X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 16   

  • ความคิดเห็นที่ 300

    สามีเลิกกับภรรยาเก่ามา7ปี มีลูก1คน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส (แต่รับรองบุตร)

    สามีกับดิฉันอยู่กินมา4ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามีให้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว (ยังไม่มีลูก) ซื้อบ้าน ซื้อรถ ให้ดิฉันด้วยความเต็มใจ เป็นชื่อดิฉันทั้งหมด แต่เป็นเงินของสามี

    **อยู่ๆสามีจะเอาลูกมาอยู่ในบ้าน แต่ดิฉันไม่ยินยอม สามีมีสิทธิ์ทำได้ไหม...?

    **ดิฉันไม่อยากเลี้ยง ไม่อยากให้มาอยู่ด้วย ดิฉันมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง และมีวิธีใหนบ้าง ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ narin  (58.11.165.0)     18 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 299

    ทางทนายคลายทุกข์ยังไม่ตอบความคิดเห็นที่293ของดิฉันเลยค่ะเข้ามาดูทุกวันเลยร้อนใจมากค่ะ ตอนนี้อยู่อยุธยาแถวนี้มีทนายว่าความให้ได้ไหมค่ะ ไปคุยขอแบ่งทรัพย์สินแล้วเขาไม่ให้ขมขู่ว่าจะยิงด้วยค่ะถ้าเราฟ้องร้องจะต้องทำยังไงดีค่ะ ทรัพย์สินก็พอประมาณค่ะ มีบ้านและที่ดิน58ต.ร.ว สิบล้อ1คัน รถกระบะเก่าๆไว้บรรทุกของ2คัน รถมอรเตอร์ไซร์ชื่อเขา2คันชื่อเรา1คัน รถกระบะวีโก้แต่เป็นชื่อพ่อเรา(ใช้สิทธฺิ์รถคันแรกเป็นชื่อพ่อแต่เขาผ่อนและขับอยู่ปัจจุบัน)เหลือ9งวด เงินในบัญชีมีเงินหมุนเวียนตกเดือนละ200000 บาท สร้อยคอ 5 บาท เงินออกกู้เป็นชื่อเขา 40000 บาท ร่วมกับน้องชายเป็นชื่อน้องเขาอีก 100000 บาทเอกสารตัวจริงทุกอย่างอยู่ที่ดิฉัน เขาบอกมึงเอาไปเขาจะไปแจ้งความว่าหายแล้วทำใหม่แล้วจะโอนทรัพย์สินที่เป็นชื่อเขาทุกอย่างเป็นชื่อพี่เขาทั้งหมดจะทำยังไงดีค่ะ ตอนนี้ไม่มีเงินเลยต้องเอาลูกไปให้เขาเลี้ยงหากแบ่งทรัพย์สินได้จิงอยากเอาลูกมาเลี้ยงเองสงสารลูกเขาไม่ค่อยได้สนใจค่ะ 

    โดยคุณ คุณนายโฮ  (223.206.200.56)     12 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 299

    ท่านอาจโทรปรึกษากับทีมทนายคลายทุกข์ที่ 02-9485700 เกี่ยวกับปัญหาพิพาทของท่านได้โดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.4)     9 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 298

     ชายหญิงแต่งงานกันตามประเพณี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฝ่ายเจ้าสาวเรียกสินสอด 30,000 แต่เจ้าบ่าวไม่มีเงินสินสอด ก็เลยยกที่ดิน 2 ไร่ ให้ ฝ่ายหญิงบอกว่าให้โอนที่ให้ก่อนแต่งงาน เจ้าบ่าวก็โอนที่ให้เรียบร้อย ในที่ดินที่โอนให้ บอกว่าให้ด้วยความเสน่หา อยู่กินกันมาปีะมาณ  1 เดือน เริ่มมีเรื่องระหองระแหงกัน พอเดือนที่ 3 ก็บอกเลิกกัน อยากถามท่านว่ากรณีนี้ที่ดินเป็นของฝ่ายหยิงถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้เลิกกันแล้ว ผู้ชายพอจะเรียกเอาที่ดินคืนได้หรือไม่ เพราะหมดเสน่หาแล้ว 

    โดยคุณ ติมาพร   (118.172.90.234)     10 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 297

     รินอยู่กินกับสามี แบบไม่จดทะเบียนสมรสค่ะ แต่ว่ารินกับสามีได้ไปลง บันทึกประจำวัน ไว้ที่ "สน"ค่ะ ว่าอยู่กินกับสามีภรรยาค่ะ เพื่อที่ว่ารินจะชื้อบ้านอยู่ด้วยกันค่ะ ในตอนที่รินกับสามีจะชื้อบ้าน ทางธนคารได้ให้รินกับสามีไปจดทะเบียนแต่รินไม่กล้าเลยไป ลงบันทึกประจำวันไว้ที่  สน. แทนค่ะ แต่บ้านเป็นชื่อสามีค่ะ. เราชื้อตอนที่ รินกับสามีอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ และรินได้เอาเงินส่วนตัวลงทุนต่อเติมบ้านไปแล้วค่ะ และมาตอนนี้รินกับสามีเกิดมีปากเสียงแล้วทะเลาะกันถึงคั้นเลิกลากันไป รินมาสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไหมค่ะ เรื่องจะจบแบบที่รินจะต้องเสียตัวและเสียใจและเสียทุกอย่างไหมค่ะ

    โดยคุณ ริน  (27.55.41.5)     9 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 297

    ทรัพย์สินที่ท่านและสามีทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยา จึงเป็นเจ้าของรวมกัน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356,1357 ท่านมีสิทธิฟ้องขอแบ่งแยกเอาส่วนของตนคืนได้ตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     15 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 296

    แต่งงานงานกัน10 ปี มีลูก1คน ไม่ได้จดทะเบียน สามีไปกู้เงินธนาคารแล้วไม่ได้สามารถผ่อนจ่ายหนี้ได้

    ดิฉันจะต้องรับผิดชอบหนี้สินสามีที่ไปกู้กับธนาคารรึป่าว ต้องกู้เงินดิฉันเซ็นรับรู้ว่าสามีกู้เงินกับธนาคาร

    โดยคุณ da  (58.137.188.190)     4 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 295

    ช้วยที่ครับบ้านพึ่งซื้อกุ้ร่วมกันไม่ถึง1ปีแล้วผมกับภรรยาได้เลิกกันตอนนี้ผมส่งบ้านคนเดียวชื่อในฉโนดถือร่วมกันซึ่งปัจจุบันเดือนหน้สก้พึ่งครบปีแล้วถ้าผมส่งไปเรื่อยๆอนาคตจะมีปันหาไหมครับเครียดมากครับช้วยตอบที่ครับถ้าส่งจนบ้านหมดโดยที่ผมส่งค่าบ้านคนเดียวจะเรียกร้องถือกรรสิท คนเดียวได้ไหมครับช้วยทีน่ะครับ

     

    โดยคุณ   (171.7.164.7)     2 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 295

    บ้านหลังดังกล่าวถือว่าท่านกับอดีตภรรยาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกันอันมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1373, 1357 ทั้งนี้ การที่ท่านเป็นผู้ผ่อนชำระหนี้ค่างวดแต่เพียงผู้เดียวไม่มีผลทำให้ท่านกลายเป็นเจ้าของบ้านแต่ผู้เดียว เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไปฟ้องร้องว่ากล่าวเอาคืนในส่วนของเงินทดรองจ่ายที่ท่านได้จ่ายชำระหนี้แทนในส่วนที่ภรรยาต้องรับผิดคืนพร้อมดอกเบี้ยนั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.17)     4 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 294

     ฝ่ายหญิงกุ้ชื้อบ้าน .ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามีเป้นต่างชาติไม่สามารถมีชื่อถือตรองบ้านและที่ดินไเ้ หากกำลังผ่อนอยุ่แล้วภรรยาเสียชีวิต จะต้องทำอย่างไรคะที่ไม่ให้แบงค์ยึดบ้าน คือสามีต้องการบ้านน่ะค่ะเพื่อพักอาสัยต่อไป เพราะตัวเขาเองทำเรื่องกุ้ไม่ได้

     

    โดยคุณ ภัทรวดี  (1.47.163.195)     2 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 294

    สามีชาวต่างด้าวซึ่งตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าร่วมทำมาซึ่งหาบ้านนั้นในระหว่างอยู่กินกันกับท่าน สามีจึงเป็นเจ้าของรวมแห่งบ้านชอบที่จะผ่อนชำระหนี้กู้ยืมซื้อบ้านแทนท่านได้ และยื่นคำร้องขอจัดการมรดกแห่งบ้านนั้นได้หากท่านตายนั้นในฐานะตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในมรดกตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.17)     4 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 293

    อยู่กินกับสามีมาเกือบ20ปีมีลุกด้วยกัน2คนค่ะเคยจดทะเบียนสมรสกันปี52แต่มาอย่าเมื่อปลายปี54โดยที่เรายังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแต่อย่าเพราะตอนนั้นดิฉันเป็นหนี้นอกระบบเขากลัวจะมายุ่งเกี่ยวกับสินสมรสเราเลยอย่ากันแต่ในนามผ่านมาปี56เขามีภรรยาน้อยค่ะซึ่งดิฉันก็รับรู้และทะเลาะกันมาตลอดจนกระทั่งต้นปี57ดิฉันขอเลิกกับเขาอย่างเด็ดขาดโดยที่เขาเอาลูกไปดูแลเองเนื่องจากทรัพย์สินทุกอย่างเป้นชื่อเขาทั้งหมดค่ะทั้งบ้าน รถ ที่ดิน ดิฉันออกมาแต่ตัวแต่ความเจ็บแค้นใจที่เขาเอาทรัพย์สินที่หามาไปให้เมียน้อยอยู่อย่างสบายเราสองคนอยู่ด้วยกันมาจากไม่มีอะไรเลยสักอย่างดิฉันจึงมีคำถามค่ะ

    1.ตลอด20ปีดิฉันไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัวอย่างเดียวช่วยกิจการเขาเล็กๆน้อยในเรื่องเอกสารค่ะ ดิฉันมีสิทธ์ที่จะฟ้องแบ่งทรัพย์สินหรือเปล่าค่ะเพราะเคยคุยแล้วเขาไม่ให้เขาบอกเขาหาคนเดียวและที่ผ่านมาเขาก็ใช้หนี้ให้ดิฉันตั้งเยอะแล้ว(หนี้เกิดจากการฟุ้มเฟือยของตัวเอง)

    2.ต้องแยกกันอยู่นานแค่ไหนค่ะถึงจะมีสิทธ์ฟ้องแบ่งทรัพย์สินได้เพราะเราอย่าตามกฎหมายมาประมาณ3ปีแต่ก็ยังอยู่ด้วยกันบ้านเดียวกันแต่เมื่อต้นปี56เขามีเมียน้อยจึงมามั่งไม่มามั่งแต่ที่ดิฉันขาดไม่ไปมาหาสู่กันเลยแค่3เดือนเองค่ะกลัวว่าถ้าไม่ทำอะไรเมียน้อยจะพลานหมดค่ะแล้วจะไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกเลยทั้งๆที่ร่วมสร้างกันมาเพื่อลูก

    3.จะมีสิทธิ์ชนะคดีไหมค่ะถ้าสามาถทำได้จะต้องเริ่มจากไหนก่อนค่ะ

    โดยคุณ คุณนายโฮ  (183.88.166.195)     26 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 293

    ท่านสามารถฟ้องขอแบ่งแยกสินสมรสก่อนหย่าและทรัพย์สินที่เป็นเจ้าของกรรมิสิทธิ์รวมกันภายหลังหย่านั้นได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1533, 1363 ทั้งนี้ควรพบปรึกษาทนายเพื่อประเมินรูปคดีก่อนเป็นประการแรก

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     23 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 292

     อยากเรียนถามนะค่ะว่าได้แต่งงานโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและได้ซื้อที่ดินพร้อมสร้างบ้านกู้ร่วมด้วยกันและเลิกจากกันไปแล้วฝ่ายชายไม่ได้อยู่บ้านหลังดังกล่าว และฝ่ายชายเป็นฝ่ายส่งค่าบ้าน แล้วฝ่ายชายจะให้พ่อแม่พี่น้องของตัวเองมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายชายอ้างว่าตัวเองไม่ได้อยู่ สามารถเอาพ่อแม่มาอยู่ได้หรือไม่

    โดยคุณ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส  (182.52.116.242)     23 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 292

    เมื่ออดีตสามีมีส่วนเป็นเจ้าของรวมแห่งบ้านที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับท่านในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา อดีตสามีย่อมสามารถเข้าพักอาศัยหรือให้บิดามารดาของตนเข้าพักอาศัยในบ้านนั้นได้ไม่มีบทกฎหมายใดจำกัดห้ามไว้ แต่การใช้สิทธิดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งท่านที่เป็นเจ้าของรวมคนอื่นนั้นตามป.พ.พ.มาตรา 1360

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     6 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 291

    พอดีมีปัญหากับแม่สามีค่ะ แม่สามีไล่เราหนีออกจากบ้าน  ว่าเราเอาแต่ใจตนเอง  เลิกงานมาก็ทำหน้าบูดแล้วมาว่าให้เรา บ่พอใจอยู่ก็ไม่ต้องอยู่  ลูกชายก็ว่า  พอไล่เราเราเลยกลับมาอยู่บ้าน  ก่อนที่เราจะกลับมาลูกก็ไม่ให้เราอุ้ม  ลูกเราอยู่กับแม่สามี แต่แม่สามีขอค่าเลี้ยงดูบุตร  เงินเดือนเราก็ไม่เยอะแค่ 9000 บาทเอง  ส่วนสามี เงินเดือน 13000  บาท  แต่สามีกับไม่ซื้อของให้ลูก  แต่กับจะมาเอาเงินกลับเราอย่างเดียว  ขอปรึกษาหน่อยค่ะ  ไม่ไหวแล้ว  เหนื่อยจังเลย

     

    โดยคุณ นางสาวอังศุมาลิน ยินดี  (118.174.138.193)     21 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 291

    ปัญหาครอบครัวดังกล่าวคนในครอบครัวควรไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน ทั้งนี้ ท่านและสามีจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1564

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     12 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 290

    แม่สามียกที่ดินให้ดิฉันเพื่อนำไปเข้าธนาคารสร้างบ้าน 5 ปีต่อมา ดิฉันเลิกกับสามี เพราะสามีมีหญิงอื่น แม่สามีและสามีได้มาตกลงขอเงินค่าที่ดิน เป็นเงิน 300,000 บาท ดิฉันควรทำสัญญา/หลักฐานการรับเงินแบบไหนที่จะรัดกุม ป้องกันแม่สามีมาเรียกร้องอีกคะ (ดิฉันกับสามีไม่ได้จดทะเบียนกัน)

    โดยคุณ mamm  (182.53.7.115)     15 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 290

    ท่านและอดีตมารดาสามีสามารถทำความตกลงเกี่ยวกับการรับเงินชำระราคาที่ดินดังกล่าวให้ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรตามเจตนาที่ได้ตกลงกันอย่างแท้จริงและลงลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     6 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 289

    สวัสดีค่ะอยากจะขอทราบรายเอียดเรื่องกฎหมายสักหน่อยค่ะ พอดีที่บ้านมีปัญหาเรื่องทรัพย์สินค่ะ แล้วเรื่องที่จะเล่าคือ มีสามีภรรยา แต่งงานมาได้สัก 10ปีกว่าได้แล้วค่ะแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ปัจจุบัน สามีภรรยาคู่ไม่ได้อยุ่ด้วยกันแล้ว แยกกันอยู่ แล้วมีบ้านอยู่หลังหนึ่งซึ่งฝ่ายสามีได้ร่วมทุนสร้าง เงินที่สร้างเป็นเงินของสามีแล้วโฉนดที่ดินเป็นชื่อของภรรยา จึงอยากทราบว่าถ้าสามีจะเอาเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน จะสามารถเรียกร้องเอาคืนได้ไหมค่ะ เพราะถ้าฝั่งภรรยาไม่ยอมให้

    โดยคุณ อรดี  (171.7.249.141)     14 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 289

    บ้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สามีภรรยาดังกล่าวทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยากันนั้นถือว่าบ้านเป็นทรัพย์สินกรรมสิทธิ์รวมซึ่งสามีหรือภรรยามีสิทธิฟ้องเรียกร้องขอแบ่งแยกได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     29 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 288

     หวัดดีคะ่ พี่ชายโดนเมียหนีออกจากบ้านเอาเงินไปหมด ทิ้งลูก 

    2 คนไว้ อยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี  มีร้านขายของและรถ 1 คันแต่เป็นชื่อเมีย

    หมด  จะทำอย่าง

    ไรถ้าเราอยากโอนลูกและทรัพสินมาเป็นของพี่ชาย  กลัวเขากลับมาเอาลูกและรถหนีไปอีก  เพราะรถก็ยังผ่อนอยู่ค่ะขั้นตอนต้องทำยังไงค่ะ 

    โดยคุณ yo  (96.29.253.129)     12 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 288

    พี่ชายอาจร้องขอให้ศาลสั่งถอนอำนาจปกครองบุตรทั้งสองของภรรยา และตั้งตนเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทนตลอดทั้งขอแบ่งแยกสินสมรสหรือทรัพย์สินที่เป็นเจ้าของรวมตาม ป.พ.พ.มาตรา 1521, 1533

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.24)     23 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 287

     สวัสดีค่ะ 

    คือเรื่องมีอยู่ว่า ลุงกับป้า ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่มีลูกด้วยกัน 3 คน ตอนที่ท้องคนที่ 3  ป้าได้ติดคุก คดียาเสพติดเพราะลุง ค่ะ (แต่ตอนนี้พ้นโทษออกมาแล้วค่ะและไม่ได้กระทำผิดอีก) พอตอนติดคุกลุงได้ไปมีเมียใหม่ และหายไปเลยไม่ติดต่อ ไม่เลี้ยงดูลูกทั้ง3 คน   ป้าต้องทำงานคนเดียว แล้วน้องๆ3คน ยายต้องเลี้ยง  เราสามารถเรียกร้องอะไรจาก ลุงได้ไหมคะ  หนูเห็นน้องๆอยู่อย่างลำบาก มีกินไปวันๆ โดยได้เงินจาก พี่ป้าน้าอา ญาติๆที่ส่งเงินไปให้ยายคะ น้องคนที่1 เรียนม.5 (คนที่ 2 เรียนม.3 คนที่3 เรียน ม.1 ซึ่งหนูเห็นว่าเขาลำบากมากๆๆ เราพอจะมีทางออกมั้ยคะ คือคุณลุง เขาไม่เคยมาสนใจอะไรเลยคะ หนูเห็นจึงทนไม่ได้ค่ะ  หนูเป็นหลานของป้าค่ะ  ขอบคุณค่ะ 

    โดยคุณ อยากปรึกษา กรณีลุงกับป้าค่ะ  (171.97.190.104)     9 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 287

    ป้าสามารถฟ้องลุงเป็นคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1556

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.20)     21 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 286

     อยากปรึกษาเรื่องพินัยกรรมคะ มีแฟนต่างชาติประเทศตุรกีเขาเคยสั่งเรื่องทำพินัยกรรมคะะ ตอนนี้เขาพึงเสียชีวิตได้1เดือนกับ5วันแต่ทางญาติเขาบอกให้รอจนกว่าทนายฝั่งเขาจัดการเสร็จ1-2เดือน เราควรทำยังไงคั

    โดยคุณ ณัฐกานต์ อณารัตน์  (115.67.199.66)     8 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 286

    สิทธิแหละหน้าที่ใดๆอันเกิดขึ้นตามพินัยกรรม ให้มีผลบังคับเรียกร้องกันได้ตั้งแต่ผู้ทำพินัยกรรมตายเป็นต้นไป เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้กำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาให้มีผลบังคับเรียกร้องกันได้ภายหลังตามป.พ.พ.มาตรา 1673 ดังนี้ หากท่านเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม จึงชอบที่จะฟ้องเรียกตามข้อกำหนดพินัยกรรมได้ภายในอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.25)     19 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 285

    ดิฉัน  แต่งงานโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยู่ด้วยกัน ประมาณ3 ปี มีลูก 1คน วัย 2ขวบ สามีทำการค้าค่ะ ประกอบธุรกิจส่วนตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของเขาหมด ดิฉันมีหน้าที่เลี้ยงดูลูก เป็นแม่บ้าน ดูแลบ้านค่ะ ไม่มีงาน หรือรายได้จากทางอื่น ณ ตอนนี้มีปัญหากัน สามีไล่เราทิ้ง แบบนี้เราจะเรียกร้องอะไรจากเขาได้บ้างค่ะ เพราะขอคุยดีๆเขาก็ไม่ยอม หากเรียกร้องได้สิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมคืออะไรบ้างค่ะ

    โดยคุณ ออน  (49.230.122.34)     4 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 285

    ท่านยังสามารถฟ้องสามีเพื่อเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรและตนได้ทั้งนี้ควรพบปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีสามีต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     14 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 284

    อยู่กินกับสามีมา20ปี มีลูกด้วยกัน3คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ทำมาหากินตั้งแต่ศุนย์ เลยได้ซื้อเรือเป็นชื่อดิฉัน(ภรรยา) ซื้อรถชื่อดิฉัน1คัน และชื่อสามีอีก1คัน มีที่อยู่2แห่ง ไม่มีโฉนด แต่มีใบซื้อขายทั้ง2แห่ง อยู่มาวันนึงเค้ามีผู้หญิงคนอื่น ทะเลาะกับดิฉัน ดิฉันออกจากบ้านมากับลูก1คน ลูกอีก1คนไปทำมาหากินอยู่ที่อำเภออื่น ส่วนลูกคนเล็ก เค้าจ้างแม่บ้านเลี้ยงอีกอำเภอหนึ่ง ส่วนบ้านที่เค้าอยู่ เค้าได้นำผู้หญิงคนนั้นกับลูกติดมาอยู่อาศัยด้วย และไม่แน่ใจว่าจะจดทะเบียนสมรสกันหรือยัง ดิฉันอยากทราบว่า ถ้าดิฉันจะฟ้องร้องอะไร ให้เป็นสมบัติแก่ลูกดิฉันทั้ง3คนบ้างคะ เพราะตัวเค้าได้นำลูกคนอื่นมาเลี้ยง แต่ลูกตัวเองนั้นลำบาก ไม่สนใจใยดีเลย ขอความรบกวนตอบกระทู้ด้วยค่ะ ร้อนใจมาก

    โดยคุณ nookcieo  (180.180.76.254)     28 เม.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 284

    ท่านสามารถขอแบ่งแยกทรัพย์สินที่ท่านได้ทำมาหาได้ร่วมกันกับสามีในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาในฐานะเจ้าของรวมได้กึ่งหนึ่งตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1357, 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     11 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 283

    แม่โอนบ้านให้สามีแล้ว แต่ลงชื่อสามีคนเดียว ถ้าเกิดสามีตายบ้านหลังนี้จะเป็นของคัยต่อ เพราะลงชื่อสามีคนเดียว เราจดทะเบียนสมรสกันค่ะ หากสามีตายแต่แม่ยังมีชีวิตอยู่

     

     

    โดยคุณ รจนา ปวัฒพันธ์  (223.204.181.83)     20 เม.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 283

    เป็นสินส่วนตัวของสามีคุณ เพราะทรัพย์ดังกล่าวเป็นการให้โดยเสน่หา ถือเป็นสินส่วนตัว ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1471(3) หากสามีคุณตายทรัพย์สินย่อมตกทอดแก่ทายาท ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1599 ประกอบมาตรา 1629,1635

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     5 พ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 282

     สามีดิฉันเคยแต่งงานแล้วมีลูก1คน แต่เขาทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และยังไม่เลิกกันเพราะฝ่ายหญิงทางนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสามีมีแฟนใหม่และ ผช ก็ได้มาจดทะเบียนสมรสกับดิฉัน ตอนนี้ดิฉันก็ให้ผุชายแบ่งหนี้กับแฟนคนเก่ามาช่วยกันใช้หนี้คนล่ะครึ่ง ทรัพย์สมบัติทุกอย่างเปนชื่อ ผช หมด อยากทราบว่า ทางกฎหมายมีผลอย่างไรเมื่อฝ่าย ญ ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะเรียกร้องทรัพย์สิน  และฝ่าย ญ ที่จดทะเบียนสมรส มีสิทธ์อะไรบ้าง

    โดยคุณ Nirin  (223.206.250.45)     12 เม.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 281

    ขอถามค่ะ  

    ถ้าเราพึ่งแต่งงานได้1เดือน แล้วฝ่ายชายขอเลิกรา ฝ่ายชายสามารถขอสินสอดคืนได้มั๊ยค่ะ

    โดยคุณ ปวีณา  (49.230.92.221)     10 เม.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 281

    ฝ่ายชายจะเรียกสินสอดคืนได้ต่อเมื่อไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิงหรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทำให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1437 วรรคสาม

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.19)     6 พ.ค. 2557

  •  1  2  3  4 .. 16   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด