งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
สั่ง"ผู้จัดการ"ล้มละลาย
แฉทำเนียบพังยับ100ล.
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้บริษัท
แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป
เจ้าของน.ส.พ.ผู้จัดการ ล้มละลาย เนื่อง
จากไม่สามารถฟื้นฟูกิจการได้ตามแผน เผยมีหนี้ท่วม 4.7 พันล้าน
สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ สำรวจความเสียหายทำเนียบรัฐบาล หลังม็อบพันธมิตรบุกยึด
เบื้องต้นเสียหายกว่า 100 ล้าน
ทรัพย์สินทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ วิทยุสื่อสาร เงินสด ปืน กระสุนหายเกลี้ยง
เมื่อวันที่
19 พ.ย. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึงนายกฯ
เพื่อรายงานผลการตรวจสอบภายในทำเนียบรัฐบาล หลังจากกลุ่มพันธ
มิตรฯบุกเข้ายึดอย่างยืดเยื้อกว่า 4 เดือนนั้น สรุปได้ดังนี้
ประตูทางเข้าสำนักและกอง ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2551 ปิดล็อกกุญแจไว้เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้า
ปัจจุบันมีสภาพถูกงัดและกุญแจคล้องโซ่ล็อกประตูถูกตัดทำลาย
บุคคลภายนอกเข้าออกได้ตลอดเวลา
ภายในสำนัก/กอง
โต๊ะ ตู้ที่ใช้ปฏิบัติงานและเก็บเอกสาร ซึ่งล็อกกุญแจไว้
ปัจจุบันโต๊ะและตู้ต่างๆ ถูกงัดพังเสียหาย
ทรัพย์สินของทางราชการและของเจ้าหน้าที่ที่เก็บไว้ในตู้และลิ้นชักโต๊ะถูกรื้อค้นสิ่งของกระจัดกระจายทั่วไป
นอกจากนี้เนื่องจากการเข้าไปภายในอาคารสำนัก
งานปลัดสำนักนายกฯ กลุ่มพันธมิตรกำหนดเวลาอันจำกัด
เบื้องต้นจึงไม่สามารถสำรวจทรัพย์สินที่สูญ หายได้ ยกเว้นกองกลางและสำนักแผนงาน
และกิจ การพิเศษที่สำรวจได้บางส่วน ดังนี้ กองกลาง
มีทรัพย์สินทางราชการและส่วนตัวสูญหาย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก
เงินทำบุญทอดกฐินที่เตรียมจัดส่งส่วนราชการที่ขอเชิญร่วมอนุโมทนา
และเงินสดของเจ้าหน้าที่
สำนักแผนงานและกิจการพิเศษ
มีทรัพย์สินทางราชการและส่วนตัวสูญหาย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก
วิทยุสื่อสาร พร้อมแท่นชาร์จ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ สื่อบันทึกข้อมูล กระติกน้ำร้อน และเงินสดของเจ้าหน้าที่
สำหรับทรัพย์สินที่สูญหายและหาไม่พบ
แยกได้ดังนี้ ทรัพย์สินที่สูญหายของสำนักงานปลัดฯ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์
โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง วิทยุสื่อสารพร้อมแท่นชาร์จ 10 เครื่อง
กล้องถ่ายรูปดิจิตอล (ส่วนตัว) 1 กล้อง
ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ (ส่วนตัว) 1 อัน
สื่อบันทึกข้อมูลไม่ทราบจำนวน กระติกน้ำร้อน 1 ใบ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไม่ทราบจำนวน เงินสดทำบุญทอดกฐิน ไม่ทราบจำนวน
เงินสดของเจ้าหน้าที่ ไม่ทราบจำนวน
ส่วนทรัพย์สินที่หาไม่พบเป็นของตำรวจสันติบาล
ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 จำนวน 1
กระบอก ปืนกลมือ อูซี่ 8 กระบอก ปืนกลมือ อิลแกรม 2 กระบอก ปืนพกขนาด .38 รวม 1 กระบอก กระสุนปืนเอ็ม
16 จำนวน 650 นัด กระสุนปืน .38 รวม 1,789 นัด กระสุนปืน 9
ม.ม. รวม 1,007 นัด ดาบปลายปืน เอ็ม
16 รวม 16 ฝัก ดาบปลายปืนเอชเค 33 รวม 7
ฝัก ซองกระสุนปืน เอ็ม 16 รวม 6 ซอง ซองกระสุนปืน เอชเค 33 รวม 4 ซอง ซองกระสุนปืนอูซี่ รวม 7 ซอง ชุดลูกเลื่อนเอ็ม 16
รวม 2 ชุด
สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้น
ด้านภูมิทัศน์ มีดังนี้ พื้นที่บริเวณสนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
ประกอบด้วยสนามหญ้าเบอร์มิวด้า ระบบสปริงเกลอร์ ระบบไฟฟ้าส่องสว่างอัพไลต์
และระบบท่อระบายน้ำ สนามหน้าตึกสันติไมตรี ประกอบด้วย สนามหญ้าเบอร์มิวด้า ระบบสปริงเกลอร์
ระบบไฟฟ้าส่องสว่างอัพไลต์
บริเวณสนามริมคลองหลังตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วยสนามหญ้าเบอร์มิวด้า
ระบบสปริงเกลอร์ และระบบท่อระบายน้ำ
บริเวณสนามศาลาผู้สื่อข่าว(เก่า) ประกอบด้วยสนามหญ้าเบอร์มิวด้า
ระบบสปริงเกลอร์ ระบบไฟฟ้าส่องสว่างอัพไลต์
บริเวณสนามศาลาผู้สื่อข่าว (ใหม่) ประกอบด้วยสนามหญ้าเบอร์ มิวด้า
ระบบสปริงเกลอร์ และระบบไฟฟ้าส่องสว่างอัพไลต์ บริเวณสวนหย่อมรอบตึกบัญชาการ 1 ประ กอบด้วยสนามหญ้าเบอร์มิวด้า ระบบสปริงเกลอร์ และระบบไฟฟ้าส่องสว่างอัพไลต์
และบริเวณสนามและสวนหย่อมบริเวณทำเนียบรัฐบาลส่วนขยาย ประ กอบด้วย สวนหย่อม
และสนามหญ้าเบอร์มิวด้า รวมพื้นที่ทั้งหมด 12,400 ตร.ม.
ส่วนมูลค่าความเสียหาย ประกอบด้วย
สวนหย่อม และสนามหญ้า พื้นที่ 12,400 ตร.ม.ๆ ละ 1,600 บาท คิดเป็นเงิน 20 ล้านบาท ระบบสปริงเกลอร์ทั้งหมดเสียหาย รวม 2 ล้านบาท ระบบไฟฟ้าอัพไลต์ทั้งหมดเสียหาย รวม 2 ล้านบาท และระบบท่อระบายน้ำทั้ง หมดเสียหาย 1
ล้านบาท และมีรถถ่ายทอดของกรมประชาสัมพันธ์ติดอยู่ 2 คัน
คาดว่าเครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคคงเสียหายชำรุดใช้การไม่ได้
รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม
ยังรอการสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อกลับเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
เนื่องจากอาจมีความเสียหายอื่นๆ ด้วย เช่น พื้นผิวถนน ระบบท่อประปา
ระบบเคเบิลใยแก้วต่างๆ ตามแนวกำแพงรั้ว และความเสียหายอันเนื่องมาจากการดัดแปลงสถานที่
วันเดียวกัน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดส่วนงานกอ. รมน.ว่า ไม่ใช่แก้ไขกฎหมาย
แต่เป็นแค่ขอปรับโครงสร้างภายในเท่านั้น เมื่อถามว่าได้เสนอตำ แหน่งในกอ.รมน.ให้กับพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ. กอ.รมน.หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีการเสนออะไร
วันเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯภายในทำเนียบรัฐบาลว่า
ช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมบางตามาก เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง และนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯเปิดแถลงข่าว
นายพิภพกล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า
พันธมิตรเตรียมรับมือ โดยเพิ่มกำลังการ์ดมากขึ้น
และขยายแนวป้องกันรักษาความปลอดภัยออกไปนอกพื้นในทำเนียบ
ซึ่งต้องใช้กำลังคนระวังตรวจตราเพราะไม่สามารถสร้างบังเกอร์จากกระสอบทราย
หรือยางรถยนต์เป็นกำแพงป้องกันได้ เพราะต้องเปิดถนนราชดำเนินนอก
จนถึงวันงานพระราชพิธี 5 ธ.ค.
ด้านพล.ต.จำลอง กล่าวว่า มั่นใจว่าการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณจะไม่เกิดความรุนแรงภายในประเทศ
เป็นเรื่องขอความเห็นใจจากคนไทยมากกว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลชอบปิดๆ
เปิดๆ น่าจะประกาศให้ชัดเลยว่าจะแก้หรือไม่แก้ พันธมิตรจะคัดค้านให้ถึงที่สุด
หากมีการเสนอแก้ไข ไม่ว่าจะมาตราใด
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลส่งคนมาติดต่อขอเจรจากับพันธมิตรหรือไม่
พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ยังไม่มี นายกฯ
คงสาละวนอยู่กับเรื่องเปิดงาน ปิดงาน แจก รับ คงไม่มีเวลา เมื่อถามว่าพล.อ.พัลลภติดต่อเจรจามาหรือไม่
พล.ต.จำลอง รีบปฏิเสธที่จะตอบคำถามทันที โดยกล่าวว่า
ไม่ขอเอ่ยถึงคนๆ นี้ เมื่อถามย้ำว่าหากรัฐบาลส่งพล.อ.พัลลภมาเจรจา
พันธมิตรจะเจรจาด้วยหรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า
บอกว่าไม่ขอพูดกับบุคคลดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า
การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพันธมิตรจะเกิดขึ้นได้อย่างไร พล.ต.จำลอง
กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น ต้องรอดูสถานการณ์ หากพูดก่อนแล้วทำไม่ได้
จะหาว่าพันธมิตรโกหก แต่ไม่เคยปิดการเจรจา เราพร้อมเจรจา
แต่ขอให้เป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะเป็นใครก็ได้ที่รัฐบาลส่งมาก็รับได้ทั้งนั้น
แต่ขอเอาเรื่องเข้าที่ประชุมก่อน การเจรจาต้องไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัว
แต่ต้องเป็นเรื่องส่วนรวม เช่นหากนายสนธิ ลิ้มทองกุล จะไปมุบมิบกับนายสมชาย
วงศ์สวัสดิ์ โดยไม่บอกพวกเรา อย่างนี้ไม่ได้ ไม่เหมาะสม
วันเดียวกัน
รายงานข่าวจากศาลล้มละลายกลางแจ้งว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้บริษัท แมเนเจอร์
มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย
เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ศาลเห็นชอบได้
โดยศาลไม่เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูตามที่ผู้บริหารแผนยื่นคำร้อง
รายงานข่าวแจ้งว่า
ก่อนหน้านี้ ศาลนัดพิจารณาเรื่องคำร้องขอขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนฟื้นฟู
ในวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา
แต่เนื่องจากผู้บริหารแผนได้รับรายงานข้อเท็จจริงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้โอกาสผู้บริหารแผนได้ทำคำชี้แจงเกี่ยวกับรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
จึงเลื่อนการพิจารณามาเป็นบ่ายวันที่ 18 พ.ย.
แหล่งข่าวจากบริษัท แมเนเจอร์
มีเดีย กรุ๊ป ระบุว่า ผลจากคำสั่งศาลดังกล่าว
ทำให้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการที่ออกจำหน่ายในวันที่ 19 พ.ย. ต้องเปลี่ยนหัวจาก "ผู้จัดการ" เป็น "ผู้จัดการ 2551"
เป็นการชั่ว คราว จนกว่าจะจดหัวหนังสือพิมพ์ใหม่ว่า "ASTV-
ผู้จัดการ" ในนามของบริษัท เอเอสทีวี
หรือไทย เดย์ ดอทคอม ซึ่งเป็นเจ้าของโทรทัศน์เอเอสทีวีในปัจจุบัน
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า
สำหรับพนักงานบริษัทซึ่งมีอยู่ประมาณ
500 คน
ฝ่ายบริหารเรียกประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเมื่อเช้าวันที่ 19
พ.ย. ว่า บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย
กรุ๊ป จะทำหนังสือเลิกจ้างอย่างเป็นทางการ
และให้พนักงานเขียนใบสมัครเป็นพนักงานบริษัทใหม่ในเครือของนายสนธิ
โดยพนักงานจะทำงานในตำแหน่งเดิมและเงินเดือนเท่าเดิมทุกอย่าง
รวมถึงกองบรรณาธิการด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นที่ยังไม่สามารถชี้แจงให้ชัดเจนได้คือเงินชดเชยจากการเลิกจ้างของบริษัทเดิม
จะได้รับหรือไม่
เพราะการเข้าทำงานกับบริษัทใหม่ต้องนับเวลาใหม่ซึ่งจะทำให้พนักงานเสียสิทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ศาลแพ่งมีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2542
เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป ตามพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483
และแต่งตั้งน.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์
เป็นผู้บริหารแผน โดยมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ 359 ราย เป็นจำนวนหนี้ที่ขอรับชำระหนี้กว่า 4,726
ล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ จนศาลสั่งให้ล้มละลายในที่สุด
เมื่อเวลา
20.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ
กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมถึงกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัทแมเนเจอร์
มีเดียกรุ๊ป ล้มละลายว่า
คำพิพากษาที่ออกมาตนแปลกใจอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาปัญหาเรื่องที่หนี้สินของบริษัทแมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ป
กับเจ้าหนี้ไม่เคยมีปัญหากันเลย ลูกหนี้
และเจ้าหนี้ต่างทำงานร่วมกันมาโดยตลอดด้วยดี
อีกทั้งการชำระหนี้สินของบริษัทก็ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ทุกประการ
อีกทั้งที่ผ่านมาทางบริษัทเองก็เคยยื่นเรื่องขอเพิ่มทุน
หรือขอให้ศาลมีคำสั่งถอนชื่อออกจากรายชื่อบริษัทที่ขอฟื้นฟูกิจการ แต่อยู่ๆคำตัดสินของศาลที่ออกมาให้บริษัทต้องล้มละลาย
ทำให้ตนมีความแปลกใจจริงๆ
เพราะตามหลักการการที่ศาลจะมีคำสั่งให้ใครล้มละลายได้นั้นจะต้องมีเจ้าหนี้ไปร้องต่อศาล
เพื่อให้ศาลมีคำสั่ง แต่กรณีบริษัทแมเนเจอร์ที่ถูกศาลสั่งให้ล้มละลายในครั้งนี้
เจ้าหนี้ไม่เคยไปร้องขอศาลให้มีคำสั่งแต่อย่างใด แต่ศาลก็มีคำสั่งให้ล้มละลายออกมา
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด