X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาทนาย –ปัญหาครอบครัว

  • ครอบครัว

    ปรึกษาทนาย ปัญหาครอบครัว

     

    ผมมีปัญหาเกี่ยวกับคดีครอบครัวมารบกวนอาจารย์เดชาซักเรื่องครับ  พอดีว่าเป็นเรื่องที่ผมร้อนใจมากครับ  สืบเนื่องมาจากช่วงราว ปี 2544 ผมได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งครับ และได้คบหากันมาชั่วระยะหนึ่ง  แต่ก็ได้เลิกรากันไปราวปี 2545 (ช่วงนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง)

     

    เนื่องจากในช่วงที่คบกันนั้น  ผมได้ถูกเธอพยายามให้เรามีอะไรกันมาโดยตลอด และผมก็ได้มีอะไรกับเธอไป  ซึ่งประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น และก็ได้เลิกรากับเธอไป  โดยที่ช่วงระยะเวลาดังกล่าว  ผมกับเธอไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แม้แต่ทางโทรศัพท์  หลังจากนั้นนานเกือบหนึ่งปี เธอได้ส่งจดหมายมีสูติบัตร ของเด็กหญิงคนหนึ่ง โดยระบุว่า ผมเป็นพ่อของเด็กคนนั้น

     

    โดยที่ผมไม่เคยรับรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของเธอ  เนื่องจากเราได้เลิกรากันนานเกินกว่าที่จะไปทำให้เธอตั้งครรภ์ไปในช่วงเวลาดังกล่าวได้  ผมก็เลยติดต่อกลับไปสอบถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าทำไม โรงพยาบาลถึงแจ้งชื่อผมเป็นพ่อโดยที่ผมไม่ได้เป็นคนแจ้ง  (แต่เด็กหญิงคนดังกล่าว ไม่ได้ใช้นามสกุลของผม และในทะเบียนบ้าน ผมก็ไม่แน่ใจว่ามีปรากฏเลขบัตรประชาชน 13 หลักของผมหรือไม่)

     

    และเธอก็ตอบผมว่า  หลังจากที่เธอมีอะไรกับผม  เธอไม่ได้ไปมีอะไรกับใครเลย อย่างนั้นเด็กคนนี้ก็ต้องเป็นลูกของผมแน่นอน  ผมก็เลย งง ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยมนุษยธรรม ผมก็พยายามบอกเธอว่าไม่เป็นไร  ก็พามาเที่ยวเล่นบ้างก็ได้  ทั้งๆที่ในใจลึกๆ ผมก็ยังกังขากับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ผมและครอบครัวก็ได้พยายามช่วยเหลือ และพาเด็กหญิงคนดังกล่าวไปไหนมาไหนบ้าง  ในเวลาที่เธอพามาหาผมที่บ้าน  ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ก็ได้ติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราว

     

    โดยที่ผมกับเธอต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน ไม่ได้คบหากัน ไม่ได้รับรองว่าเด็กคนดังกล่าวเป็นบุตร  เมื่อราวเดือน พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา อยู่ๆเธอก็ได้ส่ง จดหมายจากสนง. กฎหมายมาถึงผม เป็นการยื่น  notice ว่าให้ผมไปเซ็นต์รับรองบุตร แล้วก็ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นเงินถึงเกือบ 300,000 บาท   ซึ่งผมก็ได้ติดต่อกลับไปเจรจา ว่าทำไมทำแบบนี้ เธอก็บอกว่า เธอไม่ได้ต้องการเงิน แต่เธอต้องการให้ผมไปรับรองบุตร (ซึ่งปัจจุบัน ผมมีงานทำกับบริษัทใหญ่โต แล้วก็กำลังจะแต่งงาน)

     

    ผมก็เลยทำไม่ได้ ถึงผมทำได้ด้วยมนุษยธรรมและสงสารเด็ก แต่ผมก็ไม่ไว้ใจเธอพอ ที่จะไปเซ็นรับรองให้ได้ เพราะผมเกรงว่า เธอจะแบล็คเมล์ผม ด้วยการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย อีกมากมายตามมา หากผมหลงเชื่อเซ็นรับรองไปแล้ว  และเมื่อ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

     

    เธอได้ส่งจดหมาย noticeมาให้ผมอีกครั้ง ด้วยข้อความคล้ายๆ เดิมว่า  ให้รับรองบุตร และให้จ่ายค่าเลี้ยงดูในอดีต และอนาคตเป็นเงินที่สูงขึ้น  และมีกำหนดเป็นเวลาแค่ 3 วันนับจากวันที่จดหมายมาถึงผู้รับ  ผมก็เลยติดต่อไปอีกครั้ง เธอกลับยืนยันว่า เธอไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการให้ผมไปรับรองบุตรเหมือนเดิม

     

    ซึ่งผมก็งงว่า แล้วถ้าอย่างนั้นเธอจะพ่วงเรื่องเงินเข้ามาด้วยทำไม และที่สำคัญตอนนี้ผมกำลังถูกเธอคุกคามสิทธิเสรีภาพของผมอย่างรุนแรง  เพราะเธอสืบเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของผมมา สืบเลขทะเบียนรถของผมมา สืบเบอร์โทรศัพท์ของแฟนคนปัจจุบันของผม มา

    ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นอันตรายของผมและแฟนผมอย่างมาก  จนทุกวันนี้ผมไม่กล้าไปไหน เนื่องจากเกรงกลัวอันตรายที่เกิดขึ้น

     

    ที่เล่าทั้งหมดมานี้ ผมก็อย่างจะรบกวนสอบถามอาจารย์เดชาสักหน่อยครับว่า

    1.ผมจะต้องทำอย่างไรกับคดีนี้ครับ

    2.ถ้าผมฟ้องร้องเธอกลับมันจะยุ่งยากมั้ยครับ

    3.เรื่องที่เธอคุกคามสิทธิเสรีภาพของผม ผมมีสิทธิ์เอาผิดอะไรเธอได้บ้าง

    4.ถ้าผมยืนยันที่จะไม่รับรองเด็กคนดังกล่าวเป็นบุตร ผมจะทำได้หรือไม่

    5.การที่ใครจู่ๆก็เอาชื่อของเราไปแจ้งเป็นชื่อพ่อของเด็ก โดยที่เราไม่รับรู้ สมารถทำได้ด้วยหรือรับ

    6.ถ้าผมฟ้องจริงๆผมมีสิทธิ์ที่จะชนะคดีมั้ยครับ

    7.หลักฐานต่างๆที่ผมไม่มีเลยครับ มีเพียงแค่เอกสารที่เธอส่งมาเป็นระยะๆเท่านั้น แต่เธออาจจะมีหลักฐานเป็นรูปถ่าย ที่ผมกับเด็กคนนั้นเคยถ่ายด้วยกัน เธอจะใช้ภาพถ่ายนั้น

    มาเป็นหลักฐานได้หรือเปล่าครับ

    8.ถ้าสมมติพิสูจน์แล้วเด็กคนนั้นเกิดเป็นลูกผมจริงๆ ผมจะขอเอาบุตรมาเลี้ยงเองได้หรือไม่

    9.เรื่องที่เธอพยายามติดต่อสืบค้นข้อมูลส่วนตัวของผมนั้น ผมสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับเธอได้หรือไม่

    10.ผมจะฟ้องร้องเอาผิดกับโรงพยาบาลที่เอาชื่อผมไปเป็นพ่อเด็ก และ สำนักงานทนายความที่รับมอบอำนาจมายื่น notice ส่งมารบกวนครอบครัวผมได้หรือเปล่าครับ

    11.ถ้าผมยืนกรานไม่ตรวจ ดีเอ็นเอ ได้หรือไม่ครับ (เพราะว่า ค่าใช้จ่ายสูงมาก ผมไม่อยากจ่ายตรงนั้น แต่ถ้าจำเป็นจริงๆผมก็ยินดีตรวจเพื่อความบริสุทธิ์ใจครับ)

     

    เรื่องอาจจะยาวไปสักหน่อยครับ อ.เดชา แต่ผมก็อยากจะขอปรึกษาเท่าที่อาจารย์จะพอให้คำแนะนำกับผมได้นะครับ

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4   

  • ความคิดเห็นที่ 66

     ปรึกษาหน่อยค่ะ พอดีพี่ชายค่ะคบกับผู้หญิงคนหนึ่งค่ะสักประมาณ 1 ปีจากนั้นผู้หญิงท้อง พอน้องคลอดทางแฟนพี่ชายกะได้ขอแยกไปอยู่คนเดียว สักประมาณ 2-3 ปีแล้วค่ะ แต่ในใบสูติบัตรพี่ชายรับรองการเป็นพ่อเรียบร้อยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสน่ะค่ะ เนื่องจากฝ่ายหญิงไม่ยอมจดค่ะ แต่ค่าเลี้ยงดูทางฝ่ายพี่ชายก็ได้ส่งให้ทุกๆเดือนค่ะ แต่มาปีที่ 3 ทางฝ่ายหญิงได้เข้ามาระรานในที่ทำงาน และเรื่องส่วนตัวของพี่ชาย และจะให้พี่ชายไปเซ็นเอกสารเพื่อให้พี่ชายยกเลิกการเป็นพ่อเด็ก ถ้าพี่ชายไม่ยอมไปเซ็น จะแจ้งตำรวจมาจับพี่ชาย อย่างงี้เราต้องทำไงค่ะ เพราะพี่ชายก็ไม่เจ้าใจเหมือนกันค่ะ เพราะต่างคนกะต่างปยกทางไปเเล้ว 3 ปี แต่เรื่องไม่ยอมจบค่ะ ต้องทำไงค่ะ เรากลัวว่าจะมีปัญหาทีหลังไม่ค่ะ ยากจะให้เรื่องๆมันจบค่ะ ต้องทำไงค่ะ

    โดยคุณ My family  (27.55.203.213)     19 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 65

    หนูขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ

    หนูมีลูกฝาแฝดตอนอายุ16

    ผู้ชายมาสมาไห้เงิน40,000 ทอง1บาท

    ซึ่งผู้ชายยังเรียนอยู่แต่หนูไม่ได้เรียน

    หนูท้องอยู่ได้ไปโรงเรียนแล้วเมากลับมาที่บ้านเขาโมโหเขาผักหนูล้ม

    แล้วชอบโวยวายใส่หนู

    พอหนูคลอดลูกเขาก้อเอาแต่นอนไม่ค่อยชอบดู

    แต่ในใบเกิดลูกของหนูใช้นามสกุลของแฟน

    แต่หนูไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเขา

    พออยู่กันมามีแต่เรื่องทะเลาะกัน

    จนถึง ณ ปัจจุบันเขาไปคุยผู้คนอื่นพอหนูขอดูโทรสัพ

    เขาก้อไม่ไห้ดูแถมยังผักหนูไปที่ข้างขวาแล้วโดนตะปู

    ถ้าหนูอยากเลิกลากลับเขาหนูทำไงบ้างค่ะ

    แล้วจะได้ไรมั่งค่ะ

    เ้พราะตอนเนี่ยลูกของหนูป่วย้ป็นโรคธาลัสซีเมียEF

    หนูต้องคอยดูอยู่ตลอด

    ไปทำงานที่ก้แไม่ได้

    หนูมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้ไหม

    โดยคุณ ดา  (27.55.106.142)     20 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 65

    ท่านมีสิทธิฟ้องชายเป็นคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1556, 1564

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.99.81)     7 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 64

    คือว่า พี่ชายหนูแต่งงานมีครอบครัว มีลูกคนที่1 เอามาให้หนูกับพ่อแม่หนูเลี้ยงตั้งแต่ 5-6 เดือน แล้วคนที่2 เอามาให้หนูกับพ่อแม่หนูเลี้ยงตั้งแต่ 2-3 เดือน และวันนึงพี่ชายหนูกับพี่สะใภ้ได้เลิกลากันไป พี่สะใภ้ก็ส่งแต่ตังมาให้เกือบทุกเดือนมีบางเดือนที่ไม่ได้ส่งมา  และตอนนี้พี่สะใภ้ก็ได้มีครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้จะเอาหลานไป จนเด็ทั้งกสองอายุได้ประมาณ คนโตตอนนี้อายุได้ 14 ส่วนคนเล็กอายุได้ 10 ปี อยากมาเอาไปให้พ่อเขาเลี้ยงซึ้งมีศักดิ์เป็น ตา ขอเด็ก คือหนูรักหลานหนูมาก เด็กทั้งสองคนเรียกพ่อกับแม่หนู ว่า พ่อกับแม่ ไม่ได้เรียกปู่กับย่า และพ่อกับแม่หนูก็รักหลานมาก อยู่ๆวันนึงแม่เขาจะมาเอาเขาไป โดยระยะเวลาที่เขาอยู่กับเราเขามีความสุข ร่าเริง เหมือนเด็กไม่ขาดความอบอุ่น เหมือนเด็กไม่มีปัญหาพ่อแม่หย้าล้าง และในเวลาที่เขาอยู่กับเรา แม่เขามาหาเขานับครั้งได้ ส่วนมาจะมารับไปอยู่ด้วยแปปแค่ช่วงสองคนปิดเทอม ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่หนูรู้ว่าเขาเป็นแม่ยังไงเราก็ต้องยอมเพราะเราเป็นแค่อากับปู่ย่า ที่เลี้ยงเด็กสองคนมาจนโต ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรใช่ไหมค่ะ

    โดยคุณ ขอปรึกษาอาจารย์เรื่องหลานหน่อยนะค่ะ  (58.10.234.7)     10 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 63

    คือว่า พี่ชายหนูแต่งงานมีครอบครัว มีลูกคนที่1 เอามาให้หนูกับพ่อแม่หนูเลี้ยงตั้งแต่ 5-6 เดือน แล้วคนที่2 เอามาให้หนูกับพ่อแม่หนูเลี้ยงตั้งแต่ 2-3 เดือน และวันนึงพี่ชายหนูกับพี่สะใภ้ได้เลิกลากันไป พี่สะใภ้ก็ส่งแต่ตังมาให้เกือบทุกเดือนมีบางเดือนที่ไม่ได้ส่งมา  และตอนนี้พี่สะใภ้ก็ได้มีครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้จะเอาหลานไป จนเด็ทั้งกสองอายุได้ประมาณ คนโตตอนนี้อายุได้ 14 ส่วนคนเล็กอายุได้ 10 ปี อยากมาเอาไปให้พ่อเขาเลี้ยงซึ้งมีศักดิ์เป็น ตา ขอเด็ก คือหนูรักหลานหนูมาก เด็กทั้งสองคนเรียกพ่อกับแม่หนู ว่า พ่อกับแม่ ไม่ได้เรียกปู่กับย่า และพ่อกับแม่หนูก็รักหลานมาก อยู่ๆวันนึงแม่เขาจะมาเอาเขาไป โดยระยะเวลาที่เขาอยู่กับเราเขามีความสุข ร่าเริง เหมือนเด็กไม่ขาดความอบอุ่น เหมือนเด็กไม่มีปัญหาพ่อแม่หย้าล้าง และในเวลาที่เขาอยู่กับเรา แม่เขามาหาเขานับครั้งได้ ส่วนมาจะมารับไปอยู่ด้วยแปปแค่ช่วงสองคนปิดเทอม ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่หนูรู้ว่าเขาเป็นแม่ยังไงเราก็ต้องยอมเพราะเราเป็นแค่อากับปู่ย่า ที่เลี้ยงเด็กสองคนมาจนโต ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรใช่ไหมค่ะ

    โดยคุณ ขอปรึกษาอาจารย์เรื่องหลานหน่อยนะค่ะ  (58.10.234.7)     10 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 62

     พม่ามาแย้งสามีดิฉันค่ะ เรามีสิทธแจ้งกับผู้เกี่ยวข้องให้เค้าไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยมั้ยค่ะ

    โดยคุณ ขวัญฤทัย ปลื้มจิตต์  (171.5.251.175)     21 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 61

     ขอปรึกษาหน่อยนะคร้า เลิกกะแฟนมา1ปีแล้วคร้า เพราะสามีมีภรรยาใหม่ แต่ยังมีใบสมรสด้วยกันอยู่ สามีพาไปเปิดตัวกะที่บ้านเค้าและไปสู้ขอกันแล้ว พอดิฉันทราบเรื่องและรุ้ว่าเมียใหม่เค้ามีลูกติดมาด้วย จึงไปรับลูกสาวดิฉันวัย5ขวบมาเลี้ยงเอง เพราะกลัวทางนุ่นที่ให้แม่เค้าเลี้ยงและฉันส่งตังให้ทุกเดือนจะดูแลลูกดิฉันไม่ดีพอ แต่เค้ากับไปแจ้งความว่าเด็กหายและ โพสรูปลูกสาวลงอิเตอร์เนตว่าเด็กหาย ทั้งที่รุอยู่แล้วว่าลูกอยู่กับดิฉัน เลยขอปรึกษาว่า

    1  ดิฉันต้องทำอย่างไรที่เค้าไปแจ้งความและโพสลงอินเตอเน็ตอีก

    2 ดิฉันจะฟ้องหย่าเค้าและเมียยังไงคร้า เพราะตอนนี้สงสารลูก ลูกกลัวมากเวลาพุดว่าจะให้กับไปหาพ่อและย่าเค้า

     

     

    โดยคุณ แม่ของลูก  (110.77.221.6)     26 พ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 61

    1. ท่านในฐานะเป็นผู้เสียหายจากการที่สามีแจ้งความเท็จและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ชอบที่จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาสามีตามความผิดดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(4)(7),123
    2. การที่สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา โดยท่านไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจด้วย ท่านมีสิทธิฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงนั้นได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516(1), 1523

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.155.226)     24 มิ.ย. 2558

  •  1  2  3  4   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด