งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ปิดโรงงาน ลดกำลังผลิต
วิกฤตค่ายรถที่รอปากิหาริย์
ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา
อย่างหนัก ทำให้ทุกอุตสาหกรรมได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างเช่น
อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของโลก
ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
บิ๊กทรี 3
บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก อย่าง ฟอร์ด จีเอ็ม และไครสเลอร์ ที่เป็น
สัญชาติอเมริกัน ต่าง “บาดเจ็บ” จากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้
ถึงขนาดที่เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐเข้ามาช่วยเหลือด้วยจำนวนเงินนับแสนล้านบาท
เพื่อพยุงให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้
ทั้งนี้ เพราะยอดจำหน่ายทั้งในประเทศ
และต่างประเทศของ “บิ๊กทรี” ต่างตกต่ำลงอย่างหนัก ทำให้สภาพคล่องของทั้ง 3
บริษัทขาดแคลนอย่างมาก
ในขณะที่ประเทศไทยเอง
อุตสาหกรรมยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้เนื่องจากตลาดต่างประเทศที่เคยเป็น “ความหวัง”
ของค่ายรถยนต์ทั้งหลาย ต่างกลายเป็นความหวังแบบลมๆ แล้งๆ
ไปอย่างช่วยไม่ได้
ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมีตลาดหลัก
ได้แก่ ตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ
ซึ่งอันที่จริงแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยเริ่มได้กลิ่นความวิกฤตจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ทำให้ “ยอดจำหน่าย” รถยนต์ในประเทศตกลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี
และแม้ว่าในขณะนี้ราคาน้ำมันได้ปรับลดลงมาสู่ภาวะปกติ
แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ดีขึ้น
ก็ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไม่กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด
โดยยอดจำหน่ายรถยนต์
10 เดือนที่ผ่านมา ยังมียอดจำหน่ายลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ซึ่งหากเป็นภาวการณ์ปกติ เศรษฐกิจโลก
ไม่ได้ตกต่ำเหมือนอย่างที่เป็นอยู่
อุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งหลายในประเทศไทยจะหันไปให้ความสำคัญกับตลาดส่งออกเพื่อ “ทดแทน”
ตลาดในประเทศทันที
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน
สภาพเศรษฐกิจในประเทศยังไม่มีวี่แววสดใสแต่อย่างใด
ขณะที่ตลาดส่งออกทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการเงินระดับโลก
ทำให้ยอดคำสั่งซื้อรถยนต์จากต่างประเทศชะลอตัวอย่างหนัก ส่งผลให้ขาหลักทั้ง 2 ขา ของอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยเดี้ยงไปตามๆ
กัน
เมื่อเป็น เช่นนั้น ค่ายรถทั้งหลายต่างต้อง “ดิ้น” เพื่อความอยู่รอด
ล่าสุด
จีเอ็ม ประกาศปิดโรงงานชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน โดยให้เงินเดือนพนักงาน 75%
ของเงินเดือนเดิม เพื่อรักษาสิทธิการ จ้างงาน ทั้งนี้ เพราะสต๊อกรถที่ผลิตไว้นั้น
“ล้น” ตลาด หากปล่อยให้มีการผลิตเพิ่มสต๊อกก็ยิ่งล้นมากกว่าเดิม และนั่นหมายความว่า “เงิน” จะต้องจมลงไปอีกมหาศาล
นอกจากจีเอ็มแล้ว
ค่ายรถยนต์แทบทุกค่ายต่างลดกำลังการผลิต ลดโอที ลดการทำงาน ทุกอย่างที่เป็นต้นทุน
เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ รวมถึงการเปิดโครงการเออร์ลีรีไทร์ให้กับพนักงานที่ต้องการจะลาออก
เพื่อลดขนาดขององค์กรให้เล็กมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม
เหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นตลอดปี 2552 อย่างแน่นอน
เพราะตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น
ค่ายรถยนต์ทั้งหลายจะต้อง
“วิ่ง” หาตลาดใหม่
ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงิน ครั้งนี้ อย่างเช่นตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสินค้าที่
จะส่งไปจำหน่ายยังประเทศดังกล่าวต้องมีลักษณะเฉพาะ สามารถเข้ากับสภาพอากาศ
และลักษณะการใช้งานของประเทศเหล่านั้นได้
ซึ่งหมายความว่าค่ายรถยนต์ต้องใช้เวลาในการพัฒนารถยนต์ให้ตรงกับตลาดเหล่านั้น
แต่สิ่งที่จะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยได้ก็คือ
รถยนต์ที่มีความคุ้มค่า อย่างเช่นรถในโครงการอีโคคาร์
ที่มีทั้งความประหยัดและราคาถูก
ซึ่งจะสามารถกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง!!
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์