X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 20   

  • ความคิดเห็นที่ 380

     ดิฉัน แต่งงานกับสามีมาสามปี เข้าปีที่สอง สามีสอบติดราชการซึ่งต้องมีสถานะเป็นโสด จึงหย่าให้

    ในที่นี้อย่าให้เพื่อไปศึกษา 1 ปี ระหว่างนี้ อยู่ที่บ้านสามี มีบุตรร่วมกัน 1 คน ถ้าระหว่างที่หย่ากันนี้สามีไปมีชู้ ไม่ทราบว่าเราสามารถฟ้องสามี หรือชู้สามีได้หรือไม่ค่ะ

    เนื่องจากอยู่คนละที่กัน หย่ากันก็ยังอยู่ในสถานะสามีภริยากันอยู่ค่ะ 

    โดยคุณ   (202.28.25.100)     15 มี.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 379

     ในกรณีที่ผู้หญิงขอเลิก(ไม่ได้จดทะเบียนสมรสอยู่แล้ว)อยู่ร่วมกันมา12ปี มีบุตร 1คน แต่ผู้ชายเคยบอกว่าถ้าจะเลิกก็ไปแต่ตัว พอผู้หญิงย้ายออกมาแล้ว ผู้ชายยังไม่ยอมจบ ยังตามจะเอาไปอยู่ด้วย ทั้งที่ผู้หญิงไม่ยอม แต่เขาก็ยังตามราวี ทั้งที่ทรัพย์สินที่หาร่วมกันมาก็ให้เขาหมด ในทางกฏหมายช่วยได้ไหม อย่างบ้าง

    โดยคุณ wisut  (58.9.132.236)     4 มี.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 378

     คือว่าเเต่งงานอยู่กับเเฟนมาจะเข้าปีที่3เเร้วเเต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเเค่รอให้อายุครบ20ปีบริบูรณ์ก่อนว่าจะไปจดทะเบียนเเต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าเราทั้ง2ฝ่ายมีฐานะพอๆกันเเต่ก็อยากจดเพราะเรากำลังจะออกรถร่วมกันเเบบนี้เราสามารถจะจดได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ Daw  (118.175.74.174)     1 มี.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 378

     หากท่านและสามีมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว ก็เข้าเงื่อนไขแห่งการสมรสที่จะจดทะเบียนสมรสได้โดยชอบด้วย ป.พ.พ.มาตรา 1448

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.133.172)     11 พ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 377

     ดิฉัน แต่งงาน กับสามี มา 5 ปี จดทะเบียนสมรส ด้วยกัน แต่สามี มี ลูก ติด 1 คน อยาก ทราบว่า ถ้าสามีเสียชีวิตลูก เก่าสามี กับดิฉัน เป้น ภริยา ใหม่ มีทะเบียน จะแบ่ง ทรัพย์สิน กันยังไงค่ะใคร ได้ เท่าไหร่ ใครมาก น้อย

    โดยคุณ เยล  (49.229.37.78)     25 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 376

     ดิฉันนางสาวรพีพร บวชกระโทกได้จดทะเบียนสมรถกับชาวต่างชาติและตอนี้ได้แยกทางกันอยู่มาสามปีแล้วแต่อยากจะรู้ว่าอีกอีกปีคะที่ทะเบียนสมรสจะเป็นโมฆะหรือต้องทำการอย่าร้างและมีบุตรสาวด้วยกัน แต่บุตรกับดิฉันทางสามีของดิฉันไม่ให้ดิฉันกับบุตรสาวติดต่อพูดคุยกันเลย อยากจะรู้ว่าทะเบียนสมรส 

    โดยคุณ รพีพร บวชกระโทก  (49.230.196.26)     19 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 375

     ดิฉันอยู่กินกะสามีมา 10 กว่าปี ทุกฝ่ายรับรู้ มาวันหนึ่งสามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยที่ 1.ซื้อบ้านชื่อสามีคนเดียว(สวัสดิการพนักงาน) ยังผ่อนกับแบงค์ ผ่อนมาได้แค่ 1 ปี

    2.รถยนต์ชื่อสามี (คนค้ำเสียชีวิตแล้ว) แต่ยังค้าไฟแนน  2 แสนกว่า (รถยนต์พังเสียหายจากอุบัติเหตุ ประกันชั้น 1 ไม่รับผิดชอบตามเงื่อนไข)

    3.เงินประกันต่างๆ เงินช่วยเหลือต่างๆ ทางพี่สาวสามีจัดการเก็บหมด

    อยากสอบถามทนายว่า อยู่กินเป็นสามีภรรยามากว่า 10 ปีกว่ามีสิทธิ์อะไรไหมคะ หรือต้องก้มหน้ารับเวรกรรม

    โดยคุณ   (49.229.45.182)     15 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 374

    เราจดทะเบียนกับแฟนค่ะ แต่มีเหตุให้ทะเลาะกันจึงขอหย่าแฟนเป็นทหารค่ะตอนหลังจดทะเบียนสมรสกันได้ทำการกู้เงินมาซื้อรถค่ะแต่ชื่อในการซื้อเป็นของแฟนค่ะอยากทราบว่าเราสามารถฟ้องร้องอารัยได้บ้างค่ะ

    โดยคุณ   (49.230.29.146)     1 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 373

     ดิฉันแต่งงานกับสามีอยู่กินกันมาเป็นเวลานานสิปปีเรามีบุตรด้วยกันสองคนชายกับหญิงแต่ตอนนี้เราเลิกกันซึ่งทรัพย์สินที่หามาด้วยกันฉันยกให้ทางฝ่ายสามีหมดแต่ทางฝ่ายสามีไม่ยอมที่จะยกบุตรให้กับดิฉันซึ่งตลอด10ปีที่ผ่านมาการเลี้ยงดูบุตรพ่อกับแม่ของดิฉันเป็นผู้รับการเลี้ยงดูบุตรทั้งสองซึ้งเหตุผลที่ดิฉันเลิกกับเขาเพราะเขาไม่ช่วยดิฉันทำงานเคยทำงานที่เดียวกันแต่ก็ถูกไล่ออกเพราะเขาไม่ซื่อสัตย์หลังจากที่เขาออกจากงานดิฉันก็ทำงานคนเดียวมาตลอดรายได้ที่รับก็ไม่พอใช้จ่ายและเขาก็ชอบกินเหล้าทุกวันเมามาทีไรต้องทะเลาะกันและก็ทำร้ายร่างกายดิฉันอยู่เป็นประจำและนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องเลิกกับเขาส่วนเรื่องลูกดิฉันไม่ยอมให้เด็ดขาด

    โดยคุณ Yada. Upala  (1.47.40.90)     22 ม.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 372

     ดิฉันอยู่กับสามีมาปีกว่า แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ได้ตั้งท้องลูกคนหนึ่ง แต่สามีทิ้งดิฉันกับลูกไปมีผู้หญิงอื่น แล้วมาวันหนึ่งใกล้จะคลอดลูก เค้าบอกว่าเค้าจะส่งค่าเลี้ยงลูกให้ลูกเดือนละ5000บาททุกเดือน ดิฉันไม่ไว้ใจเค้า เลยให้เค้าเขียนเป็นหนังสือขึ้นมา แล้วก็ให้เค้าเซ็น มีน้าทางดิฉันเซ็น เป็นพยานด้วย  แล้วถ้าวันหนึ่งเค้าไม่ส่งค้าเลี้ยงดูลูกให้ ดิฉันมีสิทจะฟ้องได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ วิภา เชื้อสาทุม  (171.99.47.105)     21 ม.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 372

    ท่านสามารถนำบันทึกข้อตกลงจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรมาฟ้องร้องให้บังคับคดีสามีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 374, 1564

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.98.30)     8 มี.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 372

     หากท่านและสามีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ท่านจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเฉพาะทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยากันเท่านั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356, 1357, 1363 จึงไม่ทำให้ท่านเกิดสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมของสามีไม่ต้องด้วยมาตรา 1629 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.34.79)     20 เม.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 371

     ดิฉันยุกับสามีมา3ปีกว่ามีลูก1คน .โดยที่เราไม่ได้แต่งงานกัน 

    ยุมาวันนึงเค้าก็ได้มีผู้หญิงคนใหม่ . เค้าไม่ส่งเงินมาให้ลูกเลย

    เรามีสิทธิ์เรียกร้องอะไรมั้ยค้ะ

    โดยคุณ   (49.229.8.117)     11 ม.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 370

     ดิฉันอยากรู้ว่าถ้สามีแต่ยังไม่ใด้จดทะเบียนกัน  สามีใด้หย่ากับภริยาแล้วแต่เขามีหนีค่าบา้นแต่ภริยาเก่าเขาไม่รับทรัพสินอะไรทั้งสิ้น  ตัวดิฉันเองก็ช่วยกันเลี้ยงลูกที่เกิดจากภริยาเก่าด้วย ดิฉันได้เอาเงินไปจ่ายหนี้บ้านจนหมด แต่เขากู้รวมกันกับภริยาเก่า ภริยาเก่าเขามีสิทธ์ที่มาเรียกร้องมัยค่ะ

     

     

    โดยคุณ   (118.10.83.3)     2 ม.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 370

    ที่ดินและบ้านซึ่งเป็นสินสมรสที่ยังไม่แบ่งถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างสามีกับภริยาเดิมจึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวมเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1533 ประกอบมาตรา 1356,1357 ภริยาเดิมจึงมีสิทธิเรียกร้องขอแบ่งแยกทรัพย์สินดังกล่าวได้ตามมาตรา 1363
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.49.8)     16 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 369

     ในกรณีที่สามีเป็นฝ่ายขอเลิกกับภรรยาแต่สามีและภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันฝ่ายสามีจะมีสิทธิ์ที่จะขอแบ่งทรัพย์สินได้หรือไม่

    โดยคุณ นิรพัน ขวัญใจ  (118.175.241.221)     29 ธ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 369

    สามีมีสิทธิขอแบ่งแยกทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันจากท่านในฐานะเจ้าของรวมได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.100.233)     5 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 368

     สวัสดีคะ..ดิฉันมีสามีเป็นชาวต่างชาติอยู่ด้วยกันมา11ปีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  สามีดิฉันเขาอายุมากแล้วและได้เขียนพินัยกรรมเป็นภาษาเยอรมันไว้ให้ โดยระบุชัดเจนว่าทุกสิ่งที่เขามีเมื่อเขาจากโลกนี้ไปแล้วเขาขอยกให้ดิฉันแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งรวมถึงบัญชีเงินฝากของเขาด้วย แต่ทรัพสินอย่างอื่นเช่นบ้าน รถ เป็นชื่อของดิฉัน  อยากทราบว่าพินัยกรรมที่เขาเขียนขึ้นเองจะเพียงพอต่อการดำเนินการเกี่ยวกับกฏหมายเมืองไทยรึเปล่าคะ จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกรึเปล่าคะ

    โดยคุณ วาณี  (101.109.105.128)     28 ธ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 368

    หากพินัยกรรมดังกล่าวได้ทำตามแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ.มาตรา 1655, 1657 พินัยกรรมนั้นจึงเป็นการแสดงเจตนาของสามีกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตน โดยพินัยกรรมมีผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายตามมาตรา 1646

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.113.169)     4 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 367

     ขอปรึกษาหน่อยค่ะพอดีหนูอยู่กินกันมากับแฟน3ปี แต่ไม่ได้แต่งไม่ได้จดทะเบียน แล้วแฟนไปคบคนอื่นอยู่ด้วยและเราจับได้รูปก็มีชัดเจนและเค้าไม่จบกับผู้หญิงคนนั้น แล้วพอหนูซึ่งเป็นฝ่ายหญิงเลยตัดสิ้นใจออกมาเองแล้วของที่ซื้อมาตอนที่อยู่ด้วยกันกับฝ่ายชายเราสามารถเอาอะไรก็ได้หรือป่าวค่ะ  และมอไซก็เป็นชื่อเราเค้าสามารถมาเรื่องร้องอะไรไหมค่ะ

    โดยคุณ supadtra  (27.55.238.211)     26 ธ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 366

    1. รบกวนสอบถามค่ะ อยู่กินดับสามีมา 8 ปี มีลูก 2 คน ไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้จดทะเบียน มีกิจการร้านมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง จดทะเบียนเจ้าของเป็นชื่อสามี หากต้องเลิกลากัน รบกวนสอบถามค่ะ ดิฉันจะมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินไหมคะ

    2.ค่าเลี้ยงดูลูกๆ ฉิฉันสามารถ เรียกร้องให้สามีให้ค่าเลี้ยงดูบุตรได้ไหมคะ

    3.ในขณะที่อยู่กินกับสามี ดิฉันสามารถจดทะเบียนกับชายอื่นได้ไหมคะ และจะมีความผิดไหมคะ

    โดยคุณ   (182.53.152.254)     24 ธ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 365

     อยุ่กับสามีชาวต่างชาติ(อิตาลี่)16ปีมีบุตร1คนแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่สามีเซ็นรับรองบุตร (ถือพาสปอร์ต2ใบ)ไทย/อิตาลี่ สามีป่วยหนักถ้าเกิดเสียชีวิต ดิฉันจะต้องทำอย่างไร และอะไรบ้างคะ เรื่องสิทธิของบุตรในทุกๆกรณีน่ะค่ะ

    โดยคุณ Suwan foufaitip  (223.204.25.13)     22 ธ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 365

    หากสามีตายนอกจากท่านควรเป็นผู้จัดการทำศพสามีแล้ว ถ้ามีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ท่านซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือบุตรซึ่งเป็นทายาทมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713 เพื่อมีสิทธิและหน้าที่จัดการมรดกของสามีและจัดแบ่งแก่ทายาทต่อไปตามมาตรา 1719

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.113.169)     4 ก.พ. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 364

    ขอถามค่ะ  อยู่กับสามีมา 30 ปี ไม่ได้จดทะเบียน  ไม่มีลูก สามีทำธุรกิจส่วนตัว (มีสมบัติมากกว่า)

    ดิฉันประกอบธุรกิจเล็ก ๆ อยู่กับบ้าน ดิฉันไม่ได้ไปช่วยธุรกิจที่ร้าน

    มีตึกแถวที่อยู่ปัจจุบันเป็นชื่อสามี ตอนแรกดิฉันเป็นคนซิ้อเอง แต่ตอนหลังทำการขายโอนให้สามี

    เป็นชื่อสามีคนเดียว ปัจจุบันสามีให้ดิฉันใช้ชิ่อร่วมบ้านหลังหนี้ จะมีผลอย่างไร ดิฉันจะได้รับส่วนแบ่งมรดกบ้างไหม หาก สามีตายก่อน ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน อิฉันรับรู้หมด เราแก่ด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ดิฉันห่วงว่า  ญาติ ๆ  สามีจะยึดอำนาจหมดค่ะ

    ขอขอบคุณมากค่ะ

    โดยคุณ ปารณี  (58.8.149.8)     8 ธ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 363

    ขอถามค่ะ  อยู่กับสามีมา 30 ปี ไม่ได้จดทะเบียน  ไม่มีลูก สามีทำธุรกิจส่วนตัว (มีสมบัติมากกว่า)

    ดิฉันประกอบธุรกิจเล็ก ๆ อยู่กับบ้าน ดิฉันไม่ได้ไปช่วยธุรกิจที่ร้าน

    มีตึกแถวที่อยู่ปัจจุบันเป็นชื่อสามี ตอนแรกดิฉันเป็นคนซิ้อเอง แต่ตอนหลังทำการขายโอนให้สามี

    เป็นชื่อสามีคนเดียว ปัจจุบันสามีให้ดิฉันใช้ชิ่อร่วมบ้านหลังหนี้ จะมีผลอย่างไร ดิฉันจะได้รับส่วนแบ่งมรดกบ้างไหม หาก สามีตายก่อน ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน อิฉันรับรู้หมด เราแก่ด้วยกันทั้งคู่ค่ะ ดิฉันห่วงว่า  ญาติ ๆ  สามีจะยึดอำนาจหมดค่ะ

    ขอขอบคุณมากค่ะ

    โดยคุณ ปารณี  (58.8.149.8)     8 ธ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 362

     ขอสอบถามหน่อยครับ.  แฟนผมเขาออกรถคันแรกมาเกลือบปีละ. หลังจากนั้นผมก็แต่งงานกันไม่ได้จดทะเบียนสมรส. แต่หลังจากนั้นผมเป็นคนจ่ายมาตลอดทุกๆๆเดือนทั้งยอดค้างชำระทุกอย่าง.  พรบ. แล้วตอนนี้จ่ายมาเกลือบ3ปีละครับ. แฟนผมขอเลิกผมมีสิทจะขอส่วนแบ่งได้ไหมครับ

    โดยคุณ ตาม  (110.77.222.200)     21 พ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 361

     คือว่า .แอมกับแฟนอย่ากันได้สองปีแล้วด้วยว่าชายไปมีหญิงอื่น เกิดการอย่ากันขึ้น .หลังจากนั้นไม่นานเกือบปี .สามีก้อกับมายุกับแอมกลับลูก .ได้ร่วมสองปี . แต่นะตอนนี้เข้ามี หญิ่งใหม่อีก .เราก้อแยกกันยุ .คือว่าแอมมีูกสองคน .เปนหญิง . คือเราคุยเรื่องเี้ยงดูเล่าเรียนบุตร . เข้าบอกให้เดือนละ 10000บ.  ค่าเล่าเนียนต่างหาก . อย่างนี้เราลงเปนรายลักอักผษรได้ไหมคะ .เพื่อให้เข้ารับผิดชอบ

    โดยคุณ แอม .บัวสง่า  (49.237.253.155)     12 พ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 361

    ท่านและอดีตสามีสามารถทำบันทึกตกลงจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรระหว่างกันดังกล่าวได้อันมีผลบังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญา โดยสัญญาดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ.มาตรา 374

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.1.220)     8 ธ.ค. 2558

  •  1  2  3  4 .. 20   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด