X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

การร้องเรียนตำรวจ/การดำเนินคดีวินัย/พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

  • ความแตกต่างระหว่างโทษทางวินัยและโทษทางอาญาของตำรวจ


    แตกต่างในด้านวัตถุประสงค์
              โดยกฎหมายอาญามีวัตถุประสงค์ในการปราบปรามผู้กระทำผิดให้กลับเนื้อกลับตัว แต่โทษทางวินัยมีวัตถุประสงค์กำจัดผู้กระทำผิดออกไปจากองค์กร และมุ่งรักษาเกียรติศักดิ์ของข้าราชการโดยรวมโดยการลงโทษต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของผู้นั้น
    แตกต่างในด้านลักษณะ
              โทษทางวินัยเป็นโทษในทางปกครองมีผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ดำเนินการ แต่โทษทางอาญาเป็นการลงโทษในนามของแผ่นดินและสังคมเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อยและระเบียบของสังคมทั่วไปโดยใช้กระบวนการยุติธรรม
    แตกต่างในด้านสถานโทษ
    โทษทางอาญามุ่งกระทำต่อเนื้อตัวเสรีภาพหรือชีวิตของผู้กระทำผิดหรือทรัพย์สินของผู้กระทำผิด 
    การสืบสวนข้อเท็จจริง
              -กรณีที่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริง
              -ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชากระทำผิดวินัย
    มีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชากระทำผิดวินัย 
              -ส่วนราชการอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชากระทำผิดวินัยหรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย
              -มีบัตรสนเท่ห์กล่าวโทษว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย 
              -กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนใด ๆ ว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชากระทำผิดวินัย
              -เหตุอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชาหรือจเรตำรวจเห็นสมควรสืบสวน
    การสอบสวนทางวินัย
    ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัย
             -นายกรัฐมนตรี 
             -ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
             -ผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่า
             -ผู้บังคับการหรือตำแหน่งเทียบเท่า
             -ผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.
    วิธีการสอบสวน
             -คุณสมบัติของคณะกรรมการสอบสวน 
             -กำหนดระยะเวลาในการสอบสวน 
            -ระยะเวลาในการพิจารณาสั่งการสำนวนการสอบสวน
            -การรายงานการดำเนินการทางวินัย
    การดำเนินการกรณีหย่อนความสามารถ
             -บกพร่องในหน้าที่ราชการ
             -ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ 
             -มีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
            -ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ ผกก.ขึ้นไปเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบสวน 
     การสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
             -เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย
             -เมื่อมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน
             -ต้องหาคดีอาญา 
             -ถูกฟ้องคดีอาญา เว้นคดีที่กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ 
     เงื่อนไขการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
            -เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือ 
           -เกี่ยวกับความประพฤติหรือมีพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และอัยการไม่รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และถ้าคงอยู่ในหน้าที่อาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ 
             -หากอยู่ในหน้าที่จะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
             -อยู่ระหว่างถูกควบคุมหรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญาหรือต้องจำคุกโดยคำพิพากษาและถูกควบคุม ขัง หรือจำคุกติดต่อกันเกิน 15 วันแล้ว 
            -ถูกตั้งกรรมการสอบสวนและต่อมามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดหรือถูกตั้งกรรมการสอบสวนหลังจากมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดและประจักษ์ชัดแล้วว่าความผิดอาญานั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 
     อำนาจการลงโทษ อัตราโทษและการลงโทษ
            -การลงโทษทางวินัยให้เป็นไปตามตารางที่กำหนดใน กฎ ก.ตร.
            -ลงโทษเกินกว่าตารางที่ กฎ ก.ตร.กำหนดไม่ได้ แต่ลงโทษต่ำกว่าได้ 
            -การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงไม่เป็นเหตุทุเลาการลงโทษ
            -กักยามให้ใช้ระดับ ผกก.ลงมา
            -กักขังให้ระดับ รอง สว.ลงมา 
            -การกักขังให้นำตัวไปรับโทษที่สถานีหรือหน่วยอื่นที่ผู้ถูกลงโทษมิได้ประจำอยู่
            -ตร.หญิงห้ามมิให้กักขังรวมกับ ตร.ชายและห้ามกักขังรวมกับผู้ต้องหา
            -ต้องเป็นผู้อยู่ใต้การปกครอง ไม่ว่าโดยตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง การไปช่วยราชการ การเข้ารับการอบรม หรืออื่น ๆ ทำนองเดียวกัน
           -รองหรือผู้ช่วยที่ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วย มีอำนาจลงโทษได้ตามอำนาจของหัวหน้าหน่วยที่เหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง
    การออกคำสั่งลงโทษ
             -สั่งลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง ห้ามสั่งลงโทษย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง เว้นแต่ 
             -การสั่งลงโทษภาคทัณฑ์หรือตัดเงินเดือนผู้ถูกสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้สั่งลงโทษย้อนหลังไปถึงวันพักราชการหรือวันสั่งให้ออกจากราชการ
             -การสั่งลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง จะสั่งให้ออกตั้งแต่วันใด ให้เป็นไปตามที่ระเบียบ ก.ตร.กำหนด
    วันออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ
               -การสั่งให้ออกตามมาตรา 60 มาตรา 98 มาตรา 100 มาตรา 101 มาตรา 102 มาตรา 103 ห้ามสั่งย้อนหลัง เว้นแต่ 
              -ตามมาตรา 103 ให้สั่งตั้งแต่วันต้องรับโทษ
              -สั่งปลดหรือไล่ออกไปแล้ว ถ้าต้องสั่งใหม่หรือเปลี่ยนแปลงเป็นให้ออกจากราชการให้สั่งย้อนไปถึงวันที่ควรต้องออกตามกรณีนั้น
    กรณีมีเหตุสมควร 
             -การสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกห้ามสั่งย้อนหลัง เว้นแต่
             -มีคำสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออก   ตั้งแต่วันพักราชการหรือวันสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วแต่กรณี 
             -กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการเกินกว่าสิบห้าวันและไม่กลับมาอีกให้สั่งตั้งแต่วันละทิ้ง
             -กรณีสั่งให้ออกตามมาตรา 60,98,100,101,102,103 ไปแล้วถ้าต้องสั่งใหม่หรือเปลี่ยนแปลงเป็นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการให้สั่งย้อนไปถึงวันที่ควรต้องปลดหรือไล่ออกตามกรณีนั้นในขณะที่ออกคำสั่งเดิม 
              -กรณีกระทำผิดอาญาจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ให้สั่งตั้งแต่วันต้องรับโทษจำคุกหรือวันถูกคุมขังติดต่อกันจนถึงวันต้องคำพิพากษาถึงที่สุด
              -กรณีถูกสั่งปลดออกหรือไล่ออกหรือถูกสั่งให้ออกกรณีอื่นหรือลาออกไปแล้ว ให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันออกจากราชการนั้น แต่ห้ามย้อนไปถึงวันก่อนเกิดเหตุในกรณีนั้น 
              -กรณีถูกสั่งให้พ้นจากหน้าที่ราชการตาม กม.บำเหน็จบำนาญไปแล้ว ให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นอายุครบ 60 ปี
    มีเหตุอันควรต้องย้อนหลัง
             -ต้องไม่เป็นการกระทำให้เสียประโยชน์ตามสิทธิโดยชอบธรรมของผู้ถูกสั่งให้ออกหรือผู้ถูกสั่งลงโทษแล้วแต่กรณี 
             -การสั่งให้ออกกรณีปฏิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
             -เพื่อรับบำนาญเหตุทดแทน โดยให้พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก
             -ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. 
             -ผลประเมินต่ำกว่ามาตรฐานและไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนติดต่อกัน 2 ครั้งในรอบปีงบประมาณ
            -ให้โอกาสพัฒนาปรับปรุงตนเองใน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6  เดือน และรับการประเมิน 2 ครั้ง  หากยังต่ำอีกให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา 72 สั่งให้ออกจากราชการทันที
    การอุทธรณ์ 
             -ถูกสั่งลงโทษหรือให้ออกมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หากตายก่อนทายาทอุทธรณ์แทนได้ภายใน 30 วัน
             -พิจารณาให้เสร็จและแจ้งผู้อุทธรณ์ภายใน 240 วัน ขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ๆ ละ 60 วัน 
            -โทษไม่ร้ายแรง ให้อุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาของผู้สั่งลงโทษหรือ ก.ตร.
    โทษร้ายแรง ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.และสามารถขอแถลงต่อวาจาประกอบได้หาก ก.ตร.อนุญาต ต้องทำเป็นหนังสือ มีสิทธิขอตรวจหรือคัดรายงานการสืบสวนสอบสวน ส่วนถ้อยคำบุคคล พยานหลักฐานหรือเอกสารเกี่ยวข้องอื่นอยู่ในดุลพินิจ
            -มีสิทธิคัดค้านผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ถ้า รู้เห็น,มีส่วนได้เสีย,มีเหตุโกรธเคือง,เป็นผู้กล่าวหา คู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือมารดากับผู้กล่าวหา เหตุอื่นที่อาจเสียความเป็นธรรม
            -อุทธรณ์ที่จะรับไว้พิจารณาได้ต้องยื่นหรือส่งภายในกำหนดเวลา
    การร้องทุกข์ 
              -ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย
              -ร้องทุกข์ได้ภายใน 30 วัน
             -ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือผู้บังคับบัญชาที่ทำให้เกิดทุกข์ 
             -พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ๆ ละ 30 วัน
             -ทีสิทธิ์คัดค้านผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณา มีส่วนได้เสียเป็นผู้ทำให้เกิดเหตุร้องทุกข์ มีเหตุโกรธเคือง เป็นคู่สมรสฯ
    วิธีการร้องทุกข์ 
               -ทำเป็นหนังสือยื่นที่ส่วนราชการของผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งเหนือผู้บังคับบัญชาที่เป็นเหตุร้องทุกข์
              -ร้องทุกข์ต่อ ก.ตร.ทำหนังสือยื่นต่อ สง.กตร. 
             -ยื่นหรือส่งผ่านผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุร้องทุกข์ก็ได้ 
             -ร้องทุกข์ทางไปรษณีย์ได้ วันที่ไปรษณีย์ออกใบรับฝากถือเป็นวันร้องทุกข์
    ยื่นหรือส่งเอกสารร้องทุกข์เพิ่มเติมได้

    ระดับการลงโทษ 
             -ตามตารางแนบท้ายหนังสือ ตร.ลง 6 มิ.ย.38
             -มาตรฐานการลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงของ ก.ตร.ซึ่งออกโดยมติ ก.ตร.ครั้งที่ 8/2548 ลง 15 มิ.ย.48
    ยาเสพติด
             เสพ ตรวจปัสสาวะพบ มีไว้ในความครอบครอง มีไว้จำหน่าย หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
    ระดับโทษ ปลดออกหรือไล่ออก
    ตู้แดง 
              ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีเรียกเก็บเงินจุดตรวจตู้แดงเป็นรายเดือน เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตนเองหาผลประโยชน์ ระดับโทษลงโทษไล่ออก ตามหนังสือ ก.ตร.ลง 10 มี.ค.48

    การจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์
              หนังสือ ตร.ลง 23 ม.ค.49 กำชับกรณีการจับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ห้ามตำรวจที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปทำการจับกุม การตกลงเจรจายอมความแล้วปล่อยผู้ต้องหาโดยไม่ส่งมอบพนักงานสอบสวนถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง

    ละทิ้งหน้าที่ราชการ 
              มติ ก.ตร.ครั้งที่ 9/2540 ลง 24 ก.ค.40 การละทิ้งหน้าที่ราชการหลายครั้งในเวลาใกล้เคียงกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร แม้แต่ละครั้งจะเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน ผู้บังคับบัญชาควรพิจารณาในความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง 
     ความผิดเกี่ยวกับสุรา
             -เสพสุราขณะปฏิบัติหน้าที่
             -เมาสุราเสียราชการ 
             -เมาสุราในที่ชุมนุมชนเกิดเรื่องเสียหายหรือเสียเกียรติศักดิ์
             -เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ระดับโทษไล่ออกหรือปลดออก 
    ความผิดเกี่ยวกับป่าไม้
             -คุ้มครองผู้ทำไม้ผิดกฎหมาย 
             -ขนไม้ผิดกฎหมาย
             -มีไม้ผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง 
             -ทำไม้หรือค้าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสนับสนุนช่วยเหลือ 
             -บุกรุกแผ้วถางป่าผิดกฎหมาย
             -เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ระดับโทษไล่ออกหรือปลดออก 
    ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
              -ยิงปืนด้วยความคึกคะนอง 
             -ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน ที่ชุมชนโดยใช่เหตุ
             -มีอาวุธปืนหรือระเบิดผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง
            -นำอาวุธปืนของทางราชการไปจำนำหรือขาย 
           -เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ระดับโทษปลดออกหรือไล่ออก
     

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www2.bpp.go.th/bpp_st4/BPPNITIK/index/complain/police%20law/traning%20discipline/traning18.pptในรูปแบบ html

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4  5  6 .. 8   

  • ความคิดเห็นที่ 100

    น้องชายโดนคนร้ายขว้างระเบิดใส่แล้วสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้วแล้วม่การขึ้นศาลครั้งแรกตัดสินประหารและลดโทษมาจำคุก ทางเขาก็ขออุทรขึ้นมาอีกจนตอนนี้เขากลับไม่ได้รับโทษอะไรเลย ค่าเสียหายก็ไม่ได้รับและเขามี สจ.เป็นผู้ประกันตัวให้เพราะอะไรเขาถึงไม่ได้รับโทษอะไรเลย เพราะเงินเหรอ อยากให้ตรวจสอบศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วยเพราะมีคสามไม่โปร่งใสอย่างมาก คนจนได้รับความเดือดร้อนแต่คนที่ทำผิดกลับลอยนวลได้อย่างไรไม่มีความยุติธรรมเลย ขอร้องช่วยคนจนด้วยถ้ายังมีตำรวจที่ดี แม่ต้องนอนเฝ้าน้องเป็นเดือนรัฐบาลสามารถช่วยอะไรได้บ้างตอบด้วยนะคะขอความกรูณา

    โดยคุณ อธิติยา   (125.25.57.195)     8 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 99

    เปิดโต๊ะบอลเป็นดงแล้วค่ะนิรันดร์โครงการ5 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.ไม่เห็นมีใครสนใจเลย

    โดยคุณ ผู้หวังดี  (119.46.68.229)     31 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 98

    ตำรวจ สภ. นครชัยศรี ได้ให้ของขวัญประชาชนโดย เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2555 เวลาประมาณ 19.00 - 20.00 น. มีตั้งด่านตรวจ บริเวณ สี่แยก ตลาดท่านา โดยมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ควบคุม และตั้งโต๊ะเปลียบเทียบปรับตามระเบียบทุกกรณี ซึ่งตามกฏหมายแล้วไม่มีฃ่วงเวลาในการละเว้นการทำผิดกฏหมายหรือวินั้นจราจรนั้นพอทราบอยู่ แต่พื้นที่ดังกว่าวไม่เคยมีการตรวจจับในเวลาดังกล่าวมาก่อน และไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นั้นก็ไม่ใช่เหตุประเด็นสำคัญ ถ้ากระทำโดยเสมอภาค เพราะดำเนินการตามกฏหมาย
    แต่ประเด็นอยู่ที่ มีการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านในจุดดังกล่าว ดำเนินการจับบุคคลทั่วไปที่ไม่สวมหมวกกันน็อคตามกฏหมาย (ซึ่งโดยปกติไม่เคยปฏิบัติมาก่อน โดยเฉพาะในเวลาหัวค่ำถึงยามวิกาล ขนาดรถติด ดำเนินการเพียงการกั้นห้ามไม่ให้รถวิ่งทางตรงโดยการบังคับเลี้ยวซ้ายแล้วให้ไปติดบริเวณยูเทรินแทนซึ่งไม่ได้อยู่หน้าป้อมของตน เต็มที่ก็มีมายืนโบกให้รถเลี้ยวซ้ายตามกรวยบังคับ) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จากการตรวจจับถ้าเป็นผู้หญิง...หรือคนรู้จัก จะไม่ดำเนินการจับคุม หรือจับแล้วปล่อย ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเลือกปฏิบัติของเจ้าพนักงานใช่หรือไม่ครับ
     

    โดยคุณ ประชาชน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม  (125.27.144.134)     30 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 97

     ตรวจสอบด้วยนะครับ

    ตำรวจสถานีหัวหมากขาย หวยใต้ดิน สอบถามบอกว่านายตำรวจใหญ่เอาให้ขาย

    สังคมมันเป็นแบบนี้ ประชาชนจะเชื่อใจใครได้ครับ

    โดยคุณ คนดี  (124.120.42.207)     29 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 96

     ตำรวจสายตรวจชื่อเล่นม้งชอบไถตังประชาชนเจอต่างด้าวไถทีละ3000บาทต่อคนและชอบทำร้ายร่างกายคนต่างด้าวเห็นเด็กเข็นรถในตลาดมหานาคก็เรียกไปค้นตัวแล้วทำทีจะจับเด็กเข็นรถกลัวไอม้งก็พาซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจไปทิ้งไว้วัดญวนแล้วไถตัง3000บาททำอย่างนี้ทุกวันเดือนนึงมีรายได้จากการไถตังต่างด้าวเดือนละเป็นแสนทำไมตำรวจไทยถึงเป็นอย่างนี้ขอให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่จัดการกับไอม้งด้วยสงสารคนที่เขาทำมาหากินด้วยเอาเครื่องแบบตำรวจไถตัง

    โดยคุณ สน.นางเลิ้ง  (101.108.12.21)     26 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 95

     วันที่17ธันวาคม2555เวลา01.00นผมขี่รถมาโดยไม่สวมหมวกกันน็อกผมถูกอาสาสมัครแต่งตัวเหมือนตำรวจตะเวนชายแดนเรียกตรวจผมเลยจอดให้ตรวจเค้าขอดูใบขับขี่ผมเลยให้ไปผมก็นึกว่าไม่มีอะไรแต่เค้ากับวอเรียกตำรวจมาเขียนใบสั่งผมยอมรับผิดในข้อนี้แต่เรื่องที่ผมข้องใจคือมีมอไซร์อีกค้นวิ่งตามหลังผมมาทั้งสองคนนั้นไม่สวมหมวกแถมเป็นรถแต่งสองคนนั้นยกมือไหว้แต่ไม่มีตำรวจคนไหนเรียกซักคนผมจะโทรไปร้องเรียนที่ ส.นก็ตัดสาย

    ผมอยากจะให้ส่งตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาดูแลหน่อยครับเพราะผมเห็นตั้งแทบทุกวันด่านตรวจยาไม่ว่าแต่ตั้งด่านเก็บตั้งตอนมืดมันไม่ใช่และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นผมทำผิดเลยไม่ร้องเรียนแต่ครั้งนี้เห็นเต็มตาเค้าทิ้งเบอร์ไว้ในใบสั่งครับ
                            สน.ยานนาวา
                   2367083
                   2367084
    ดต.พร    เจียงธนา รหัส0660
    เป็นชื่อที่เขียนมาในใบสั่ง
     
    ด่านจะตั้งตรงฝั่งทางขึ้นและทางลงสะพานตากสินมหาราชเลยครับ

    โดยคุณ pure  (115.87.158.154)     18 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 94

     คุณพ่อขับมอเตอร์ไซทางตรงค่ะ มีรถเก๋งวีออสเลี้ยวตัดหน้าเข้าบ้านทางขวา ทำให้คุณพ่อเบรครถ ทำให้เสียหลักล้มลงได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าสาหัส กล้องวงจรจับภาพไว้ได้แต่ทะเบียนรถเลขตัวสุดท้ายไม่ชัด แต่พยายานบุคคลคือเจ้าของบ้านที่รถคันที่จะเลี้ยว แต่พอเกิดอุบัติเหตุรถยนต์คันดังกล่าวได้ถอยแล้วขับไปจอดด้านหน้าซึ่งกล้องก็จับภาพไว้ได้ กรณีนี้เราจะไปแจ้งความได้หรอไม่ แล้วหน้าที่เชิญพยานมาเป็นหน้าที่ของเราหรือไม่

    โดยคุณ พัช  (223.206.242.202)     14 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 93

     จากหนังสือพิมพ์เดลินิว ฉบับวันที่ 8 ธค. 55
    เมื่อเวลา 00.35 น. วันนี้ (8 ธ.ค.) ร.ต.ต.วิษณุ รักดี ร้อยเวร สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสายบ้านยาง-โคกหม้อ หมู่ 8 ต.หนองกบ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เชน พันธ์เพียร สว.สส.ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือด ส่วนผู้ถูกกระสุนปืนทราบชื่อต่อมาคือนายเกรียงศักดิ์ จันทร์บาง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 4 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม ถูกเพื่อนนำส่ง รพ.บ้านโป่ง ไปก่อนหน้าและได้เสียชีวิตต่อมา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองที่ด้านหลังและแขนซ้าย 6 รู 

    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาหาเพื่อนที่บ้านยางใต้ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และเกิดมองหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นจนเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ชาวบ้านได้ห้ามทัพไว้เสียก่อนจากนั้นจึงแยกย้ายกันไป กระทั่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับเพื่อนรวม 4 คน ได้ขี่รถจยย.มาที่เกิดเหตุ เจอกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นคู่อรินั่งเล่นอยู่ข้างทาง ผู้ตายเลยชักปืนยิงใส่ 1 นัดแต่ไม่โดน จากนั้น 1 ในโจ๋เจ้าถิ่นได้ใช้ปืนลูกซองยิงสวนไปเช่นกัน 1 นัด กระสุนเข้ากลางหลังผู้ตายจนร่วงตกจากรถเสียชีวิตดังกล่า

    ว ซึ่งจะติดตามจับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นมาดำเนินคดีต่อไป.

    ข่าวนี้ไม่เปนความจริง 
    โดนยิงด้านข้างกระสุนโดนหัวใจฉีกขาด กระสุนโดนทั้งหมด 9 เม็ด เปนกระสุนลูกปราย บริเวณปากแผลเปนรอยไหม้ เนื่องจากโดนยิงในระยะประชิด ตายในที่เกิดเหตุ แต่เพื่อนที่พานายเกรียงศักดิ์ไปตายได้นำส่งรพ. และเรื่องราวทั้งหมดมาจากเพื่อทั้ง 3คนของนายเกรียงศักดิ์ ที่ไปด้วยกันในคืนวันเกิดเหตุ นายเกรียงศักดิ์ไม่อาวุธใดๆไปเลย และบอกทางบ้านว่าจะออกมากินก๋วยเตียวหน้าวัดบ้านยาง แต่ยังไม่ทันถึงวัดเลย ก็เกิดเหตุก่อน โดยกลุ่มวัียรุ่นประมาณ10กว่าคนปิดล้อมเส้นทางโดยรอบ ไม่มีทางหนี 

    ถ้าเปนตามข่าวข้างต้นทำไมเพื่อนทั้ง 3คนที่ไปพร้อมผู้ตายไม่เปนอะไรเลยล่ะ ช่วยกันตรวจสอบด้วยน่ะค่ะ คนมีอำนาจดำเนิดการในทางที่ผิด ใช้กม.ในทางที่ผิดแบบนี้ควรจะทำไงดีค่ะ

    โดยคุณ kkaatt  (125.27.168.136)     11 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 92

    เรื่องตำรวจทำข้ามขั้นตอนข่าวแจ้งว่า

     ตะครุบโชเฟอร์แท็กซี่โจรฉกกระเป๋านักข่าวดัตช์ ตำรวจท่องเที่ยวตามคืนทันควัน แจงถ้าไม่ได้คืนตายแน่ เพราะข้างในมียาเฉพาะ ด้านเจ้าตัวยังปากแข็งบอกไม่ได้ตั้งใจ

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.) พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. พ.ต.อ.ชาคร ศรีวัฒนประยูร ผกก.1 บก.ทท. พ.ต.ท.จตุรวิทย์ คชน่วม สว.ส.ทท.กก.1 บก.ทท. แถลงข่าวจับกุมนายดนุพัฒน์ เลิศรุ่งเรืองการ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 316/91 หมู่ 2 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ พร้อมของกลางรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทศ-1205 กรุงเทพหมานคร ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ จำกัด คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง กล้องดิจิตอล 2 ตัว กล้องวีดิโอ 1 ตัว ยารักษาโรคหัวใจ กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และเอกสารสำคัญจำนวนมาก

    พล.ต.ต.รอย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.30 น.ที่ผ่านมา นายคีส ฟาน เดอ สตีน อายุ 61 ปี นักท่องเที่ยวชาวฮอลแลนด์ และผู้สื่อข่าวพิเศษของสำนักข่าวเทเลกราฟ ได้เรียกรถแท็กซี่ของนายดนุพัฒน์ จากโรงแรมโนโวเทล สีลม ให้ไปส่งที่สนามบินดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางต่อไปยังประเทศพม่า โดยเมื่อไปถึงสนามบิน นายดนุพัฒน์ ได้รับเงินค่าโดยสารแล้วเปิดกระโปรงหลังรถหยิบกระเป๋าเดินทางส่งให้ผู้เสียหายเพียง 1 ใบ แล้วรีบขับรถออกไปทันทีโดยที่ไม่ได้หยิบกระเป๋าเดินทางอีก 1 ใบที่อยู่เบาะหลังรถส่งให้ไปด้วย

    ผบก.ทท. กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวที่สนามบินดอนเมืองทันที เนื่องจากภายในกระเป๋านั้นมียารักษาโรคหัวใจที่ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ด้วย และหากผู้เสียหายไม่ได้กินยาดังกล่าวภายในเวลา 17.00 น.วันนี้ ก็อาจจะเสียชีวิตได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบทำการสืบสวนจนพบว่า รถแท็กซี่คันที่รับผู้เสียหายไปส่งที่สนามบินนั้น มีนายดนุพัฒน์เป็นผู้ขับขี่ และมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่ย่านวัดหลักสี่ จึงนำกำลังเข้าไปตรวจค้นที่บ้านพักหลังดังกล่าว ก็พบนายดนุพัฒน์ เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเพื่อเตรียมตัวหลับพักผ่อน โดยมีกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายวางอยู่ในบ้านด้วย จึงยึดไว้เป็นของกลางก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ

    "จากการสอบสวนนายดนุพัฒน์ ยังให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยทรัพย์สินของผู้เสียหาย แต่หลังจากไปส่งผู้เสียหายที่สนามบินก็ลงไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่กระโปรงหลังส่งให้ผู้เสียหายแล้วรับเงินค่าโดยสาร ก่อนขับรถแท็กซี่ตรงกลับเข้าบ้านเพื่อนอนพักผ่อน โดยไม่ได้สังเกตว่ายังมีกระเป๋าเดินทางอีก 1 วางอยู่เบาะหลังรถ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจาก ช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมตัวนายดนุพัฒน์ในบ้านพักนั้น เจ้าตัวได้นำกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายลงจากรถไปไว้ในบ้าน และเตรียมตัวเข้านอน โดยที่ไม่ได้พยายามจะนำทรัพย์สินไปคืนผู้เสียหายแต่อย่างใด เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ต.รอย กล่าว.

    แต่เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ

     เมื่อวันที่ เสาร์ที่17พฤศจิกายน พ.ศ 2555 เวลา08.36

    ได้มีโทรศัพท์จากตำรวจการท่องเที่ยวโทรมาหานายจรูญ  เลิศรุ่งเรืองการ ( บิดา ) ของนายดนุพัฒน์  เลิศรุ่งเรืองการ ( คนขันแท็กซี่ ) ว่ามีกระเป๋าผู้โดยสารตกหล่นอยู่ที่รถหรือไม่ นายจรูญตอบไปว่าไม่ทราบ เพราะตนได้เปลี่ยนกะขับกะลูกชาย

     ( นายดนุพัฒน์) จึงปลุกนายดนุพัตน์ให้ไปดูที่ลานจอดรถซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 200เมตร พร้อมทั้งถือโทรศัพท์คุยกับตำรวจไปด้วยตลอดทั้งทางจากบ้านไปลานจอด และเมื่อไปถึงลานจอดนายดนุพัฒน์จึงบอกกับตำรวจว่าพบกระเป๋าผู้โดยสารตกหล่นจริง จึงถามทางตำรวจการท่องเที่ยวที่โทรมาในขณะนั้นว่า จะให้ผมนำกระเป๋าไปส่งคืนที่ไหนครับตำรวจท่องเที่ยวที่โทรมาบอกว่าให้เอาไว้ที่บ้าน นายดนุพัฒน์ก็ทำตามคำสั่งของตำรวจจึงนำกระเป๋าจากลานจอดรถมาไว้ที่บ้านและรอตำรวจมารับกระเป๋าของผู้โดยสารที่บ้าน และจึงนำกระเป๋าไป และอีกสักพักตำรวจก็ได้ให้นายดนุพัฒน์ขับรถแท็กซี่ไปที่ สน.การท่องเที่ยว และได้ทำการจับกุมและแถลงข่าว โดยยังไม่ได้ สอบถามพยานผู้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์ว่านายดนุพัฒน์นำกระเป๋าติดรถมาโดยไม่มีเจตนา หรือขโมยกระเป๋ามาไว้ที่บ้านตามข่าวแต่อย่างใด ซึ่งทางนายดนุพัฒน์ ได้ให้การกับตำรวจไปแล้วว่าตน ได้รับผู้โดยสารจากโรงแรมโนโวเทล สีลม เพื่อมาส่งที่สนามบินดอนเมืองจริง แต่พอถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ตนได้ช่วยยกกระเป๋าผู้โดยสารลง และรับเงินจากผู้โดยสารเรียบร้อยแล้วจึงคิดว่าเสร็จแล้ว จึงขับรถออกไปจากสนามบินดอนเมืองเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านมานอนเพราะขับรถมาทั้งคืนแล้ว จึงไม่รู้ว่ามีกระเป๋าตกหล่นอยู่หรือไม่เพราะตนไม่ได้เช็คดูให้ระเอียดรอบคอบจึงทำให้ ผู้โดยสารเดือดร้อน  จึงถูกจับกุมดังกล่าว

     และเมื่อเวลา 18.00น ทางผู้เสียหาย ได้ทำการยอมความเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากญาติของนายดนุพัฒน์ได้มาที่สถานีตำรวจดอนเมืองได้มีการชดให้ค่าเสียหายกันและมีการขอโทษกันในเรื่องเข้าใจผิดโดยมิได้ตั้งใจและไม่มีเจตนาที่จะขโมยกระเป๋าผู้โดยสารอย่างที่ตำรวจการท่องเที่ยวได้ออกแถลงข่าวและจับกุม ทำให้นายดนุพัฒน์และครอบครัวเกิดความเสียหายในทางอาชีพ  ตำรวจรวบรัดตัดตอนโดยไม่สอบสวนหรือให้ ส.น ดอนเมืองจับและไตร่สวนแต่กลับจับเอาเอง   

    โดยคุณ อนัน  (110.171.114.52)     24 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 91

     

    พวกมึงชอบตั้งด่านลอยกันนะอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มีหัวหน้าชุด รตอ.สุทธิโชค กับพวก3-4ตัว จะออกหาแดก ช่วงวันหวยๆๆออกครับ จะตั้งด่านในถนนเส้นรอง เน้น..หากินกับชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาที่ไม่มีทางเลือก จับแล้วเก็บเรียกรับเงินตรงนั้นเลย ไม่เชื่อมาดูได้ และขอฝากสาบแช่งให้พวกมันจงตกนรกฉิบหายทั้งครอบครัวที่รับเงินไปใช้ด้วยทีเถอะ สาธุ สาธุ  จาก.หนุ่ม ดอกไม้7สี..ขอขอบคุณ

    โดยคุณ ดอกไม้7สี  (182.255.13.65)     21 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 90

    ตำรวจตรงป้อมแยกลำสาลีชอบออกมาเรียกรถส่งของตรวจฉี่อยู่บ่อยๆตอนติดไฟแดง เดือดร้อนมาก แล้วก้อด่านหัวหมาก คลองตัน ประเวศ ชอบตั้งด่านก่อนสามทุ่มประจำ วันดีคืนดีตั้งตอนกลางวัน ส.นคลองตันตั้งตอนกลางวันประจำแถวถนนพระราม9

    โดยคุณ แบงค์  (27.55.6.213)     19 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 89

    คืนวันเสาร์ 10 พย 55 กลับจากไปเยี่ยมเพื่อนที่ รพ.ลาดพร้าว โดยขับรถกลับบ้านค่อนข้างดึก (พักแถว ราษฎร์บูรณะ 30) ระหว่างทางเวลาประมาณตี 1 ครึ่ง.  บริเวณก่อนถึงบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ มีตำรวจตั้งด่านจับคนเมาแล้วขับ. (งานนี้ มีนายตำรวจ ยศสารวัตร)  รถโดนตำรวจยืนขวางทาง ไปต่อไม่ได้ พร้อมทั้งโดยซักไซ้ จนไร้มารยาท. พอตำรวจพบว่าเราไม่ได้ดื่มมา เพราะไปเยี่ยมเพื่อนที่ รพ. จริง ๆ.   ก็ยังคงกักรถอยู่ แถมยังส่งต่อให้นายตำรวจลูกน้องคุม.  คุยไปคุยมา ก็มาหาเรื่องถามหลใบขับขี่ (ซึ่ง รีบไปหาเพื่อนที่ รพ จึงไม่ได้นำไปด้วย) สรุปว่า เราขับขี่โดยไม่มีใบขับขี่ ก็โดยขู่ทำนองว่าจะโดนใบสั่ง. ปรากฏว่ายื่นแบ้งค์ร้อยให้ ก็รับแล้วปล่อยรถ. (รู้สึกเหมือนโดนหมาไถเงิน แบบว่า ยังไง ก็จะหาเรื่องไถ)  เมื่อขับรถออกมาจากด่าน มุ่งหน้ากลับบ้าน. จึงมองกระจกหลัง พบว่า เป็นด่านของ สน.บุคโล . มาตั้งด่านบริเวณ หน้าทางเข้า สน.ราษฏร์บูรณะ  จึงเกิดคำถามว่า ทำไมตั้งด่านข้ามเขตอยู่ได้เรื่อยๆ  ทำไมมีการรับเงินสินบน ทั้งๆที่ได้ยินการตะโกนคุยกันว่า มีนายตำรวจยศ สารวัตร ......อีกทั้งเมื่อคราวก่อนไปแจ้งความสมุดบัญชีธนาคารหาย แจ้งที่ สน.บุคโล เพื่อจะไปยื่นขอเล่มใหม่ที่ธนาคาร แต่ สน.บุคโล พูดจาโวยวาย พร้อมจะไม่รับแจ้งความ โดยบอกว่าให้กลับไปแจ้งที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากทำงานข้ามเขต. มันยุ่งยาก.   ...แล้วทำไมตั้งด่านไถเงิน ข้ามเขตได้ล่ะ. หรือว่ารู้เห็นกัน กับ สน.พื้นที่. แล้วแบ่งสินบนกันหรือไง.  ตำรวจไทยก็ไม่ต่างจากโจรหรอก. เป็นโจรในเครื่องแบบ

    โดยคุณ คนโดนไถเงิน  (115.67.6.192)     11 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 88

    ตำรวจอย่างมึงสงสัย พ่อกับแม่มึงขายวัวขายควายเพื่อยัดมึงเข้ามาเรียนตำรวจวะ..

    โดยคุณ tom  (124.122.165.195)     8 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 87

    เค้ามาตรวจตู้เอทีเอ็มในเซเว่นลาดกระบังซอย13/7เเล้วใช้ตู้ไอติมรองเขียนบันทึก(เขียนอยู่พักหนึ่ง)ผมลอกว่าโทษครับพี่รอเปิดตู้หน่อยครับ........มันทุบตู้เเล้วบอกว่าเฮ้ย รอหน่อยซะวะ มึงรู้มัยเค้าทำไรอยู่ มึงรู้มัยกูเป็นใครเเล้วมันก็ถามผมกลับว่ามึงชื่ออะไรเอาบัตรมาดูซิ เรียนที่ไหน ทำงานอะไร ตอบไปเสร็จ มันบอกว่ารอหน่อยไม่ได้หรือไงวะ  พอมันเขียนเสร็จมันก็ทุบตู้อีกทีเเล้วบอกว่า  รู้จักมัยโมโหหิว

    พ่อมึงซิ  บอกดูดีก็ได้กูมาซื้อไอติมนะเว้ย  มึงหิวมึงก็ไปหากินซิวะมาเเสดงอาการเเบบนี้มึงยศเเค่ไหนวะ....(ตอบดีๆเออน้องเเป็บหนึ่งนะพี่เขียนบันทึกอยู่)ตอบเเบบนี้กูจะว่าไรมึงมั้ยสาด เเสดงอาการใหญ่มาจากไหนวะ   สงสัยเป็นตำรวจ สน ลาดกระบัง หรือสน หัวตะเข้นี่เเหละ เวลาที่มาตวรจ 15.30น เซเว่นลาดกระบัง ซอย13/7 นอกเครื่องเเบบใส่เสื้อสีส้ม เกงยีนส์

    โดยคุณ tom  (115.87.75.63)     8 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 86

    ตำรวจนอกเครื่องเเบบเเสดงอำนาจเกินควร พูดจาไม่สุภาพ บอกว่ารู้จักมัยโมโหหิว เเล้วไงมึงหิวก็ไปหาไรกินซิวะ สาด   ลาดกระบัง ซอย13/7

    โดยคุณ tom  (124.122.165.195)     8 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 85

    ช้าราชการตำรวจ( ยศ ส.ต.ต อักสร  จ )ประจำอยู่ ส.ภ.ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มีความประฤติไม่ดีชอบดื่มสุราแล้วกล่าวข่มขู่ว่าจะยิงเป็นข่มขู่ประชาชนมีความประพฤติเช่นนี้อยู่เป็นนิสัยประจำตัวเป็นที่เสื่อมเสียของข้าราชการตำรวจถ้าเป็นไปได้อยากให้ย้ายไปอยู่  สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คิดว่าดีนะจะได้ไปอดสุราได้ ลูกใครเขาตำรวจนายนี้ก้อชอบทำตัวเจ้าชู้จนชาวบ้านกล่าวขานกัน เป็นที่รู้กัน   จึงใคร่ขอให้ผู้บังคับบัณชาตรวจสอบด้วยครับ   เรียนมาด้วยความเครพอย่างสูง ส.ท เอกพล  งามเลศ

    โดยคุณ ส.ท เอกพล งามเลศ  (110.49.243.108)     5 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 84

    ตำรวขู่ฆ่าประชาชนมีความผิดอย่างไรคับ

     

    โดยคุณ   (110.49.243.108)     5 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 83

     ดิฉันอยากให้ไปจับข้าราชการ ที่ใช้เบอร์ 0854454859  0819883231 เอาของกับเงินเขาไปดิฉัรทวงมา 11 เดือนไม่คืนคะแต่ทำงานราชการทั้งคู่ อยู่หมู่บ้านกิติชัย5

    โดยคุณ ชนิดาภา รู้ตระกูล  (101.108.176.32)     1 พ.ย. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 82

    ตำรวจ สน.สำเหร่ จับแรงงานต่างด้าว ที่บ้านเลขที่ ึ789/11-13 ซอยตากสิน 21 เข้าเมืองผิดกฎหมายแล้วปล่อยผิดไหมแล้วเราจะเอาผิดยังไงครับ

    โดยคุณ วิพาพร กาลมาสม  (171.99.73.215)     23 ต.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 81

    ออที่อยู่นะ อยู่ขอนแก่นน้ำพอง เด้อหำแหล่

    โดยคุณ บักดากดำ  (1.2.159.33)     22 ต.ค. 2555

  •  1  2  3  4  5  6 .. 8   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด