X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

  • ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

    ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

     

               รายการทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ เมื่อถูกฟ้องดำเนินคดีแพ่ง จากส่วนประชาสัมพันธ์และบริการประชาชน ศาลแพ่ง มาเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เมื่อต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี (ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากศาลแพ่ง มา ณ ที่นี้ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามที่ศาลแพ่ง ได้ที่หมายเลข 02-512-8478,02-541-2420-9

                 1. ต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง (คดีมโนสาเร่และคดีที่ไม่มีข้อยุ่งยากจำเลยให้การด้วยวาจาในวันนัดพิจารณาได้)

                2. กรณีที่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ให้แก่จำเลยโดยวิธีอื่น เช่น เจ้าหน้าที่ศาลปิดหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องไว้ที่บ้าน หรือที่ทำงานของจำเลย หรือประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ การนับระยะเวลาจะเริ่มนับ เมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันปิด หรือวันประกาศโฆษณา จำเลยจึงยื่นคำให้การภายใน 30 วัน (15+15)

    3. จำเลยอาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษก่อนสิ้นระยะนั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย คู่ความอาจขยายระยะเวลายื่นคำให้การได้ภายหลังจากที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลง และเป็นดุลพินิจของศาลที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาก็ได้

    4. เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้วจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

    ทางแก้สำหรับจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การ

              กรณีจำเลยมาศาลก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดให้จำเลยแจ้งต่อศาลว่าประสงค์จะสู้คดี และขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยื่นคำให้การ หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ หรือมีเหตุอื่นอันสมควรศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ การแจ้งความประสงค์จะสู้คดีนี้ จะทำเป็นหนังสือ หรือแจ้งด้วยวาจาหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้

            หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลว่าประสงค์จะสู้คดี หรือศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การมีผลทำให้จำเลยจะนำพยานของตนเข้าสืบไม่ได้ จำเลยมีสิทธิเพียงถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานเท่านั้น

    กรณีจำเลยมาศาลภายหลังจากที่ศาลตัดสินคดีแล้ว  จำเลยมีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ ภายในกำหนดเวลาดังนี้

    1. ในกรณีปกติให้ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

    2. ในกรณีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ให้ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง  อย่างไรก็ตาม ห้ามจำเลยยื่นคำขอต่อศาลเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ยึดทรัพย์ หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น และแม้พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ยังไม่สิ้นสุด

    3. การสืบพยาน

             คู่ความจะต้องยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานนัดแรกไม่น้อยกว่า 7 วัน  หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันสืบพยานนัดแรก? หากการสืบพยานนัดแรกพ้น 15  วันแล้ว การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมจะต้องทำเป็นคำร้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจยื่นภายในกำหนด โดยยื่นคำร้องพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาที่จะส่งให้อีกฝ่าย

    กรณีที่จำเลยขาดยื่นคำให้การ จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้

    4. ฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง

               เมื่อคดีเสร็จการพิจารณาหรือเสร็จการไต่สวน ศาลจะชี้ขาดตัดสินคดีโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วแต่กรณี

    5. การอุทธรณ์-ฎีกา

              เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว หากคู่ความฝ่ายใดไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นคู่ความฝ่ายนั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ หรือเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้วคู่ความฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์มีสิทธิฎีกาต่อศาลฎีกาได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ข้อโต้แย้งที่คู่ความหยิบยกขึ้นแยกได้เป็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยหลักถ้าเป็นข้อกฎหมายจะไม่มีข้อความห้ามในการอุทธรณ์ฎีกา แต่สำหรับข้อเท็จจริงนั้น หากทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท หรือทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์หรือฎีกาในข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาล

              อุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ฎีกาหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีพิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค (กรณีอุทธรณ์)หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ (กรณีฎีกา)

                คดีที่เกี่ยวกับสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว หรือคดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ (หรือที่เรียกว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์) สามารถอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ยกเว้นคดีฟ้องขับไล่ ซึ่งถือเป็นคดีฟ้อง  ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ หากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน 4,000 บาท (กรณีอุทธรณ์) หรือไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท (กรณีฎีกา) ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริง

              คู่ความอาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฎีกาได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย คู่ความอาจขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ภายหลัง จากที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลงและเป็นดุลพินิจของศาลที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาก็ได้

    8. การบังคับคดี

              เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดี ศาลจะมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับในวันที่พิพากษา หรือคำสั่ง และถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในวันนั้น ศาลจะให้ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับ แต่หากมิได้มาในวันดังกล่าว เจ้าพนักงานศาลจะส่งคำบังคับนั้นไปยังลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยในคำบังคับจะกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไข หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์ หรือถูกจับ และจำขังแล้วแต่กรณี

            หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี

             อย่างไรก็ดี เมื่อบุคคลใดถูกฟ้องเป็นจำเลยควรปรึกษา และแต่งตั้งทนายความให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทน

              ทนายคลายทุกข์และทีมงานทนายความ  ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา  ร้องทุกข์  ร้องเรียน  ไม่ได้รับความเป็นธรรม  เจรจาหนี้สิน  สืบทรัพย์  บังคับคดี  รับอบรมสัมมนา  พัฒนาบุคคลกรทางด้านกฎหมาย  อบรมนักทวงหนี้  ให้คำแนะนำในการปล่อยสินเชื่อ  โดยทีมงานทนายความมืออาชีพสอบถาม 02-948-5700, 081-625-2161 

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3   

  • ความคิดเห็นที่ 58

    มีหมายศาลคดีบัตรเครดิตมาติดที่บ้านแต่ไม่สามารถไปตามวันนัดได้ และไม่มีบุคคลที่สามารถมอบอำนาจให้ไปศาลเพื่อฟังคำตัดสินคดีแทนได้เลย ควรทำอย่างไรดีค่ะ

    โดยคุณ ขนิษฐา  (110.171.155.83)     19 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 57

     ต้องทำอย่างไรดีคะ เนื่องจากเป็นหนี้บัตรเครดิต แต่ยังไม่ได้ชำระ และมีหมายศาลมาที่บ้าน เพิ่งทราบข่าวแต่ไปไม่ทัน เพราะรู้ช้าเลยหมายศาลที่กำหมดไกล่เกลี่ย หนูต้องทำอย่างไรได้บ้างคะ อยากนัดไปวันต่อไปได้ไหมคะ อยากไกล่เกลี่ยจริงๆ ค่ะ จะได้เบาภาระหนี้ค่ะ

    โดยคุณ นางสาวสุดใจ ดีเสน  (182.232.30.126)     19 ก.พ. 2560

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 57

     ท่านควรติดต่อที่ศาลที่ท่านถูกฟ้องคดีก่อนว่าคดีของท่านพิพากษาไปหรือยัง หากยังไม่พิพากษาให้ไปศาลตามวันนัดถัดไป แต่หากพิพากษาแล้วให้ทำการติดต่อเจ้าหนี้หากต้องการขอผ่อนชำระ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.93.208)     16 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 56

    คดีมโนสาเร่ ข้าฯเป็นจำเลย ถอยรถชนคู่กรณี (โจทย์) มีแผลเล็กน้อยที่กันชนหลัง พนักงานตรวจที่เกิดเหตุของผู้เสียหายประเมินราคา 15000 แต่โจทย์ฟ้องเอาค่าเสียหาย 65000 (โดยเหมารวมเอากับแผลดั่งเดิมด้วย ข้าฯไม่มีหลักฐานตอบโต เพราะไม่มีประกันไม่มีกล้อง) ข้าฯต้องคำพิพากษาชั้นต้นให้จ่าย ข้าฯมิเห็นด้วยคำพิพากษา เนื่องจากแผลเสียหายหลายจุด มิได้เกิดจากการชนของข้าฯ อยากทราบว่า ต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน พิพากษาไว้เมื่อ 22 ธ.ค.2559 ครับ

    โดยคุณ สมชาย  (58.11.157.44)     13 ก.พ. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 55

    ตอนนี้ดิฉันทำงานอยู่ที่ ธนาคารแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 ก.ค.59 ดิฉันได้ทำเงินสดหายจำนวน 30,000 บาท หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ วันต่อมาดิฉันจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จึงสงสัยลูกค้า 1 รายจึงได้ทำการติดต่อลูกค้าๆ ก็บ่ายเบี่ยงว่าได้ให้เงินไปกับบุคคลอื่น ดิฉันจึงขอเบอร์เพื่อติดต่อ ได้มีการติดต่อกันกับบุคคลที่ 3 โดยแจ้งว่ามีเงินเกินไป แต่สักพักก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย จึงได้มีการติดต่อกับลูกค้าที่มาทำธุรกรรม ก็ไม่ได้ความอะไร ตอนนี้ได้มีการลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว และได้มีการฟ้องร้องเพื่อไปสู้กันในชั้นศาล ดิฉันได้ไปให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมา 2 ครั้งแล้ว ทางตำรวจบอกว่าจะเรียกคู่กรณีมารับฟังข้อกล่าวหา ดิฉันอยากทราบว่าดิฉันต้องทำอย่างไรต่อ แล้วขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร กว่าจะจบคดีอีกนานไหม ขอบคุณนะค่ะ รบกวนขอคำชี้แนะด้วยค่ะ

    โดยคุณ จิตรพิสุทธิ์  (58.10.108.18)     4 ก.พ. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 54

     พี่สาวติดหนี้บัตรเครดิตประมาณสิบปีมาแล้วและตอนนี้ติดต่อไมได้เขาไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้มีหมายศาล คำสั่งเรียก ให้เอาโฉนดที่ดินที่มี ชื่อพี่สาวคนนี้เป็นผู้ถือกรรมสิทธร่วม(มีชื่อในที่ดินนี้ 4 คนรวมทั้งตัวเราค่ะ) และหากไม่สงตามกำหนด อนุญาติให้ขายทอดตลาดทรัพย์ แบบนี้คือเป็นการยึดที่ดินไปขายใช่ไหมคะ แต่มันมีชื่อเราและพี่น้องคนอื่นอีกที่ไม่เกี่ยวข้อง แบบนี้ควรทำไงคะ และ ถ้าเขาขายทอดตลาดคือมันจะเกิดอะไรขึ้นคะ พอดีไม่มีความรู้เลยค่ะ ขอรบกวนด้วยค่ะ

    โดยคุณ สมใจ เกิดสุข  (125.168.145.207)     24 ม.ค. 2560

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 54

     หากเป็นที่ดินที่มีเจ้าของรวม และถูกยึดที่ดินนั้นออกขายทอดตลาด เจ้าของรวมคนอื่นๆสามารถยื่นคำร้องขอกันส่วนตามป.วิ.พ. มาตรา 287 เพื่อขอให้เจ้าพนักงานขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่ท่านซึ่งเป็นลูกหนี้เป็นเจ้าของ หรือขอกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.84.1)     8 ก.พ. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 53

     รบกวนหน่อยครับ ผมได้ใช้ชื้อผมซื้อรถให้คนคนหนึ่งแล้งเค้าไม่ได้ส่งตอนนี้ศาลต้ดสินบังคับคดี

    จะยึดทรัพย์หรือจำขังจะทำยังไงดีครับ ผมจะติดคุกไหมครับ

     

     

    โดยคุณ ประวุฒิ  (223.206.233.15)     11 ธ.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 53

     กรณีตามปัญหา  การทำสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว มีลักษณะเป็นตัวการตัวแทนกันโดยถือว่า ท่านเป็นตัวแทนเข้าทำสัญญาแทนเพื่อนซึ่งเป็นตัวการที่เชิดท่านออกแสดงเป็นตัวแทนของตนเข้าทำสัญญาเช่าซื้อนั้น เพื่อนซึ่งเป็นตัวการและเป็นผู้ใช้รถคันที่เช่าซื้อจะต้องรับผิดต่อไฟแนนซ์ซึ่งบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าท่านนั้นเป็นตัวแทนของตนตาม ป.พ.พ.มาตรา 821 ดังนั้น ท่านจึงมีสิทธิดำเนินการเพื่อให้ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและกลับเข้าครอบครองรถคันที่เช่าซื้อโดยเรียกให้เพื่อนส่งมอบคืนใดในฐานะที่ไฟแนนซ์เป็นเจ้าของทรัพย์สินใช้สิทธิใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1336

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.99.18)     22 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 52

     สอบถามหน่อยคับ คือช่วงผมทำงานอยู่ หัวหน้าผมได้ขอยืมเงินไป 40,000 บาท และสัญญาว่าจะรีบจ่ายคืนให้ ขณะนั้นคิดว่าเป็นหัวหน้า เลยใช้เงินส่วนตัวให้เขายืมไป ต่อมาเดือนถัดไปโดนกลั่นแกล้งให้ออกจากงาน ก่อนออกบอกจะผ่อนให้เดือนละ 10,000 บาท แต่ครบเดือนกับบ่ายเบี่ยง แต่ผมมีหลักฐานการสนทนาทางไลน์พร้อมแคปหน้าจอการโอนเงินทาง I-banking สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ไหมคับ ขอบคุณคับ ปล.ได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน. มาด้วยคับ

    โดยคุณ โจ้  (223.24.93.175)     8 ธ.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 52

     ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653  การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ดังนั้นหากไม่ได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม ก็ฟ้องคดีแพ่งไม่ได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.175.197)     23 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 51

    รบกวนสอบถามหน่อยนะ พอดีมาหมายศาลมาที่บ้านเป็นหมายศาลของสามีเรื่องบัตรเครดิต  แต่สามีไม่สามารถไปตามนัดได้  ภรรยาสามารถไปแทนได้หรือไม่  และอยากทราบว่าคดีบัตรเครดิตใช้เวลานานหรือเปล่าค่ะ

    โดยคุณ ปภาวรินทร  (1.179.176.125)     25 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 51

     สามีสามารถมอบอำนาจให้ท่านไปเจรจาไกล่เกลี่ยแทนได้ครับ  คดีบัตรเครดิตใช้เวลาไม่นานครับ 

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.102.150)     2 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 50

     สวัสดีค่ะ

    พอดีไปยืมเงินเขามา ครั้งแรก 50,000 ครั้งที่ 2 30,000 ช่วงที่ยืมมาทำงานจ่ายแต่ดอก น่าจะเกือบๆปีได้ค่ะ แต่พอไม่ได้ทำงาน ก็ไม่มีเงินส่ง ผ่านไปหลายปี ทางเจ้าหนี้เขาดำเนินการฝ้องศาล เมื่อปี 58 ได้ประมาณ 1ปีแล้วค่ะ มาตอนนี้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล มา โดยระบุให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน15วัน นับแต่วันที่ได้รับ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกยึดทรัพย์ หรือถูกจับและจำขังดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 

    ไม่ได้คิดจะหนีค่ะ แต่ไม่ได้ทำงาน และไม่มีจะจ่าย ตอนนี้ก็อยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรค่ะ จะติดคุกใหมค่ะ

    ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าควรทำไง

     

     

     

     

     

    โดยคุณ กันยรินทร์  (223.205.251.244)     20 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 50

     หากมีคำพิพากษาแล้ว และมีการบังคับคดียึดอายัดทรัพย์ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องทางแพ่งครับ ไม่มีโทษจำคุก

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.168.106)     27 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 49

     รบกวนสอบถามค่ะ กรณีได้รับ หมายนัด ไป ไกล่เกลี่ ให้การและสืบพยาน  คดีแพ่ง สามารถไปตามนัดด้วยตัวเองก่่อนโดยไม่ใช้ทนายได้หรือไม่คะ หากตกลงหรือยอมความกันไม่ได้ค่อยแต่งตั้งทนายสู้คดี หรือยื่นคำให้การได้หรือไม่คะ

    ต้องเดินทางไปตามนัด วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 เวลา 9:00 น. แล้วคะ่

    โดยคุณ กัญวรา  (203.144.176.162)     18 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 49

     หากท่านได้รับหมายศาลเพื่อให้ไปไกล่เกลี่ย ให้การและสืบพยาน ท่านสามารถไปศาลด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องแต่งตั้งทนายความเข้าไปในคดี โดยท่านแถลงต่อศาลว่าขอเจรจาไกล่เกลี่ย ทำสัญญายอมผ่อนชำระเป็นรายงวดได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.168.106)     27 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 48

    พ่อของดิฉันและชาวบ้านโดนเเกล้งฟ้องคดีหมิ่นประมาทค่ะ แต่ฟ้องที่ศาลต่างจังหวัด ทุกภาคเลย ต้องไปศาลที่นั่นทีที่นี่ที. จนท่านคิดมาก ชาวบ้านน่ะค่ะไม่ชอบขึ้นศาลหรอก  ซึ่งเรื่องก็ไม่มีอะไรแค่เรื่องคนมีเงินกับคนจนมีความคิดเห็นไม่เหมือนกันค่ะ อยากถามว่าศาลรับฟ้องด้วยหรอค่ะ ตอนนี้ฟ้อง2 ศาลแล้วค่ะ. และได้ข่าวว่าจะไปฟ้องที่ใต้อีก. อยากขอความรู้และวิธีแก้ไขค่ะว่าจะทำอย่างไรได้บ้างพ่ออายุมากแล้ว   

    โดยคุณ นิลุบล   (223.24.106.133)     23 ต.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 48

     กรณีดังกล่าว หากเป็นการกระทำเข้าองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ.มาตรา 326 ผู้เสียหายสามารถฟ้องดำเนินคดีผู้หมิ่นประมาทได้ครับ หากมีการดำเนินคดีท่านสามารถเข้าพบทนายความเพื่อช่วยเหลือแก้ต่างให้ท่านต่อไปครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.132.117)     7 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 47

     เป็นจำเลยคดีแพ่ง ตอนนี้อยู่กระบวนการของชั้นฎีกาแล้วค่ะ ศาลนัดฟังคำพิพากษาเดือนตุลาคมนี้ แต่พอดีดิฉันได้ฟ้องโจทย์กลับในคดีอาญาอยู่ แต่อยู่ในช่วงที่อัยการกำลังสั่งฟ้อง อาจจะไม่ทันไปเป็นหลักฐานอ้างอิงในคดีแพ่ง ถ้าดิฉันและทนายไม่ไปฟังคำพิพากษาของคดีแพ่งจะได้ไหมคะ  

    โดยคุณ ลินดา  (182.53.189.120)     6 ก.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 47

     นัดฟังคำพิพากษาคดีแพ่ง ท่านสามารถแต่งตั้งทนายความเข้าฟังแทนได้ครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.114.250)     16 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 46

     ได้รับหมายศาลเมื่อ 24 มิถุนายน 2559  ให้ไปศาลวันที่ 12 กันยายน 2559  เพราะเป็นคนคำประกันเงินกู้ธนาคารออมสิน  ประมาณ 120,000 บาท    ต้องทำยังไงบ้างครับ  เพราะไม่เคยไปศาลเลย  ขอบคุณครับ

    โดยคุณ สมบัติ  (202.29.178.113)     25 ส.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 46

     นัดดังกล่าวเป็นนัดเจรจาไกล่เกลี่ย หากท่านไม่สะดวกแนะนำให้เข้าพบทนายคลายทุกข์เพื่อดำเนินการแทนท่านครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.99.45)     1 ก.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 45

     ผมตอนยี้โดนฟ้องคดีที่ดินที่อยู่มานานกว่า40ปีเนื่องจากมีญาติที่อาศัยอยู่ที่ดินแปลงเดียวกันโดยมีผู้ที่เป็นลูกเขยร่วมกับสมาชิกอ.บ.ต.หลองพามียายไปเซ็นมอบให้ตัวเองเป็นคนมีสิทธไถ่ถอนที่ดินจำนวน20000บ้านจากสหกรณ์การเกษตรเอจะได้ให้โอนเป็นของตัวเองโดยผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกับที่ดินแปลงนี้ไม่รู้เรื่องอยู่มาประ5ปีมีบุคคลอื่นมาบอกผู้ที่อยู่ในที่ดินแปลงนั้นยายออกไปภายใน15วันมิฉะนั้นจะดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่บนที่ดินแปลงนี้ต่อมาทางผู้อยู่บนที่ดินแปลงนี้ได้สืบค้นพบว่าลูกเขยคนนั้นได้เอาที่ดินไปฝากขายแล้วเป็นจำนานเงิน300000บาทและไม่ช่ำระคืนเขาเขาจึงจ้างทนายยื่นคำฟ้องต่อคุณลูกเขยกับคนที่อยู่อาศัยร่วมอีกสองคนเพื่อให้ยายออกแต่ตอนนี้แม่ยายได้เสียชีวิตแล้ว มีข้อแนะนำที่ดีๆกว่าจะต้องจ่ายเงิน300000ไหมครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับท่าน

    โดยคุณ สัญชาติ แสงนิล  (182.232.102.247)     25 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 45

     คดีของท่านมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะที่จะต้องสอบข้อเท็จจริง แนะนำให้นำหลักฐานเข้าพบทนายความเพื่อขอคำแนะนำครับ

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.8.110)     3 ส.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 44

     อยากทราบค่ะดืฉันเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับพี่ชายสามีค่ะสามีเสียชีวิตแล้วต่อมามีญาติสามีมาฟ้องว่าสามีไปกู้เงินจากเขาโดยที่ดืฉันไม่ทราบมาก่อนเลยเอาโฉนดที่ดินไปไว้ที่นั่นแล้วดิฉันก็บอกศาลว่าขายที่ดืนได่จะใช้คืนให้แต่ของในบ้านและตัวบ้านเป๋นสินสมรสที่ดิฉันทำมาเขาบอกจะยึดทุกอย่างดิฉันไม่ยอมเขาจะยึดได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ รัชนู  (1.46.96.117)     16 ก.ค. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 44

     หากท่านจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อสามีตาย ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสต้องแบ่งคนละครึ่ง ดังนั้น หากหนี้เกิดจากสามีท่านฝ่ายเดียวก่อขึ้น เจ้าหนี้มีสิทธิยึดหรืออายัดได้ในส่วนแบ่งครึ่งที่เป็นของสามีครับ 

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.126.26)     25 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 43

    คดีผู้จัดการมรดก ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ลงตัวทั้งสองฝ่าย และศาลได้ออกใบสิ้นสุดการพิจารณาแล้ว จะนำมาร้องขอไตรสวนอีกได้ไหม??

    โดยคุณ   (49.49.246.109)     26 มิ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 43

     คดีผู้จัดการมรดก เมื่อได้เจรจาไกล่เกลี่ยกันเบื้องต้น แล้วตกลงกันไม่ได้ จึงเป็นกรณีที่มีผู้คัดค้าน ศาลจะนัดไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกต่อไปครับ การดำเนินการคดีขอตั้งผู้จัดการมรดก แนะนำควรให้ทนายความดำเนินการให้ เพื่อผลประโยชน์ของท่าน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.7.217)     8 ก.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 42

    ขอหารือเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินค่ะ

    ด้วยศาลตัดสินให้แพ้คดี  และมีคำสั่งให้  นาย ก  จ่ายเงิน ให้  นาย ข  เพื่อทำการแบ่งโฉดน   และโอนให้ นาย ก   แต่เวลาผ่านไป  2  ปี   นาย ก   ก็ยังไม่ยอมจ่ายเงินนาย ข   จะทำอย่างไรดี ค่ะ  ขอความเห็นด้วย  จะทำอย่างไรดี

     

    โดยคุณ เต็มดวง เข็มเพชร  (122.154.3.108)     26 เม.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 41

    ขอความกระจ่างครับ มีหมายศาลมาฟ้องแม่ผมครับคือ ฟ้องในเรื่องแม่ผมไปทำนาในที่นาซึ่งในที่นานั้นมีชื่อแม่และผู้ฟ้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่ได้ระบุไว้ว่าใครไดทเ่าไร      แม่ผมไปทำ 2ส่วนใน3 ส่วน  ทำให้เขาเสียผลประโยชน์ที่ต้องให้คนอื่นเช่าจึงฟ้องเรียกผลประโยชน์ ซึ่งทางแม่ผมเข้าใจว่าเมื่อมีชื่อร่วมกันก็หมายความว่าจะไปทำตรงส่วนใหนก็ได้  และเขาก็ฟ้องเพื่อที่จะแบ่งแยกโฉนดที่ดินตามที่เคยทำมาเขาต้องการ 2 ส่วน ใน 3 ส่วน อยากถามว่าแม่ผมต้องเสียผลชดใช้ผลประโยชน์ให้เขาไหม  และ ต้องแบ่งที่กันตามที่เขาฟ้องใหมครับอย่างไร  ขอความกระจ่าง

    โดยคุณ สมชาย  (116.58.251.144)     18 ก.ย. 2558

  •  1  2  3   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด