เปิดตัว\"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า\"สร้างภาพชู\"ทักษิณ\"เทียบคลินตัน|เปิดตัว\"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า\"สร้างภาพชู\"ทักษิณ\"เทียบคลินตัน

เปิดตัว\"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า\"สร้างภาพชู\"ทักษิณ\"เทียบคลินตัน

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

เปิดตัว\"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า\"สร้างภาพชู\"ทักษิณ\"เทียบคลินตัน

\"ทักษิณ\" ก่อตั้งและนั่งประธาน\"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า\" เปิดเว็บไซต์ระบุสำนักงานตั้งอยู่ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชูแก้ปัญหาวิกฤต

บทความวันที่ 18 พ.ย. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 390 ครั้ง


เปิดตัว"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า"สร้างภาพชู"ทักษิณ"เทียบคลินตัน

 

เปิดตัว"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า"สร้างภาพชู"ทักษิณ"เทียบคลินตัน

 

"ทักษิณ" ก่อตั้งและนั่งประธาน"มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า" เปิดเว็บไซต์ระบุสำนักงานตั้งอยู่ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชูแก้ปัญหาวิกฤต พัฒนาเศรษฐกิจเอเชีย โยงเครือข่ายมูลนิธิไทยคม ดึงฝรั่งนักสร้างภาพนั่งบริหาร ยอเปรียบเสมือน"คลินตันแห่งเอเชีย"

 

จากวานนี้ (17พ.ย.2551) มีรายงานระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังหลบหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เปิดตัวมูลนิธิแห่งใหม่ขึ้นที่ต่างประเทศโดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า(Building a Better Future Foundation) โดย พ.ต.ท.ทักษิณ นั่งตำแหน่งประธานมูลนิธิ

 

ซึ่งเว็บไซต์มูลนิธิดังกล่าวคือ www.buildingbetterfuture.org ระบุรายละเอียดขององค์กรดังกล่าวไว้ดังนี้ มีสำนักงานตั้งอยู่เกาะฮ่องกง และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) มีจุดประสงค์หลักของการดำเนินการ 2 ประการ คือ ส่งเสริมและบ่มเพาะผู้นำธุรกิจและการเงินรุ่นใหม่ของเอเชีย และบ่มเพาะโครงการเริ่มต้นใหม่ในเอเชียที่จะกระตุ้นการพัฒนา โดยมูลนิธิได้เชิญชวนบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมสามารถส่งใบสมัครได้ที่อีเมล์ที่ระบุเอาไว้ในเว็บไซต์

 

มูลนิธิฯ ระบุด้วยว่า ภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังจู่โจมภูมิภาคนี้ และก่อปัญหาให้ประเทศกำลังพัฒนาทั่วภูมิภาค มูลนิธินี้พร้อมที่จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาให้ภูมิภาคเอเชีย

 

"ทักษิณ" ยิ้มเผล่หน้าแรกเวบไซต์

 

หน้าแรกของเว็บไซต์มูลนิธิดังกล่าว ปรากฎภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ้มกว้าง พร้อมข้อความบางส่วนจากจดหมายเปิดผนึกที่ระบุว่า

 

"ถ้าคุณมีความเชื่อมั่นในอนาคตอันรุ่งเรืองของเอเชียเหมือนผม ผมขอเชิญชวนคุณให้เข้าร่วมกับความสำเร็จของมูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า เราสามารถร่วมมือกันที่จะเผยถึงศักยภาพที่แท้จริง และช่วยแก้ไขปัญหาการเงิน เศรษฐกิจและปัญหาสังคมของประเทศกำลังพัฒนาได้ ผมมีความใฝ่ฝันที่จะทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จ ถ้าคุณคิดว่าคุณมีความใฝ่ฝันเช่นเดียวกันกับผม กรุณาส่งประวัติของคุณมาที่ [email protected] - ดร.ทักษิณ ชินวัตร

 

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ และโครงการต่างๆ ของมูลนิธิ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยอะไรมากนัก โดยในส่วนของโครงการนั้นข้อมูลในเว็บไซต์ระบุว่า มูลนิธิกำลังสรรหากลุ่มนักคิดดาวรุ่งที่จะร่วมงานแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาค และปัญหาต่างๆ ซึ่งกำลังรุมเร้าประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้มูลนิธิกำลังพิจารณาข้อเสนอ 4 โครงการที่ต้องการการสนับสนุนจากมูลนิธิ และทางมูลนิธิเองกำลังจะประกาศโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มขึ้นในช่วงปีใหม่นี้ อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิก็ยังพร้อมที่จะรับข้อเสนอโครงการใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยโครงการทั้งหมดจะถูกพิจารณาโดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร

 

ทั้งนี้ มูลนิธิดังกล่าวเปิดตัวหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณและภรรยาถูกประเทศอังกฤษระงับวีซ่า และให้สัมภาษณ์กับนายนพพร วงศ์อนันต์ หัวหน้าข่าวการเมือง สำนักข่าวรอยเตอร์ ประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า หลังจากนี้ตนเองมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูกัน ขณะเดียวกันสถานที่ตั้งสำนักงานของมูลนิธิดังกล่าวก็คล้ายเป็นการยืนยันทางอ้อมว่าแม้จะเดินทางเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีเกาะฮ่องกง ที่อยู่ภายใต้การปกครองสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นที่พำนักและฐานในการเคลื่อนไหวอยู่

 

ในส่วนของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น ต้องถือว่ามีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เด่นชัดที่สุดก็คือ กรณี ชีค แมนซูร์ บิน ซายัด อัล เนห์ยาน (Sheikh Mansour bin Zayed Al Nahyan) ซึ่งเป็นบุตรของสุลต่านแห่งอาบูดาบี และเจ้าของกลุ่ม บริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป(เอดียูจี) เข้ามาซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยราคาสูงถึง 200 ล้านปอนด์ และส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กำไรจากการขายสโมสรฟุตบอลแห่งนี้อย่างน้อย 50 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่าสามพันล้านบาท ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตจะเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงินหรือไม่

 

โยงมูลนิธิไทยคม-ฝรั่งนักสร้างภาพ

 

นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของมูลนิธิ Building a Better Future Foundation ยังมีการระบุถึง เครือข่ายมูลนิธิพันธมิตร ซึ่งก็คือ มูลนิธิไทยคม อันเป็นมูลนิธิดั้งเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ขณะเดียวกันในส่วนของคณะกรรมการสมาคมยังไม่มีการระบุชื่อกรรมการและที่ปรึกษาอย่างชัดเจน เพียงแต่ระบุว่า ภายใต้การชี้นำของ ดร.ทักษิณ ได้มีการคัดเลือกและติดต่อโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปยังผู้มีประสบการณ์จำนวน 8-12 คน เพื่อให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยกำหนดไว้ว่าจะมีการพบปะกันสองครั้งต่อปี และรายชื่อของคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิจะมีการเปิดเผยในเดือนกุมภาพันธ์ 2552

 

ในขั้นต้นได้มีการเปิดเผยรายชื่อของคนผู้บริหารสมาคมมาแล้วคนหนึ่งแล้วว่าคือ นายแซม มูน (Sam Moon) ชาวสหรัฐฯ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทนเนสซี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เกาะฮ่องกง มีประสบการณ์ 23 ปี โดยทำงานมาทั่วเอเชีย ทั้งยังเคยทำงานกับเครือ ดิ อีโคโนมิสต์ เครือดาวโจนส์ มีบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับบิสเนสวีค โดยนายแซมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสัมมนาใหญ่ๆ หลายครั้ง ทั้งยังมีการกล่าวอ้างด้วยว่าชายผู้นี้มีสายสัมพันธ์กับบุคคลระดับอดีตผู้นำของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น นายบิล คลินตัน นายจอร์จ บุช ซีเนียร์ นายโคลิน พาวเวลล์ นายลี กวนยู นายจู หรงจี ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด เป็นต้น

 

ในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายแซม กับ พ.ต.ท.ทักษิณ มีการระบุว่า ทั้งสองคนรู้จักกันเมื่อ 16 ปีก่อน โดยนายแซมเห็นว่า เอเชียต้องการผู้นำที่สามารถเป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคได้ในโลกยุคหน้าและกล่าวเชิดชูว่า พ.ต.ท.ทักษิณนั้นสามารถก้าวขึ้นมาเป็น คลินตันแห่งเอเชีย (Clinton from Asia)” ได้

 

จากประวัติของนายแซม มูน ที่ถูกเปิดเผยดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า บุคคลผู้นี้อาจจะเป็นหนึ่งในนักประชาสัมพันธ์ นักสร้างภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างมาเป็นพิเศษเพื่อสร้างกระแสข่าวและส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวของเขาเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่สื่อ-นิตยสารฝรั่งหลายเล่มลงบทสัมภาษณ์และภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ มากและบ่อยจนผิดสังเกต จนมีผู้จับผิดว่าบางหน้าของนิตยสารที่ลงบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นแท้จริงแล้วเป็นพื้นที่โฆษณาในหนังสือ มิใช่เป็นพื้นที่ข่าวแต่อย่างใด

ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

คนที่มีเงินเยอะขนาดนั้นสามารถทำอะไรก็ได้ ถึงการกระทำนั้นมีหลายคนไม่ยอมรับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี การสร้างภาพสำหรับตระกูลชินวัตรถือเป็นเรื่องปกติเพราะเขามีเงินมหาศาล แต่อย่าลืมนะว่าเวลาตายก็เอาอะไรไปไม่ได้อยู่ดี เวรกรรมมีจริง
โดยคุณ Zerotwo 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก