X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง

  • สิทธิและหน้าที่ นายจ้างและลูกจ้าง

                                      สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง

                             ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

    1. เวลาทำงาน

    -          วันหนึ่งต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง

    -          เว้นแต่เป็นงานอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงจะมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งต้องไม่เกิน 7 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 42 ชั่วโมง

    1. เวลาพัก

    -          ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมงติดต่อกัน

    -          นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักครั้งหนึ่งน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ได้แต่เมื่อรวมกันแล้ววันหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

    -          ข้อความดังกล่าวข้างต้นมิให้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน

    1. วันหยุดประจำสัปดาห์

    -          ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน

    -          ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงาน โดยคำนวณเป็นหน่าย)

    -          นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้า กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้

    -          ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้า สะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และเลื่อน ไปหยุดเมื่อใดก็ได้แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน

    -          กรณีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่แน่นอน ให้นายจ้างประกาศวันหยุดให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน และแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานตรวจแรงงานทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศกำหนด

    1. วันหยุดตามประเพณี

    -          ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วยในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไปและลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี

    1. วันหยุดพักผ่อนประจำปี

    -          ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานและมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี

    -          ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

    -          สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจกำหนด วันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้

    -          นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้

    1. การลาป่วย

    -          ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยมีสิทธิได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันทำงาน

    1. การลาคลอด

    -          ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วยและให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง ซึ่งลาคลอดเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน

    1. การลาเพื่อทำหมัน

    -          ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้และสิทธิลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด และออกใบรับรองให้โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลานั้นด้วย

    1. การลากิจ

    -          ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าจ้างหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

    1. การลาเพื่อรับราชการทหาร

    -          ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารโดยลาได้เท่ากับจำนวนวันที่ทางการทหารเรียก และได้รับค่าจ้างตลอดเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี

    1. การลาเพื่อฝึกอบรม

    -          ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีที่กำหนดในกฎกระทรวง

    1. ค่าจ้าง

    -          เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงาน ตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงานและให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุด และวันเวลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงานแต่มีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

    -          ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

    -          ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่ใด ให้ถือว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของท้องที่นั้น (อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน หมายถึง อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้าง กำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ)

    1. การหักค่าจ้าง

    -          ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงหน้า ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเว้นแต่เป็นการหักเพื่อ

    (1)          ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้

    (2)          ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน

    (3)          ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง

    (4)          เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

    (5)          เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

    ซึ่งการหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกำหนดเวลาการจ่ายตามมาตรา 70 เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

    1. ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด

    -          ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    -          ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วย ในวันทำงานตามจำนวนผลงาน ที่ทำได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    -          ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดให้แก่ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    สำหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย        

    แต่งานบางประเภทถึงแม้ว่าลูกจ้างจะได้ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานหรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุดลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดเช่น

    1.           ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ การลดค่าจ้างหรือการเลิกจ้าง

    2.           งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบนขบวนรถและงานอำนวยความสะดวกแก่การเดินรถ

    3.           งานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ

    4.           งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ

    5.           งานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ

    6.           งานที่มีลักษณะหรือสภาพที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้

    7.           งานอยู่เวรเฝ้าดูสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่การทำงานตามปกติของลูกจ้าง

    8.           งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                            ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างแต่ลูกจ้างซึ่งนายจ้างให้ทำงานตาม ข้อ 2,3,4,5,6,7,8 มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

    1. การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด

    -          ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น

    -          นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้สำหรับกิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม สโมสร สมาคม สถานพยาบาล และกิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และเพื่อประโยชน์แก่การผลิต การจำหน่าย และการบริการนายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานนอกจากที่กำหนดข้างต้นเท่าที่จำเป็นโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป

    -          ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่ายี่สิบนาทีก่อนที่ลูกจ้างเริ่มทำงานล่วงเวลา (ยกเว้นงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน)

    1. การจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

    -          สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างที่แน่นอน เมื่อครบกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง สัญญาจ้างย่อมเป็นอันสิ้นสุดลงโดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

    -          สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไว้เมื่อนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างอาจบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวใดคราวหนึ่งเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน แต่นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานในทันทีได้และให้ถือว่าการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างดังกล่าวเป็นการจ่ายสินจ้างให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมาย

                                        แต่ในกรณีที่ลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้าง ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กระทำความผิดร้ายแรงฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในเรื่องสำคัญ กระทำการไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องและสุจริตและเหตุอื่นตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 เป็นต้น นายจ้างอาจเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบ

    1. ค่าชดเชย

    -          ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

    1.   ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    2.   ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 90 วัน สุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานคำนวณเป็นหน่วย

    3.   ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 180 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    4.   ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 240 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    5.   ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี ขึ้นไปให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 300 วัน สุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    -          ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่ายหรือการบริการอันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้

    1.   ให้นายจ้างแจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้างต่อพนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง

    2.   ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาหกสิบวัน นอกจากจะต้องจ่ายค่าชดเชยแล้วนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

                                        ในกรณีที่มีการจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านี้ ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ.ด้วย

     

                            นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติดังต่อไปนี้

    1.   ลูกจ้างทำงานติดต่อกันเกินหกปีขึ้นไปให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่ม่ขึ้นจากค่าชดเชยปกติซึ่งลูกจ้างนั้นมีสิทธิได้รับอยู่แล้วไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปีหรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสิบห้าวันสุดท้ายต่อการทำงานครบหนึ่งปีสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    2.   ค่าชดเชยพิเศษนี้รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน หรือไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสามร้อยหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    3.   เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยพิเศษกรณีระยะเวลาทำงานไม่ครบหนึ่งปี ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี

    -          ในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบ สำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว

    -          นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วยให้ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามปกติ

    -          ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้าให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวันหรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

                ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำขอให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการว่าเป็นกรณีที่นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษหรือไม่

                คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานให้เป็นที่สุด เว้นแต่นายจ้างหรือลูกจ้าง จะอุทธรณ์คำวินิจต่อศาลภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย

               

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3   

  • ความคิดเห็นที่ 53

     สวัสดิ์ครับ

    ผมเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง คือว่าผมทำงานมา3ปีแต่ทางบริษัทให้พนักงานลาพักร้อน3วันอีก3วันทางบริษัทจะเป็นคนกำหนดเองอยาอทราบว่าทางบริษัทมีสิทธิ์หรือป่าวครับ

    โดยคุณ ต้อม  (1.47.200.109)     26 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 52

     สวัสดิ์ดีครับ

    ผมอยากทราบว่าผมมาทำงานตอกบัตรสาย1นาทีขึ้นไปก็โดนทางบริษัทหักค่าแรงไป2ชั่วโมงและโดนหักเบี้ยขยันด้วย

    อยากทราบว่าทางบริษัทมีสิทธิ์หักค่าแรงเราหรือป่าวครับ

     

    โดยคุณ ต้อม  (1.47.200.109)     26 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 51

    ข้าพเจ้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ต่อมาได้รับอุบัติเหตุ นอกเวลางาน ตกบันไดที่บ้านพัก แพทย์ให้หยุดเบื้องต้น 90 วัน และนัดผ่าตัดรอบสอง ให้หยุดเพิ่มอีก สามสิบวัน ทางบริษัท แจ้งว่า จ่ายเงินเดือนให้เพียง 30วัน ส่วน ที่เหลืออีก 90 วน ไม่จ่าย ค่าจ้าง อยากทราบว่า ขัดต่อกฎหมายหรือไม่

    ข้าพเจ้าทราบมา ทุกโรงงาน ทุกบริษัท จ่ายเงินเดือนพนักงานทุกเดือนตามใบรับรองแพทย์ ไม่ว่าจะบาดเจ็บใน หรือนอกเวลางาน จะ 90 วัน หรือ 120 วัน บริษัทอื่นๆจ่ายครบตามวันหยุดที่แพทย์รับรอง ข้าพเจ้าสามารถเรียกร้องเงินที่ไม่จ่ายตามใบรับรองแพทย์ได้หรือไม่

     

    โดยคุณ ว่าที่ร้อยตรีฐินีย์ ดำแก้ว  (171.96.23.186)     14 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 50

    มีพนักงานชายลาเพื่อรับราชหารทหาร  ทางบริษัทควรทำอย่างไรบ้างคะ

    1.ต้องจ่ายเงินเดือนหรือเปล่า

    2.ต้องให้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือเปล่าคะ (แจ้งออกจากการนำส่งประกันสังคม)

     

    โดยคุณ nopparat N.  (171.98.25.162)     21 มิ.ย. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 50

    1.นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อรับราชการทหารเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 60 วัน ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541
    2.หากลูกจ้างไม่มีเจตนาลาออก บริษัท ไม่อาจบังคับให้ลูกจ้างลาออกได้เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.19)     23 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 49

     เรียนถามนะค่ะ

    พนักงานของคณะฯ (สถานศึกษา) เพิ่งเข้าทำงานได้ประมาณ 30 วัน แล้วเกิดไม่สบายและได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่โดยใช้สิทธิประกันสังคม แต่เดิมมีสิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลอื่นอยู่ ถามว่า ลูกจ้างต้องปฏิบัติงานในสถานที่ปัจจุบันกี่วันนายจ้างจึงจะมีสิทธิคุ้มครองการรักษาพยาบาลของลูกจ้างนี้ได้ หรือกรณีนี้ลูกจ้างต้องไปใชสิทธิประกันสังคมเดิมที่ตนมีอยู่ก่อน และกรณีนี้นายจ้างต้องดูแลสิทธิของลูกจ้างนี้หรือไม่

    รบกวนขอคำตอบด้วยนะค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ นางสาววัชรินทร์ อำพล  (161.200.98.96)     9 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 48

     นายจ้างหักเงินลูกจ้างทั้งๆที่ลูกจ้างได้ทำการลากิจกับนายจ้างเรียบร้อยพร้อมอนุญาตแล้วนี้นายจ้างผิดไหมครับ  และทุกครั้งที่มีการลา ไม่ว่าจะเป็นการลาป่วย ลากิจ ก็หักเงินหมดทุกกรณี  แบบนี้เราสามารถทำการอะไรได้บ้างครับ

    โดยคุณ   (124.121.185.27)     29 พ.ค. 2557

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 48

    ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานต้องห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อวันลาของลูกจ้างดังกล่าวการหักค่าจ้างดังกล่าวของนายจ้าง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ทั้งนี้ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ตนทำงานอยู่เพื่อทำการสอบสวนและมีคำสั่งแก่นายจ้างเพื่อคืนเงินค่าจ้างที่พักพร้อมดอกเบี้ยต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     30 มิ.ย. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 47

    ถ้านายจ้างเลิกจ้างเราโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จะได้ค่าบอกกล่าวไหม และค่าจ้างนัดแล้วนัดอีกยังไม่จ่ายและไม่มีกำหนดจ่าย  เวลามารับไปทำงานอยากมารับก็มาแล้วแต่อารมทั้งที่เราแต่งตัวรอไม่เคยคิดจะขาดงานเลย เราทำตามหน้าที่ทุกอย่างอยู่หน้างานตลอด สัญญาไม่ได้เขียนแต่มีพยานเขาหามาให้อีกที งานไม่มีปัญหาแต่นายจ่างไม่อยากจ่ายค่าจ้างเองทำงานมาสองวิกไม่เคยได้รับค่าจ่างโทรก็ไม่รับ หนูมีหลักฐานในการทำงานในแต่ละวันมาเป็นหลักฐาน นายจ่างไม่คอยมาหน้างานเลยตังแต่หนูทำได้สองวิกเห็นมาสองครังแล้วเขาบอกว่าไม่มีใครอยู่หน้างานเลย คือมาสบจังวะบ่างทีไปเข้าห้องน้ำบ่างงานมีหลายทีด้วยคือหาข้ออ้างจะเอาผิดเรา ทำงานตั้งแต่เดือน19 พ ย ถึง12ธ คจนป่านนี้หนูยังไมได้เงินเดือนเลยทำไงดีบอกหน่อยค่ะ

    โดยคุณ จันทร์เพ็ญ พรมวัน  (111.84.19.226)     21 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 46

     อยากทราบว่าเป็นพนักงาผับมีเงินเดือน 9000

    วันหยุดปีใหม่ถ้าทำงานจะได้ค่าจ้างปกติหรือได้เงินชดเชยมั๊ยคะ ตามกฎหมายคะ

    โดยคุณ น้ำ  (49.230.161.158)     10 พ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 46

    นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานวันหยุดตามประเพณีดังกล่าวให้แก่ท่านในอัตราให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำตามมาตรา 62(1) แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     19 พ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 45

    ผมอยากทราบว่า ถ้านายจ้างให้ลูกค้ารายเดือนไปฝึกอบรมในวันอาทิตย์

    ลูกจ้างจะได้รับเงินในวันอาทิตย์ที่ฝึกอบรมหรือไม่ครับ

     

    โดยคุณ จุน  (110.49.242.74)     10 ต.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 45

    นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ที่นายจ้างให้ลูกจ้างไปฝึกอบรมในวันดังกล่าวด้วยตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 56(1)

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.9)     22 ต.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 44

     - ที่ทำงานดิฉันให้เงินเดือน 7800 บาท.หยุดวันอาทิตย์ 1 วันเงินเดือนก็ไม่เข้าธนาคาร จะให้ซองตลอด  อย่า่งนี้เอาเปรียบพนักงานมั้ย..ทั้งๆที่อื่นเริ่มต้น 9000 กันหมดแล้ว

    -ถ้าขาดงานเจ้านายมีสิทธิ์หักค่าแรงเรา 2 เท่า เลยหรือ

    -ตามตกลงก่อนทำงานนายจ้างบอกว่าถ้าทำงานครบ 1 ปี จะคืนค่าประกัน 5000 บาทให้ ถ้าเกิดเขาไม่คืนเราสามารถทำอะไรได้บ้าง

     

    โดยคุณ   (118.173.58.238)     8 ต.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 44

    ท่านควรร้องเรียนและสอบถามปัญหาการจ่ายค่าจ้างกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     18 ต.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 43

     หากหน่วยงานลดตำแหน่งเราจาการเป็นอาจารย์ ให้มาเป็นพนักงานสายสนับสนุน แล้วหัวหน้างานยังกลั่นแกล้งในที่ทำงาน โดยมอบหมายภาระงานให้กับเราทำฝ่ายทะเบียน ทั้งๆที่เราจบ ป.โท ดนตรีศึกษามา ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเราไม่มีความรู้ความสามารถในด้านบัญชี หรือฝ่ายทะเบียนเลย พอถึงเวลาประเมินก็ประเมินให้เราไม่ผ่านงาน อย่างนี้เราต้องร้องเรียนกับใครครับ

     

    โดยคุณ นายพงค์ธร พันธุ์ผาด  (115.67.229.218)     18 ก.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 42

     อยากทราบว่าถ้าเราซื้อกิจการต่อแล้วพนักงานยังทำงานเหมือนเดิมได้ใบอนุญาติวันที่ 21   มิ  ย

    แล้วไปยื่นประกันสังคมเค้าให้ลงว่าพนักงานเริ่มทำงานกับเราวันที่  1  ส ค     ถ้าเราจะให้พนักงาน

    กรอกใบสมัคงานเริ่มวันไหนคะ    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ฉวี  (182.52.68.223)     22 ส.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 42

    สามารถลงวันที่เริ่มทำงานให้แก่นายจ้างรายใหม่นั้นได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     28 ส.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 41

    -ถ้าลูกจ้างจะขอใช้สิทธิขอลากิจไปเลือกตั้งแต่หัวหน้าไม่อนุญาติ จะมีความผิดหรือไม่

    - การใช้สิทธิลากิจ กับลาพักร้อนเหมือนกันไหม หรือว่าอยู่ที่บริษัทกำหนด

    โดยคุณ   (183.88.73.253)     1 มี.ค. 2556

  •  1  2  3   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด