เนตรดี  (171.97.61.96)     9 ก.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 50

    ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนกรณีที่ลูกจ้างสูญหายอีก

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.4)     20 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 49

     สวัสดีค่ะ มีเรื่องรบกวนสอบถามหน่อยค่ะ

    กรณีลูกจ้างแกล้งตกบันไดเพื่อมาเรียกร้องเงินทดแทนจากบริษัท อยากทราบข้อมูลดังต่อไปนี้ค่ะ

    1. บริษัทจ่ายเงินทดแทนให้แล้ว แต่มารู้ทีหลังว่าลูกจ้างคนนั้นแกล้งทำให้เกิดอุบัติเหตุ บริษัทจะสามารถเรียกเงินทดแทนคืนได้หรือไม่

    2. ถ้าลูกจ้างได้รับบาดเจ็บจริง แต่ลูกจ้างโกงค่ารักษาพยาบาล(ประมาณว่าขอปลอมแปลงค่ารักษาพยาบาล) เช่นนี้ลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทนเท่าไหร่

    3. ถ้าลูกจ้างตกบันไดจริงๆ จะได้ค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่ และถ้ามีใบรับรองแพทย์มายืนยัน แต่ใบรับรองแพทย์นั้นเป็นใบรับรองแพทย์จากคลินิคที่ไม่ได้รับอนุญาต ลูกจ้างจะได้เงินทดแทนอยู่หรือไม่

    4. หากลูกจ้างแกล้งตกบันได โดยที่นายจ้างไม่มีหลักฐานว่าลูกจ้างคนนี้โกหก นายจ้างจะต้องจ่ายเงินทดแทนอยู่หรือไม่

     

    ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ 

    โดยคุณ mangpol  (171.4.250.197)     8 ก.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 49

    ถ้าลูกจ้างจงใจให้ตนเองประสบอันตราย ย่อมเข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน2537 มาตรา 22(2) ที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนในการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยทั้งนี้ ข้อสงสัยประการอื่นให้สอบถาม เจ้าหน้าที่ของกองทุนเงินทดแทนโดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     18 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 48

     ทำงานแล้วมีเหล็กขนาดใหญ่หล่นลงมาที่เท้าอาการสาหัดมาก  อย่ากซาบว่านายจ้างจะช่วยอะไรบ่าง

     

    โดยคุณ รักษ์  (110.171.89.145)     27 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 48

    นายจ้างจะต้องจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     4 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 47

    ถ้าพนักงานขับรถป่วยเป็นโรคร้ายไม่สามารถทำงานได้ บริษัท ฯ ปลดออกได้หรือไม่ และบริษัท ฯ ต้องจ่ายเงินอะไรให้แก่ลูกจ้างบ้าง เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ และลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินใดๆ จากบริษัท ฯ หรือประกันสังคมได้หรือไม่ อย่างไร และอะไรบ้าง

    ขอบคุณค่ะ

     

    โดยคุณ วินนี  (58.11.141.252)     21 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 47

    หากการเจ็บป่วยของลูกจ้างดังกล่าวมีผลกระทบกระเทือนต่อการทำงานให้แก่นายจ้าง นายจ้างย่อมสามารถเลิกจ้างได้โดยจำต้องจ่ายค่าชดเชยคำนวณตามระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วตามมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แต่ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานทันที นายจ้างก็ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ลูกจ้างก็มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากกองทุนประกันสังคมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     28 ส.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 46

    นายหนึ่ง  ขัีบรถจักรยานยนต์ของนายสองซึ่งเป็นนายจ้างไปเก็บเงินลูกค้าให้นายจ้าง  และนายจ้างก็อนุญาตให้นายหนึ่งนำรถจักรยานยนต์กลับบ้านตอนเย็นเพื่อวันพรุ่งนี้จะได้ขับรถมาทำงานระหว่างทางที่นายหนึ่งขับรถกลับบ้านได้แวะดื่มสุราจนเมา  แล้วขับรถกลับบ้านในเวลา  19.00  นาทีโดยมีนายสามนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ขับไปชนกับรถนายสี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายสี่ฟ้องร้องค่าเสียหายจากนายหนึ่ง  นายสองและนายสามได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

    โดยคุณ ใหม่  (125.27.6.87)     20 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 46

    การที่นายสองนายจ้างอนุญาตให้นายหนึ่งซึ่งเป็นลูกจ้างนำรถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อนายหนึ่งนำรถไปเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของนายสอง ซึ่งเป็นประโยชน์แก่นายสองเพื่อลูกจ้างจะได้ขับกลับมาทำงานให้แก่นายจ้างในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อนายหนึ่งขับรถกลับบ้าน แม้จะได้แวะดื่มสุราจนเมา ก็ต้องถือว่าอยู่ในกรอบแห่งทางการที่จ้างของนายสอง ไม่ใช่เพียงการให้ยืมไปใช้เป็นการส่วนตัวของนายหนึ่ง นายสองจึงต้องร่วมกับนายหนึ่งรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสีตาม ป.พ.พ.มาตรา 425,420 ส่วนนายสามลำพังเพียงแต่นั่งซ้อนท้ายมากับนายหนึ่ง ไม่ปรากฎว่าการกระทำใดที่เป็นการละเมิดสิทธิต่อนายสี จึงไม่ต้องรับผิดด้วย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     26 ส.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 45

    มีประกันสังคมอยู่แล้วแต่ออกงานจากงานบริษัทหนึ่งไปทำงานที่ใหม่อีกบริษัทหนึ่ง ยังไม่ผ่านการทดลองงาน ทำงานได้ประมาณ 1เดือน แล้วเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานเป็นเวลาหลายวัน และมีการผ่าตัดด้วย นายจ้างได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล พอรักษาพยาบาลเป็นเวลา 1 เดือน นายจ้างให้ออกจากงานแล้วบอกว่าไม่ผ่านการทดลองงาน ประกันสังคม , กองทุนเงินทดแทน และนายจ้างจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ

              ขอบคุณครับ

    โดยคุณ saman knoutpakdee  (124.122.155.237)     7 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 45

    นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังกล่าวไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.24)     14 ส.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 44

    ทำงานมาแล้วประมาณ1ปี ได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานไม่สามารถทำงานได้อย่างน้อย3เดือนหรือจนกว่าแพทย์จะบอกกว่า แต่นายจ้างบอกให้เขียนใบลาออก จะทำยังไงครับ

    โดยคุณ pheera thamwapee  (27.55.6.237)     14 มิ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 44

    ลูกจ้างดังกล่าวสามารถยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อดำเนินการกับนายจ้างตามกฎหมายต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.22)     27 มิ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 43

    ขอถามนะคะ

    กรณีลูกจ้างกระทำการโดยประมาทเอง และทางนายจ้างได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงโดยไม่ชักช้าแล้ว  หากพนักงานต้องการออกจากงานด้วย(เนื่องจากอายุมากแล้ว) ทางนายจ้างจะต้องทำการจ่ายค่าชดเชยอะไรให้อีกหรือไม่คะ

    ขอบคุณมากๆค่ะ

    โดยคุณ เสาวลักษณ์ พุทธนากิจชัย  (125.24.128.175)     11 มิ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 43

    นอกจากนายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนให้แก่ลูกจ้างเนื่องจากประสบอันตรายจากการทำงานตาม พรบ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 แล้ว นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นซึ่งถูกเลิกจ้างนั้นด้วยตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 เว้นแต่ลูกจ้างลาออกเอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     26 มิ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 42

     อยากสอบถามครับ

    เนื่องจากผมจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน และผู้รับเหมาทั้งทำงานเอง และมีการจ้างผู้อื่นมาช่วยงานด้วย

    แต่ผู้ตัวรับเหมาเกิดอุบัติเหตุขณะทำงานทำให้สูญเสียอวัยวะบางส่วน อยากสอบถามว่าผมซึ่งเป็นผู้จ้างต้องรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร

    โดยคุณ อดุลย์  (202.28.118.118)     5 มิ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 42

    สัญญาจ้างต่อเติมบ้าน เป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ใช้สัญญาจ้างแรงงาน ท่านจึงไม่ใช่นายจ้างของผู้รับเหมาไม่มีหน้าที่ตามสัญญาหรือตามกฎหมายที่จะต้องรับผิดต่อการที่ผู้รับเหมาต้องประสบอันตรายแก่ร่างกายนั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.11)     18 มิ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 41

    ในกรณีที่พนักงานซ่อมเครื่องถูกสายพานเครื่องตัดนิ้วขาด 1 ข้อ ขณะเปลี่ยนสายพานแต่ไม่ได้ดับเครื่อง บริษัทต้องจ่ายค่ารักษาพยายาลให้ทั้งหมดหรือไม่ ทางบริษัทจะถือว่าพนักงานคนนั้นประมาทในการทำงานหรือไม่ เพราะไม่ดับเครื่องก่อนเปลี่ยนสายพาน

                       ขอขอบคุณที่ให้ความรู้ในครั้งนี้  ขอบคุณค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ นิลาวรรณ เลี้ยงประเสริฐ  (124.121.171.52)     6 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 41

    การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากการทำาน ถือเป็นกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตราย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีตามความเหมาะสมแก่อันตรายนั้น และให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและโดยไม่ชักช้าเมื่อฝ่ายลูกจ้างแจ้งให้นายจ้างทราบ ไม่ว่าการประสบอันตรายจะเกิดแต่ความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างหรือไม่ก็ตาม

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.8)     18 เม.ย. 2556

  •  1  2  3  4   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด