X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 22   

  • ความคิดเห็นที่ 420

     รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ 
    หนูท้องก่อนแต่ง แล้วแฟนได้มาสู่ขอตามประเพณี โดยตกลงสินสอดเปนเงิน 1 แสน ทอง 2 บาท แต่ในระยะเวลาที่ท้อง แฟนเค้าไม่ได้มารับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น (ง่ายๆคือเลิกกันต่างคนต่างอยุ) พอหนูคลอด เค้ากลับมาแล้วไปแจ้งเกิดลูก ให้ลูกใช้นามสกุลเค้า แต่แยกกันอยู่ เสาร์อาทิตย์เค้ามานอนที่บ้านหนู ทำแบบนี้อยู่ เกือบปี เลยตกลงกันซื้อบ้าน โดยแฟนเป็นผู้กู้ แต่โดยเงินดาวน์ ต่อเติมเป็นเงินหนู บ้านหลังนี้มีพ่อแม่น้องหนูอยู่ด้วย  พออยุด้วยกันมา ประมาณปีนิดๆ เค้ากะหนูตกลงเลิกกัน โดนเค้าคืนแสนหนึ่งเพื่อใช้หนี้ที่หนูยืมมาดาวน์และต่อเติม  โดยผ่อนเป็นเดือน เดือนละ หนึ่งหมื่นบาท โดยมีการลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก แต่ในบันทึกประจำวันนั้นลงเป็นค่าเลี้ยงดูบุตร แล้วเค้าให้หนูและครอบครัวย้ายออกจากบ้านภายในสามวัน แต่หนูยังไม่มีบ้านที่จะย้ายออก  ในกรณีนี้ หนูมีสิทธิฺในบ้านซึ่งเป็นชื่อของแฟนมั้ยค่ะ เพราะเราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ แต่ซื้อหลังจากมีลูกแล้ว แล้วกรณีที่ตกลงเรื่องสินสอด หนึ่งแสน ทองสองบาท หนูมีสิทธิฺจะเรียกร้องได้มั้ยค่ะ เพราะเค้าบอกว่าจะไม่แต่งก่อนค่ะ รบกวนปรึกษาหน่อยนะค่ะ 
     

    โดยคุณ หน้าใหญ่  (180.183.133.119)     6 ธ.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 420

     หากเงินที่ซื้อบ้าน ได้ร่วมกันผ่อนชำระ บ้านก็ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวม ท่านมีสิทธิ์ในบ้านครึ่งหนึ่งครับ ส่วนสินสอดสินสอด เป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดามารดาฝ่ายหญิง เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิงหรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทำให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้น ฝ่ายชายเรียกสินสอดคืนได้ครับ แนะนำให้เข้าพบทนายความเพื่อช่วยเหลือท่านครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.175.197)     23 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 419

     ดิฉันแต่งงานไม่ได้จดทะเบียน อยู่กินร่วมกันมามีบุตร 1 คน มีการทำธุรกิจร่วมกัน โดยสร้างอาคารโรงงานในที่ดินของแม่ฝ่ายชาย ฝ่ายชายได้ให้พี่สาวกู้ยืมเงินมาจำนวนหนึ่ง ส่วนฝ่ายหญิงได้กู้ยืมเงินยอดแรก รอบสองกู้ในนามของพ่อ รอบสามยืมรถพี่สาวเข้าไฟแนนท์ โดยทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากแต่งงานมีโรงงาน รถยนต์สองคัน วันนี้เกิดแยกทางกัน ธุรกิจฝ่ายชายยังดำเนินการต่อ ไม่ยอมขายเพื่อชดใช้หนี้ แล้วหนี้สินส่วนที่ฝ่ายหญิงมีอยู่จะทำอย่างไรคะ 

    โดยคุณ i  (202.28.35.247)     2 ธ.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 419

     หากหนี้ดังกล่าว เกิดจากการทำมาหาได้ร่วมกันหรือร่วมกันก่อหนี้ ต้องรับผิดร่วมกันครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.102.243)     21 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 418

     อยู่กินฉันสามีภรรยากับแฟนมา1ปีเศษๆ ได้ออกรถยนต์ร่วมกัน ออกเป็นชื่อแฟน แฟนฉันออกเงินดาวน์80,000 ค่างวดรถแต่ละเดือนช่วยกันผ่อน มาวันหนึ่งฉันเลิกกับแฟน ฉันสามรถฟ้องแบ่งสินทรัพย์ที่ยังผ่อนไม่หมดได้ไหม

    โดยคุณ   (223.24.23.197)     26 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 418

     หากทรัพย์ที่ได้มาเป็นทรัพย์ที่ได้ทำร่วมกันมา หรือ เป็นทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างสมรส ก็เป็นสินสมรส ต้องแบ่งคนละครึ่งหากได้หย่า หรือ ศาลพิพากษาให้หย่าครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.102.150)     2 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 417

     สามีจดทะเบียนกับภรรยาเก่า แต่แยกกันอยู่มา 20กว่าปี และมาอยู่กินกับภรรยาใหม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมา12ปี โดยที่ทำมาหากินด้วยกันจนมีบ้านมีรถ แต่ทรัพย์สินที่อยู่กับภรรยาใหม่ได้ใช้ชื่อทุกอย่างของภรรยาใหม่ สามีจะฟ้องหย่าภรรยาเก่า แล้วภรรยาเก่ามีสิทธิ์เรียกร้องทรัพย์สินที่สามีหามาได้ด้วยกันกับตอนที่อยู่กับภรรยาใหม่ได้หรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ สาวิตรี  (49.48.49.198)     19 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 417

     ปพพ.มาตรา 1475 ถ้าสินสมรสใดเป็นจำพวกที่ระบุไว้ในมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ สามีหรือภริยาจะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมกันในเอกสารนั้นก็ได้  ส่วนการสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยการตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน ตามปพพ.มาตรา 1501 ส่วนเหตุหย่าเป็นไปตามปพพ.มาตรา 1516 (1)สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ หรือ (4/2)สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ 

    ปพพ.มาตรา 1523 บัญญัติว่าเมื่อหย่ากันแล้วให้จัดการแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยา และมาตรา 1533 บัญญัติว่าเมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน  

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.168.106)     27 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 416

     กรณีชายหญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแต่อยู่กันมา35ปีมีทรัพย์สินคือบ้้าน5หลังและที่นาอีก20ไร่แต่เป็นชื่อของฝ่ายหญิงทั้งหมดแล้วฝ่ายหญิงก็มีสามีใหม่แล้วจะจดทะเบียนกันกับคนใหม่ฝ่ายชายสามีเก่าที่ร่วมกันสร้างทรัพย์สินมีสิทธ์ฟ้องได้ไหมค่ะเนื่องจากฝ่ายหญิงมีคนอื่นและไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินให้ซึ่งฝ่ายชายป่วยมากไม่มีเงินรักษาตัวเองแต่ฝ่ายหญิงมีชู้และจะเอาชู้เข้ามาอยู่ในบ้าน

    โดยคุณ รุจิพัชญ์  (49.230.223.165)     7 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 416

     หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าชายหญิงทำมาหาได้ร่วมกัน ฝ่ายชายจึงจะมีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินได้ ส่วนเรื่องฟ้องชู้นั้นไม่สามาระทำได้เพราะ สิทธิในการฟ้องชู้ตามป.พ.พ. มาตรา 1523 นั้นมีได้เฉพาะสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.119.21)     18 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 415

     สวัสดีค่ะ ดิฉันอยู่กินกับสามีมา13ปีมีลูกด้วยกัน1คน ปัจจุบันนี้สามีดิฉันกำลังไปมีเมียน้อยและกำลังจะตัดฉันออกจากชีวิตซึ้งทรัพสินทั้งหมดที่สร้างมาเป็นชื่อของสามีดิฉัน เป็นหลักล้าน ซึ้งดิฉันเป็นคนหามาคนเดียว ปัจจุบันสามีดิฉันเปิดตัวเมียน้อยละกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ อยากทราบว่าดิฉันสามารถฟ้องได้มั้ยคะ ทั้งเรื่องทรัพสมบัติ ทั้งเรื่องเมียน้อย

    โดยคุณ f  (223.24.81.74)     5 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 415

     หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ไม่มีสิทธิฟ้องหญิงชู้ตามป.พ.พ. มาตรา 1523 ได้ ไม่ว่าท่านจะอยู่กินกับสามีของท่านมานานเพียงใดก็ตาม ส่วนเรื่องทรัพย์สินนั้น ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยานั้น หากทำมาหาได้ร่วมกันย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างท่านและสามี ซึ่งวิธีการแบ่งทรัพย์สินกรรมสิทธิ์รวมนั้น เป็นไปตามป.พ.พ. มาตรา 1364 หากท่านและสามีไม่สามารถตกลงแบ่งกันได้ ท่านก็จำเป็นต้องฟ้องศาลขอให้แบ่งทรัพย์สินดังกล่าวต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.119.21)     18 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 414

     ขอรบกวนสอบถามค่ะ ดิฉันอยู่กับสามีมา10ปี ร่วมกันซื้อบ้าน ช่วยกันส่งค่าบ้าน แต่ใช้ชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อสามี  ส่วนดิฉันเป็นเจ้าของบ้านคนที่2เราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ ซึ่งสามีเสียชีวิตไปแล้ว ทางพี่สาวสามีได้มาเรียกร้องสิทธิจะขอเป็นเงิน300,000บาทถึงจะไปโอนบ้านเป็นชื่อของดิฉัน เขามีสิทธิไหมค่ะทั้งๆที่แต่ก่อนเขาไม่ได้มาช่วยผ่อนอะไรเลย

    โดยคุณ ยุ  (49.230.240.115)     1 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 413

      ต่อจาก ความคิดเห็นที่ 409


    ปัจจุบัน นายเอ ได้เปลี่ยนแปลงบัญชีร่วม เป็น 3 คน ได้แก่
    นายเอ + ภรรยาคนที่ 2 + ลูกจากภรรยาคนที่ 2 (นายเอประสงค์ยกให้เป็นมรดกให้ภรรยาคนที่2และลูกจากภรรยาที่ 2 กรณีที่นายเอเสียชีวิตแล้ว กระทำการแบบไม่ได้บอกกล่าวลูกๆจากภรรยาแรก) ในอนาคตหากนายเอเสียชีวิต และไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ลูกๆจากภรรยาคนแรก จะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินนี้หรือไม่ (เพิ่มเติม 2 กรณี ลูกๆจากภรรยาคนแรกทราบว่านายเอ ได้กระทำการดังกล่าว และ กรณีลูกๆจากภรรยาคนแรก ไม่ทราบการกระทำดังกล่าว) ทั้งนี้ตามที่สอบถามไป ลูกๆจากภรรยาคนแรกจะมีสิทธิ์หริอไม่ ตามทั้ง 2 กรณี _____1
     
    นายเอ สามารถกระทำการใดได้บ้างเพื่อให้ความประสงค์ที่ยกทรัพย์ให้ภรรยาคนที่ 2 มีผลสำริจ โดยลูกๆจากภรรยาคนแรกไม่มีสิทธิ์ (นายเอไม่สามารถลงชื่อทำพินัยกรรมได้ มีวิธีการอื่นหรือไม่)____2
     
    และอีกกรณีนายเอได้เปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝาก จากชื่อนายเอ+ภรรยาคนที่ 2 เป็น ภรรยาคนที่ 2 + ลูกจากภรรยาคนที่ 2 แล้ว กรณีนี้ได้แสดงว่า ภรรยาคน ที่ 2 และ ลูกมีสิทธิ์ในทรัพย์นั้นแล้วใช่ หรือไม่ และลูกๆจากภรรยาคนแรก จะมีสิทธิ์หรือกระทำการใดๆได้หรือไม่_____3
     
    ขอความกรุณาด้วยครับ

     

    โดยคุณ นะ  (223.24.10.148)     31 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 412

     สวัสดีค่ะ ดิฉันได้อยู่กินกับสามีมาประมาณ 9 ปีโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามีไม่มีสมบัติอะไรติดตัวมาเลยเราก็ช่วยกันสร้างฐานะด้วยกัน ต่อมาสามีเสียชีวิต มีรถ 2 คันที่ใช้เป็นชื่อสามี ต่อมาได้มีลูกสาวของภรรยาเก่า(ภรรยาเก่าได้จดทะเบียนสมรสและหย่ากันกับสามีหลังจากที่ภรรายาเก่ามีชู้และสร้างหนี้ไว้และภรรยาเก่าก็เสียชีวิตแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา) ลูกสาวของภรรยาเก่ามาบอกว่า ขอทรัพย์สินของพ่อจะเอาไปขายใช้หนี้เก่าที่พ่อกับแม่ได้สร้างหนี้เอาไว้ โดยพ่อเป็นคนกู้แม่เป็นคนค้ำ แต่ทั้งคู่เสียชีวิตไปแล้วและเจ้าหนี้เค้ามาทวง อยากทราบว่าดิฉันในฐานะภรรยาใหม่ และลูกสาวของสามีกับภรรยาเก่า จำเป็นต้องชดใช้หนี้ก้อนนี้มั้ยคะ ถ้าเราบอกไม่รับรู้จะมีปัญหาอะไรตามมามั้ยคะ อยากทราบค่ะ

     

     

    โดยคุณ ณรณัฏฐ์ ท้วมไทย  (1.46.68.126)     19 ต.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 412

     กรณีดังกล่าว หากสามีท่านได้สร้างหนี้ไว้ เมื่อตายแล้ว เจ้าหนี้สามารถเรียกเอากับทายาทได้ครับ หากทรัพย์สินเป็นของท่านซึ่งไม่ใช่ทายาท เจ้าหนี้จะเรียกเอาไม่ได้ ดังนั้น ลูกของสามีท่านก็ไม่สามารถเรียกเอาทรัพย์สินของท่านได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.96.95)     31 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 411

     สอบถามค่ะ คือดิฉันเคยอยู่กินกับสามีแต่ต้องแย่งทางกันและไม่ได้จดทะเบียนสมรถมีลูกด้วยกัย1คนอายุ11เดือนมีสิทธิ แบ่งสมบัติ และฟ้องเอาค่าเลี้ยงดูไม่ค่ะ

    โดยคุณ ทองรัก เดชบุญ  (1.46.47.139)     18 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 410

    รบกวนถามหน่อยนะคะ อยู่ร่วมกันมา15ปีไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะ กำลังผ่อนบ้านอยู่ เป็นชื่อสามีกู้คนเดียวค่ะ สามีเสียชีวิต พ่อแม่สามีกับลูกสามีจะมาทวงสิทธิ์ในบ้านได้รึเปล่าค่ะ

    โดยคุณ กุ๊กไก่  (223.205.44.152)     14 ต.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 410

     หากสามีไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ บ้านหลังดังกล่าวจะตกเป็นมรดกแก่ทายาทโดยธรรมของสามี ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือพ่อและแม่ของสามี ส่วนลูกของสามีนั้นหากเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามี (เกิดระหว่างสามีของท่านจดทะเบียนสมรสกับแม่ของเด็ก,จดทะเบียนรับรองบุตร,ศาลมีคำพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรของสามีของท่าน,บิดาของท่านรับรองบุตรโดยพฤตินัย เช่น ให้ใช้นามสกุล ตามป.พ.พ. มาตรา 1536,1547,1627) ก็จะมีสิทธิได้รับมรดกของสามีของท่านได้ ทั้งนี้เป็นไปตามป.พ.พ. มาตรา 1629,1635

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.122.218)     30 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 409

     รบกวนสอบถามด้วยครับ

    นาย เอ มีภรรยา 2 คน คนแรกสมรสจดทะเบียน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) มีลูกด้วยกัน 7 คน

    ภรรยาคนที่ 2 อยู่ด้วยกันในปัจจุบัน แต่ไม่ได้สมรสจดทะเบียน และมีลูกด้วยกัน 3 คน

    (นายเอมีภรรยา คนที่ 2 ภรรยาคนแรกและลูกๆทราบทั้งหมด)

    ทั้งนี้นาย เอ ได้แบ่งทรัพย์สินให้ลูกๆ ไปแล้ว แต่นาย เอยังมีเงินสดในบัญชีจำนวนหนึ่ง

    ซึ่งเปิดเป็นบัญชีร่วมกับภรรยาคนที่ 2 ในอนาคต นายเอจะให้เป็นบัญชีร่วมกับบุตรซึ่งเกิดจากภรรยาคนที่ 2 จะสอบถามว่า ลูกๆภรรยาคนที่ 1 จะมีสิทธิ์ฟ้องร้อง ขอส่วนแบ่งในทรัพย์สินได้หรือไม่ หรือมีสิทธิ์ในทรัพย์นี้หรือไม่ ขอความกรุณาด้วยครับ

    โดยคุณ นะ  (27.55.151.43)     7 ต.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 409

     ลูกของนายเอที่เกิดกับภรรยาคนที่ 1 นั้นไม่มีสิทธิเรียกร้องให้นายเอแบ่งเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่ตนเอง เว้นแต่นายเอจะเสียชีวิตและไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ลูกของนายเอกับภรรยาคนแรกซึ่งเป็นผู้สืบสันดานตามกฎหมายของนายเอ ตามป.พ.พ. มาตรา 1629(1) ก็จะมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์มรดกของนายเอให้แก่ลูกๆทุกคนได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.15.27)     27 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 408

      สามีภรรยาอยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกว่า 47 ปี สามีเสียชีวิต มีที่ดินชื่อสามีอยู่ เป็นของแม่ฝ่ายสามีโอนให้สามี ไม่มีบุตรด้วยกัน ภรรยามีสิทธ์ในที่ดินผืนนี้ไหมค่ะ

    โดยคุณ 123  (49.229.49.232)     6 ต.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 408

     หากไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ภริยาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีสิทธิได้รับมรดกครับ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1457 มาตรา 1629 วรรค 2 มาตรา 1635

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.96.95)     31 ต.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 407

     สอบถามค่ะ 

    กรณี พ่อกับแม่หนู แต่งงาน จดทะเบียนสมรส ตามกฏหมาย และมีหนูเป็นบุตร ซึ่งเกิดกับพ่อและแม่ ต่อมา หนูอายุได้ 5 ขวบ แม่เสียชีวิต พ่อได้มีแฟนใหม่  อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา เป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อมา ไม่นาน พ่อกับภรรยาใหม่ ได้จดทะเบียนสมรสกัน  สิทธิความเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อพ่อหนูเสียชีวิต ทรัพสินที่มี ทั้งหมด ลูกคนเดียว แบบหนู จะมีสิทธิอะไรบ้างคะ 

    หมายเหตุ....ภรรยาใหม่ของพ่อไม่มีบุตร

                   .....ภรรยาใหม่อยู่กินกับพ่อ มานาน กว่า 20 ปี

                   ......หลังจากแม่หนูเสียชีวิต พ่อก็ไปอยู่กะภรรยาใหม่เลย 

                   .......มีสินทรัพย์ บ้าน 4 หลัง ทำพินัยดรรมยกหลังแรกไก้ภรรยาใหม่แล้ว 

     

     

     

     

     

    โดยคุณ   (223.204.90.22)     27 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 406

     สอบถามค่ะ 

    กรณี พ่อกับแม่หนู แต่งงาน จดทะเบียนสมรส ตามกฏหมาย และมีหนูเป็นบุตร ซึ่งเกิดกับพ่อและแม่ ต่อมา หนูอายุได้ 5 ขวบ แม่เสียชีวิต พ่อได้มีแฟนใหม่  อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา เป็นเวลากว่า 10 ปี ต่อมา ไม่นาน พ่อกับภรรยาใหม่ ได้จดทะเบียนสมรสกัน  สิทธิความเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อพ่อหนูเสียชีวิต ทรัพสินที่มี ทั้งหมด ลูกคนเดียว แบบหนู จะมีสิทธิอะไรบ้างคะ 

    หมายเหตุ....ภรรยาใหม่ของพ่อไม่มีบุตร

                   .....ภรรยาใหม่อยู่กินกับพ่อ มานาน กว่า 20 ปี

                   ......หลังจากแม่หนูเสียชีวิต พ่อก็ไปอยู่กะภรรยาใหม่เลย 

                   .......มีสินทรัพย์ บ้าน 4 หลัง ทำพินัยดรรมยกหลังแรกไก้ภรรยาใหม่แล้ว 

     

     

     

     

     

    โดยคุณ สวยสุด  (125.27.221.239)     27 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 405

    สวัสดีค่ะหนูขอปรึกษาหน่อยค่ะหนุคบกับแฟนมา6ปีมีลูก2คนพอเลิกกันหนูจะเข้าไปเอาของแต่แฟนไม่ยอมเปิดประตูให้ล๊อคประตูไว้ พอโทรนัดแล้วว่าจะมาเปิดก็ไม่มี หนูควรทำอย่างไรดีค่ะแม่แฟนก็เข้าข้างลูกชายเค้าบอกถ้างัดจะแจ้งความ คือหนุจะทำยังไงเขาก็ไม่ยอมเปิดบ้านให้รบกวนช่วนแนะนำทีค่ะตอนนี้หนุเดือดร้อนมาดลูกเอามาเลี้ยงเอง2คนจำเป็นต้องใช้ของที่อยุ่ในบ้านเขา

    โดยคุณ ใบเตย  (27.55.223.167)     18 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 404

     ดิฉันกับสามีอยู่กินกันมา10ปีมีลูกด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เรามีบ้านที่ทำงานหาเงินสร้างมาด้วยกันหนึ่งหลัง และมีหนี้สินที่เป็นชื่อดิฉันแต่เขาก้อมีส่วนรับรู้โดยได้ลงชื่อในฐานะคุ่สมรสแล้วต่อมาเลิกกัน  บ้านที่ดิฉันกับเขาหามาด้วยกันดิฉันมีสิทธิ์ในส่วนของตรงนี้ใหมค่ะ  และหนี้ที่เป็นชื่อดิฉันแต่เขาก้อได้ลงชื่อในฐานะสามี เขาต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบมั้ยค่ะ. 

    โดยคุณ   (171.100.74.60)     9 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 403

    รบกวนสอบถามน่ะค่ะ ดิฉันได้มีสามีโดยที่ตอนนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาสามีได้กู้ซื้อบ้านโดยสามีเปนคนกู้คนเดียว สามีมีลูกติดกับภรรยาเก่า 2 คน จะสอบถามว่าเราได้อยุ่ด้วยกันแล้วช่วยกันผ่อนบ้านหลังนี้ เกิดสามีเสียชีวิตขึ้นมา ดิฉันมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้หรือไม่ (ดิฉันคิดว่าจะไปจดทะเบียนสมรสกับสามี แต่จดหลังจากที่สามีกู้ซื้อบ้านแล้ว)

    **ในกรณีที่ยังผ่อนไม่หมด ดิฉันสามารถส่งต่อไปจนครบสัญญา แล้วกรรมสิทธิของบ้านจะเป็นของดิฉันหรือไม่ แล้วลูกติดของสามีมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้หรือไม่ **

    โดยคุณ kittaporn   (110.164.223.207)     6 ก.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 403

     หากหนี้เกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนสมรส หนี้นั้นไม่ผูกพันท่านครับ เมื่อสามีท่านเสียชีวิตทายาทผู้สืบสันดานต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ตาย หากท่านต้องการได้กรรมสิทธิ์ในบ้านด้วย แนะนำให้จดทะเบียนสมรสและเข้าเป็นคู่สัญญาร่วมกับสามีครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.114.250)     16 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 402

     ขอรบกวนด้วยค่ะ

     

    ตามีเมียสองคนไม่ได้จดทะเบียนทั้งคู่คือยายและน้องสาวยายแต่ยายมาก่อนต่างคนต่างมีลูกพอตาตายตาไม่ได้ทำเรื่องแบ่งสมบัติไว้อยากทราบว่าลูกยายกับลูกน้องสาวยายจะได้ที่ดินเท่าเทียมกันรึเปล่าค่ะแล้วถ้าวันแบ่งลูกยายสามารถเอาเยอะกว่าได้ไหมค่ะจะผิดกฏหมายไหมแล้วน้องสาวยายเขายังไม่ตายต้องแบ่งให้เขารึเปล่า

    โดยคุณ พรนภา สายสกุล  (1.46.39.68)     1 ก.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 402

     กรณีดังกล่าวหากตาของท่านจดทะเบียนรับรองลูกคนใดเป็นบุตร หรือ ศาลเคยมีคำพิพากษาว่าลูกคนใดเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของตา หรือ ตาของท่านให้ลูกคนใดใช้นามสกุล,ส่งเสียเลี้ยงดู,เป็นผู้แจ้งเกิด,มีชื่อตาของท่านเป็นบิดาในสูติบัตร ตามป.พ.พ. มาตรา 1457,1627 ลูกคนนั้นๆจะมีสิทธิได้รับมรดกของตาของท่านตามป.พ.พ. มาตรา 1629(1) โดยจะตกทอดแก่บุตรของตาซึ่งมีสิทธิรับมรดกเป็นส่วนเท่าๆกัน ไม่มีใครได้มากกว่าใครแต่อย่างใด ส่วนภรรยาทั้งสองของตาของท่านไม่มีสิทธิได้รับมรดกของตาของท่าน เพราะ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับตาของท่าน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.39.35)     5 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 401

     ขอทราบข้อมูลหน่อยค่ะ. กรณีที่ว่าพ่อกับแม่นู๋อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสส่วนทะเบียนบ้านพ่อเป็นเจ้าบ้านบ้านที่สร้างแม่บอกเป็นเงินที่แม่ยืมตามาส่วนหนึ่งและก้อเงินที่ทำงานได้ของพ่อกับแม่แต่พ่อกลับแอบไปมีชู้ตอนที่อยู่กับแม่แม่จับได้เลยมีปันหาจนทำให้ต้องเลิกกันส่วนแม่เลิกกลับพ่อไปแม่ก้อต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดเลยต้องย้ายนู๋กับพี่ออกจากทะเบียนบ้านเพื่อปัยสมัครเรียนที่ต่างจังหวัดจนหลายปีแม่กลับมาอยู่ที่บ้านและก้อย้ายพวกนู๋มาอาศัยอยู่ทะเบียนบ้านคนข้างบ้านพอมีปันหากันทีเค้าก้อจะย้ายพวกนู๋ออกจาากทะเบียนบ้านส่วนทะเบียนบ้านนู๋ที่พ่อเป็นเจ้าบ้าานนั้นพ่อก็เอาปัยแจ้งชื่อเมียใหม่กับลูกเมียใหม่อยู่กันส่วนนู๋เคยขอเอาชื่อพวกนู๋เข้าทะเบียนบ้านแต่พ่อไม่ยอมบอกว่ากลัวเมียใหม่ไม่พอใจทั่งๆที่เมียใหม่ไม่มีสิทธิอย่างนี้น๊๋สามารถฟ้องร้องเรียกสิทธิบ้านนู๋คืนได้ไหมค่ะ (กรณีนี้้พ่อมีชู้ตอนอยู่กับแม่จนต้องเลิกกันส่วนแม่นู๋พอเลิกกับพ่อได้สักระยะก้อได้แฟนใหม่อย่างนี้บ้านก้อต้องตกอยู่ที่นู๋กับพี่ส่วนพ่อกับแม่ไม่มีสิทธิ์แล้วใช้ป่าวค่ะ)

    โดยคุณ กฤษณา โกวรรณ  (182.232.3.66)     13 ส.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 401

     เมื่อบิดามารดาท่านไม่จดทะเบียนสมรส จึงไม่มีสิทธิตามกฎหมายครอบครัวครับ บิดาไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของท่าน ดังนั้น เมื่อบิดามารดาท่านยังมีชิวิตอยู่ ทรัพย์มรดกของบิดามารดาท่านก็ยังไม่ตกทอดแก่ท่านครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.118.77)     19 ส.ค. 2559

  •  1  2  3  4 .. 22   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด