X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

  • หญิง

    ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

     

                ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จากหนังสือ ครอบครัว  โดยประสพสุข  บุญเดช  ซึ่งเป็นเรื่องสมาชิกสอบถามเข้ามาที่ทนายคลายทุกข์เป็นจำนวนมาก  ว่าจะถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน  จะมีส่วนในทรัพย์สินหรือไม่  ซึ่งท่านที่กำลังมีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน  สามารถศึกษาได้จากข้อมูลที่ทนายคลายทุกข์นำมาเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือของคุณประสพสุข 

     

    สามีภริยาได้ทำการสมรสกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478  ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5  แล้ว   โดยมิได้จดทะเบียนกันนั้น  ไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  เพราะมาตรา 1457  บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า  การสมรสจะมีได้เมื่อได้จดทะเบียนสมรสกันแล้วเท่านั้น  ชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันดังกล่าวจึงไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน  บุตรที่เกิดมาก็ถือว่าเป็นบุตรของหญิงฝ่ายเดียว  สินส่วนตัวและสินสมรสไม่เกิดขึ้น  แต่อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ชายหญิงคู่นี้ได้ลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น  ถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันและมีส่วนในทรัพย์สินเหล่านั้นคนละครึ่งเท่ากัน  ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม  เพราะการที่ชายหญิงแต่งงานกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  แม้ทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ก็หาการกระทบกระเทือนถึงสิทธิในทรัพย์สินที่ชายหญิงจะพึงมีได้ตามกฎหมายทั่วไปไม่ 

     

    ตัวอย่างเช่น  สามีภริยาไม่ได้จดทะเบียน  หญิงขายทรัพย์ของตนเองเอาไปซื้อที่ดินและกระบือลงชื่อชายถือกรรมสิทธิ์ทำกินร่วมกันมา  ชายตาย  ถือว่าชายหญิงเป็นเจ้าของร่วมกัน  หรือ หญิงชายอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส  ได้ร่วมกันซื้อนาและทำกินเป็นการแสดงเจตนาให้ถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน  ส่วนเงินที่ซื้อฝ่ายใดจะยืมใครมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่เกี่ยวกับตัวทรัพย์  เพราะหญิงคนนั้นระคนปนทรัพย์กันใช้สอยและทำมาหากินด้วยกัน  ต้องถือว่าต่างมีสิทธิเป็นเจ้าของคนละครึ่ง  เป็นต้น  หลักการเช่นว่านี้ในต่างประเทศ เช่น  สหรัฐอเมริกา  ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย  ก็ได้วินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า  แม้สามีภริยามิได้สมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันก็จะต้องนำมาแบ่งปันเป็นคนละครึ่งเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ดีสำหรับทรัพย์สินที่ต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันนั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีส่วนแบ่งด้วยเพราะไม่ถือว่าเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474(1) ฉะนั้น  สามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันสามีจึงไม่มีสิทธิฟ้องของแบ่งทรัพย์จากภริยาในส่วนทรัพย์ที่สามีมิได้ร่วมแรงร่วมทุนทำมาหาได้กับภริยาแต่อย่างใด

               

    การลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกัน  โดยหลักการแล้วหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้าหรือดำเนินกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้เงินหรือทรัพย์สินมา  เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวจึงจะถือว่าชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันในส่วนเท่ากัน  หากชายรับราชการได้เงินเดือนเดือนละ 15,000  บาท  เงินเดือนและค่าจ้างเป็นของชายหรือหญิง เช่นว่านี้เป็นของตนเองโดยเฉพาะ หรือหญิงได้รับมรดกเป็นที่ดิน 3 แปลง  ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวก็เป็นของหญิงโดยลำพังเช่นเดียวกัน  การที่ชายหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  ชายประกอบกิจการค้าส่วนหญิงอยู่บ้านเลี้ยงบุตร  ดูแลบ้าน  ทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัวเป็นเวลาหลายปี  มีทรัพย์สินหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มขึ้น  จะถือว่าการที่หญิงเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว  เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันกับชาย  จึงมีส่วนแบ่งในทรัพย์สินส่วนนี้หรือไม่  ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ในปี 2512  ว่า  การที่หญิงดูแลครอบครัวให้ชายเป็นการร่วมกันกับชาย  ทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติร่วมกันแล้ว  ชายหญิงจึงมีส่วนในทรัพย์สินดังกล่าวเท่า ๆ กัน

               

    มีข้อน่าสังเกตว่า  การที่ถือหลักว่าหญิงอยู่บ้านดูแลครอบครัวให้ชายที่ออกไปทำงานนอกบ้านได้มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเป็นการร่วมทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกับชาย  อาจเป็นเหตุจูงใจให้ชายและหญิงมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียนกันให้ถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น  เพราะแทบไม่มีผลแตกต่างกันกันในทางทรัพย์สินระหว่างการที่ชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่  ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดหามาได้โดยลำพัง  อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังคงมีส่วนแบ่งคนละครึ่งเช่นเดียวกับสินสมรส  โดยหลักการแล้วการที่ชายและหญิงมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  ต่างฝ่ายต่างไม่มีหน้าที่ต้องอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาหรืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน  ฉะนั้นหญิงที่อยู่บ้านดูแลครอบครัวน่าจะเป็นเพียงการมีส่วนร่วมในการอยู่รวมกันโดยใช้แรงงานแทนเงินค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เท่านั้น  หาใช่เป็นการลงทุนร่วมแรงทำมาหากินด้วยกันกับชายอย่างแท้จริงไม่  หญิงเองก็มีความผาสุกในการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับชายเหมือนกัน  ในประเทศอังกฤษเมื่อปี 2527  มีคดีที่ชายหญิงภริยาคู่หนึ่งอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาเป็นเวลานานถึง 19 ปี โดยหญิงต้องลาออกจากงานมาดูแลบ้านและครอบครัวซึ่งมีบุตรด้วยกัน 2 คน  ชายหญิงคู่นี้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านที่บุคคลทั้งสองใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ศาลวินิจฉัยว่าหญิงไม่มีส่วนร่วมในการได้มาซึ่งบ้านหลังนี้  จึงไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ ในบ้านดังกล่าวแม้ว่าหญิงจะทำงานหนักมาหลายปีเท่ากับชายในค้ำจุนครอบครัวในแง่ของครอบครัวก็ตาม  ฉะนั้นจึงน่าจะต้องรอดูต่อไปว่า  ศาลฎีกาจะยังคงยืนยันหลักการเดิมหรือจะเปลี่ยนหลักการมาทำนองเดียวกับคดีของศาลอังกฤษเช่นว่านี้ในโอกาสต่อไป

               

    สำหรับการที่ชายกับชายก็ดี  หรือหญิงกับหญิงก็ดี  มาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยานั้น  เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้  เพราะขัดต่อเงื่อนไขของการสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชาย  และอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นหญิง  แต่ในทางด้านทรัพย์สินที่บุคคลทั้งสองทำมาหาได้ด้วยกันในระหว่างอยู่กินด้วยกันนี้  ต้องถือว่าบุคคลที่สองมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกัน  โดยมาตรา 1357  ให้สันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมกันมีส่วนเท่ากัน  จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่งเคยมีคดีที่โจทก์เป็นหญิงแต่มีนิสัยและทำตัวเป็นชาย  มีอาชีพขายเนื้อโค  กระบือ  ส่วนจำเลยก็เป็นหญิงมีอาชีพเป็นนักร้อง  โจทก์และจำเลยได้มาอยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกันโดยจำเลยเลิกอาชีพดังกล่าวและทำพิธีเข้าถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับโจทก์  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมาเกิดมีทรัพย์สินคือ  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลง  โดยที่ดินทั้งสามแปลงนี้มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์  โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าว   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า  แม้โจทก์จำเลยเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย  แต่ตามพฤติกรรมที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี  โดยจำเลยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน  แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าบางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด  ในการซื้อ โค  กระบือนั้น  หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย  แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน  บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ระหว่างนั้น  ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่ข้อสำคัญไม่  แต่ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน  จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์สินที่พิพาททั้งหมดคนละกึ่งหนึ่ง  พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

     

                ในกรณีที่ชายมีภริยาชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  แต่มาได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภริยาน้อยชายและภริยาน้อย  ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา  ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายกับภริยาน้อย โดยภริยาน้อยมีส่วนครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายเป็นสินสมรสชายกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าภริยาน้อยไม่มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้  ทรัพย์สินที่ได้มาเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาหลวงทั้งหมด  เช่น  ชายกับภริยาน้อยร่วมกันทำการค้าได้กำไรไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง  หากจะต้องแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้ภริยาน้อยครึ่งหนึ่งภริยาหลวงได้เศษหนึ่งส่วนสี่  และชายได้เศษหนึ่งส่วนสี่ เป็นต้น  การร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินนี้น่าจะไม่จำเป็นต้องร่วมกันทำการค้า  หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงชายไปทำมาค้าขายโดยตนเอง  ส่วนภริยาน้อยเลี้ยงดูบุตรเป็นแม่บ้านอยู่รวมกันกับชายในบ้านหลังเดียวกัน  ก็อาจจะถือว่าร่วมกันทำมาหากินแสวงหาทรัพย์สินมาเป็นของชายและภริยาน้อยร่วมกันได้  แต่ทั้งนี้ชายและภริยาน้อยต้องมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันกับภริยาหลวงและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน  แสดงว่าได้แบ่งแยกเป็นส่วนสัดแล้ว  หากสามี ภริยา และภริยาน้อยอยู่ร่วมบ้านเรือนเดียวกันหรืออยู่บริเวณใกล้ชิดมีช่องทางเข้าออกถึงกันได้  ถือว่าภริยาน้อยเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามีในฐานะบริวารหรือนางบำเรอเท่านั้น  ภริยาน้อยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในสินสมรสระหว่างสามีภริยาแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครอบครัว  โดยคุณประสพสุข  บุญเดช  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4 .. 17   

  • ความคิดเห็นที่ 320

     ปัจจุบัน.แยกกันอยู่กับสามีมาสองปีกว่า แต่ยังไม่ได้หย่ากัน สามีเป๋นทหาร มีลูกด้วยกันสองคน สี่ขวบกับหกขวบ หนี้สิน ลูก. บ้าน แรกๆก็ส่งให้ลูกเดือนห้าพัน หลังๆให้บ้างไม่ให้บ้าง แต่ปีนี้ตั้งปีไม่ให้เลย แล้วก็ไม่เคยมาดูแล มาเยี่ยมก็ไม่ พอจะมีวิธีการให้เค้ารับผิดชอบหรือตัดเงินเดือนให้ลูกโดยไม่ต้องหย่าได้ไม่ค่ะ เพราะปัจจุบันสามีอยู่สามจังหวัดภาคใต้ชีวิตเค้าก็ไม่แน่นอน ก่อนหน้านี้หนูขอเคลียกับฝ่ายสามีขอค่าหนี้สินสามแสนและส่งให้ลูกเดือนละ7500 แต่เค้าไม่ให้และพูดกลับมาว่าอย่าหวังสักบาทก็ไม่ให้แต่ถ้าไม่เอาลูกเค้าก็เอาไปเลี้ยงเอง 

    โดยคุณ ปุ้ย  (64.233.173.189)     14 ธ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 319

    ดิฉันมีเรื่องสอบถามค่ะ...ดิฉันเป็นภรรยาน้อยไปมาหาสู่กันตลอด20 ปีและได้กู้ร่วมกับฝ่ายชายซื้ออาคารชุด ตอนนี้ผ่อนหมดแล้ว และมีชื่อ2คนในโฉนด. ยังไม่ได้โอนเป็นของดิฉัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตก่อน อีกฝ่ายจะได้ทรัพย์สินที่มีชื่อร่วมกันมั้ยคะ...โดยที่ภรรยาหลวงยังอยู่

    โดยคุณ กัลยา  (171.96.183.250)     11 ธ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 318

    อายุ18คะแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียน

    ค่าสินสอด1แสนบาท

    ยุได้20วันจะขอเรียนต่อปริญญาตรี

    แต่ฝ่ายชายไม่ให้เรียน

    พร้อมจะมาเรียกค่าสินสอดคืน

    แต่หนูไม่ได้เลิกเขาคะ

    เขามีสิทธิจะเอาอะไรบ้างคะ

    ตลอดเวลาเขายุบ้านหนูตลอด

    และซื้อของมาไว้บ้านหนู

    เขาอายุเยอะคะ

    เขาจะได้อะไรบ้าง

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    โดยคุณ นางสาวประไพรคำแสน  (49.230.53.112)     10 ธ.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 317

     ขอปรึกษาหน่อยค่ะ อยู่กินกับสามีโดยไม่ได้จดทะเบียน ช่วยกันทำงานจนได้ซื้อบ้าน ซื้อรถ รถเป็นขื่อของสามี บ้านเป็นชื่อของเรา ต่อมาสามีติดเหล้าหนักทะเลาะตบตีกันทุกวัน งานการไม่ยอมทำ แล้วเราจับได้อีกเขานอกใจเรา ทะเลาะกันขั้นรุนแรงเขาไล่เราออกจากบ้าน เลิกกันแล้วเขาไม่ให้อะไรเราสักอย่าง เราออกมาแต่ตัว ตอนนี้เขาพาเมียใหม่มาอยู่ที่บ้าน เครียดมากไม่มีทางออกเลยค่ะ อยากทราบว่าถ้าจะฟ้องเอาบ้านคืนได้ไหมคะ ช่วยให้คำแนะนำหน่อยนะคะ

    โดยคุณ กาญจนา  (171.7.249.31)     22 พ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 316

    ผมอยากรู้ว่า มาทำงานอยู่ต่งประเทศส่งเงินกลับไปให้เมียที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ในช่วงที่คบกันหญิงนั้นได้เอาเงินไปผ่อนรถผ่อนบ้าน แต่ทุกอย่างเป็นชื่อผู้หญิงหมด พอเลิกกันผมสามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่คับ 

    โดยคุณ เด็กบ้านนอก  (72.24.74.246)     15 พ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 316

    หากเป็นการให้โดยเสน่หา ท่านจะเรียกถอนคืนการให้ได้ต่อเมื่อผู้รับประพฤติเนรคุณตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 เท่านั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.1)     5 ม.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 315

     ดิฉันได้เลิกกับสามี แล่วมีบุตรชาย1คน แต่อยู่กันมา15ปีไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วมีรถกระบะ1คันเปนชื่อสามี แต่ชื่อดิฉันเปนคนค้ำประกัน ซึ่งเงินในการดาวรถ เปนเงินเกบของดิฉัน แล้วช่วยกันผ่อน กัน แต่ตอนนี้เลิกกันดิฉันจะมีสิทในรถคันนี้มี แล้วดิฉันจะเรียกร้องให้สามีเปนคนสงเสียบุตร แต่ตอนนี้สามีเอารถไปใช้ กับผู้หญิงใหม่ ดิฉันจะได้สิทธิ์ในรถคนนี้คืนมายังไง ช่วยแนนะนำหน่อยคะ 

    โดยคุณ ต้อม  (171.96.244.219)     6 ต.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 315

    ท่านอาจดำเนินคดีโดยฟ้องสามีเป็นคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1556, 1564 ส่วนกรณีรถที่ท่านได้ร่วมซื้อหามากับสามีในระหว่างอยู่กินกัน ท่านและสามีจึงเป็นเจ้าของรวมในรถต่างมีส่วนเท่ากันครึ่งหนึ่งตามมาตรา 1357 ท่านมีสิทธิเรียกร้องฟ้องขอแบ่งแยกรถทรัพย์สินกรรมสิทธิ์รวมนั้นได้ตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.17)     31 ต.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 314

     ดิฉันแต่งงานกับสามียู่ด้วยกันมา18ปีแต่ไม่ได้จดทะเบียนค่ะแต่สามีมีลูกติดมากับเมียเก่า2คนส่วนฉันมีลูกด้วยกันอีก2คนค่ะ.พอยู่กินกันมามีฐานะทรัพย์สินมากขึ้นแต่ว่าทุกอย่างใส่ชื่อสามีคนเดียวฉันมีหน้าที่เลี้ยงลูกและช่วยดูแลทุกอย่างแล้วเรามีปัญหากันเราจะมีสิทธิ์จะได้ทรัพย์สินที่มีได้รึป่าวค่ะฟ้องร้องได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ โบว์  (27.55.43.239)     30 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 313

     อยู่กินกับแฟนต่างชาติ 4ปี ช่วยเหลือดูเเลเขาต่างๆๆแม่บ้านทำกับข้าว ใช้ชีวิตด้วยกันที่ต่างประเทศระหว่างเขาทำงานแและช่วยเขาด้านธุรกิจคอนโดเช่าของเขาท. หาข้อมูล ทำเว็บ หาลูกค้ามาเช่า ออกใบเสร็จต่างๆๆ สัญญาเช่าต่างๆๆ การชำระเงินต่างๆๆผ่านธนาคาร  ร่วมถึงช่วยเขาดูเเลลูกค้ามาเช่า ช่วยเหลือด้านตกเเต่งห้องร่วมถึงช่วยกู้ร่วมในการโอนคอนโด  มีชื่อร่วมกันในโฉนด ห้องมีคนมาเช่าเเต่ไม่ได้รับค่าส่วนเเบ่งใดๆๆจากเขา  อยากทราบว่าจะสามารถเรียกร้องหรือเเบ่งทรัพย์สินกันได้รึเปล่าเขาซื้อคอนโดในเมืองไทย มีหลายห้อง เเต่เป็นชื่อเขาคนเดียว เเต่ทุกห้องเราช่วยเขาดูเเลคนเช่าต่างๆๆ ถึงวันนี้เขาต้องการที่จะเลิกกัน. เราสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ สามารถไปดำเนินเรื่องที่ไหนก่อน 

    ต้องปรึกษาทนายให้จัดการเรียกร้องได้รึเปล่าค่ะ

    โดยคุณ Ki  (118.175.247.220)     24 ก.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 313

    ทรัพย์สินที่บ้านกับสามีทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภรรยา จึงเป็นทรัพย์สินที่สามีภรรยาเป็นเจ้าของรวมกันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1356 เมื่อมีการเลิกราแยกทางกัน ท่านมีสิทธิฟ้องเรียกขอแบ่งแยกทรัพย์สินดังกล่าวได้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 1363

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     6 ต.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 312

     ดิฉันอยู่กับสามีมาแล้ว10ปี โดยสามีมีลูกติด 1คนและมีการรับรองบุตรที่เกิดจากภรรยาคนเก่าอีก1 คน แบ่งกันคนละคน ดิฉันแต่งงานหล้งจากอยู่ด้วยกัน 2 ปี แต่งงานปี และจดทะเบียนในปี 2556 แต่ก็ทำมาหากินด้วยกันตั้งแต่อยู่ด้วยกัน แต่ก่อนหน้านั้น สามีซื้อที่ดินไว้ หนึ่งแปลง แต่ยังจ่ายเงินกันยังไม่หมดจนดิฉันมาอยู่ด้วยค่อยจ่ายหมด และมีการออกโฉนดกันปี 57 แต่เป็นชื่อของสามีทั้งหมด ถ้ามีการอย่าร้างกัน จะมีการแบ่งมรดกกันอย่างไรคะ เราก็มีสมบัติหลังจากแต่งงานกันพอสมควร เพียงแต่เพิ่งมาจดทะเบียนสมรถกัน หนูจะทำยังไง เพราะตอนนี้ดิฉันเป็นโรคซึมขเศร้า เนื่องจากการพยายามฆ่าตัวตาย เพราะเขาไปเที่ยวกับผู้หญิง หนูก็รักษาตัวจนกระทั่งทุกวันนี้ แต่หนูทนเขาไม่ไหวแล้วเพราะเขาเป็นคนอารมณ์ร้ายมาก เวลาอารมณ์เสียหนูอยากจะหายไปจากโลกนี้เลย และนอกจากนั้น เขายังเคยทำร้ายร่างกายหนู 2 ครั้ง แต่หนูก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรบันทึกไว้ และตอนนี้เราก็อยู่ด้วยกันแบบอะไรก็ตามหนูจะผิดดลอด หนูไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว แต่หนูจะได้อะไรบ้างคะ

    โดยคุณ บาร์ริตี้  (110.171.199.217)     23 ก.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 312

    หากมีการหย่ากัน กฎหมายกำหนดให้แบ่งสินสมรสแก่ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1533 ส่วนทรัพย์สินใดที่สามีภรรยาทำมาหาได้ร่วมกันก่อนจดทะเบียนสมรส จึงเป็นกรรมสิทธิ์รวมของสามีภรรยาเป็นเจ้าของรวมและสามารถเรียกร้องแบ่งแยกกันได้ตามมาตรา 1363 ทั้งนี้ ถ้าท่านเห็นว่าตนไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยากับสามีได้โดยปกติสุข ก็อาจพบปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีหย่าต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.17)     5 ต.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 311

     ดิฉันอยู่กินกับสามีมา13ปีคะไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่แต่งงานทำพิธีใหญ่โตมากทุกคนในอำเภอรู้หมดแต่ปีที่14เค้าไปทำงานต่างประเทศได้1ปีแล้วเค้าโทรมาขอเลิกกับดิฉันและไม่สงเสียค่าเลี้ยงดูอะไรอีกเลย เราออกรถกระบะด้วยกันคะแต่เป็นชื่อของสามี ส่งมาสามปีกว่าแล้วคะ ดิฉันอยากทราบว่าดิฉันสามารถฟ้องเรียกค่าเรียกดู และทัรพย์สินรถยนต์ได้ไหมคะเงินดาวด์รถเป็นเงินของดิฉันคะเราทำงานขายของร่วมกันส่งค่างวดรถ แต่ติดที่ยังส่งไม่ครบงวดยังผ่อนไม่หมดคะอีก3ปีคะสามารถฟ้องเรียกอะไรค่าเลี้ยงดูได้บ้างไหมคะ เค้ามีเมียน้อยคะกรุณาตอบด้วยคะ จะรอคำตอบนะคะ

    โดยคุณ   (49.230.74.33)     11 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 310

     อยู่กับสามีไม่ได้จดทะเบียน มา 11 ปีมีลูก 2 คน ดิฉันลาออกจากงานมาดูแลลูก สามีมีธุรกิจที่พ่อยกให้ ส่วนดิฉันเป็นแม่บ้าน ช่วยงานธุรกิจของสามีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะดูแลลูกดูแลบ้าน  สามีชอบดื่มชอบเที่ยว และเจ้าชู้มาก เวลาติดผู้หญิงจะทอดทิ้งให้ดิฉันกับลูกอยู่กันลำพัง หลายครั้งที่ทะเลาะกันเค้าชอบบอกว่าเค้ามีบุญคุณกับเรา เรามาอยู่กับเค้าสุขสบายงานไม่ต้องทำมีกินมีใช้สบาย ไม่ต้องเช่าห้องอยู่ ดิฉันอยากเลิกเพราะทนความเจ้าชู้ของเค้ามานานตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว แถมยังถูกดูถูกดูแคลนตลอดเวลา  แต่ดิฉันไม่มีเงินไม่มีงาน อยากพาลูกๆ ไปด้วย ดิฉันจะทำยังไงได้บ้างคะ

     

    โดยคุณ วราภรณ์  (101.108.147.226)     11 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 309

    อยากสอบนะค่ะ พอดีปู่มีที่ดินอยุ่100ตารางวาได้มาจากสินสมรถและมีภรรยาที่จดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปู่มีภรรยาน้อย2คน (แต่ภรรยาน้อยไม่มีลูกกับปู่ )ปู่ได้อยุ่กับภรรยาน้อยคนที่2เพราะโดยสเน่หา และเมื่อปี2546ได้ไปทำการโอนที่ที่ได้มาจากการสมรถแบ่งไป20ตารางวาโดยที่ไม่ให้ภรรยาที่จดทะเบียนรู้มารู้ตอนที่ปู่ป่วยหนักปี2555และได้เสียชีวิตต่อมาในปีนั้นลูกของภรรยาแรก(ซึ่งแม่ของชั้นเป็นพี่สาวคนโตมีลูกทั้งหมด4คน)จะทำการโอนที่ดินและบ้านเป็นของแม่เพราะตกลงกับพี่น้องแร้วว่าจะขายหั้ยแม่ไปกรมที่ดินเค้าบอกว่าได้มีการแบ่งที่ไปแล้วปี2546 เป็นจำนวน20ตารางวา ได้ไปตกลงกับภรรยาคนที่2 เค้าบอกว่าจะไม่คืนต้องขายคืนเท่านั้นเป็นจำนวน600,000บาท (ซึ่งเป็นทางตาบอดไม่มีทางเข้าออกได้) เพราะข้างหน้าดินเปนที่ที่แม่จะต้องได้ จะทำไงดีค่ะ ต้องการได้กลับพื้นเต็ม100ตารางวา  ยายของชั้นตอนนี้ยังมีชีวิต สามารถฟ้องคืนได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ Pailin  (58.136.23.205)     11 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 308

     สามีเคยมีภรรยาเก่าจดทะเบียนมีลูก2คนหลังจากนั้นก็หย่ากันได้ประมาณ16ปีแล้ว ต่อมาได้อยู่กินกับดิฉันลูก1คนไม่ได้จดทะเบียนดิฉันไม่ได้ทำงานเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ถ้าหากว่าสามีเสียชีวิต ทรัพย์สินของสามีดิฉันและประกันชีวิตของสามีดิฉันจะตกเป็นของใคร ดิฉันควรให้สามีรับรองบุตรดีหรือไม และประกันชีวิตของสามีโอนสิทธิ์ผู้รับให้ลูกดิฉันจะดีหรือไม่คะ

    โดยคุณ khaonueng  (171.98.20.233)     6 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 307

     เรียน ปรึกษาค่ะ.   อยุ่กินกับสามีมา7-8ปี ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส  ฝ่ายชายได้มีไปสุ่ขอกับทางผู้ใหญ่ว่าจะไปแต่ง ดิฉันฝ่ายหญิงก้อมีเตรียมหาวันแต่งและตกลงเรื่องการจัดงานต่างๆกับทางคนรับจัดงาน(แค่รอระบุวันแต่งในต้นปี58นี้)อยุ่ฝ่ายชายก้อมาบอกเลิก จะไม่แต่งงานด้วย. ก่อนหน้าจะมีปัญหาก้อมีปัญหาเรื่อง 1.ที่ผู้ชายไม่เคยให้เวลากับที่บ้านอ้างว่าไปทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดสักวัน ดิฉันจึงขอให้มีวันหยุดเพื่ออยุ่กับที่บ้านบ้าง ผุ้ชายไมพอใจ  2.ตอนที่มีการคุยเรื่องงานแต่งยังมีความสุขกันดีแต่วันนึงฉันไปเจอรุปผู้หญิงที่มือถือฝ่ายชายและถาม ฝ่ายชายบอกว่าผุ้หญิงยืมโทรศัพไปเล่นมันจะเป็นไร(ซึ่งถ้ากับฉันฝ่ายชายมักจะชอบจำกัดสิทธของส่วนตัว) มันทำให้ฉันน้อยใจและไม่ไว้ใจจึงมีปากเสียงกันมาตลอด  ***แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าฝ่ายชายให้เวลากับฉันบ้าง ความไม่ไว้ใจก้อคงไม่เกิด ซึ่ง ณ ตอนนี้ฉันถูกยัดเยียดว่าเรื่องที่เค้าต้องมาบอกเลิกฉันเพราะฉันขี้หึง*** อย่างนี้ฉันมีสิทเรียกร้องอะะไรได้บ้างไหมคะ

    โดยคุณ BB  (1.2.201.16)     2 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 306

    ดิฉันแต่งงานไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยู่มาได้เลิกลากันไป ทรัพย์สินที่หามารวมกันคือรถยนต์ 1 คัน

    แต่ชื่อกรรมสิทธิ เป็นของฝ่ายชาย  ดิฉันจะมีสิทธิในทรัพย์สินนี้ไหมค่ะ

    โดยคุณ มยุรา สิงพา  (182.52.192.34)     22 ส.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 305

     เเต่งงานกันเเร้วเเต่อยากจะเลิกจะทำไงดีค่ะยุ่กินมา2ปีเเร้วค่ะทำอย่างจะเลิกค่ะ

    โดยคุณ เเพรว  (49.230.182.93)     19 ส.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 304

     รบกวนปรึกษาค่ะ

       ดิฉันแต่งงาน โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และตอนนี้ ต้องซื้อตึกค่ะ โดยใช้ชื่อสามี จำเป็นต้องใส่ชื่อดิฉัน เพื่อป้องกันเรื่องกรรมสิทธิ์ด้วยรึเปล่าค่ะ

    ถ้าสมมติว่าอยู่ไป นานๆ แล้วสามีจะสามรถไล่เราออกจากบ้านได่รึเปล่าค่ะ เพราะตึกที่ซื้อ ก็ใช้เป็นร้านค้า ร่วมกันทำมาหากินค่ะ

    อนาคต ถ้าเกิดเหตุเลิกลากัน สามีจไล่เราออก แล้วเรามีสิทธิ์อยู่ต่อได้รึเปล่าค่ะ หรือมีสิมธิ์อื่นๆ ในตึกนี้รึเปล่สคาะ

    โดยคุณ แอลล์  (49.49.204.197)     16 ส.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 303

     หากทำพิธีแต่งงานแล้ว มอบสินสอด ทุกอย่างให้ฝ่ายหญิงครบ แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมจดทะเบียนสมรถ สามารถฟ้องหรือแจ้งอะไรได้ไหมครับ

    โดยคุณ หนึ่ง  (223.206.250.99)     10 ส.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 302

    สามีชอบดื่มเหล้าอยู่ไม่ยอมหยุด เมามากเลย แต่ต่อดิฉันเป็นภรรยา ดิฉันไปเปิดร้านให้ลูก สามีไปทำร้ายกระจกแตกทำข้าวของเสียหายมากเลย ให้ขึ้นโรงพักกัน ลงบันทึกว่าจะชดเชยค่ะกระจกแตกอย่างเดียวแต่ไม่ยอมที่ลงว่าสามีเป็นอาละวาททำให้เสียทรัพย์ค่ะบุคคลที่ติดเหล้ามากจนทุกวันนี้ไม่อยากอยู่ใกล้

    โดยคุณ ปัญหา  (182.255.13.55)     1 ส.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 302

    ท่านมีสิทธิดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ตามกฎหมายในฐานะที่ตนเป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(4)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.8)     12 ก.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 301

    สามีเลิกกับภรรยาเก่ามา7ปี มีลูก1คน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส (แต่รับรองบุตร)

    สามีกับดิฉันอยู่กินมา4ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามีให้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว (ยังไม่มีลูก) ซื้อบ้าน ซื้อรถ ให้ดิฉันด้วยความเต็มใจ เป็นชื่อดิฉันทั้งหมด แต่เป็นเงินของสามี

    **อยู่ๆสามีจะเอาลูกมาอยู่ในบ้าน แต่ดิฉันไม่ยินยอม สามีมีสิทธิ์ทำได้ไหม...?

    **ดิฉันไม่อยากเลี้ยง ไม่อยากให้มาอยู่ด้วย ดิฉันมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง และมีวิธีใหนบ้าง ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ narin  (58.11.165.0)     18 มิ.ย. 2557

  •  1  2  3  4 .. 17   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด