ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 21   

  • ความคิดเห็นที่ 400

     สมรถโดยไม่จดทะเบียน มีบุตร 2 คน ตอนนี้มีภาระบ้าน 1 หลัง กู้ร่วมกันกับสามี 

    ถ้าเขาถอนชื่อออกจากการกู้ร่วม เด็กที่เกิดกับภรรยาใหม่ที่ไม่ได้จดทะเบียน

    แต่มีการจดรับรองบุตร จะยังมีสิทธิ์ในบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่

    โดยคุณ   (202.183.185.141)     7 ส.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 400

     กรณีดังกล่าว เมื่อบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นชื่อของท่านแต่เพียงผู้เดียวแล้ว เด็กที่สามีของท่านจดทะเบียนรับรองบุตรไว้นั้น จึงไม่มีสิทธิในบ้านหลังดังกล่าวแต่อย่างใด

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.129.81)     17 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 399

     อยูกินกับแฟนมา3ปีมีลูกติดแฟน1คนโดยไม่ได้จดทะเบียนไม่ได้รับเป็นบุตรบุญทำฝากแฟนเอาตังของผมไปฝากให้ลูก6แสนตอนนี้เลิกกันแล้วผมมีสิทไปเอาคืนไหมคับ

    โดยคุณ   (27.145.136.79)     31 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 399

     ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของบัญชีดังกล่าว หากเป็นชื่อของท่านเองที่เป็นเจ้าของบัญชี ท่านก็สามารถถอนออกมาได้ แต่ถ้าหากเป็นชื่อบัญชีของผู้อื่น ท่านก็ไม่สามารถทำการถอนเงินดังกล่าวออกมาได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.8.110)     3 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 398

     สอบถามหน่อยค่ะ ชายหญิง อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียน ที่ดินเป็นชื่อฝ่ายชาย แต่ได้มาระหว่างอยู่กินด้วยกัน ฝ่ายชายมีภรรยาใหม่ ฝ่ายหญิงจะมีสิทธิ์กับทรัพย์สินอย่างไงบ้างค่ะ

     

     

    โดยคุณ สุวรรณา  (118.172.36.15)     27 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 398

     หากที่ดินดังกล่าวได้มาเพราะท่านทำมาหาได้ร่วมกับสามี เช่น ค่าที่ดินนั้นท่านและสามีออกคนละครึ่ง หรือ นำเงินที่ได้มาจากการทำงานของท่านทั้งสองคนมาซื้อที่ดินนั้น ที่ดินดังกล่าวท่านและสามีย่อมมีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าว ท่านและสามีจึงมีสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวคนละครึ่งหนึ่ง ตามป.พ.พ. มาตรา 1357 ท่านจึงมีสิทธิ์ขอแบ่งที่ดินดังกล่าวครึ่งหนึ่งจากสามีได้ โดยวิธีการแบ่งจะเป็นไปตามป.พ.พ. มาตรา 1364

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.8.110)     3 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 397

     ขอถามหน่อยค่ะดิฉันมีสามีเป็นชาวต่างชาติมีลูกด้วยกันหนึ่งคนแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

    เราแยกทางกันแต่เค้าส่งเสียให้ลูกทุกเดือน ดิฉันคิดว่าถ้าวันหนึ่งเค้าไม่ส่งเงินมาไห้ลูกเพราะมันไม่มีสัญญาหลักประกันอะไรเลยและเค้าเคยให้ดิฉันส่งเอกสารของฉันกับลูกไปให้เพื่อที่จะทำประกันเกี่ยวกับการเงินถ้าเกิดอะไรขึ้นกับสามีถึงแก่ชีวิตลูกจะได้รับผลประโยชน์ที่สามีทำไว้ให้ดิฉันก็ส่งเอกสารของฉันกับลูกไปให้ ก็ไม่รู้ว่าเค้าทำจริงรึป่าว แล้วดิฉันจะทราบได้อย่างไรว่าเค้าทำอะไรไว้ให้ลูกบ้าง เพราะว่าถามสามีก็ไม่พูดถึงเลย

    โดยคุณ   (119.76.101.235)     23 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 397

     กรณีของท่าน เมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่มีความสัมพันธ์กันตามกฎหมายแพ่งเรื่องครอบครัว บุตรที่เกิดกับสามีชาวต่างชาติ ก็ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของสามี แนะนำให้ท่านพาสามีมาเพื่อทำสัญญาให้ผูกพันรับอุปการะเลี้ยงดู หรือ ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้บุตรครับ 

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.10.193)     2 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 396

     ความเหตุของดิฉันคือ

    แฟนยังไม่หย่ากะเมียเก่าๆไม่ยอมหย่าให้

    เลยจะถามว่าหย่าแบบไม่ต้องเจอกันโดยไม่ฟ้องหย่าได้ไม่ทำแบบไหน ใช้เวลาเท่ารัยถึงหย่าเเบอัตโนมัติ

    แบบนั้นได้คะ

    เฟสชื่อ. นู๋มิ้ม พีเคร์ นะคะ

     

     

     

    โดยคุณ มิ้ม  (171.5.240.157)     23 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 396

     การหย่าตามกฎหมายมีแค่ 2 กรณี คือ หย่าโดยความยินยอมของสามีภรรยา กับ  หย่าโดยคำพิพากษาของศาล ครับ  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1514, 1516 

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.10.193)     2 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 395

     สอบถามหน่อยคะ คือมีการจัดงานผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณี ซึ่งก่อนจัดงานได้คุยไว้เบื้องต้นว่าเงินค่าสินสอดกับทองจะให้แม่ของฝ่ายหญิง ส่วนเงินที่ได้จากการผูกข้อมือและจากการใส่ซองของแขกที่มาร่วมงาน เจ้าบ่าว+เจ้าสาวเป็นผู้เก็บ แต่เนื่องจากมีปัญหากัน แล้วฝ่ายหนึ่งเก็บเงินส่วนนี้ไปทั้งหมด อยากถามว่าเราสามารถฟ้องเรียกเอาเงินส่วนนี้มาแบ่งกันคนละครึ่งได้ไหมคะ

    โดยคุณ อริศ  (115.87.191.147)     20 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 395

     กรณีดังกล่าวอาจพอฟังได้ว่าเงินที่แขกใส่ซองในงานแต่งงานของท่านนั้น เป็นเงินที่แขกให้เพื่อแสดงความยินดีในงานแต่งงานของท่านและสามี เพราะฉะนั้น จึงถือว่าท่านและสามีมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน(เป็นเจ้าของร่วมกัน)ในเงินทั้งหมด ท่านจึงมีสิทธิ์ครึ่งหนึ่งในเงินจำนวนนั้น จึงสามารถฟ้องขอให้แบ่งเงินจำนวนนั้นให้ท่านครึ่งหนึ่งได้ แต่ทางที่ดีควรทำการเจรจาระหว่างท่านกับสามีเพื่อขอแบ่งเงินที่ได้จากซองในงานแต่งงานน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.1.194)     26 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 394

     ขอรบกวนถามหน่อยค่ะดิฉันมีแฟนเป็นชาวต่างชาติและเขากำลังจะซื้อบ้านอยู่ในประเทศไทยและจะซื้อเป็นสองชื่อ. มีชื่อดิฉันกับแฟนซึ่งแฟนเป็นคนจ่ายเงินแล้วดิฉันจะมีสิทธ์ในทรัพย์สินในส่วนนี้ด้วยไหมค่ะ

    โดยคุณ อรอุมา  (134.236.51.125)     17 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 393

     อาจสงบสุขของพระเจ้าอยู่กับคุณ
    คุณเป็นนักธุรกิจหรือหญิง? คุณอยู่ในใด ๆ
    ความเครียดทางการเงินหรือไม่หรือคุณต้องการเงินทุนเพื่อเริ่มต้นขึ้น
    ธุรกิจของคุณเอง?
    A) การขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล
    B) ธุรกิจและการศึกษาเริ่มต้นขึ้น
    C) รวมหนี้
    ชื่อ: ..........................................
    ประเทศ: .........................................
    สถานที่ตั้ง: ..........................................
    สถานะ: .......................................
    เพศ: ................................................ ...
    อายุ ................................................. ....
    การกู้ยืมเงินที่ต้องใช้: .........................
    ระยะเวลากู้: ...................................
    หมายเลขโทรศัพท์มือถือส่วนบุคคล: .......................
    รายได้ต่อเดือน: .....................................
    ขอขอบคุณและขอให้พระเจ้าคุ้มครอง
    อีเมล์: marycoleloanscompany3@gmail.com

    โดยคุณ Mrs Mary  (197.211.52.42)     7 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 392

     ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส และ ไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านของบ้านสามี  มีสิทย์แบ่งสมบัติกันมั้ยคะ

    โดยคุณ เมธินี  (171.5.243.18)     25 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 391

    รบกวนถามหน่อยนะคะคือดิฉันได้ออกรถร่วมกันแต่เป็นชื่อสามีและต่อเติมบ้านแต่บ้านเป็นมรดกสามีเราไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะมีปัญหาทะเลาะกันเลิกกันดิฉันมีแฟนไหมดิฉันจะมีสิทในทรัพสินส่วนนั้นไหมรถกับต่อเติมบ้าน

     

    โดยคุณ Panatda kinnaree  (182.232.86.191)     23 มิ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 391

     หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างคุณและสามี คุณอาจฟ้องขอแบ่งได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ารถและบ้านเป็นทรัพย์สินที่เกิดจากการทำมาหาได้ร่วมกันจริงๆจึงจะสามารถขอแบ่งได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.7.217)     8 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 390

    รบกวนถามหน่อยนะคะคือดิฉันได้ออกรถร่วมกันแต่เป็นชื่อสามีและต่อเติมบ้านแต่บ้านเป็นมรดกสามีเราไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะมีปัญหาทะเลาะกันเลิกกันดิฉันมีแฟนไหมดิฉันจะมีสิทในทรัพสินส่วนนั้นไหมรถกับต่อเติมบ้าน

     

    โดยคุณ Panatda kinnaree  (182.232.86.191)     23 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 389

     ดิฉันอยู่กับแฟนมา10ปีมีลูก1คนอายุ10ขวบแต่ดีฉันเป็นเมียน้อยยุกับแฟนก็ช่วยเขาทำงานเขารับเหมาจนมาเมื่อ2ปีดิฉันกลับมายุบ้านตัวเองต่างจังหวัดเขาก็ซื้อที่กับพี่สาวสามคนเป็นเงิย90000แต่พ่อยังไม่โอนไห้ดิฉันกับแฟนมีปัญหากันเขามีแฟนอีกคนลงทุนเปิดคาร์แคร์ไห้เขาแต่ดิฉันไม่มีอะไรได้รถคันนึงแต่เป็นซื่อดิฉันลูกก็อยู่กับดิฉันบ้านของดิฉันเองที่ของดิฉันเองแต่เขาจะมาเอาของคืนเขามีสิทธิ์เอาคืนหรือป่าวค่ะ

    โดยคุณ สุภัควี  (116.58.249.139)     21 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 388

     สามีของดิฉันได้มีภรรยายุด้วยกันมา14ปีมีลูก2คนไมได้จดทะเบียนสมรสมีสัญชาติพม่า  ภรรยาเก่าของสามีได้มีชู้แล้วเลิกรากันไปแล้วลูกยุกับสามีและ มาแต่งงานอยู่กินกับดิฉันมา2ปี ตั้งท้องได้8เดือนแล้วทะเบียนสมรสกัน อยากทราบทางภรรยาเก่ามีสิทธิเรียกร้องอะไรบ้าง

    โดยคุณ   (223.24.71.41)     16 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 387

     เราอยู่กินกับสามีต่างชาติไม่ได้จดทะเบียนกัน มีลูกด้วยกัน 1 คนมีชื่อเค้าเป็นพ่อของลูกในใบเกิดค่ะ อยู่ๆสามีหนีไปเฉยๆ ทิ้งเรากะลูกบอกว่าไม่ต้องรอ ไม่กลับมาแล้ว เราสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ เช่น ค่าเลี้ยงดูลูก คะ? 

    โดยคุณ ค่าเลี้ยงดูลูก  (171.99.180.204)     14 มิ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 387

     สามารถฟ้องขอให้บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร และ หากลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะ(อายุยังไม่ถึง20ปี) ขอให้ศาลสั่งเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตรได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 1556,1564

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.38.234)     16 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 386

     รบกวนด้วยนะคับผมอยู่กินกะแฟนมาสามผี

    พึ่งใด้มาแต่งกันช่วงปีที่2

    หลังจากนั้นผมเห็นแฟนผมเร่นเฟสกะผู้ชาย

    ( มัหลักฐานด้วยคับ )

    แบบนี้ค่าสินสอดที่เราเสียใปสามารถเรียกกลับคืนมาใด้ใหม

     

     

     

     

    โดยคุณ อรรถชัย อังกาบ  (49.230.28.208)     29 พ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 385

     อยากทราบว่าเราอยู่และดูแลกับชาวต่างชาติแบบสามีภรรยามานานสิบกว่าปีไม่ได้แต่งงานไม่มีทะเบียนสมรส...ถ้าเลิกกันเราจะมีสิทธิเรียงรอ้งอะไรบ้างไหม??

    โดยคุณ นาง  (223.24.38.102)     16 พ.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 385

     หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.147.24)     7 มิ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 384

     กรณีไม่ได้จดทะเบียนกันแต่สมรสกันตามประเพณีมีผู้ใหญ่และบุคคลมาเป็นพยานในงานแต่งญาติและเพื่อนๆรับทราบว่าเป็นสามีภรรยากันประกอบกับมีบุตร 2 คน มีการลงสูติบัตรของบุตรชัดเจนว่าเป็นพ่อและแม่ของลูก คำถามคือหากสามีนอกใจมีภรรยาน้อยและมีหลักฐานทางไลน์หรือเฟซของฝ่ายหญิงและชายลักลอบคุยกันเชิงชู้สาวบ่อยๆ ในลักษณะนี้สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่

     

     

    โดยคุณ หนึ่ง  (223.24.64.110)     9 พ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 383

     อยากถามครับว่าผมอยู่กับแฟนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

    แล้วซื้อบ้านอยู่ด้วยกันแต่เป็นชื่อภรรยาคนเดียว

    แล้วมีลูกด้วยกัน1คน สมมุติว่าภรรยาเสียชีวิต บ้านจะเป็นสิทธิ์ของใครครับภรรยามีพี่น่องและบุตรก่อนหน้านี้1คนแล้วครับ

    ขอบคุณครับ

     

     

     

     

     

    โดยคุณ autt  (64.233.173.54)     25 เม.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 382

     ขอถามน่อยค่ะพอดียุกินกับแฟนมา9 ปี ออกรถมา 1 คัน มีลูกด้วยกัน 1 คน 

    ต้อนนี้เค้าหนีไปมีแฟนใหม่ แถมยังไปจดทะเบียรสมรสกัน 

    เราสามารถมีสิทนัยรถป่าวค่ะ และก้สามารถเรียกค่าเลี้ยงดูได้ป่าวค่ะและได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ตำรวย เค้าเองก้เซ็นยินยอมว่าจะส่งเสียค่าเลี้ยงดูโดยมีคนอื่นเป็นพยานด้วยค่ะ ผ่านมาหลายเดือนแล้วเค้าไม่ยอมส่งเลย ไม่ทราบว่าเรามีสิทฟ้องร้องได้ป่าวค่ั

    โดยคุณ นุชจรี   (1.46.79.45)     21 มี.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 381

     ขอรบกวนถามหน่อยคับผมอยู่กับแฟนมาจะ3ปีมีลูก1คนแต่ผมกับแฟนไม่ได้จดทะเบียนกันเพราะแฟนเป็นคนพม่าแล้วเขาจะเอาลูกไปอยู่พม่าจะทำได้ไมคับพ่อแม่ผมเลี้ยงมาท่านไม่ให้ไปเพราะลูกไม่ค่อยแข็งแรงคับกลัวไปอยู่ที่นั้นจะหาหมอลำบาก

    โดยคุณ บอย  (64.233.173.64)     18 มี.ค. 2559

  •  1  2  3  4 .. 21   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด