งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
พิพากษายกฟ้อง“หมอไพศาล”
คดี"รวีวรรณ"ฟ้องข้อหาฉ้อโกง
ศาลพิพากษายกฟ้อง“หมอไพศาล ไบโอคลินิก”
ไม่ผิดฉ้อโกงประชาชน-กระทำการประมาทให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังถูก“รวิวรรณ” ยื่นฟ้องต้องเสียโฉมจากการศัลยกรรมจมูก-ใต้ตา พยานโจทก์ไร้น้ำหนัก
ศาลเชื่อหมอไพศาลรักษาตามหลักการแพทย์ เจ้าตัว ยิ้มออก บอกดีใจ
ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม
ที่ห้องพิจารณาคดี 703 ศาลอาญา
ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 พ.ย.51 เวลา 10.00 น. ศาลมีคำพิพากษาคดีดำหมายเลขที่ อ.4754 / 2549
ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 8 โจทก์ , นาง
ตามฟ้องโจทก์ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.49 บรรยายความผิดสรุปว่า ระหว่างเดือน เม.ย. 2546 - มี.ค. 2548 จำเลยทุจริตหลอกลวงประชาชนที่มีความประสงค์จะทำศัลยกรรมเสริมความงาม
ด้วยโฆษณา ด้วยวิธีการเทคนิคพิเศษใช้สารไบโอศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า
ซึ่งเป็นยาที่ไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา ( อย.)
กระทั่งทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียง
การกรทำของจำเลยจึงเป็นการฉ้อโกงประชาชนและผู้เสียหายเหตุเกิดที่แขวงสีกัน
เขตดอนเมือง กทม. ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 300 , 341 และ 343 โดยจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ และโจทก์ร่วม
แล้วเห็นว่า เมื่อเดือน เม.ย.46 โจทก์ร่วมไปพบจำเลย
เพื่อปรึกษาศัลยกรรมที่บริเวณจมูก และใต้ตา โดยเมื่อเดือน มี.ค.48 พบอาการผิดปกติที่บริเวณตามีสีคล้ำ ลึกโบ๋ และแข็งเป็นไต โดยโจทก์ร่วม
เป็นพยานเบิกความว่า ขณะที่เข้ารับบริการศัลยกรรม
ได้สอบถามจำเลยว่าใช้สารซิลิโคนหรือไม่หากมีการใช้สารซิลิโคนโจทก์ร่วมจะไม่เข้ารับศัลยกรรม
ซึ่งจำเลยบอกว่า วิธีการไบโอเทคนิค
เป็นการใช้สารนำเข้าจากต่างประเทศเรียกว่าสารไบโอพลาสติก
ที่ดีกว่า ซิลิโคนแท่ง ซึ่งหากเกิดปัญหาสามารถแก้ไขได้ แต่เมื่อเดือน มี.ค.48
โจทก์ร่วมได้รับชมรายการถึงลูกถึงคนซึ่งจำเลยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสารไบโอ แตกต่างจากที่บอกให้โจทก์ร่วมฟังว่าเป็นซิลิโคนเหลว
ซึ่งหากโจทก์รู้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นสารที่ฉีดเป็นซิลิโคน
ก็จะไม่เข้ารับบริการศัลยกรรม
ขณะที่จำเลย ให้การปฏิเสธโดยตลอดว่า
ไม่ได้ทำหลอกลวงโจทก์ร่วม ซึ่งการรักษาไม่มีการทำข้อตกลงกันไว้
และในการศัลยกรรมแจ้งให้โจทก์ทราบว่าการทำไบโอ
คือวิธีการทางเทคนิคที่จะฉีดสารซิลิโคนเม็ดที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งทำให้ละลายเป็นของเหลวแล้วฉีดเข้าได้เลย
หากไม่พอใจสามารถเอาออกได้
และก่อนการเข้ารับบริการได้นำแผ่นพับมาสอบถามจำเลยเกี่ยวกับว่า
วิธีการที่ใช้มีราคาแตกต่างกับการใช้ซิลิโคนที่โจทก์ร่วมเคยทำศัลยกรรมมาแล้วอย่างไร
ศาลจึงเห็นว่าโจทก์ร่วมมุ่งประสงค์ที่จะสอบถามเรื่องการใช้ซิลิโคนเพราะเห็นว่ามีราคาที่แตกต่างกันกับวิธีการไบโอ
มากกว่าการที่โจทก์ร่วมจะไม่เข้ารับบริการหากรู้ว่าใช้ซิลิโคน
รูปคดีจึงเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วม นำแผ่นพับโฆษณาวิธีการศัยลกรรม
มาเพื่อขอปรับลดราคา พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมจึงยังไม่มีความเชื่อถือ
ส่วนที่พยานโจทก์และโจทก์ร่วม ระบุว่า
มีการระบุภาพและข้อความในแผ่นพับว่า วิธีการใช้สารไบโอฉีดเพื่อศัลยกรรม
ได้รับการยอมรับจากสถาบันในอเมริกาและยุโรป ทั้งที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น
พยานจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานบริการจำเลย และผู้รับจ้างพิมพ์แผ่นพับ เบิกความสอดคล้องว่า
ครั้งแรกได้มีการพิมพ์แผ่นพับตัวอย่าง 20 ฉบับ มาให้เมื่อปี 2544 แต่ภายหลังเมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่า
มีการใช้รูปภาพบางรูปที่ไม่เหมาะสมจึงให้มีการแก้ไขและพิมพ์แผ่นพับใหม่จำนวน 10,000 ฉบับ
ซึ่งจากคำเบิกความของโจทก์ร่วม ได้ความเพียงว่า
โจทก์ร่วมได้รับแผ่นพับจากที่เข้าไปพบจำเลยที่สถานบริการ
แต่โจทก์ไม่มีพยานอื่นเบิกความสนับสนุนว่า
จำเลยได้นำแผ่นพับที่ยังไม่ได้แก้ไขแจกจ่ายให้ประชาชนโดยทั่วไป
พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมจึงรับฟังไม่ได้จำเลยกระทำการฉ้อโกงประชานโดยปกปิดความจริงที่ควรแจ้งและได้ไปซึ่งทรัพย์สินของโจทก์ร่วม
รูปคดีจึงเชื่อได้ตามทางนำสืบของจำเลย
ส่วนความผิดฐานกระทำการประมาทให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส
ศาลเห็นว่า โจทก์ร่วม เบิกความ ระหว่างที่ได้รับบริการฉีดสารไบโอแล้ว
ได้เข้ารับการฉีดเลเซอร์รักษาฝ้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะที่พยานโจทก์และโจทก์ร่วมและพยานจำเลย
ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการศัลยกรรม เบิกความไปในทำนองเดียวกันว่า
ในการศัลยกรรมด้วยการฉีดสารซิลิโคนเหลว
หากต้องทำการแก้ไขแพทย์ต้องขูดซิลิโคนที่ติดเนื้อเยื่อออกซึ่งจะขูดออกปริมาณมากหรือน้อย
ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้ให้บริการ ซึ่งหลังจากมีการผ่าตัดแก้ไขการศัลยกรรม 1
สัปดาห์จะเกิดอาการบวมอักเสบได้ ซึ่งการรักษาต้องพักฟื้นนาน 6 เดือนถึง 2 ปี
จึงจะเป็นปกติและหลังจากการศัลยกรรมจะผ่าตัดใหม่ได้ต้องพักฟื้นมาก่อน 6 เดือน
โดยหลังจากมีการผ่าตัดแก้ไขการศัลยกรรมแล้วหากมีการยิงเลเซอร์ศัลยกรรมอีกจะเป็นการรบกวนเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว
แล้วจะทำให้บวมอักเสบ
มีสีคล้ำและเนื้อเยื่อแข็งเป็นไตได้ลักษณะคล้ายกับอาการของโจทก์ร่วมได้
ขณะที่ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยว่า
การศัลยกรรมให้โจทก์ร่วม เมื่อพบว่าต้องการให้มีการแก้ไข
จำเลยได้แก้ไขนำเอาซิลิโคนที่พบบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตาออกให้
แต่โจทก์ร่วมไม่เคยแจ้งให้ทราบว่าระหว่างนั้นได้รับการฉีดเรเซอร์รักษาฝ้ากับแพทย์ที่อื่นมาก่อน
จึงเห็นว่า
พยานหลักฐานจำเลยมีเหตุผลน่าเชื่อถือกว่าพยานโจทก์ว่าการผ่าตัดของจำเลยน่าจะได้มาตรฐานทางการแพทย์
จึงพิพากษายกฟ้อง
ภายหลังฟังคำพิพากษา นพ.ไพศาล กล่าวว่า
รู้สึกดีใจที่ชนะคดี และขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ให้ความเป็นธรรม
ซึ่งตนมั่นใจว่าวิธีการศัลยกรรมที่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว
ส่วนคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่า นางรวิวรรณ
นั้นเป็นการถูกจับตามหมายจับซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าตนกระทำผิด เนื่องจากมีพยานระบุว่าได้ยิน
ตนตะโกนสั่งน้องชายหน้าคลินิคให้ไปยิงนางรวิวรรณ ซึ่งตนขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
แต่ก่อนหน้านี้ที่ตนไม่ได้ออกมาพูดเนื่องจาก
ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงฉุกละหุกจึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้
สำหรับข้อหาพกอาวุธปืนนั้นเพราะการกล่าวหาผู้ต้องหารายอื่น
ส่วนตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้ถูกจับในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นพ.ไพศาล
เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับญาติฝ่ายหญิง 2 คน และผู้ติดตาม 1 คน ขณะที่เมื่อฟังคำพิพากษาแล้ว นพ.ไพศาล มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้นมาทันที
แตกต่างจากขณะรอฟังคำพิพากษาที่มีสีหน้าเรียบเฉย เงียบขรึม
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก