งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ข่าวทนาย - จับ! 3 สาวไฮไฟว์เร่ขายเรือนร่างผ่านเน็ต
ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวเกี่ยวกับการจับกุมการลักลอบค้าประเวณีขายบริการทางเพศผ่านอินเทอร์เน็ต
ซึ่งมักเป็นค่านิยมที่ผิดของนักเรียนนักศึกษาที่นิยมใช้ของแบรนด์เนม บางคนอ้างต้องนำเงินไปจ่ายค่าหน่วยกิจ ถูกรวบคาร้านอาหารชื่อดังย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม
สารภาพหลงเชื่อเอเยนต์ชื่อ “นก” หลอกให้ทำงานสบายรายได้ดี
เงินที่ได้จ่ายค่าเทอม ซื้อของแบรนด์เนม ด้าน
ตร.สั่งขยายผลล่าตัวเอเยนต์มาดำเนินคดี เผยพบมีเด็กนักศึกษาในสังกัดกว่า 30 คน
วันนี้ (6 ก.พ.) พ.ต.อ.ชาติชาย วรกุล ผกก.ศดส.บช.น.
เปิดเผยถึงการสืบสวนจับกุมการลักลอบค้าประเวณีขายบริการทางเพศผ่านอินเทอร์เน็ต
ซึ่งกำลังเป็นที่แพร่หลายในหมู่วัยรุ่นนักศึกษาสถาบันชื่อดังว่า
ศดส.บช.น.ได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนตรวจตราจับกุมความผิดลักษณะดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์
ที่ผ่านมาฝ่ายสืบสวนได้ติดต่อล่อซื้อสาวนักศึกษาขายตัวจากเอเย่นต์ผ่านทาง HI5 และเว็บเอ็มไทย โดยนัดหมายให้มาส่งที่ร้านอาหารชื่อดัง “13 เหรียญรีสอร์ท” ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม
และสามารถจับกุมเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาดีได้ 3 คน
โดยขณะที่ตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามถึงกับตกใจหน้าถอดสี
พ.ต.อ.ชาติชาย
กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำเด็กสาวทั้ง 3 คนให้การสอดคล้องกันว่า
รับการติดต่อจากเอเยนต์ชื่อ “นก” ให้มาพบลูกค้าในร้านที่เกิดเหตุ
โดยก่อนหน้านี้รู้จักกับคนชื่อนกจากการเล่นอินเทอร์เน็ตใน HI5 และเข้ามาโพสต์ฝากข้อความว่า รับสมัครพริตตี้สาวสวย รายได้ดี งานสบาย
ค่าตอบแทนครั้งละ 4-5 พันบาท
หากสนใจให้ส่งประวัติและรูปถ่ายในมุมต่างๆ เข้ามายังเมลของนางนก
โดยนางนกจะติดต่อผ่านทางเอ็มเอสเอ็นกับเด็กในสังกัดตลอด
และจะไม่มีการติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์แต่อย่างใด
“ผู้ต้องหาทั้งสามยอมรับว่าไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของนางนกมาก่อน
มีแต่พูดคุยส่งงานทางเอ็มเอสเอ็นเท่านั้น
และแต่ละครั้งที่เข้ามาคุยก็จะไม่เปิดเผยหน้าตา
เพราะการคุยทุกครั้งจะเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าเป็นคนไหน แต่พวกเขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ขอเพียงให้มีงานและมีรายได้ก็เพียงพอแล้ว และบอกว่า
เมื่อรับงานเสร็จภารกิจแล้วก็โอนเงินให้นางนกทางเอทีเอ็มครั้งละ 500 บาท เป็นค่าหัวคิว” พ.ต.อ.ชาติชาย กล่าว
ผกก.ศดส.บช.น.กล่าวอีกว่า
เด็กสาวทั้งสามยอมรับอีกว่ารับงานมาแล้ว 4-5 ครั้ง
โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อของใช้แบรนด์เนม จ่ายค่าหน่วยกิต
จ่ายค่าที่พัก และใช้เที่ยวกลางคืน บางคนที่บ้านมีฐานะดี
แต่นำเงินที่พ่อแม่ให้มาเป็นค่าเทอมไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว
เมื่อเงินขาดมือจึงจำเป็นต้องมาทำแบบนี้
พ.ต.อ.ชาติชาย
กล่าวอีกว่า
หนึ่งในผู้ต้องหายอมรับว่าได้เงินจากทางบ้านส่งให้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนเดือนละ
2
หมื่นบาท แต่ยังไม่พอใช้ เพราะเข้าสังคมหรูหราตามเพื่อน
เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินก็เปิดดูงานพิเศษในอินเทอร์เน็ต
เพราะจำได้ว่ามีคนแอดเข้ามาใน HI5 ว่าต้องการรับสมัครพริตตี้
จึงติดต่อกลับไปทางเมลและเอ็มเอสเอ็น และตัดสินใจรับงาน เพราะไม่มีทางออกอย่างอื่น
เมื่อทำครั้งแรกได้เงินจริงตามที่เอเยนต์บอกก็ทำเรื่อยมาเฉพาะเวลาที่เงินขาดมือจริงๆ
เท่านั้น ไม่ได้ยึดเป็นอาชีพแต่อย่างใด เพียงแต่หลงผิดชั่วครั้งชั่วคราว
“เด็กๆ
พวกนี้ความจริงแล้วหลงผิดไปกับความฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายเกินตัวก็เท่านั้นเอง
หลังจากถูกจับกุม ผมได้พูดคุยและอธิบายให้เด็กๆ
ฟังจนเข้าใจว่าเรามีหน้าที่เรียนหนังสือ
อย่าได้หลงใหลในสิ่งยั่วยุชักจูงโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เนื่องจากผู้ที่เป็นเอเย่นต์ติดต่อหาเด็กสาวไปขายบริการจะรู้จุดอ่อนตรงนี้ ดังนั้น
อยากฝากเตือนไปยังบุคคลต่างๆ ที่ชักจูงชี้นำเด็กนักเรียน นักศึกษา
ให้เลิกพฤติการณ์ดังกล่าวเสีย
เพราะไม่รอดพ้นจากการสืบสวนจับกุมของตำรวจอย่างแน่นอน
รวมถึงฝากเตือนไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดด้วย” ผกก.ศดส.บช.น.กล่าวในที่สุด
ด้าน “น้องหวาน”
(นามสมมติ) อายุ 18 ปี ให้การว่า
พ่อแม่รับราชการ ส่งเงินมาให้ใช้เดือนละ 2 หมื่นบาท
แต่ไม่พอใช้จ่ายจึงมารับงานดังกล่าว ตอนนี้เรียนอยู่ปี 1
หลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยเอกชน และเป็นนางแบบถ่ายโฆษณา ก่อนถูกจับกุมได้รับงานมาแล้ว
5 ครั้ง โดยก่อนหน้านี้เล่นไฮไฟว์ มีคนชื่อ “นก” โพสต์เข้ามาพูดคุยฝากข้อความใน HI5 ว่าต้องการรับสมัครพริตตี้ เป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว เงินเดือนงาม
ทำให้หลงเชื่อ และตอบข้อความกลับไปว่าสนใจ จนหญิงที่ชื่อนกได้ป้อนงานมาให้ครั้งแรก
อ้างว่ามีลูกค้าสนใจชวนเป็นเพื่อนไปกินไปเที่ยวในราคา 4,000
บาท แต่กลับถูกลูกค้าพาเข้าโรงแรมทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ
จากนั้นนางนกก็จะหาลูกค้ามาให้ ส่วนที่ทำเพราะตกกระไดพลอยโจน และต้องการเงิน
หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน
มาสอบสวนดำเนินคดีข้อหาติดต่อชักชวนแนะนำตัวในที่สาธารณะหรือสถานที่อื่นใดเพื่อการค้าประเวณี
อัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
จากนั้นจะเร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมนางนก
เอเยนต์จัดส่งเด็กรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป
เนื่องจากสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้โอนเงินเข้าธนาคารไทยพาณิชย์
โดยตำรวจตรวจสอบเลขที่บัญชีพบว่าเป็นบัญชีของหญิงสาวคนหนึ่ง อายุ 27 ปี เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ
พบว่านางนกส่งข้อความมาถึงเด็กแต่ละคนให้รับงานตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่เช้า-เย็น
แล้วแต่เด็กเลือกรับงานว่าจะไปกับใคร ที่ไหน และเมื่อตำรวจตรวจสอบในไฮไฟว์พบนางนกมีเด็กในสังกัด
30 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.20 น.วันที่ 5
กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.สวัสดิ์
พร้อมตำรวจได้ส่งสายติดต่อกับเอเยนต์ส่งนักศึกษาสาวขายตัว ชื่อนก
ตั้งแต่ช่วงสายวันเดียวกัน โดยนัดหมายให้มาส่งที่ร้านอาหารชื่อดัง 13 เหรียญรีสอร์ท บริเวณถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย กระทั่งเวลา 20.45 น. มีเด็กสาว 3 คน รูปร่าง หน้าตาสวย
นั่งรถแท็กซี่เข้ามาที่ร้านอาหาร แต่ละคนแต่งกายกางเกงขาสั้นจู๋
เสื้อยืดสายเดี่ยวรัดรูป และเดินเข้าไปหาผู้ติดต่อซื้อบริการที่นั่งรออยู่ในห้อง 310
หลังจากเด็กสาวทั้งหมดเข้าไปในห้องเรียบร้อย
ตำรวจ 2 นายที่ปลอมตัวเป็นนักเที่ยวได้แสดงตัวว่าเป็นตำรวจ
พร้อมเข้าจับกุมเด็กสาวอายุ 19 ปี 1 คน
เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ส่วนอีก 2 คน อายุ 18 ปี คนหนึ่งไม่ได้เรียนหนังสือ
ส่วนอีกคนเรียนอยู่ปี 1 หลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยเอกชน
และเป็นนางแบบถ่ายโฆษณาทั้ง 3 คน
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ