452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 19   

  • ความคิดเห็นที่ 360

     ดิฉันขอถามอะไรหน่อยคะ คือตอนนี้แฟนเก่าของแม่หนูเขามาฟ้องแบ่งทรัพย์สินที่หามาร่วมกันโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และยังมีการแบ่งทรัพย์สินกันไปแล้วที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน วันที่ 1 มกราคม 2558โดยมีข้อตกลงว่าถ้าแบ่งทรัพย์สินแล้วฝ่ายชายจะย้ายออกจากทะเบียนบ้าน อีกทั้งยังเลิกกันไปตั้งแต่ปี 2554 แล้วเพราะเขามีชู้ซึ่งทางเรามีหลักฐาน ต่อมาฝ่ายชายได้ตกลงที่จะย้ายออกจากบ้านไปตั้งแต่ วันที่ 5 มกราคม 2558 หลังจากนั้นเขามาบุกรุกบ้านจนทางเราต้องไปแจ้งตำรวจ และเขาก็มาฟ้องเราให้แบ่งทรัพย์สินอีก ในกรณีนี้เขาสามารถฟ้องเราได้หรือไม่คะ

    โดยคุณ พรไพลิน  (183.89.128.79)     9 พ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 360

    ชายดังกล่าวมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินที่เป็นเจ้าของร่วมดังกล่าวก็ได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.130.171)     4 ธ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 359

     อยากทราบว่ารถยนต์คันแรกดาวด้วยกันส่งมาด้วยกัน 1  ปีและหลังจากนั้นผมส่งมา 1 ปี 4 เดือนแล้วรถเป็นชื่อผมและเป็นโครงการรถยนต์คันแรกด้วย และตอนนี้เราเลิกกันสรุปคือแฟนผมจะฟ้องเอารถอยากทราบว่าเค้าสมารถทำได้มั้ยครับ อีกอย่างแฟนเปนคนค้ำและกู้ร่วมเพื่อให้ไฟแนนท์ผ่าน

    โดยคุณ ศุภชัย  (1.46.239.206)     7 ต.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 359

    แฟนสามารถฟ้องขอเรียกให้แบ่งแยกสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.36.224)     5 พ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 358

     กรณีอยู่กินแต่งงานแต่ไม่จดทะเบียน มีทรัพย์สิน แต่ลงชื่อสามีทุกอย่าง ส่วนดิฉันมีงานทำมีเงินเดือน ซึ่งแฟนประกอบธุระกิจส่วนตัวแต่ประกอบหลังจากอยู่กิน สามีมีภรรยาน้อยและเอาทรัพย์ทุกอย่างไปอ้างว่าทุกอย่างชื่อเค้าเอาไปอยู่กินกับภรรยาน้อยไม่ส่งเสียเลี้ยงดูลูก ไร่ดิฉันกับลูกออกจากบ้าน ประกาดขายบ้าน ดิฉันกับลูกมีสิทธิ์อะไรบ้างค่ะ รบกวนตอบกลับด้วยน่ะค่ะ

    โดยคุณ เกศินี พรหมเรือง  (113.53.10.218)     3 ต.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 357

     คือผมอยากทราบว่าถ้าเกิดเลิกกันไปแล้วโดยที่ผู้หญิงเป็นผ่ายไปเอง

    โดยที่ไม่มีการทะเราะอะไรกันไม่ได้ไล่หนีแต่อย่างได้

    ถ้าเปงอย่างนี้เขาจะมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรไหมคับ

    โดยคุณ ราม  (49.230.102.91)     25 ก.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 357

    หากเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ภรรยาอาจฟ้องคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูก็ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1461

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.124.48)     21 ต.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 356

     อยากทราบว่า ถ้าเราทำประกันให้ลูก แต่เราเป็นหนี้กับบริษัทสินเชื่อ เมื่อครบกำหนดประกันที่จะได้รับเงิน บริษัทสินเชื่อสามารถยึดเงินประกันเราที่ทำให้ลูกได้มั้ยคะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    โดยคุณ เล็ก  (171.96.244.96)     11 ก.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 355

     ปรึกษาด้วยค่ะสามีไปมีเมียน้อยแล้วใช้ชื่อเมียน้อยซื้อรถแต่สามีเป็นคนผ่อนค่างวดและนำเอารถมาให้เมียหลวงใช้นานร่วมปีอยากทราบว่าเมียน้อยจะมีสิทธ์ในรถคันนี้มั้ยคะ

    โดยคุณ กันทิมา เทศทำนุ  (49.230.100.14)     5 ก.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 355

    ตามพฤติการณ์ภรรยาน้อยในฐานะเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้เช่าซื้อจึงมีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อในอันที่จะครอบครองใช้สอยรถคันที่เช่าซื้อได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 572

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.210.236)     28 ก.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 354

     แล้วแต่งงานจดทะเบียนสมรสมา7ปี มีบุตรเปนผู้หญิง2คน จนมามีปันหากัน ฝ่ายชายไล่ออกจากบ้าน แล้วเราต้องการจะเลิกจะหย่า แต่ฝ่ายชายบอกว่าให้จ้างหย่า คือยังไงคะ เลิกด้วยดีหย่าด้วยดี เขาไม่ยอกหย่าให้คะ แล้วลูกจะต้องอยู่กับใคร

    โดยคุณ ชมัยพร  (124.120.229.8)     30 ส.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 354

    หากไม่สามารถหย่าโดยความยินยอมได้ ท่านอาจดำเนินคดีโดยการฟ้องหย่าอ้างเหตุหย่าตามกฎหมายและขออำนาจปกครองบุตร ทั้งนี้ในคดีฟ้องหย่าศาลมีอำนาจพิจารณาชี้ขาดว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใดตาม ป.พ.พ.มาตรา 1520 วรรคสอง
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.100.195)     24 ก.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 353

     ขอฝากคำถามด้วยค่ะ  คือว่าพี่ชายของดิฉันอยู่กินร่วมกับภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นเวลา7ปี และมีทรัพย์สินที่ซื้อด้วยกันคือ ที่ดินกับรถยนต์ แต่ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นชื่อของภรรยา และพี่ชายของดิฉันก็ได้เลิกกับภรรยามาเป็นเวลา3ปีแล้ว ตลอดเวลา3ปี พี่ชายดิฉันเป็นคนผ่อนงวดรถคนเดียวมาตลอด แต่รถนั้นเป็นชื่อของภรรยาเขา ถึงวันนี้พี่ชายอยากฟัองร้องต่อศาล ขอแบ่งทรัพย์สิน จะเป็นไปได้ไหมคะ และจะแบ่งครึ่งไหมคะ

    โดยคุณ โสภิดา  (101.51.3.189)     28 ส.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 353

    ทรัพย์สินที่สามีภริยาทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกัน จึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายและหญิงมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356,1357 พี่ชายมีสิทธิเรียกร้องฟ้องขอให้แบ่งแยกทรัพย์สินนั้นได้ ตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.100.3)     22 ก.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 352

     จะสอบถามค่ะ...อยู่กับแฟนจนมีลูกด้วยกันไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะ แต่แฟนรับรองบุตรแล้ว แฟนทำงานราชการค่ะเป็นตำรวจค่ะ แล้วดิฉันจะมีสิทธ์ในเลี้ยงดูลูกไหมค่ะ ถ้าหากเลิกกับแฟน เพราะว่ามีปัญหากับแม่ของแฟนค่ะ จะพาลูกกลับมาบ้านของดิฉัน แต่แม่แฟนไม่ยอมให้มาค่ะ กลัวว่าจะมีปัญหากันแล้วไม่มีสิทธ์ในตัวลูกค่ะ

    โดยคุณ korakod paypan  (171.7.249.236)     16 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 351

     ดิฉันอยู่กันกับสามีมา 19 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตร 1 คน เป็นผู้หญิง อายุ 3.9 เดือน โดยสามีไม่ได้รับรองบุตร และสามีไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยสงเสียเลี้ยงดูภายในครอบครัว ติดสุรา ติดเพื่อน ตกเย็นจะต้องออกไปกินเหล้านอกบ้าน กลับมาก็มืดค่ำ บางคืนกลับมาก็หาเรื่องทะเลาะ ไม่เคยช่วยเหลืองานในบ้านและนอกบ้าน ไม่มีความรับผิดชอบ นิสัยไม่ดี เจ้าอารมณ์ ไม่ได้ดั่งใจก็จะใช้วาจาก้าวหน้า ข่มขู่ ซึ่งดิฉันไม่เคยรักสามีคนนี้เลย และบอกเลิก สามีก็ยอมเลิก แต่ไม่ยอมออกจากบ้านไป ทุกวันนี้ไม่ได้พูดกัน เดินสวนกันไปมา ไม่ได้หุงหาอาหารให้กิน ไม่ซักผ้าให้ ไม่ได้ทำให้อะไรให้สามี จากที่เคยให้เงิน ซื้อของให้ทุกอย่าง และหากสามีไม่ยอมเลิก จะมีวิธีฟ้องเลิกกับสามีหรือไม่ และหากดิฉันต้องการที่จะจดทะเบียนสมรสกับใครสักคน ดิฉันสามารถที่จะจดทะเบีียนสมรสได้หรือไม่ และจะมีผลกับตัวดิฉัน และบุตร และคนที่จดทะเบีียนสมรสอย่างไร  

    โดยคุณ อยากเลิกกับสามีมาก ๆ   (125.27.159.6)     8 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 350

    อยู่กะสามีมาหนึ่งปี ซื้อบ้านด้วยกัน แต่เงินมัดจำ หนึ่งแสนบาทดิชั้นเป็นคนออก แต่บ้านซื้อเป็นเงินสด อยู่มาวันหนึ่งสามีเอาบ้านไปจำนองแบงค์ แล้วใส่ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นสาวเค้า ดิชั้นเองมาทราบ หลังจากหกเดือนไปแล้วจึงถามสามีว่าทำไมไม่ใส่ชื่อดิชั้นเข้าไปด้วย. สามีตอบไม่ใช่เลือดเนื้อเชื่อไขกัน. จากวันนั้นดิฉันกับสามีก้อมีปากเสียงกันมาตลอด สาเหตุ ต่อมาเรื่องการพนัน ไม่ทราบว่ากรณีแบบนี้ไม่ได้จดทะเบียนกัน แล้วดิชั้นมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้และทรัพย์สินหรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ จิตต์กาญจน์ ชาญมัจฉากาจน์  (58.9.14.64)     27 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 350

    ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิ์ฟ้องขอแบ่งแยกทรัพย์สินนั้นได้ตามป.พ.พ.มาตรา 1356, 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.113.79)     16 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 349

     อยู่กินกับสามีมา8ปีจะซื้อรถยนต์ร่วมกันแต่สามีไม่ยอมจดทะเบียนแล้วเมียจะมีสิทธิไม่ถ้ามีวันหนึ่งเกิดเลิกกันไป

    โดยคุณ นวพร  (1.46.204.210)     5 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 348

     ปรึกษานะครับ ผมซื้อรถเเต่ใส่ชื่อแฟน เงินดาวน์เงินส่งของผมทั้งนั้น  เเล้วตอนนี้เลิกกัน  เเล้วจะขายทิ้งเเต่เขาไม่ยอมมาเซนต์ให้สักที

     

    โดยคุณ   (27.55.81.227)     30 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 347

     ขอถามหน่อยค่ะ ดิฉันอยู่กินกับสามีไม่ได้จดทะเบียน พอท้องเขาก็เลิกแล้วไปมีแฟนใหม่ และเอารถที่เราร่วมผ่อนด้วยกันแต่รถคนนั้นเป็นชื่อขอดิฉัน แล้วต่อมารู้ข่าวว่าฝ่ายชายได้เอารถคันนั้นไปขายให้กับคนรู้จักของแฟนใหม่เขา โดยไม่บอกเราเราพยายามถามเขาก็ไม่บอก แต่ชื่อลิสซิ่งนั้นเป็นชื่อเรา อยากทราบว่าดิฉันสามารถแจ้งความว่าสามีและแฟนใหม่เขาขโมยรถไปขายได้ไหมค่ะ. และถ้าคนซื้อรถไม่ผ่อนต่อและไม่รู้รถอยู่ไหน ดิฉันต้องรับผิดในการผ่อนต่อหรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ รฐา  (124.121.204.182)     29 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 346

     ดิฉันอยู่กินกับสามีมา มีบุตรด้วยกัน และร่วมกันจะตี้งบริษัท มีที่ดิน เป็นชื่อดิฉัน และมีสต๊อกของ ถ้าสามีตาย อยากทราบว่า ใครจะได้ค่ะ พ่อแม่พี่น้องฝั่งสามีจะได้มั้ยค่ะ แต่บริษัทเราร่วมกันสร้าง 2 คนเองค่ะ 

        ขอบคุณมากค่ะ..

     

    โดยคุณ ปากช่อง  (125.24.245.36)     26 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 345

     เราแต่งงานกันมา16ปีค่ะแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วเรามีลูกด้วยกัน2คนส่วนเขามีลูกกับเมียเก่ามา2คนค่ะเเล้วเราดูเเลลูกค่ะแล้วพอเริ่มมีทรัพย์สินบ้านรถที่ดินทุกอย่างค่ะแต่เป็นชื่อแฟนหมดค่ะเขาไม่ยอมใส่ชื่อเราร่วมด้วยเลยสาเหตุเพราะเขาบอกว่าเขามีลูกหลายคนก็เลยไม่ใส่ชื่อร่วมกันใส่ชื่อเขาคนเดียวเราแยกทางกันเรามีสิทธิ์จะเรียกร้องทรัพย์สินทุกอย่างที่มีได้ไหมค่ะทรัพย์สินที่มีฐานะดีก็ตอนมาแต่งงานกันค่ะช่วยบอกทีค่ะ

    โดยคุณ กนก  (125.27.58.92)     15 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 344

     ดิฉันแต่งงานไม่ได้จดทะเบียนสมรสมา 14 ปี มีลูก 3 คน สามีซื้อบ้าน 2 หลัง โดยใช้ชื่อญาติของเขาทั้ง 2 หลัง รถยนต์ก็เป็นชื่อน้องสาวเขา ไม่มีอะไรที่เป็นชื่อของดิฉันเลย ถ้าเลิกกัน ดิฉันจะสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างมั้ยคะ 

    โดยคุณ คุณแม่ลูกสาม  (171.97.33.35)     10 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 344

    ท่านมีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้เฉพาะที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับสามีในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยาตาม ป.พ.พ.มาตรา 1363 ประกอบมาตรา 1356

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.159.23)     7 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 343

     คือดิชั้นยุกับสามี15ปีโดยไม่ใด้จดทะเบียนสมรสกันมีบุตร3คนตอนนี้สามีมีผุหญิงใหม่.ไม่สนใจลุกเมียและไม่เคยจ่ายค่าเลี้ยงดุบุตรเรย.เรามีรถคันนึงแต่เปนชื่อสามีอยากทราบว่าดิชั้นมีสิทธ์ฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดุรึแบ่งเงินจากสิ่งของทีมีอย่างเช่นรถใด้บ้างมั้ยคะ.อยากทราบจิงๆ..ขอบคุนค่ะ

    โดยคุณ Goongza  (223.204.249.111)     5 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 343

    ท่านสามารถดำเนินคดีสามีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยการฟ้องเป็นคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรบุญชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1556, 1564 ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยา ท่านมีสิทธิเรียกขอให้แบ่งทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมนั้นได้ตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.245.127)     26 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 342

     ดิฉันอยู่กับสามีไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่มีบุตร1คน ถ้าสามีดิฉันไปอยู่กับหญิงอื่นและจดทะเบียนกันและลูกของดิฉันจะมีสิทธิในทรัพย์สินหรือไมค่ะ

    โดยคุณ สุชญา  (49.230.122.116)     27 พ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 342

    บุตรของท่านซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ย่อมถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเมื่อบิดาตายได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1627, 1629(1)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.92.41)     25 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 341

    ดิฉันแต่งงานกับสามีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน 1คน สามีเป็นคนรับผิดชอบเรื่องรถ ซึ่งก็เป็นชื่อของเค้า ส่วนดิฉันรับผิดชอบเรื่องลูก ถ้าสามีกะดิฉันได้เลิกกันแล้ว ดิฉันสามารถไม่ให้สามีและครอบครัวของสามีมายุ่งและมาหาลูกอีกได้ไหมคะ 

    โดยคุณ Nongdear  (101.51.246.165)     2 พ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 341

    ไม่อาจกระทำได้โดยชอบเพราะสามีซึ่งเป็นบิดาย่อมมีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ไม่ว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม ตามป.พ.พ.มาตรา 1584/1

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     26 พ.ค. 2558

  •  1  2  3  4 .. 19   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด