งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
2
กฎหมายใหม่-อาวุธของผู้บริโภค
สิงหาคมที่ผ่านมา พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
กฎหมายฉบับนี้กำหนดระบบวิธีพิจารณาคดีที่เอื้อต่อการใช้สิทธิเรียกร้องของผู้บริโภค
เพื่อให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายได้รับการแก้ไขเยียวยาด้วยความสะดวก รวดเร็ว
ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
แต่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
ซึ่งจะเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการที่จะใช้สิทธิทางศาล
อันเป็น การคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ขณะเดียว
กันเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจหันมาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นอันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกทางหนึ่ง
จากสถิติของศาลยุติธรรมแจ้งว่า
หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้มีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลทั่วประเทศหลายพันคดี ล่าสุดคือ
ผู้บริโภคฟ้องเทสโก้ โลตัส เรียกค่าเสียหาย 5.2 ล้าน จากการขายสินค้าหมดอายุ
กฎหมายอีกฉบับที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ
คือ พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ซึ่งจะมีผลบังคับ วันที่ 20
ก.พ.ปีหน้า หรืออีก 3 เดือนข้างหน้านี้
หลักการของกฎหมายฉบับนี้
สืบเนื่องจากสินค้าในปัจจุบันไม่ว่าจะผลิตในประเทศหรือนำเข้า
มีกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีสูง
ทำให้การที่ผู้บริโภคจะตรวจพบสินค้าไม่ปลอดภัยทำได้ยาก
เมื่อผู้บริโภคนำสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไปใช้อาจก่อให้เกิดอันตราย
และการที่จะฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายผู้ผลิตหรือนำเข้า ทำได้ยาก
เพราะมีความยุ่งยากในการพิสูจน์ความจงใจหรือประมาท กฎหมายใหม่จึงให้ความคุ้มครองผู้เสียหายในหลัก 3 ประการ ดังนี้
1.นำหลักความรับผิดโดยเคร่งครัด
(strict liability) มาใช้บังคับ
โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ตนผลิต
นำเข้า หรือจำหน่าย ทั้งนี้
ไม่ว่าจะเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่
และกำหนดให้ผู้ประกอบการเป็นผู้รับภาระในการพิสูจน์ว่าความเสียหายมิได้เกิดจากความบกพร่องของสินค้าของตน
2.กำหนดให้การฟ้องคดีตาม
พ.ร.บ.นี้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง
และให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและองค์กรเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจในการฟ้องคดีแทนผู้ได้รับความเสียหายได้ด้วย
3.กำหนดอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายให้นานขึ้น
นั่นคือ ภายในสามปีนับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดหรือภายในสิบปีนับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ