ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 18   

  • ความคิดเห็นที่ 340

     ดิฉันแต่งงานกับสามีมาได้1ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่ก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา ตอนนี้ยังรักกันดีแตจะซื้อรถ ให้รถเป็นชื้อของสามี เงินที่ดาวรถผ่อนรถคือเงินที่เราหาด้วยกัน ดิฉันกลัวว่าวันนึ่งเราจะเลิกกัน.ดิฉันจะไม่ได้อะไรสักอย่าเลย แม่สามรก็เหมือนจะไม่ค่อยรักดิฉันสักเท่าไหร่..ดิฉันมาอยู่บ้านแม่สามีด้วย..สรุปง่ายๆของที่ชื้อไม่ใช่ชื้อของฉันแต่เป็นเงินที่เราร่วมกันหา ..ถ้าเลิกกันไปดิฉันจะมีสิทธิได้รถที่ซื้อไปไหมค่ะ คือหมายถึงแบ่งกัน ต้องการคำตอบมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

     

    โดยคุณ ชาลี  (171.5.251.142)     1 พ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 340

    รถที่ซื้อเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันมาในระหว่างที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา จึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างท่านกับสามีเป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1364

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.10)     21 พ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 339

    สนใจทีมงานทนายคลายทุกข์ รบกวนติดต่อกลับ ด้วยค่ะ 

    โดยคุณ ต้องการทนายด่วน  (27.55.11.163)     22 เม.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 339

    ติดต่อทนายคลายทุกข์ 02-9485700

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     23 เม.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 338

     อยากสอบถามครับผมได้หย่ากับภรรยาเก่าเมื่อ2เดือนก่อนแล้วได้เขียนหนังสือสัญญาว่าจะยกทรัพย์สินให้ภรรยาเก่าแต่เป็นทรัพย์สินก่อนแต่งงาน แต่ ฝ่ายภรรยาเก่าของผมไม่สามารถทำเรื่องโอนเป็นชื่อเขาและบริหารเงินได้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมสามารถจะยกเลิกข้อตกลงได้หรือไม่ครับ

    โดยคุณ Nickey  (49.230.77.13)     20 เม.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 337

     แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งแต่ พ.ศ.2543 โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ช่วยกันสร้างตัวเปิดบริษัทมีทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน ถ้าฝ่ายชายมีหญิงอื่น สามารถเรียกร้องหรือได้สิทธิ์ตรงไหนบ้างมั๊ยคะ

    โดยคุณ อังคณา  (27.55.85.99)     1 เม.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 337

    สามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสมีทรัพย์สินเกิดขึ้นถือเป็นกรรมสิทธิ์รวม ฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1363,1364

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     3 เม.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 336

     คือว่าหนูแต่งงานกับฝ่ายชาย ได้7เดือน เค้าทำร้ายหนู ทั้งต่อย บีบคอ แต่ไม่ถึงกับตาย แล้วฝ่ายชายก้อบอกเลิกหนูหลายครั้ง แต่เค้าก้อกลับมาหาหนูคืน แล้วเค้าด่าหนูสาระพัด แล้วหนูก้ออายุ17ปี เค้าก้ออายุ27ปี ด่าหนูเหมือนกับไม่ใช่เมียเขา เขาบอกว่าจะเลิกกับหนู แล้วเขาจะให้ทนายไปฟ้อนหนู เรียกเอาค่าสินสอดคืน  เขากับหนูไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เขาจะสามารสเรียกค่าสินสอดไดไหมค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ นางสาวเจนจิรา ดอกพวง  (49.230.134.77)     31 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 335

     อยากทราบว่าเจ้าของมรดกได้หย่าร้างไปแล้ว แต่ประเด็นคือมรดกพึ่งมีหลังจากที่หย่าร้างแล้ว อยากทราบว่าใครสามารถรับมรดกได้บ้างค๊ะ

    โดยคุณ แพรว  (49.230.209.166)     28 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 334

    ขอรบกวนสอบถามค่ะ แม่ดิฉันได้อยู่กินกับพ่อเลี้ยงเป็นเวลาประมาณ 20 ปีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และไม่มีบุตรด้วยกัน แต่มีทรัพย์สินที่ทำร่วมกันมา ที่เป้นชื่อพ่อเลี้ยง จนเมื่อปลายปี 2557 พ่อเลี้ยงเสียชีวิต ทางพี่น้องของพ่อเลี้ยงจะทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็นชื่อพ่อเลี้ยง โดยที่แม่ของพ่อเลี้ยงก้อยังมีชีวิตอยู่

    ไม่ทราบว่าถ้าเป็นกรณีนี้ แม่ของดิฉันสามารถทำอย่างไรได้บ้างค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ koko  (203.155.47.70)     27 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 333

     ผมยุกินกันมา10กว่าปีแต่ไม่ได้จดทะเบียบกันวันหนึ่งทะเลาะกันมีเหตุไม่เข้าใจกันเลยแยกทางกันคับโดยผมเปนฝ่ายไปแลัวผมจะมีสิทธิ์ในสับสินขอผมไหมคับโดยมีเงินเก็บที่ทำงานเก็บไว้ทั้งสองคนแต่เปนชือบันชี่ฝ่ายหญิง  บ้านสองหลังโดยปลูกใว้ในพื้นที่ฝ่ายหญิงเช่นเดียวกันคับ ผมปวดหัวมากม่กฎหมายมาตราไหนช่วยผมได้บางคับผมต้องเขาสับสินไปสร้างตัวเองแต่เขาไม่ให้คับ.  

                       ขอบคุนมากๆคับ

    โดยคุณ   (27.55.107.111)     26 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 332

    ผมอยู่กินกับภรรยามา7ปีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและเขาคบชู้หนีตามกันไปโดยที่ได้นำทรัพสินที่หาร่วมกันมาตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันไปหมด

    ผมเคยขอแบ่งครึ่งหนึ่งแต่เขาไม่ยอมผมต้องทำยังไงครับ

    รบกวนช่วยหน่อยนะครับ

     

     

    โดยคุณ ต้น  (49.230.154.135)     22 มี.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 332

    ท่านควรพบปรึกษาทนายเพื่อฟ้องดำเนินคดีเรียกขอให้แบ่งแยกทรัพย์สินจากภรรยาในฐานะเป็นเจ้าของรวมใช้สิทธิตาม ป.พ.พ.มาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.22)     6 พ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 331

    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ ดิฉันซื้อรถร่วมกับสามีซึ่งเป็นรถที่ซื้อต่อจากญาติ แต่โอนเป็นชื่อสามีทันทีที่ซื้อ ผ่อนช่วยกันมา สองปี ส่วนปีที่สามถึงปัจจุบันสามีผ่อนเองเพราะสามีมีผู้หญิงอื่น เขาเลยรับผิดชอบส่งรถเอง และดิฉันกับเขาก็ได้ซื้อบ้านร่วมกันหลังจดทะเบียนสมรส บ้านนี่พอทราบว่าต้องรับผิดชอบคนละครึ่ง แต่รถนี่ซื้อหลังแต่งงานหนึ่งเดือน แต่ซื้อก่อนจดทะเบียนสมรส ดิฉันจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในรถยนต์หรือไม่  ดิฉันกำลังตั้งท้องลูกเขา และเขาก็มีผู้หญิงใหม่และท้องเช่นกัน หากดิฉันจะหย่า ดิฉันสามารถเรียกร้องส่วนแบ่งในรถ และค่าเลี้ยงดูได้หรือไม่ แต่ดิฉันไม่มีหลักฐานของผู้หญิงคนใหม่ มีเพียงเขาโทรมาบอกว่าเป็นเมียอีกคนและตั้งท้องอยู่ ไม่ได้บันทึกเสียงใดๆ พ่อแม่สามีทราบเรื่องนี้ด้วยค่ะ หากว่างกรุณาตอบด้วยนะคะ ดิฉันกำลังหาทางออกอยู่ค่ะ

    โดยคุณ สุ  (101.51.52.105)     19 มี.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 331

    รถคันที่ซื้อย่อมเป็นทรัพย์สินที่ท่านกับสามีทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยาจึงเป็นเจ้าของรวมและมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1357 ท่านจึงมีสิทธิเรียกขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมได้ตามมาตรา 1363 ทั้งนี้ ตามพฤติการณ์ท่านมีสิทธิฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากสามีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516(1), 1526 โดยควรปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีหย่า

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     23 เม.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 330

     ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีลูกเป็นนามสกุนของฝ่ายชายและอยู่ในทะเบียนบ้านฝ่ายชายคะตามกฏแล้วลูกต้องอยู่กับใครค่ะ(หนูมีลูกสาวค่ะ)

    โดยคุณ น้ำ  (1.47.105.145)     24 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 330

    เด็กเกิดจากหญิงที่ไม่ได้สมรสกับชาย ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้นเป็นมารดาผู้แทนโดยธรรมและมีอำนาจปกครองบุตรมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตรและเรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1546, 1566 วรรคสอง, 1567(1), (4)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     20 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 329

    ถ้าสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมาสองปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเนื่องด้วยภรรยาเก่าไม่ยอมหย่า ทั้งๆที่ภรรยาเก่าไปมีสามีใหม่แต่ก็ไม่ยอมหย่า. จึงไม่สามรถจดทะเบียนสมรสกับภรรยาใหม่ได้. แต่อยู่กินกันกับภรรยาคนปัจจุบัน แล้วตอนนี้สามีได้เสียชีวิตลง. สามีเปนจ้าราชการ มีบ้านเป็นสมบัติชื่อสามี. แล้วภรรยาปัจจุบันที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือไม่. และถ้าภรรยาเก่ามาเรียกร้องเอาสมบัติจะมีสิทธิ์หรือไม่คะ. ช่วยบอกทีนะคะ สงสารภรรยาคนปัจจุบันมากๆค่ะ. ขอบคุลมากค่ะ

    โดยคุณ Yuii  (27.55.8.42)     17 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 329

    หากบ้านดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของสามี แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าตามกฎหมาย อดีตภรรยาจึงเป็นคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นทายาทโดยธรรมของสามีมีสิทธิได้รับมรดกของสามีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1629 วรรคสอง ภรรยาคนปัจจุบันไม่เป็นทายาทโดยธรรมที่จะได้รับมรดกของสามี

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     20 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 328

     ขอเรียนปรึกษาทีมทนายนะคะ ดิฉันอยู่กินกับสามีมา8 ปี ไม่ได้แต่งงานไม่ได้จดทะเบียน บ้านเป็นชื่อสามีและพี่ชายสามี ปีที่แล้วโดนแบงค์ฟ้องเพื่อยึดทรัพย์ เนื่องจากสามีไม่ผ่อยตามกำหนด ดิฉันไปเจรจาเพื่อโปะหนี้ ดิฉันจ่ายเงินเพื่อปิดหนี้กับธนาคารไป1ล้านบาท ด้วยเงินของดิฉันเอง ปัจจุบัน บ้านหมดหนี้กับธนาคารและยังคงเป็นชื่อสามีกับพี่ชายสามี อยากทราบว่า ตอนนี้ดิฉันต้องการเลิกกับสามี บ้านหลังนี้ดิฉันจะทำอย่างไรได้บ้างคะ เคยปรึกษากับทางธนาคาร ธนาคารแจ้งว่าค่าโอนแปดหมื่นกว่า บ้านราคาแค่ล้านเจ็ด ดิฉันไม่มีเงินโอนบวกกับสามีไม่ยอมโอนค่ะ ดิฉันควรทำอย่างไรคะ

    โดยคุณ ธนากรณ์  (171.6.195.241)     15 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 328

    หากบ้านพิพาทนี้เป็นทรัพย์สินที่ท่านกับสามีร่วมกันทำมาหาได้ในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยา ก็เป็นทรัพย์สินที่ท่านกับสามีเป็นเจ้าของรวมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1356 ท่านมีสิทธิฟ้องสามีเพื่อให้แบ่งแยกได้ตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.3)     17 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 327

     อยากทราบว่า. ถ้าภรรยาที่แต่งงานกันมา53ปีแล้ว.แต่ไไม่ได้จดทะเบียนสมรสเลยจนมีบุตรร่วมกันมา5คนเสียชีวิตหนึ่งคน. ตอนนี้คงเหลือบุตรยุ่4คน. แล้วสามีเสียชีวิตลงด้วยโรควัยชรา. แล้วมีทรัพย์สินของผู้ตายเช่นเงินฝากในธนาคารที่ต้องทำเรื่องฟ้องกับศาลอยากทราบว่าภรรยาหรือว่าลูกที่ต้องทำเรื่องได้ภรรยาสามารถฟ้องรับทรัพย์สินของผู้ตายได้หรือไม่. และถ้าเป็นบุตรทั้งสี่ แล้วบุตรชายคนที่สองจะสามารถฟ้องรับทรัพสินของผู้ตายได้หรือไม่ถ้าพี่น้องคนอื่นๆสละสิทธิ์. ช่วยชี้แนะด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ส้ม  (49.230.113.243)     9 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 327

    บุตรคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันต่างเป็นผู้สืบสันดานของผู้ตาย หรือมารดาซึ่งเป็นส่วนได้เสียในทรัพย์สินร่วมกับสามีที่ตาย ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตายได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.3)     17 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 326

     เลิกกับสามีมาประมาณ13ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรด้วยก ัน1คนไม่ได้รับรองบุตรตอนที่อยู่กินด้วยกันร่วมกันทำกิจการร้าน ข้าวต้มมีรายได้วันละหมื่นกว่าบาทต่อวันไม่มีทรัพย์สินอื่นเช่นบ้าน,รถภรรยาออกมาตัวเปล่าภรรยาเอาบุ ตรมาเลี้ยงเองช่วงเด็กอายุประมาณ8ขวบปัจจุบันบุตรมีอายุ17ปี,สามีแต่งงานใหม่ได้ทำกิจการร้าน ข้าวต้มแห่งใหม่กับภรรยามีทรัพย์สินขึ้นมาหลายอย่างมีรายได้วันละ20,000ขึ้นไปต่อวันมีบ้าน,รถ,รีสอร์ต,มีบุตรกับภรรบาใหม่2คน สามีไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูบุตรมีให้เป็นบางครั้งรวมๆแล้วไม่เกิน30,000-40,000บาทดิฉันได้มีสามีใหม่มีบุตร1คนไม่ได้ยังไม่ได้จดทะเบียนกัน ดิฉันมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากสามีเก่าได้บ้า งไหมคะสงสารลูกมากเรื่องมันผ่านมามากกว่า10ปีดิฉีนยังทำอะไรได้บ้างคะ

    โดยคุณ รักษิณา ตีรสิน  (180.180.83.153)     5 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 326

    ท่านมีสิทธิเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินเฉพาะที่ได้ร่วมกันทำมาหาได้กับสามีในช่วงที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยาฐานเป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันแห่งทรัพย์สินนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1357 และฟ้องสามีเป็นคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามมาตรา 1556, 1564

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.15)     11 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 325

     เลิกกับสามีไม่มีอะไรติดตัวมาเลยมีเงินแค่สองหมื่นรถเป็นชื่อเราเขาก็เอาไป เป็นแม่บ้านอยู่กินกันมาเกือบยี่สิบปีบ้านเขามีกิจการส่วนตัวลูกอยู่กับเขาเราช่วยงานที่าบ้านเขาบ้างเวลาหน้างาน เริ่มนับหนึ่งไหม่หมดทุกอย่างตอนอายุมากทุกวันนี้ลำบากมาก อดมื้อกินมื้อหางานไม่ได้เพราะที่เรียนมาไม่มีประสบการณ์เลยอายุก็เยอะแล้วไม่กล้าหันหน้าพึ่งใครตอนนี้ไม่มีเงินไม่มีรถแต่งตัวสวยเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีใครอยากคบด้วยเหมือนเมื่อก่อน 

    โดยคุณ Nuch  (27.55.225.27)     20 ม.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 324

     ดิฉันกับสามีไม่ได้จดทะเบียนสมรดกันแต่มีลูกด้วยกัน1คนอยู่ด้วยกันมา16ปีสามีไปมีน้อยแต่เราสร้างและผ่อนรถมาด้ยวกัน3ปีเขาบอกว่าอยากให้ไปพองเอารถเปนชื่อสามีแต่อยากได้เงินที่รวมกันส่งมา3ปีคืนคนละครึ่งเพราะสามีไปมีเมียน้อย

    โดยคุณ ชวนชม  (49.230.121.23)     12 ม.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 323

     ขอถามหน่อยค่ะว่า ถ้าเกิดแต่งงานกะสามีแล้วไม่ได้จดทะเบียนกันแล้วมาทราบภายหลังว่าสามีมีหนี้สินส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วแล้วหนี้สินของสามีมีหนี้ กับ ธนาคารเป็นล้าน ภรรยาที่ไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนแต่ไม่ได้จดทะเบียนต้องมีส่วนใช้หนี้สินร่วมกันกับสามีหรือเปล่าค่ะ แล้วถ้าเกิดมีลูกด้วยกันอีก ลูกต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินของสามีไปด้วยไหมค่ะ สงสัยมากค่ะขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ วิภาภรณ์ หาญกุล  (27.130.200.164)     11 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 323

    ทั้งภรรยาและบุตรไม่จำต้องรับผิดชำระหนี้ส่วนตัวของสามีหรือบิดาดังกล่าว แต่บุตรจะรับผิดต่อเมื่อเป็นหนี้กองมรดกของบิดาซึ่งบิดาถึงแก่ความตาย โดยทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตนตาม ป.พ.พ.มาตรา 1600, 1601

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.19)     10 ก.พ. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 323

    อยากทราบว่า..ถ้าดิฉันแต่งงานกับชาวต่างชาติและจดทะเบียนสมรส หลังจดทะเบียนแล้วมรนู้ทีหลังว่า สามีดิฉันติดหนี้เงินกู้หลายล้านบาท ก่อนหน้าที่จะมาแต่งงานกับดิฉัน อยากทราบว่า จะมีผลหับตัวดิฉันและลูกในภายภาคหน้าหรือไม่ค่ะ..??  ดิฉันจะต้องมีส่วนรับผิดชอบหนี้ส่วนนี้ ที่ดิฉันไม่ได้สร้างมาหรือไม่ค่ะ..?ท

    โดยคุณ Luck tamtam  (49.230.255.181)     9 มี.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 322

     ดิฉันแต่งงาน โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และตอนนี้ ซื้อบ้าน โดยใช้ชื่อดิฉัน
    ถ้าสมมติว่าอยู่ไป นานๆ อนาคต ถ้าเกิดเหตุเลิกลากัน ดิฉันสามารถไล่สามีออกได้ไหมค่ะ และโอนเป็นชื่อเราได้ตามกฏหมายหรือเปล่า โดยไม่ต้องแบ่งกัน และฟ้องร้องค่ะ

    โดยคุณ ouan  (101.108.195.88)     24 ธ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 321

     ดิฉันมีลูกติดมา1คนสามีมีลุกติด3คนมาร่วมกันสร้างทรัพสินใหม่ด้วยกันโดยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสหากสามีเสียชีวิตดิฉันกับลูกจะได้มรดกมั้ยค่ะแล้วลุกของสามีทั้ง3จะได้ด้วยมั้ยค่ะขอบคุณมากๆๆค่ะ

    โดยคุณ สุจิตรา  (49.237.0.119)     21 ธ.ค. 2557

  •  1  2  3  4 .. 18   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด