X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาทนายความคดีหย่าร้าง 02-9485700

  • การหย่าร้าง

    การหย่าร้าง

     

    ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้  ไม่ควรมองข้าม            พฤติกรรมทางสังคมเริ่มเปลี่ยนไป  การหย่าร้างเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม  เมื่อก่อนผู้หญิงจะไม่กล้าหย่ากับผู้ชาย  เนื่องจากด้วยฐานะทางสังคม  เรื่องเศรษฐกิจของครอบครัว  เดี๋ยวนี้ผู้หญิงทำงานสามารถพึ่งพาตนเองได้  ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเหมือนสมัยก่อน  เลยไม่มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

     

                เด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา 90  เปอร์เซ็นต์มาจากกครอบครัวที่แตกแยก  วันนี้ทีมงานรายการทนายคลายทุกข์นำเรื่องปัญหาครอบครัวเรื่องการหย่าร้างมานำเสนอนั้น  ไม่ได้หมายความว่าต้องการให้เพื่อนสมาชิกรายการเกิดความแตกแยกในครอบครัว  แต่ต้องการฝากสิ่งที่ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้าม 

     

                สถิติการหย่าร้างของคู่สมรสเพิ่มจำนวนขึ้นเกือบทุกปี  ล่าสุดสถิติการหย่าร้างของกรมการปกครอง  เมื่อปี  2547  จำนวนคู่รักที่ตกลงปลงใจแยกชีวิตรักจากกันมีมากถึง  86,982  คู่  หากเทียบกับสถิติการหย่าร้าง  เมื่อปี 2546  มีจำนวน 80,886  คู่เท่านั้น

     

                สาเหตุหลักของการหย่าร้าง  เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว  ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของสามีภรรยา  จนถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อแม่  สิ่งแรกที่ควรปรับเปลี่ยนคือพฤติกรรมตัวเราเองเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน  ไม่ว่าจะทำอะไรให้ยึดหลัก  แฟมิลี่  เฟิร์ส  คือ  ให้ความสำคัญของครอบครัวเป็นอันดับแรก  อาจให้เลือกวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดเป็นวันที่ทุกคนหยุดความเคลื่อนไหวทุกสิ่ง  ถ้าเรามีเวลาให้ครอบครัว  กิจกรรมภายในครอบครัวก็จะเกิดขึ้น  สัมพันธภาพในครอบครัวจะดีขึ้นเรื่อย ๆ   

     

                 ไม่เพียงแต่กิจกรรมเท่านั้น  การพูดจาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ยืดยาว   ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายควรจะพูดจาภาษาดอกไม้กัน  เพราะการพูดคุยกันมากขึ้น  จะทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น  และช่วยกันหาทางแก้ไข

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4  5  6 .. 14   

  • ความคิดเห็นที่ 220

     ปรึกษาค่ะ

    คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกัน(ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) เนื่องจากคุณแม่มีผู้ชายคนอื่น และหลังจากนั้นคุณพ่อก็แต่งงานใหม่ ปัญหา คือบ้านที่คุณพ่ออยู่อาศัยเป็นชื่อคุณพ่อกับคุณแม่ โดยที่ผ่านมาคุณพ่อเป็นคนผ่อนบ้านเองทั้งหมด ถ้าผ่อนหมดแล้วคุณพ่อจะโอนเป็นชื่อลูก แต่ติดปัญหาว่าแม่ไม่ยอมโอนให้ลูก ถ้าจะฟ้องร้องได้มั้ยค่ะ เพราะบ้านหลังนี้คนผ่อนคือคุณพ่อค่ะ 

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ปัทมา  (171.101.98.18)     22 พ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 220

    กรณีที่บิดามารดามีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกันในโฉนด กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกันต่างมีส่วนเท่ากันคนละครึ่ง หากบิดาได้ออกเงินซื้อหามาเองทั้งหมดก็มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนชื่อมารดาออกจากการเป็นเจ้าของรวมและจดทะเบียนโอนให้แก่บุตรได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.12)     30 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 219

    เรียนคุณทนาย

    แฟนดิฉันมีภรรยาอยู่แล้วมีลูก1คนแต่แยกกันอยู่นานแล้วแต่เค้ายังไม่ได้หย่ากันแล้วเค้ามาคบกับดิฉันอยู่ถ้าเค้าจะหย่ากับภรรยาตอนนี้เค้ามีสิทที่จะได้ทรัพย์สินที่หามาด้วยกันก่อนหน้านี้ไหมและตอนนี้เค้าก็ได้ส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกเค้าด้วยเงินเดือนทั้งหมดและยังใช้หนี้ที่กู้มาด้วยกันกับภรรยาเก่าด้วย

    และอีกอย่างคือเค้าไปหย่ากันรอบหนึ่งแล้วแต่นายอำเภอเค้าไกล่เกลี่ยเค้าบอกว่าทำงานราชการหย่ากันก็ต้องทำเรื่องเอกสารอะไรไหม่หมดมันยุ่งยากก็เลยไม่ได้หย่าแต่เค้าบอกให้ต่างคนต่างอยู่ห้ามไปวุ่นวายกันเพราะฝ่ายชายก็มีใหม่แล้วแต่ฝ่ายหญิงเค้ายังไม่เลิกวุ่นว่าย จะทำไงได้บ้างค่ะ

    โดยคุณ สโรชา   (110.164.195.227)     17 พ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 219

    เมื่อหย่ากัน กฎหมายกำหนดให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน ตาม ป.พ.พ. 1533

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.4)     28 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 218

    ผมป็นพ่อตาของฝ่ายหญิงปัจจุบัน หลานได้ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่กับผม แต่ตอนนี้ พ่อกับแม่ทะเลาะกันเลิกกัน ลูกเขยจะเอาชื่อลูกย้ายกับไปอยู่ที่ทะเบียนของพ่อมัน มันจะย้ายได้ไหมครับแต่เราไม่ยอม

    โดยคุณ ป  (1.2.225.154)     7 พ.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 218

    หากบิดาเด็กไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาเด็กหรือจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร บิดาไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายและไม่ใช่ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ จึงไม่อาจดำเนินการแจ้งย้ายทะเบียนบ้านบุตรนั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.17)     14 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 217

    ก่อนต้องกล่าวคำว่าสวัสดีคะ

    คือดิฉันมีปัญหาตอนนี้ดิฉันอยุฮ่องกงได้จดทะเบียนแต่งงานอยุที่นี่เดือนหน้าก็จะครบปีแล้ว แต่ปัญหาคือผู้ชายทำเรื่องฟ้องหย่าจะขึ้นศาลอีกทีเดือนหน้า (กฏหมายที่นี้คือต้องต่อวีซ่า3ครั้งแต่ยังไม่ได้ต่อครั้งที่2ก้อเกิดเรื่องก่อน)คือถ้อยคำที่เค้าฟ้องร้องหย่าคือเค้าบอกว่าเราไม่ได้หลับนอนหรืออยุกินกันฉันผัวเมีย แต่เรื่องของเรื่องเค้ายังไม่ได้ทำพิธีแต่งอีกอย่างพอดิฉันได้วีซ่าแล้วมาอยุเมื่อปีที่แล้วเค้าก้อเงียบเฉยไป แล้วอยุดีๆก้อไปฟ้องหย่าดิฉัน ยังงี้ฉันควรทำอย่างไรได้บ้างคะ ขอความกรุณาช่วยหน่อยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูง

    โดยคุณ oohzaa  (223.19.241.88)     24 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 217

    ท่านควรนำสำเนาคำฟ้องมาปรึกษาเพื่อประเมินรูปคดีอันเป็นประโยชน์ในการแก้ต่างต่อสู้คดีกันต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.24)     9 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 216

    สวัสีคะ คือตอนนี้ดิฉันมีปัญหากำลังจะหย่ากบสามีเนื่องจากแม่ น้า่ายสามี ชอบมาบ่งการชีวิต ทำให้เราสองคนไม่เป็นตัวของตนเอง แล้วกีดกันทุกเรื่อง (ประเภทหน้าไหว้หลังหลอก)จนทนไมไหวดิฉันขอเลิกกับสามี แต่สามีไม่เลิกแต่ก็ไม่มาเป็นเวลา ๔ เดือนกว่า  ดิฉันรอไม่ไหวเลยโทรปรากฎว่าน้าของสามีจัดการและบอกว่าสามีดิฉันมอบอำนาจให้จัดการได้เลย เขาขอเงิน 50000 บาทจะถอนทะเบียนให้  ฉันมีรถ 1 คัน ซึ่งเป็นเงินที่ฉันมีมีอยู่ก่อนแต่งงาน แต่มาซื้อออกรถในวันที่จดทะเบียนซึ่งเขาไม่เคยช่วยผ่อนอะไรเลย จำเป็นต้องแบ่งให้เขาไม่คะ  อิสลามค่าสินสอดที่จะได้รับหลังจากซื้อรถมาแล้วเพราะดิฉันจดทะเบียนก่อนแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม ช่วยตอบหน่อยนะคะ เป็นพระคุณอย่างยิ่ง

    โดยคุณ รอซี หมัดอาด้ำ  (113.53.152.149)     20 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 216

    ถ้าท่านและสามีไม่ใช่อินลามศนิกชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.สตูล ยะลา นราธิวาสหรือ ปัตตานี กรณีจึงไม่อาจนำกฎหมายอิสลามมาใช้บังคับกับความเกี่ยวพันสิทธิในครอบครัวหรือมรดกนั้นได้ จึงให้ใช้บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาบังคับระหว่างสามีภริยา ดังนั้น เงินซึ่งเป็นสินส่วนตัวที่ท่านมีอยู่ก่อนสมรสได้ซื้อรถยนต์มาในวันจดทะเบียนสมรส รถยนต์จึงเป็นสินส่วนตัวของท่านไม่จำต้องแบ่งให้แก่สามีเมื่อหย่าขาดกัน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.10)     3 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 215

    แม่หนูหนีไปอยู่ต่างจังหวัดประมาณ 8-9 เดือนแล้วค่ะ  และไปแต่งงานใหม่ทั้งที่ยังจดทะเบียนสมรสกับพ่อหนู่ พ่อหนูกลัวจะเกิดปัญหามาภายหลังเลยจะขอหย่าร้างกัน กรณีนี้ ฝ่ายพ่อหนูสามารถฟ้องกลับกรณีแม่หนีไปแต่งงานใหมได้มั๊ยค่ะ และถ้าแม่หนูเรียกค่าเสียหายหมายถึงจะหย่าให้แต่ขอทรัพย์สินในการแบ่งด้วย อย่างนี้จะมีผลมั๊ยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ กาญจนา  (115.87.101.91)     11 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 215

    บิดาสามารถฟ้องหย่ามารดาเพราะเหตุมารดามีชู้และเรียกค่าทดแทนจากมารดาและชู้ดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1), 1523 โดยบิดาจำต้องปรึกษาทนายเพื่อดำเนินคดีหย่าต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.6)     23 เม.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 214

    ภรรยาหนีผมกับลูกไปได้ประมาณ 1 ปี ผมมีลูกกับเขา 2 คน มีรถ 1 คัน พอมาถึงตอนนี้เขาจะมาทวงสิทธิ์ เขาจะมาเอาลูกและรถไป เราอยู่ด้วยกันมา 8 ปี แต่จดทะเบียนกันได้แค่ 1 ปี พอจดทะเบียนกันเราก็ได้ซื้อรถแต่ตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้ทำงาน พออยู่มาประมาณ 1 ปี เขาก็หนีผมไปได้ประมาณ ปี กว่า โทรหาลูก ส่งเสียลูกก็ไม่เคย เขาหายเงียบไปเลย พอมาถึงตอนนี้ผมพื้นตัวได้ เขามาทวงสิทธิ์ จะเอาลูก และรถผมไป  เขาบอกว่าอยู่ด้วยกันมากับผมเขาไม่ได้อะไรสักอย่าง ในทางกฎหมายแล้วผมต้องจัดการอย่างไรต่อไป  ผมจะได้ไม่เสียลูกและรถไป

    โดยคุณ กวิน  (183.89.77.134)     10 มี.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 214

    ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส ย่อมเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ.มาตรา 1474 (1) รถยนต์คันพิพาทนี้จึงเป็นสินสมรสทั้งท่านและภรรยาต่างเป็นเจ้าของร่วมกัน และเมื่อยังไม่ได้หย่ากัน ก็ไม่อาจเรียกร้องให้แบ่งสินสมรสหรือรถยนต์กันตามมาตรา 1533 ส่วนอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เมื่อมีข้อพิพาทศาลมีอำนาจชี้ขาดโดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญว่าฝ่ายใดสมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.29)     3 เม.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 213

     ดิฉันจดทะเบียนกับสามีหนึ่งปี แต่สามียังไม่เลิกกับเมียเก่าทั้งสองคน แต่โกหกดิฉันว่าเลิกแล้ว ดิฉันมีลูกกับเขาสองคนคือแฝดผู้หญิง ดิฉันอยากอย่า แต่เขาไม่อย่า ดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง

    โดยคุณ สุมาลี  (125.26.3.136)     26 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 213

    ท่านสามารถฟ้องหย่าสามีโดยเหตุที่สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภรรยาและเรียกค่าทดแทนจากสามีและภรรยาเก่าได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1), 1523

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.25)     19 มี.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 212

    ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามีมาครบ  4 ปี พบว่าสามีไปมีเมียน้อย  เขายอมรับแต่ยื่นคำขาดกับดิฉันว่า 1.  ไม่หย่าแต่ก็ไม่เลิกกับใคร  2.  ไม่เลือกทั้งสอง  ดิฉันและสามีเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  ดิฉันเคยผ่านการสมรส มีบุตร มาแล้วแต่สามีรับได้  สามีผ่านการสมรสและมีเรื่องแตกหักกับหญิงมาไม่น้อยกว่า 8 ราย  ก่อนแต่งงานเขาสัญญาว่าจะเลิกทุกอย่าง ทั้งสัญญาและสาบาน เราทำงานคนละที่สามีทำงานในกระทรวง ส่วนดิฉันทำงานอยู่ต่างจังหวัด ทุกวันศุกร์ดิฉันจะเข้ากทม. เพื่อมาทำหน้าที่แม่บ้าน และกลับเย็นวันอาทิตย์ เป็นเช่นนี้มาตลอด 4 ปี ไม่ระแวง เพราะไว้ใจ จนกระทั่งพบหลักฐานที่ทำให้ดิฉันล้มทั้งยืน สามีต้องยอมรับแต่เขาก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ ไม่อธิบายเหตุผล ไม่ติดต่อเพื่อขอโทษ ไม่ว่าจะโดยพูดคุยหรือโทรศัพท์ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าดิฉันเป็นของตายหรือเพราะแขารู้ว่าดิฉันรักเขามาก   เป็นเช่นนี้มา 3 อาทิตย์กว่าแล้ว  หญิงที่สามีไปเกี่ยวข้องก็อายุยังน้อยแต่มีสามีแล้วแต่หวังหลอกเพราะสามีมีฐานะหน้าที่การงานสูง  ดิฉันควรทำเช่นไรคะ

    โดยคุณ   (202.29.180.125)     26 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 212

    ท่านสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1523 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.25)     19 มี.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 211

    ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ดิฉันแยกกันอยู่กับสามีมา 2 ปีแล้ว  สามีเคยให้ไปหย่า ดิฉันไปตามนัด แต่ตัวสามีไม่ได้ไปตามนัด ดิฉันต้องการหย่าจากเค้าเพราะเค้าทำธุรกิจส่วนตัวมีหนี้สืน ดิฉันไม่อยากไปเกี่ยวข้องกับหนี้สินและธุรกิจของเค้าดิฉันทำงานบริษัทเอกชน ดิฉันกลัวหนี้สินของเค้าจะมาเกี่ยวข้องกับดิฉัน ดิฉันจะทำการยังไงดีค่ะเพราะตอนนี้ติดต่อเค้าไมได้เลย ดิฉันกลัววันไหนเค้าล้มมา ลูก ดิฉันจะไม่มีหลักไว้พึ่งพาเพราะดิฉันอาจจะโดนด้วย (ลูกอยู่กับสามค่ะ)คุณทนายช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ   ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ   (58.10.146.89)     19 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 211

    เมื่อหนี้ที่สามีก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างเป็นสามีภริยา จึงเป็นหนี้ส่วนตัวของสามีที่ต้องรับผิดชำระแต่ลำพังโดยให้ชำระหนี้ด้วยสินส่วนตัวของสามีก่อน เมื่อไม่พอจึงให้ชำระด้วยสินสมรสที่เป็นส่วนของสามีนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1488 ทั้งนี้ ท่านสามารถดำเนินคดีฟ้องหย่าสามีโดยอ้างเหตุที่สามไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูท่านตามสมควรได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     8 มี.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 210

    สามีดิฉันแยกทางกลับเมียเก่ามา11ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้หย่ามีลูกกลับเมียเก่า2 คน และลูกอยู่กับสามี1คนอยู่กลับภรรยาเก่าอีก1คน ตอนนี้ทางสามีดิฉันติดต่อภายเก่าได้แล้ว นัดจะหย่ากันแล้วภรรยาเก่าเค้าของเงินจากสามีดิฉันแล้วบอกว่าจะหย่าให้ ดิฉันอยากทราบว่าภรรยาเก่าของสามีดิฉันเค้าแยกกันอยู่นาน11ปีจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ดิฉันกับสามีทำมาด้วยกันไม่ค่ะ และภรรยาเก่ามีสินเรียกร้องอะไรได้บ้าง ถ้าเกิดเค้าเรียกร้องอะรัยมากๆแล้วเค้าหรือเค้าไม่ยอมหย่าฝ่ายสามีดิฉันมีสิทธิ์ฟ้องเค้าได้ไม่ค่ะ และการฟ้องหย่าจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร และใช้เวลานานหรือเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ

     

    โดยคุณ เอ๋  (223.207.121.221)     9 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 210

    สามีภริยาที่ร้างกันหรือแยกกันอยู่โดยยังไม่ได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ทรัพย์สินที่สามีกับท่านทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างที่อยู่กินกันเฉพาะในส่วนที่เป็นของสามี จึงเป็นสินสมรสระหว่างสามีและภริยาเดิม ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1474 (1) โดยภริยาเดิมมีสิทธิเรียกขอแบ่งสินสมรสเมื่อหย่ากันได้ ทั้งนี้หากสามีประสงค์ฟ้องหย่าจึงจำต้องปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.1)     28 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 209

     แฟนของเพื่อนแยกกันอยู่กับภรรยาไดี10แล้วแต่ไม่ได้หย่าแล้วมารู้จักเพื่อนดิฉันจนอยู่กินด้วยกันและตอนนี้กำลังตั้งครรน์ฝ่ายภรรยาทราบแล้วไม่ยอมไปโวยวายที่ทำงานสามีแล้วบอกว่าจะเอาออกจากที่ทำงานถ้าไม่งั้นก้ขอเงินเดือนครึ่งหนึ่งและยังไปโวยวายที่บ้านเพื่อนของฉันด้วยด่าพ่อแม่ของเพื่อนด้วยค่ะ  อยากทราบว่าถ้าต้องการหย่าจะทำยังไงค่ะ

    โดยคุณ ฝน  (49.218.212.180)     13 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 209

    ต้องปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.7)     24 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 208

    ฉันแต่งงานกับสามี3ปี ก่อนที่จะแต่งงานฉันได้ซื้อบ้านและดาวว์รถซึ่งเป็นเงินของฉันเองทั้งหมด เขาไม่ได้ช่วยฉันออกเลยสักสลึง พอปี55เขาได้ขนเสื้อผ้าออกจากบ้านไปโดยบอกว่าจะกลับมาหย่าให้ ตอนนี้ก็ครบ1ปีแล้ว พอฉันถามเรื่องหย่าเขาถามฉันกลับว่าจะแบ่งอะไรให้เขาบ้าง คุณคิดว่าฉันต้องแบ่งข้าวของให้เขาหรือเปล่า เพราะตอนที่แต่งงานเงินค่าสินสอดก็เป็นของฉัน100000 บาท สลึงเดียวไม่ได้ช่วย ตอนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันฉันขายที่ 1.5ไร่ เพื่อที่จะให้สามีนำเงินไปปิดบัตรเครดิต พอปิดบัตรเครดิตสามีก็กลับไปกู้ใหม่เป็นหนี้เหมือนเดิม สาเหตุที่สามีขนของออกจากบ้านเพราะสามีพยายามจะข่มขืนหลานสะใภ้ แต่หลานสะใภ้ไม่ยอม สามีชื่อ นาย บรรดิษ แวงชัยภูมิ ครั้งหนึ่งเคยเจอเดินกับหญิงอื่น พอเข้าไปคุยเรื่องหย่าก็ตกลงจะหย่าให้แต่พอโทรคุยนัดวันไปหย่าก็ถามดิฉันว่าจะให้อะไรเขาบ้าง เขาบอกว่าเขามีส่วนที่จะได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้ดิฉันจะดำเนินการฟ้องหย่าได้หรือเปล่า 1.เพราะเขาละทิ้งฉันไปโดยไม่ได้เลี้ยงดูเป็นเวลาปีกว่าแล้ว 2.ข้อหาพยายามข่มขื่นหลานสะใภ้ 3.ควงหญิงอื่นหรืออุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่น หมายเหตุ ทรัพย์สินที่ฉันหามาก่อนสมรสสามีควรได้หรือเปล่า (เงินเก็บด้วยกันไม่มี มีแต่หนี้สิน)ตอนอยู่ด้วยกันเขาช่วยผ่อนค่างวดรถด้วยนิดหน่อย ตอนนี้ค่างวดรถยังไม่หมดเลยค่ะ ช่วยให้คำตอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ น.ส นัตติยา สังเกตกิจ  (101.109.38.61)     8 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 208

    ท่านชอบที่จะฟ้องหย่าสามีโดยอ้างเหตุที่สามีจงใจละทิ้งร้างท่านไปเกิน 1 ปี และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.1)     16 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 207

     พี่สาวแต่งงานมา10ปี สามีเมาอาละวาดตลอด จนต้องแยกกันอยู่ จนวันนึงสามีของพี่สาวก็ดื่มหนักหกล้ม เส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งพี่สาวก็พยายามรักษาทุกวิถีทาง ดูแลรักษาพยาบาลมาเกือบปี แต่ยังไม่ดีขึ้น มีสภาพร่างกายที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ ทานอาหารเองไม่ได้ เขียนหนังสือไม่ได้ พี่สาวตั้งใจว่าจะดูแลอย่างดีไปตลอดชีวิตเพราะญาติสามีก็ไม่สนใจ. แต่ต้องการอย่าขาดเพื่อรู้สึกเป็นอิสระ. จำเป็นต้องจ้างทนายความดำเนินการหรือไม่. หรือควรทำเรื่องขออย่อย่างไร กรุณาแนะนำด้วย จะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

    โดยคุณ เอ๋  (101.108.20.2)     7 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 207

    พี่สาวของท่านซึ่งเป็นภริยาตามกฎหมายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้อนุบาลของสามีซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 28, 33 นั้นได้ ส่วนหากประสงค์ฟ้องหย่าควรปรึกาาทนายเพื่อดำเนินการต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.30)     15 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 206

    ครั้งหนึ่งมีฝ่ายชายบังคับให้จดทะเบียนด้วย  หลังจากการจดทะเบียนได้มีปัญหากัน

    การทำงานก็โดนบังคับให้ทำที่เดียวกับเค้า  เงินเดือนออกเงินเดือนก็ต้องเป็นของเค้า

    ไม่งั้นก็มีเรื่องทะเลาะตบตีกัน  ดิฉันเลยต้องหนีออกมาอยู่เอง  ไม่ได้อยู่กับเค้ามา3-4ปีแล้ว

    ถ้าจะขอหย่ากับเค้าจะได้หรือเปล่าคะ  ให้คำปรึกษาดิฉันด้วยนะคะ

    โดยคุณ คนเศร้า..!  (110.77.217.206)     6 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 206

    ท่านสามารถหย่ากับสามีได้โดยความตกลงของทั้งสองฝ่ายหรือฟ้องหย่าโดยหย่าตามกฎหมาย
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     14 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 205

     กรณีไม่ได้สมรส แต่มีลูกด้วยกัน ระหว่างที่ตั้งท้องสามี ไปทำงานต่างจังหวัดไม่ได้อยู่ด้วยกันจนคลอดสามีมาเซ็นรับรองบุตร แล้วกับไปทำงานต่างจังหวัดเหมือนเดิมส่งค่าเลื้องดูบ้างบางครั้งและขึ้นมาเยี่ยมบางครั้งจนเงียบไปไม่ส่งค่าเลี้ยงดู ต่อมาจับได้ว่ามีเมียน้อยแล้วจึงได้เลิกลากับสามีกันไป จะฟ้องร้องยังไง ถ้าสามีไม่ส่งค่าเลี้ยงดูจะติดคุกใหมกี่เดือนกี่ปี

    โดยคุณ รุ่งทิวา  (183.89.72.8)     3 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 205

    - ในส่วนของคุณไม่สามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพได้ เพราะมิได้จดทะเบียนสมรสกัน
    - ส่วนบุตร คุณสามารถเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1598/38
    และในกรณีที่ไม่ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรก็ไม่มีโทษทางอาญา เป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     8 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 204

    น้องสาวดิฉันแต่งงานจดทะเบียนถูกต้องกับน้องเขยมาร่วม 10 ปี  อาศัยอยู่บ้านสามีและช่วยกิจการงานทางบ้านสามีคือร้านอาหารมาโดยตลอด   ใช้จ่ายเงินกงสีไม่มีเงินเดือนต้องการสิ่งใดทางบ้านสามีจะเป็นผู้จัดหามาให้เพราะมีฐานะดีมาก  ส่วนน้องเขยไม่ทำงานอะไรปล่อยให้น้องสาวหรือภรรยาทำงานแทนตลอดเวลา   เมื่อสองปีที่แล้ว(ปี53)น้องเขยประสบอุบัติเหตุทางรถมอร์เตอร์ไซค์ ทำให้ก้านสมองตาย  น้องสาวจึงเป็นผู้อภิบาลดูแลมาโดยตลอด  ช่วงนี้เองฝ่ายพ่อของน้องเขยได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน  ในงานศพจึงพบว่าพ่อสามีแอบมีภรรยาน้อยและมีลูกด้วยกันโดยทางน้องสาว(สะใภ้)รู้เห็นด้วย  แม่สามีจึงโกธรมากจากนั้นไม่นานแม่สามีจึงมีสามีใหม่เป็นกิ๊กกันพาไปนอนข้างนอกบ้าง  น้องสาวจึงต่อว่าทำให้เกิดเรื่องบาดหมางและไล่ออกจากบ้าน  น้องสาวต้องการหย่าและต้องการเงินทดแทนเลี้ยงชีพด้วยต้องดำเนินการอย่างไรบ้างค่ะ

    โดยคุณ พรพรรณ  (171.97.141.170)     3 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 203

    กระผมทำงานรับราชการมีภรรยาแต่ภรรยามีชู้และหย่าร้างกันภรรยากับชู้หลอกกระผมก่อนหย่าคือโกหกหลวงลวงกระผมมาแล้ว 2 ปี ชาวบ้านจับได้แต่กระผมยังไม่เชื่อจนกระทั่งหลอกเรื่องเงินเรื่องทองต่างๆ นาๆ จะมีแนวทางในการดำเนินคดีอย่างไร

    โดยคุณ ตำ  (125.24.211.88)     18 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 202

     พ่อไปมีเมียทิ้งหนูไปประมาณ 6 เดือนแม่ขอหย่าพ่อไม่ยอมหย่าแม่จะฟองหย่าต้องใช้อะไรบ้างในการฟองหย่า

    โดยคุณ สาวิณี ศสุนทร  (27.55.6.128)     13 ธ.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 201

    ผมกับภรรยาอยู่กินจดทะเบียนสมรสกันมา 17 ปี ต่อมาเราหย่ากัน  และกลับมาอยู่กันใหม่โดยไม่ได้จดทะเบียน ผมมาปลูกบ้านในที่ของพ่อตา แม่ยาย  3 ปี   พ่อตาแม่ยายได้ไล่ผมออกจากบ้าน ผมอยากทราบว่าผมมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้หรือไม่เรื่องทรัพย์สิน   และถ้าผมจะพาภรรยาที่ไม่เต็มใจหนีไปสร้างตัวที่อื่น ผมจะมีความผิดแบบไหนครับ   และถ้าภรรยาแต่งงานใหม่ โดยที่ผมไมได้แต่ง  ผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องในการดูแลลูกได้หรือไม่   เรามีลูก 2 คนครับ  ชาย ม4  หญิงป 6

    โดยคุณ ชัย  (27.55.10.73)     12 ธ.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 201

    ท่านมีสิทธิแห่งบ้านด้วยการรื้อถอนออกไปเพราะบ้านไม่เป็นส่วนควบกับที่ดิน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 146 ส่วนการที่ท่านพาภรรยาไปอยู่ด้วย หากภรรยาไม่เต็มใจหรือยินยอมด้วย ท่านอาจมีความผิดต่อเสรีภาพ ตาม ป.อ.มาตรา 309
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.30)     28 ธ.ค. 2555

  •  1  2  3  4  5  6 .. 14   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด