X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค/คดี สคบ./คดีผิดสัญญาซื้อขาย เรียกทรัพย์คืน

  • ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค/คดี สคบ./คดีผิดสัญญาซื้อขาย เรียกทรัพย์คืน

                                                                                ศาลแขวงพระนครเหนือ

    นาง พ.ที่ 1 ,นาง บ.ที่ 2, นาง น. ที่ 3     โจทก์
    บริษัท บ.       จำเลย

    เรื่อง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522, ผิดสัญญาเช่า
    จำนวนทุนทรัพย์ -  บาท

              ข้อ 1. จำเลยมีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัท  จำกัด  มีนาย ส. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อ  และประทับตราสำคัญของจำเลย  กระทำการแทนและผูกพันจำเลย  ดำเนินธุรกิจให้เช่าพื้นที่เพื่อทำการค้า รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร  เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1
              ข้อ 2.  จำเลยได้จัดทำพื้นที่สำหรับเป็นแหล่งช็อปปิ้ง  ใช้ชื่อโครงการว่า ...  บนที่ดินโฉนดเลขที่ ...  และแบ่งพื้นที่เป็นห้อง  หรือเป็นล็อค  เปิดให้พ่อค้าแม่ค้า ได้เช่าพื้นที่ขายสินค้า(ประเภทสินค้าและเครื่องประดับ)  แก่ประชาชนทั่วไป  โดยโฆษณาประชาสัมพันธ์  ให้คำมั่นสัญญาต่าง ๆ  ในลักษณะหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อโจทก์ทั้งสาม  และผู้เช่ารายอื่น เช่น
              2.1 จะจัดให้มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการมากกว่า 120  คัน
              2.2 จะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่าง ๆ  เช่น  รายการตามสถานีวิทยุ
    ต่าง ๆ กว่า 50 สถานี ,ป้ายริมทางและรถโฆษณา
             2.3 จะจัดให้มีป้ายรถประจำทาง  ตู้เอทีเอ็ม  รวมทั้งจัดพื้นที่ให้มีสภาพแวดล้อม
    เหมือนกับสวนลุมไนท์บาซ่าร์
             2.4  จะจัดพิธีเปิดโครงการ  และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
             2.5  จะตกแต่งสถานที่สวยงาม  และอำนวยความสะดวกให้เจ้าของร้านค้าและประชาชน เช่น  ปูพื้นบริเวณพื้นที่ขายสินค้า  รวมทั้งมีพัดลมเพดาน  ที่บังแดด  จัดเก็บขยะ
             2.6  จะจัดให้มีคอนเสิร์ตการแสดงของวงดนตรีต่าง ๆ 
             2.7  หากผู้เช่าพื้นที่ทำสัญญาแล้ว  ต้องการคืนพื้นที่  ทางจำเลยยินดีคืนเงินให้
              นอกจากนั้นยังหลอกลวงว่าตลาดนัดบริเวณรอบห้างฯ  ...ได้ปิดกิจการแล้ว  และจะไม่เปิดให้บริการอีก  แต่ในความเป็นจริง  จำเลยรู้อยู่แล้วว่าตลาดนัดรอบห้าง...จะต้องเปิดให้บริการอีก  รายละเอียดจะเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดี
              ข้อ 3.  โจทก์ทั้งสามหลงเชื่อจึงเข้าจองพื้นที่และทำสัญญาเช่าพื้นที่กับโจทก์  ดังต่อไปนี้
               โจทก์ที่ 1  ทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551  ห้องหมายเลข...
               โจทก์ที่ 2  ทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่  24  กรกฎาคม 2551  ห้องหมายเลข...
               โจทก์ที่ 3  ทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 26  กรกฎาคม 2551  ห้องหมายเลข...
              โดยสัญญามีระยะเวลาการเช่า 3 ปี  นับตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 25512  จนถึงวันที่ 14  ตุลาคม  2554  เหมือนกันทุกฉบับ  โดยจำเลยเก็บเงินกินเปล่าห้องละ 85,000  บาท  รายละเอียดการเช่าปรากฎตามสำเนาสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2-5  และสำเนาใบเสร็จรับเงินเอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 6-9
              ข้อ 4. เมื่อโจทก์ทั้งสามได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับจำเลย  และรับมอบพื้นที่จากจำเลยเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2551  จำเลยเปิดให้ขายสินค้าได้ในวันที่ 30 ตุลาคม 2551  จำเลยไม่เคยปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ประชาสัมพันธ์หรือให้คำมั่นไว้ตามข้อ 2  และการส่งมอบสถานที่ให้โจทก์ได้ครอบครองก็อยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย  กล่าวคือการถ่ายเทอากาศไม่ดี  หลังคารั่ว  ไม่สามารถป้องกันน้ำฝนได้  มีฝุ่นมากและใช้งบประชาสัมพันธ์ที่น้อยเกินไป  ขาดประสบการณ์ในการบริหารและการจัดการที่ดีพอ  โจทก์ต้องตกแต่งห้องเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากกว่าที่จะควรทำ  และประกาศสำคัญที่จอดรถไม่เพียงพอด้วยสาเหตุหลายประการดังกล่าว  อันเป็นความผิดของจำเลย  ประชาชนจึงไม่เข้ามาซื้อสินค้า  ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถขายสินค้าได้  ตามเจตนารมณ์ของการเข้าทำสัญญาเช่า  และตามที่จำเลยได้ประชาสัมพันธ์หรือให้คำมั่นไว้กับโจทก์ทั้งสาม  และผู้เช่ารายอื่น  การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ดังนี้
              โจทก์ที่ 1  ได้รับความเสียหายจากเงินกินเปล่าในการเช่าห้อง 2 ห้อง ๆละ 85,000 บาท  เป็นเงิน 170,000 บาท  ค่าตกแต่งห้องและค่าเช่าห้องตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2551-14 ธันวาคม 2551  เป็นเงินจำนวน 80,000 บาท  รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งหมด 250,000 บาท
              โจทก์ที่ 2  ได้รับความเสียหายจากเงินกินเปล่าในการเช่าห้อง จำนวน 85,000 บาท  ค่าเช่าห้องตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2551-14 ธันวาคม 2551  เป็นเงินจำนวน 11,000 บาท  รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งหมด 125,500 บาท

              โจทก์ที่ 3  ได้รับความเสียหายจากเงินกินเปล่าในการเช่าห้อง จำนวน 85,000 บาท  เป็นเงิน 170,000 บาท  ค่าตกแต่งห้องและค่าเช่าห้องตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2551-14 ธันวาคม 2551  เป็นเงินจำนวน 95,000 บาท  รวมเป็นเงินค่าเสียหายทั้งหมด 180,000 บาท  รวมเป็นเงินค่าเสียหายที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ทั้งสาม จำนวน 552,500 บาท (ห้าแสนห้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน)  ซึ่งโจทก์ขอถือเอาทุนทรัพย์ในคดีนี้  รายละเอียดจะเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดี
              ข้อ 5.  โจทก์ทั้งสามได้ให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า  และเรียกให้ชำระค่าเสียหายจากจำเลย  ซึ่งจำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว  ปรากฏตามสำเนาหนังสือบอกเลิกสัญญาและทวงถามให้ชำระหนี้  พร้อมใบตอบรับหนังสือดังกล่าวแล้ว  ปรากฏตามสำเนาหนังสือบกเลิกสัญญาและทวงถามให้ชำระหนี้  พร้อมใบตอบรับจดหมายลงทะเบียนทางไปรษณีย์   เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 11-15  แต่จำเลยยังคงเพิกเฉย  โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวให้โจทก์ได้  จึงต้องขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง
                                                                                          ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

    คำขอท้ายฟ้องคดีผู้บริโภค
              ขอศาลได้โปรดออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาและบังคับจำเลยตามคำขอต่อไปนี้
              1.  ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 250,000 บาท ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 122,500  บาท  ชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 3  จำนวน 180,000 บาท  รวมเป็นเงินทั้งหมด 552,500 บาท  (ห้าแสนห้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี  ของเงินต้นดังกล่าว  นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปกว่าจะชำระเงิน


     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3   

  • ความคิดเห็นที่ 44

     สอบถามค่ะดิฉันทำสัญญาซื้อขายเครื่องถ่ายเอกสารกับ บริษัทแห่งหนึ่ง ณ วันซื้อขายได้ทำสัญญาบริการ และการซื้อขายมีข้อตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนโดยจ่ายเช็คล่วงหน้า ทั้งหมด ส่วนสัญญาบริการจะเก็บตามมิเตอร์ที่ใช้ในแต่ละเดือน ดิฉันซื้อเครื่องมา 1 ปีกว่า ช่างไม่สนใจในการดูแล แจ้งว่าเครื่องมีปัญหาก็ไม่เคยมาดู เมื่อหยุดชำระค่ามิเตอร์ ก็อ้างว่าช่างจะเข้ามาดูแลเมื่อจ่ายค่ะมิเตอร์แล้ว ข้าพเจ้าจึงระงับการชำระค่างวด ทางบริษัทถึงส่งช่างมาซ่อม และเก็บค่ามิเตอร์ หลังจากนั้นก็เป็นเหมือนเดิมไม่เคยเข้ามาดูแลแม้แต่มิเตอร์ไม่เคยเข้ามาจดให้ดิฉันรายงานเป็นเอกสารส่งแฟกซ์ไปให้ เมื่อแจ้งว่าเครื่องมีปัญหาก็นิ่งเฉยจนขณะนี้ข้าพเจ้าได้ระงับการจ่ายเช็คที่เหลือไปเพื่อให้ทางบริษัทรับผิดชอบก่อน อย่างนี้ข้าพเจ้าต้องทนการเอาเปรียบกับบริษัทนี้ไปตลอดเลยใช่มั้ยค่ะ เพราะถ้าขายเครื่่องคืนเขาคงซื้อด้วยราคาที่เหลืออยู่ซึ่งมันก็ไม่เป็นธรรมแก่ข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าต้องยอมจ่ายค่าเครื่องทั้งหมด จากนั้นก็รับชะตากรรมที่เขาเก็บค่ามิเตอร์ไปแล้วไม่ค่อยสนใจในการบริการต่อไป ถ้าต้องการการบริการต้องไปซื้อเครื่องกับบริษัทอื่นอีก แล้วบริษัทนี้ก็ได้ขายเครื่องในราคาแสนแพงโดยไม่ต้องรับผิดชอบหรือเปล่าค่ะ

    โดยคุณ ชนิกา  (1.0.149.113)     20 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 44

    เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่การให้บริการของผู้ประกอบกิจ ท่านก็ชอบที่จะฟ้องบังคับคดีเอกกับบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ ทั้งนี้ท่านอาจร้องทุกข์ไปยัง สคบ.ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     17 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 43

     ผมได้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1ซ่อมศูนย์ไว้กับ บ.โตเกียวมารีนแล้วเมื่อวันคุที่6มิย57ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถบัสชนท้านผมได้แจ้งประกันๆได้มาจัดการออกใปเครมให้เพราะผมเป็นฝ่ายถูกผมจึงได้นำรถเข้าซ่อมในวันที่14มิ.ย.57แต่เมื่อเช้าวันที่19มิ.ย.57ทางศูนย์ได้แจ้งว่ารถผมซ่อมเสร็จแล้วแต่ต้องเสียค่าส่วนต่าง3600ถึง3800บาทศูนย์แจ้งส่ารถผมเป็นประกันชั้น1ซ่อมอู่แต่ผมได้ยืนยันไปว่าผมทำประกันชั้น1ซ่อมศูนย์ผมจึงได้ติดต่อกับธนาคารที่ต่อประกันธนาคารก็ยืนยันว่าชั้น1ซ่อมศูนย์พอเช็กไปที่ บ.ประกันใหม่จึงได้คำตอบว่าพนักงาน บ.ประกันทำเอกสารผิดเป็นชั้น1ซ่อมอู่ผมจึงอยากสอบถามว่าจะร้องเรียนประกันรายนี้ได้นังไงบ้าง

     

     
     
     
     
     
     
     

    โดยคุณ นที  (49.230.165.96)     19 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 42

    สอบถามค่ะ ดิฉันซื้อบ้านไว้แต่ทางโครงการยังเก็บรายละเอียดไม่เรียบร้อยทำให้ไม่สารารถเข้าอย่ได้ตามกำหนด ซื่งในสัญญาระบุไว้วันที่ 14 พค. 57 จนเดือน 12 มิถุนายน ดิฉันได้ทำหนังสือแจ้งโครงการแล้วจนครบกำหนดแจ้ง แต่โครงการก็ยังไม่เก็บความเรียบร้อยเหมือนเดิม ทั่งๆที่เหลื่อแค่ทาสีให้เสมอ กับเปลี่ยนโคมไฟที่เสาหน้าบ้านแตก จน 11 วันยังไม่ทำอะไรเลย ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ จ่ายไปให้โครงการ 76000 กว่าบาทเล้วค่ะ เดือดร้อนทั่งค่าผ่อนโครงการ ค่าห้อง 10000 กว่าบ้าน แล้วยังเสียเวลาลาพักร้อนตามเรื่องอีก ตอนนี้ไม่อยากได้บ้านหลังนี้ค่ะต้องทำยังค่ะ ระวังตรงไหนหากมีการฟ้องร้องโครงการไม่ยอมจ่ายค่า

    โดยคุณ   (202.57.188.3)     17 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 42

    หากฝ่ายโครงการกระทำผิดข้อสัญญาใดที่ท่านสามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ท่านก็ชอบที่จะบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายพร้อมเงินที่ชำระเป็นมัดจำคืนได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 391

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     17 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 41

    - -

    โดยคุณ Ni  (202.57.188.3)     17 มิ.ย. 2557

  •  1  2  3   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด