งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
เศรษฐกิจไทยปี 52 จ่อปากเหว
หอการค้าออกโรง หนุนรัฐเร่งใช้งบแสนล้าน
นาย
ส่วนกรณีเลวร้าย
ไม่ว่ารัฐบาลจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณอีก 100,000 ล้านบาท
เร่งเบิกจ่ายลงทุนผ่านโครงการขนาดใหญ่ ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.5-1% ตามทิศทางขาลงของดอกเบี้ยโลก
หรือรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ แต่หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมาก
จากการชะลอของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
ขณะที่การเมืองไทยยังไม่มีเสถียรภาพ ก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.9-3.1% การส่งออกขยายตัว 0-0.02% การนำเข้าขยายตัว 1% ดุลการค้าเกินดุล 1,018 ล้านเหรียญฯ
ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3,518 ล้านเหรียญฯ เงินเฟ้อ 2-2.5% การว่างงาน 760,000-900,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 2-2.3% จากปีนี้
มีโอกาสเจอ “เผาจริง”
“ขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เห็นปัจจัยบวก
แต่สนับสนุนให้รัฐบาลใช้งบขาดดุล 100,000
ล้านบาทอย่างรวดเร็ว และเห็นด้วยที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญในเร็วๆนี้
เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันภายในเดือน ก.พ. ปีหน้า
เพราะยิ่งเบิกจ่ายช้าจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจถอยลงอีก ส่วนทั้ง 2
กรณี หากใช้เหตุการณ์ปัจจุบัน กรณีปกติ เป็นไปได้มากที่สุด แต่หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้
กรณี 2 มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”
ด้านนาย
“ปีหน้าเศรษฐกิจไทยเผาจริงแน่ ดังนั้น
ต้องแก้ปัญหาตัวแปรที่ควบคุมได้ก่อน โดยเฉพาะปัญหาการเมือง
ส่วนวิกฤติโลกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น
วิกฤติเศรษฐกิจที่ไทยต้องเผชิญในครั้งนี้ อาจใช้เวลามากกว่า 3 ปีแก้ปัญหา เพราะคนที่มีอำนาจแก้ปัญหายังมองไม่ออกว่าจะแก้จุดใดบ้าง
และยังเกิดความขัดแย้งในประเทศ แต่หากคนไทยร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติเหมือนในปี 2540 ที่ใช้เวลาฟื้นเศรษฐกิจเพียง 3 ปี
เชื่อว่าครั้งนี้ไทยจะสามารถกู้วิกฤติได้เร็ว”
ออกโรงหนุนรัฐเร่งใช้งบขาดดุล
ขณะที่นาย
นาง
“หากปัจจัยต่างๆไม่ได้รับการแก้ไข อุตสาหกรรมที่จะมียอดขายและยอดส่งออกลดลงมากที่สุดก็เช่น
ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยางและผลิต�ภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์เคมี เครื่องประดับ
ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง และรองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า
อุตสาหกรรมที่จะปลดคนงานมากที่สุด คือ อสังหาริมทรัพย์ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ
ยืนยันว่า จะยังไม่มีการปลดคนงาน หรือหากจะปลด ก็จะทำในอัตราน้อยที่สุด”
ส่วนปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข 5 ลำดับแรก คือ
ความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่น
แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดูแลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คือ
ลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดภาษี ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ให้ค่าเงินบาททรงตัวและอ่อนค่าอย่างมีเสถียรภาพ
เสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น.
ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ