การบังคับคดี | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

การบังคับคดี

  • การบังคับคดี

    การบังคับคดี

     

    คุณพุฒินันท์ เรียนถามทนายคลายทุกข์ว่า  เพื่อนผมทำสินเชื่อผ่อนสินค้าตั้งแต่ ปี 46 ไม่ได้ผ่อนชำระตั้งแต่งวดแรก เพราะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ  แล้วก็มีหมายศาลมาเมื่อเดือนธันวาคม 2551  ศาลพิจารณาแล้วให้ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (เงินต้นประมาณ 37,000 .- ) นับตั้งแต่ศาลตัดสิน ไม่เช่นนั้น จะทำการจับ/ปรับ/อายัด  อยากเรียนถามว่า

     

    1. เพื่อนผมจะติดคุกไหมครับ

                2. แล้วควรจะทำเช่นไรครับ  เพราะเจ้าหนี้ไม่โทรมาถามเลย

                3. แล้วเพื่อนผมรับราชการเป็นลูกจ้างชั่วคราว เงินเดือน+ เงินเวร +ค่าครองชีพ ประมาณ 12,000.- จะโดนอายัดทรัพย์ไหมครับ ( มีบ้านต้องผ่อนประมาณ 3,500.- และเงินต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยครับ )

     

    คำแนะนำทนายคลายทุกข์

    1. เมื่อศาลมีคำพิพากษาคดีแพ่ง  ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้  เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271  เช่น อายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สินของลูกหนี้  ไม่มีบทลงโทษจำคุก

    2. หาทนายความ  ผู้รู้  เป็นตัวแทนในการเจรจาหนี้กับเจ้าหนี้  เพื่อระงับข้อพิพาทต่อไป

    3. การอายัดทรัพย์เกี่ยวกับเงินเดือน  เป็นไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา286

     

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

    ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

    มาตรา 271  ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งนั้นได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น

     

    มาตรา 286 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

    (1) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้และเงินรายได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพ เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร

    (2) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น

    (3) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (2) ที่นายจ้างจ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท หรือตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร

    (4) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่ศาลเห็นสมควร ในกรณีที่ศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (1) และ (3) ให้ศาลกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น โดยคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจออกคำสั่งอายัดตามมาตรา 311 วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินตาม (1) (3) และ (4) และให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับแก่การกำหนดจำนวนเงินตาม (1) และ (3) โดยอนุโลม แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้

    ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม (1) และ (3) ใหม่ก็ได้

    คำสั่งของศาลที่เกี่ยวกับการกำหนดจำนวนเงินตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 7

    ผมอยากทราบเกี่ยวกับกฎหมาย กรณีที่หนี้เงินกู้ที่มีอายุคดีมากกว่า 10 ปี จะทำอย่างไรครับ  

    โดยคุณ ภาคภูมิ  (202.94.73.23)     4 ก.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 6

    อยากถามว่าเมื่อมีคำพิพากษาและส่งบังคับคดีให้ลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ไม่ชำระจะอายัดทรัพย์แต่ลูกหนี้เป็นข้าราชการ ไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้ แต่ถ้าลูกหนี้ไปกู้สหกรณ์ หรือธนาคาร สามารถอายัดได้หรือไม่

     

    โดยคุณ sasithorn  (119.46.176.222)     6 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 5

    สวัสดีค่ะ..ดิฉันเป็นคนหนึ่งค่ะที่ประสบปัญหาเรื่องการบังคับคดี รถเราถูกชนตั่งแต่ปี 48 พอ เมษา"53ศาลอุทรธ์ตัดสินให้ฝ่ายจำเลยจ่ายตามศาลชั้นต้นพร้อมดอกเบี้ยแต่ในวันฟังคำตัดสินคดีฝ่ายจำเลยไม่ไปฟัง แฟนก็ติดต่อเรื่องการบังคับคดี และสืบทรัพย์จำเลย แฟนบอกว่าเหมือนเค้าโอนทรัพย์สินของจำเลยเป็นของคนอื่น แต่จะพยายามสืบว่ามีอะไรเป็นของจำเลยบ้าง เราเองเดือดร้อนมา 5 ปีเต็มค่ะหวังว่าจะนำเงินก้อนนี้มาปลดหนี้ที่ คนค้ำประกันรถของเราสำรองจ่ายให้กับไฟแนนก่อน เราไม่มีเงินเก็บเลยเพราะต้องทยอยใช้หนี้ที่เกิดโดยไม่ได้ทำ เค้าไม่เคยติดต่อช่วยเหลือเราเลย ตอนที่ไกล่เกลี่ยอก็จะเอาเปรียบเราทุกอย่าง ครอบครัวเราต้องการคำปรึกษาเรื่องนี้ค่ะ รบกวนช่วยแนะทางที่จะช่วยเราด้วย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

    โดยคุณ อัจจนา  (117.47.174.30)     24 ส.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 4

    ถ้ามีก็ชำระไป   กลัวเป็นบาปติดตัว

    แต่มองอีกมุม1  เขาก็ได้ดอกเบี้ยตอนที่เราเป็นลูกค้าไปเยอะแล้วนี่ 

    คงไม่เป็นเวรเป็นกรรมเหรอเนอะ

    โดยคุณ เราเอง  (61.7.183.44)     23 เม.ย. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 3

    ถ้าไม่มีทรัพย์สินอะไร

    ก็ไม่ต้องกลัวคับ

    ศาลบังคับเอาอะไรกับเราไม่ได้เค้าก็คงยกฟ้องไปเองแร่ะ

    ไม่งั้นจะทำไงหล่ะ...เศรษฐกิจแบบนี้ไม่มีเงินจ่ายให้ได้เหมือนเมื่อก่อนหรอกน่า

    โดยคุณ Krai  (118.172.120.192)     25 พ.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 2

    ผมเคยผ่อนของกับบัตร (อ) ประมาณปี 40 ผ่อนเหลือประมาณ หมื่นปลายฯ เจอปัญหาภาวะเศรษกิจต้องออกจากงานมาเปิดท้ายขายของ ก็ไม่ได้ผ่อนตั้งแต่นั้นมา ผมมาทำงานอีกครั้งประมาณปี 43 เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้ถูกทวงหนี้จากบริษัทที่รับซื้อหนี้มาจากบริษัทใหญ่ๆเหล่านั้น ไม่ทราบว่าเขารู้ที่ทำงานปัจจุบันได้อย่างไร(สงสัยจากประกันสังคม) ผมจึงจะบอกจากประสบการณ์ตรงว่าไม่ติดคุกหรอกครับ แต่รำคาญพวกที่ทวงหนี้ ถ้าขวัญอ่อนก็ต้องให้ไป ถ้าไม่ให้มันก็จะรังควาญและด่าหยาบคายมาก จึงหมดอารมณ์ที่จะดีด้วย ณ ปัจจุบันจึงไม่คิดที่จะจ่ายเลยผมก็ยังทำงานอยู่ตามปรกติ

    โดยคุณ yot (สมาชิก)  (110.164.86.2)     2 ต.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 1

    ดิฉันไม่ค่อยทราบกฎหมาย และตัวเองก็กลัวอยู่ตอนนี้

    โดยคุณ นวพร  (124.121.200.28)     30 เม.ย. 2552

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด