ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต|ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต

ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต

ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต

บทความวันที่ 1 ก.พ. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 1550 ครั้ง


ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ

ข่าวทนาย - รัฐเต้นหาทางแก้วิกฤติ นศ.สาวขายตัวผ่านเน็ต

จากกรณีโจ๋หญิงยุคนี้ปรับรูปแบบการตลาดค้ากามมาเป็นแบบ ขายตัวสายตรงด้วยการหันมาใช้อีเมล์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เสนอขายบริการทางเพศ หรือไม่ ก็นำภาพตัวเองไปลงไว้ในเว็บต่างๆ อาทิ “hi5” “mthaiโปรโมตเสนอขายตัวเองผ่านการส่งเมล์ต่อๆกัน หรือที่เรียกว่าการฟอร์เวิร์ดเมล์ โดยไม่ผ่านเอเย่นต์ หรือมาม่าซังแบบสมัยก่อนนั้น  

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เกี่ยวข้องกับเยาวชนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและแนะแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว โดยนายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะส่งหนังสือ ด่วนที่สุด เพื่อประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ต ในการติดตามเฝ้าระวังปัญหาเด็กนักศึกษาค้าประเวณีในเว็บไซต์ นอก จากนี้ จะขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางภาคสังคม เข้าร่วมประชุมเพื่อหามาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขและขจัดปัญหาเยาวชนที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ตนจะประสานในทางลับในการให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาช่วยตรวจสอบสถานะของนักศึกษาอย่างเข้มข้นด้วย 

ผมมองว่าการที่เด็กและเยาวชนโดยเฉพาะที่เป็นนิสิต นักศึกษา หันมาขายตัวขายตรงทางเว็บไซต์นั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องหันมาดูแล เพราะแสดงให้เห็นว่าสังคมกำลังอยู่ในภาวะอันตราย เด็กกำลังมีมุมมองค่านิยมการใช้ชีวิตแบบผิดๆ มีความฟุ้งเฟ้อ ชีวิตติดหล่มและลุ่มหลงในทุนนิยม ที่นำเงินไปใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยในทางที่ไม่จำเป็นจึงทำให้มีการคิดทำอะไรสั้นๆ เพื่อให้ได้เงินมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และสถาบันศาสนา ยังมีความอ่อนแอ ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องหาทางว่าจะทำอย่างไรให้สามารถ ใช้สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษา สามารถดึงเยาวชนให้กลับมาคืนสังคมที่ดีได้โดยเร็วที่สุด ที่สำคัญผมไม่อยากเห็นสังคมไทยมีเด็กหญิงที่กลายเป็นแม่อุ้มลูกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของสังคมไทยรมว.วัฒนธรรมกล่าว  

ขณะที่ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วยังไม่อยากเชื่อว่าผู้ที่มาโฆษณาขายบริการทางเพศผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะไฮไฟว์ จะเป็นนักเรียน นักศึกษาจริง เพราะอาจจะเป็นเพียงการโฆษณาเท่านั้นแต่ถ้าหากมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นนักเรียน นักศึกษาจริง ก็ต้องดูว่าสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เพราะว่าต้องการค่าเล่าเรียน เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพิ่มงบฯในการปล่อยกู้อีก 10,000 ล้านบาท เพื่อขยายฐานผู้กู้เงิน กยศ. เพื่อช่วยค่าเล่าเรียนแก่นักเรียน นักศึกษาแล้ว ดังนั้น จึงน่าจะเกิดมาจากความฟุ่มเฟือยของตัวเด็ก  

รมช.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ดังนั้นต้องหาทางในการส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นในตัวเด็กหาต้นแบบที่ดีให้กับเด็ก ซึ่งขณะนี้สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการเริ่มดำเนินการแล้วคือ การเพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาพระพุทธศาสนา เข้าไปในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโครงการคนพันธุ์อา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่จะคัดเลือกนักศึกษาอาชีวะที่ดี ทำงานเพื่อสังคม เพื่อมาเป็นต้นแบบให้กับนักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ

ส่วนนายสุธรรม นทีทอง เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า ในข่าวดังกล่าวระบุว่ามีการใส่ชุดนักศึกษาพร้อมติดเข็มของสถาบันอุดมศึกษาย่านหนองแขมและบางแค โพสต์รูปมาเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสถาบันอุดมศึกษาทั้งสองแห่งมีชื่อเสียงและเข้มงวดในระเบียบวินัยของนักศึกษาค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทตนจะประสานไปยังผู้บริหารของสถาบันทั้งสองแห่งที่มีรูปของนักศึกษาตกเป็นข่าวให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเป็นความจริงตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่

นายสุธรรมกล่าวต่อว่า หากเป็นความจริงตามที่เป็นข่าวก็จะขอให้ทางสถาบันดำเนินการตามวินัยของสถาบัน เพราะกรณีนี้ถือเป็นความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี แต่ถ้าพบว่าเป็นการแอบอ้างว่าเป็นนักศึกษาของสถาบัน ก็จะขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นนักศึกษาของสถาบันนั้น เพราะเป็นการจงใจทำลายชื่อเสียง เอาเครื่องแบบของสถาบันนั้นมาจูงใจเพื่อหาลูกค้า 

เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะบุคคลทั่วไปยังสามารถที่จะติดต่อนัดหมายเพื่อไปกระทำการตามที่มีการโฆษณาในอินเตอร์เน็ตได้ก็คิดว่าจะสามารถตรวจสอบได้ และขอเรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีความรับผิดชอบโดยตรงให้เข้มงวดเอาใจใส่ในการงานของตัวเองด้วย อย่าถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเรื่องศีลธรรมจรรยาจนนำไปสู่การทำผิดกฎหมายอาญาถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา กระทรวงศึกษาธิการจะจัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อติดตามเฝ้าระวังและป้องปรามไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก และหากตรวจพบก็จะเร่งรีบประสานหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้รวดเร็วต่อไป 

ด้านนายอมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า เรื่องการขายบริการผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว และตนไม่แปลกใจเลยเมื่อพบว่ามีการใช้ไฮไฟว์เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขายบริการทางเพศ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงสภาพสังคมไทยที่เดี๋ยวนี้วัยรุ่นมองเรื่องการเปลี่ยนคู่นอนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว อีกทั้งยังเกิดมาจากค่านิยมที่ผิดๆ จากเดิมที่สงสัยว่าเด็กที่มาขายบริการจะมีฐานะยากจน แต่เมื่อสำรวจข้อมูลมาแล้วพบว่าเด็กที่มาขายบริการส่วนใหญ่จะไม่ยากจน แต่ที่มาขายบริการทางเพศเพราะต้องการเงินไปใช้ซื้อของมากกว่า สำหรับทางแก้ปัญหานั้นจะต้องแก้ ที่ต้นเหตุ ภาครัฐต้องส่งเสริมสร้างค่านิยมโดยนำวัยรุ่นที่มีความประพฤติดีมาเป็นต้นแบบ ขณะเดียวกัน ควรเร่งให้เกิดโครงการบัณฑิตอาสา ที่จะมีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหางานให้ทำ สร้างรายได้ให้กับนักเรียน นักศึกษา และจะได้ไม่หันมาใช้วิธีขายบริการทางเพศเพื่อหาเงิน

 

 

ขอขอบคุณ เนื้อหาประกอบข่าวจาก ไทยรัฐ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก