X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 15   

  • ความคิดเห็นที่ 280

     เราไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะแต่เรามีลูกกัน2คนเขามีลูกติดมา2เขาซื้ออะไรใส่แต่ชื่อเขาคนเดียวเราบอกว่าใส่2คนเขาบอกว่าลูกหลายคนเราจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ กนกพิชชา  (101.109.146.238)     9 เม.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 279

    เรียนขอคำปรึกษาค่ะ

    ดิชั้นอยู่กินสร้างเนื้อสร้างตัวกับสามีตั้งแต่ยังเริ่มแรกจากศูนย์ จัดงานแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนเริ่มมีร้านรวงจากที่ใช้แรงงานก็ขยับมาดูแลเอกสาร พอมีลูกก็ผันตัวไปเป็นแม่บ้านเต็มตัว ช่วยเหลืองานบัญชีบ้างเล็กน้อย ด้วยความที่อยู่กินกันมานานตั้งแต่ปี41บวกกับความรักและความเชื่อใจเวลาซื้อทรัพย์สินทั้งบ้านทั้งรถก็ให้เป็นชื่อเค้าดูแล แม้กระทั่งเงินในธนาคาร แต่พอฐานะดีขึ้นเค้าก็เปลี่ยนไปจนเรามาแตกหักกันเพราะดิฉันมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการช่วยเหลือแม่ของดิฉันแต่สามีปฏิเสธ ชั้นก็อุ้มลูกออกมาเมื่อ3ปีที่แล้วโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรนอกจากค่าเทอมบุตร เพราะเค้ายืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นของลูกและตลอดมาถึงจะเป็นสามีที่ไม่ดีนักแต่เค้าก็เป็นพ่อที่ดีมาตลอด จนมา ณ วันนี้เค้ามีทีท่าเปลี่ยนไปอีกครั้ง เนื่องจากมีผู้หญิงใหม่ทั้งๆ ที่รับปากว่าจะไม่มีแม่เลี้ยงให้ลูกเด็ดขาด ดิชั้นก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้าจะแต่งใหม่ก็แต่งไปแต่ทรัพย์สินที่หาได้มาระหว่างที่เราอยู่ด้วยกันต้องยกให้ลูกอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งที่เป็นส่วนของดิฉัน แต่เค้าปฏิเสธ เค้าบอกทุกอย่างเป็นชื่อเค้า ดิชั้นไม่สามารถทำอะไรเค้าได้ บอกตรง ๆ ว่าดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่เป็นไรคงมีกรรมเก่ากันมา แต่พอจะมีวิธีใดที่เด็กคนนึงจะได้รับสิ่งที่ควรจะเป็นของๆเขาไหมคะ อย่างน้อยก็ในส่วนที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของแม่เขา หรืออะไรก็ได้ที่ผูกมัดให้ผู้ชายคนนั้นรับผิดชอบลูก ทุกวันนี้ไม่มีความมั่นคงเลยค่ะ ไม่จดรับรองบุตร จ่ายเพียงค่าเทอมอย่างเดียว ให้ทำสัญญาส่งเสียลูกจนปริญญาโทก็ไม่ทำ เลยทำให้คิดว่าอีกไม่นานเกินรอแม้แต่ความรับผิดชอบเดียวที่เหลืออยู่ก็คงไม่จ่าย รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    โดยคุณ   (1.10.213.56)     7 เม.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 278

    พอดีมีลูกสาวอายุ 2ขวบกับแฟนประเทศฝรั่งเศส 1คนค่ะ แต่ไไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเค้า แต่ตัวแฟนได้จดใบรับรองบุตรที่สถาทูตนะค่ะ คราวนี้แฟนไม่รับผิดชอบค่าเลี้ยงดูและไม่ได้ส่งเสียเงินให้เลย อยากทราบว่ากรณีนี้เราสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรกับเค้าไ้มั้ยค่ะ รบกวนช่วยตอบให้คำปรึกษาด้วยนะค่ะ

     

     

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ จุฑาทิตย์ แซ่ลิ้ม  (180.183.120.45)     30 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 277

    ถ้าสามีภรรยาจดทะเบียนสมรสกันแล้วสามีไปเอารถจักรยานเข้าไฟแนนและตอนนี้ไม่ส่งเพราะหนีออกจากบ้านไปกับภรรยาใหม่และไม่ทราบว่าอยู่ไหนหาตัวไม่เจอและเอารถจักรยานไปด้วยแต่ภรรยาไม่ได้เป็นคนคำ้จะมีผลกระกับเราไหม

    โดยคุณ จริยา  (110.171.36.223)     29 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 276

     กรณีที่ฝ่ายหญิง/ชาย แต่งงานกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยู่กินด้วยกันมา10 ปี

    ต่อมาฝ่ายชายติดยา ใช้ชีวิตห่างจากฝ่ายหญิงสักพัก หลังจากนั้นฝ่ายชายติดคุก ด้วยคดียาเสพติด

    มีทรัพย์สินติดตัวมาคือรถยนต์ 1 คัน (ชื่อส่งไฟแนนซ์เป็นชื่อฝ่ายชาย)

    ดิฉันอยากทราบว่ากรณีนี้ผู้หญิงสามารถเรียกร้องรับทรัพย์สินนั้นมาครอบครองได้ไหมค้ะ

     

     

     

    โดยคุณ กาญจนา  (180.183.130.120)     28 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 275

     อยากทราบว่าในกรณีที่ชาวต่างชาติโอนเงินมาด้วยความเสน่ห์หา เพื่อวางแผนชีวิตด้วยกันแต่เลิกกัน เขามีสิทธิ์เอาคืนไหม ดิฉันต้องทำอย่างไร 

    ถ้าโอนให้ลูกของฉันโดยเป็นลูกสามีเก่า เขามีสิทธิเอาคืนไหม

    โดยคุณ Sunisa   (110.77.214.187)     25 มี.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 275

    ถ้าให้โดยเสน่หาตาม ป.พ.พ.มาตรา 521, 523 ผู้ให้ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์คืน เว้นแต่จะเข้าเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 และ 532

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.25)     6 เม.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 274

     กรณี หญิงชายแต่งงานกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส แล้วฝ่ายหญิงซื้อรถยนต์ให้ฝ่ายชายโดยรถติดเป็นชื่อฝ่ายชาย แต่พอจะเลิกกันฝ่ายชายกลับยึดรถไปแล้วบอกให้ฝ่ายหญิงฟ้องร้องเอา กรณีนี้สามารถฟ้องร้องแบ่งปันทรัพย์คนละครึ่งได้หรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ กวาง  (223.206.151.25)     17 มี.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 274

    สามารถฟ้องแบ่งแยกทรัพย์สินนั้นได้ในฐานะเป็นเจ้าของรวมซึ่งทรัพย์สินทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยาตาม ป.พ.พ. 1356, 1357 และ 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     17 เม.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 273

     อยากทราบว่าก่อนหน้าที่สามีจะมาแต่งง่นด้วยสามีโดนฟ้องเรื่องรถแต่ถ้าจดทะเบียนสมรสจะมีปัญหาตามมาภายหลังมั้ยค่ะต้องได้ใช้หนี้ร่วมกันรึป่าวค่ะ

    โดยคุณ ญิ๋ง  (182.53.56.233)     17 ก.พ. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 273

    หนี้ที่สามีก่อให้เกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนสมรสกับท่าน เป็นหนี้ส่วนตัวที่สามีต้องรับผิดเพื่อชำระหนี้นั้นเป็นส่วนตัว จึงให้ชำระหนี้นั้นด้วยสินส่วนตัวของสามีก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระด้วยสินสมรสที่เป็นส่วนของสามีนั้น ตาม ป.พ.พงมาตรา 1488

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     10 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 272

     เรื่องมีอยู่ว่า พ่อมีลูก 3 คนกับแม่ มีบ้านอยู่ 1 หลัง ซึ่งเป็นชื่อพ่อ  และแม่ก็ได้เสียชีวิตลง พ่อก็เลยมีภรรยาใหม่และก็จดทะเบียนสมรสกัน และได้ซื้อบ้านใหม่ อีก 2 หลัง รถ 2 คัน เป็นชื่อของภรรยาใหม่ทั้งหมด ยกเว้นบ้านหลังเก่าเป็นชื่อของพ่อ และตอนนี้พ่อได้เสียชีวิตลง อยากทราบว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อซื้อเป็นชื่อ ภรรยาใหม่ ลูกทั้ง 3 คน มีส่วนที่จะได้หรือป่าวครับ..

    โดยคุณ นาย ก.ครับ  (49.48.175.241)     4 ก.พ. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 272

    กรณีที่บิดาซึ่งเป็นผู้ตายมีคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ หากทรัพย์สินที่มีชื่อของภรรยาใหม่เป็นสินสมรส การคิดส่วนแบ่งและการปันทรัพย์สินนั้นย่อมเป็นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 1625 ประกอบมาตรา 1533 คือต้องแบ่งให้ภรรยาใหม่ครึ่งหนึ่ง แห่งทรัพย์สินนั้น
    ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นมรดกของบิดาตกได้แก่บุตรทั้งสามและภรรยาคนใหม่คนละส่วนเท่าๆกัน
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     24 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 271

     เรื่องมีอยู่ว่า พ่อมีลูก 3 คนกับแม่ มีบ้านอยู่ 1 หลัง ซึ่งเป็นชื่อพ่อ  และแม่ก็ได้เสียชีวิตลง พ่อก็เลยมีภรรยาใหม่และก็จดทะเบียนสมรสกัน และได้ซื้อบ้านใหม่ อีก 2 หลัง รถ 2 คัน เป็นชื่อของภรรยาใหม่ทั้งหมด ยกเว้นบ้านหลังเก่าเป็นชื่อของพ่อ และตอนนี้พ่อได้เสียชีวิตลง อยากทราบว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อซื้อเป็นชื่อ ภรรยาใหม่ ลูกทั้ง 3 คน มีส่วนที่จะได้หรือป่าวครับ..

    โดยคุณ นาย ก.ครับ  (49.48.175.241)     4 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 270

     ดิฉันเเต่งงานกับสามีมีลูกด้วยกันหนึ่งคนเเต่ไม่ได้จดทะเบียนจะอย่ากับสามีสามีจะมีสิทธิ์ฟ้องอะไรเราไหมค่ะกลัวเขาขู่ว่าจะฟ้องเรียงค่าเสียหายจำนวนหนึ่ง

    โดยคุณ ปานวาด  (49.230.122.162)     2 ก.พ. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 270

    ตามข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฎว่า ท่านได้กระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของสามีตามกฎหมายแพ่ง ที่สามีจะเสนอคดีของตนฟ้องร้องท่านต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้เพราะเหตุการเลิกรานั้น ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     20 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 269

    รบกวนนิดนึงค่ะ ดิฉันเป็นฝ่ายหญิง และได้แต่งงานกับฝ่ายชายมา2ปี โดยไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีเงินและทองที่ฝ่ายชายได้หมั้นไว้เป็นจะนวนเงิน 5 แสนบาท และ ทองอีก 10 บาท แต่พออยู่กันมาได้ 2 ปี ดิฉันกับสามี อยู่กันไม่ได้ไปด้วยกันไม่ได้ ดิฉันต้องการเลิกกับสามี แต่สามีไม่ยอมเลิก สามีบอกว่าถ้าจะเลิกกันต้องคืนสินสมรสทั้งหมดให้ดิฉัน ไม่งั้นจะทำการฟ้องและดำเนินคดีกับดิฉัน  ดิฉันควรทำอย่างไรดีค่ะ

    โดยคุณ ผู้ถูกกดขี่  (58.8.79.248)     31 ม.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 269

    เมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1437 วรรค 2 เมื่อท่านไม่ได้กระทำผิดสัญญาหมั้น อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิเรียกให้คืนของหมั้นตาม มาตรา 1439 ท่านชอบที่จะปฏิเสธการคืนแต่งทนายแก้ต่างต่อสู้คดีเมื่อถูกฟ้องเป็นคดีต่อศาลนั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.19)     18 ก.พ. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 268

     สามีดิฉันเคยจดทะเบียนกับภรรยาเก่าและมีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนนี้เลิกกันแล้วแต่ไม่ได้หย่า

    แล้วดิฉันกำลังจะซื้อบ้านกับสามีดิฉันกับสามีสามารถกู้เงินธนาคารร่วมกันได้ไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

     

     

     

     

    โดยคุณ   (180.183.45.128)     22 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 267

    ซื้อรถเป็นชื่อแฟน  ดาวส์เองผ่อนเอง ใกล้ผ่อนหมดเกิดทะเลาะกัน แฟนยึดรถเอาไห้พี่น้องใช้ ฟ้องเรียกร้องเอารถคืนมาได้ไหมครับ

    โดยคุณ นายชาตรี แสงสว่าง  (171.99.75.191)     11 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 266

    ซื้อรถเป็นชื่อแฟน ไม่ได้จดทะเบียนกัน  ผ่อนเองดาวส์เอง  ใกล้ผ่อนหมดแฟนยึดรถเอาไปให้พี่น้องใช้  ฟ้องได้หรือไม่ครับ

    โดยคุณ นายอรรถโกวิท เกิดคล้าย  (171.99.75.191)     11 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 265

    ดิฉันเป็นคนไทยมาอยู่สวีเดนได้8ปีค่ะและเปิดบริษัทร่วมกันกับแฟนโดยดิฉันเองเป็นคนพาร่วมทำร่วมก่อตั้งแต่ภาษาไม่ทราบเท่าไหร่ และแฟนพาไปเปิดบริษัทโดยสามีถือหุ้น70% ดิฉัน30% แต่เค้าไม่เคยบอกเราให้ทราบเค้าจะบอกว่าเราครึ่งต่อครึ่งทุกอย่างแตย่างและธุรกิจดีมากๆๆๆๆจนเกินคาดแล้วผลสุดท้ายดิฉันได้คำตอบว่าแฟนถือหุ้น70%ดิฉัน30ดิฉันเสียใจมากๆไม่ทราบจะทำอย่างไรให้แก้เอกสารได้ค่ะ1ขอบคุ ค่ะ

    โดยคุณ เทียมจันทร์ เจ๊กจันทึกÅhl   (213.67.80.12)     10 ม.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 265

    นำรายละเอียดเข้าพบและปรึกษาทนายเพื่อประเมินข้อพิพาทดังกล่าว

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     21 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 264

     พี่ชายดิฉันแต่งงานกะแฟนมา1ปีและก็ซื้อรถยนต์1คันโดยที่พี่ชายเป็นคนออกเงินดาวน์ทั้งหมดแต่ใช้ชื่อแฟนเขาและก็มาจดทะเบียนสมรสกันหลังจากที่ซื้อรถมาแล้ว และอยู่ๆฝ่ายหญิงกับมีแฟนใหม่ขอพี่ชายหย่าแต่จะเอาทั้งเงินเก็บและรถไปด้วยโดยที่ไม่ให้อะไรพี่ชายเลยทั้งๆที่พี่ชายไม่ได้ผิดอะไรเลย อยากถามว่าพอจะมีทางช่วยได้ไหมค่ะ ตอนนี้พี่ชายใช้รถอยู่ค่ะเพราะฝ่ายหญิงขับไม่เป็นแต่จะให้ทางบ้านมาเอารถไปค่ะ พี่ชายเครียดมากไม่รู้จะทำอย่างไรค่ะเราก็ไม่เข้าใจกฎหมาย รบกวนพี่ช่าวยแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ณัฎฐกร  (118.174.15.89)     8 ม.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 264

    ทรัพย์สินที่คู่สมรสมีอยู่ก่อนสมรสถือว่าสามีภริยาเป็นเจ้าของรวมกัน ต่างมีส่วนเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวที่เป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายเรียกร้องขอแบ่งแยกได้กึ่งหนึ่งตาม ป.พ.พ.มาตรา 1471 (1) ประกอบมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     17 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 263

    เรียน ปรึกษาค่ะ

    แต่งงานมา 6 ปี ไม่ได้จดทะเบียน ต้องการแยกกันอยู่ และดิฉันต้องการลูกไว้ และต้องการให้ฝ่ายชายรับผิดชอบเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเทอม แต่ได้รับคำตอบจากฝ่ายชายว่าไม่พร้อมจ่ายให้ ถ้าฟ้องร้องจะได้มั๊ยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ   (111.84.50.220)     31 ธ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 263

    สิทธิการใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตกอยู่แก่ท่านซึ่งเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมตาม ป.พ.พ.มาตรา 1546, 1566 วรรค2 และ 1567 ทั้งนี้ท่านต้องฟ้องชายเป็นคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามมาตรา 1556

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.0)     12 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 262

    อยู่กินกับสามีมา 13 ปีมีลูก1คน อายุ11 ขวบ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตอนนี้ซื้อบ้านใส่ชื่อ 2 คนแต่เราเป็นคนชำระเองตลอดเพราะ สามีตกงาน แต่ตอนนี้เขาเอาเงินสดไป และหายออกจากบ้านไป ทะเบียนบ้านก็เป็นชื่อเขาเป้นเจ้าบ้าน กลัวอนาคตเขาจะกลับมาขอมีสิทธิ์ในบ้านที่เราชำระต้องแจ้งความคนหายก่อนไหมค่ะ แล้วทำงัยดีค่ะ

    โดยคุณ   (14.207.169.108)     6 ธ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 262

    การมีชื่อในโฉนดที่ดินบ้านดังกล่าวต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามกฎหมายไว้ก่อนว่า ท่านและสามีจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแห่งที่ดินและบ้านนั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356,1357 และ 1373 ทั้งนี้ หากมีข้อพิพาทเรียกร้องสิทธิความมีส่วนเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว ท่านก็ชอบที่จะนำสืบพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นทั้งสิ้นแต่ผู้เดียวก็ได้ โดยไม่จำต้องแจ้งคนหายกับเจ้าพนักงานก่อน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.29)     16 ธ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 261

    ถ้าสามีเคยมีภรรยาเก่าที่เคยมีลุกด้วยกัน แล้วดิฉันในฐานะภรรยาใหม่สามีทำการค้าดิฉันออกจากงานมาเป็นแม่บ้าน เมื่อมีเหตุต้องเลิกกันดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างเพราะการลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านทำให้ไม่มีประสบการณ์ทำงานเสียเวลาเสียโอกาสหลายอย่างถ้าเลิกกันจะเรียกร้องอะไรได้บ้าง

    โดยคุณ k  (14.207.213.175)     4 ธ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 261

    หากท่านและสามีจดทะเบียนสมรสกัน การหย่ากันก็สามารถแบ่งแยกสินสมรสและเรียกค่าเลี้ยงชีพ ถ้าการหย่านั้นทำให้ท่านยากจนลง ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1526,1533 แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ท่านก็สามารถที่จะเรียกร้องขอแบ่งแยกได้แต่เฉพาะทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยาในฐานะเป็นเจ้าของรวม ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356,1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     13 ธ.ค. 2556

  •  1  2  3  4 .. 15   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด