งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ทองขาด
เจ้าของร้านแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์
ชื่อ
นางสาวอารีรัตน์ รังสัย
อายุ 26 ปี อาชีพ ค้าขายเสื้อผ้าอยู่ประตูน้ำ ร้องทุกข์ว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม
พ.ศ. 2551 เวลาก่อนเที่ยง ได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท
สามีเป็นคนซื้อมาจากร้านทองย่านเยาวราช ในราคาสามหมื่นบาทเศษ นำสร้อยคอไปจำนำกับร้านทองไพบูลย์
อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในช่วงที่ลูกปิดเทอมกลับไปเยี่ยมลูก
เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน
โดยก่อนจำนำ
เจ้าของร้านชื่อ เจ๊เขียน ได้นำสร้อยคอทองคำชั่ง
มีลักษณะเป็นถาดเหมือนร้านทองทั่วไป โดยนำทองวางด้านขวามือแล้วก็ชั่ง
โดยชั่งน้ำหนักทองถึงสองครั้ง หลังจากนั้นได้แจ้งว่า น้ำหนัก 3 บาท
และถามว่าจะเอาเงินกี่บาท และข้าฯได้ตอบว่า จะเอาเงินห้าพันบาท
หลังจากนั้นได้ส่งเงินจำนวน 5 พันบาท เป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ให้กับข้าฯ
และได้ทำเอกสารใบรับจำนำสีเหลืองระบุน้ำหนักจำนวน 3 บาท
โดยระบุชื่อผู้จำนำและผู้รับจำนำ และจำนวนเงินที่จำนำไว้ 5,000 บาท
หลังจากนั้นเจ้าของร้านได้เก็บสร้อยคอทองคำไว้ ส่วนตัวข้าฯก็กลับบ้าน
โดยในวันดังกล่าวมีป้าของข้าฯไปด้วย ชื่อ นางสีดา เกลียวเพียร เห็นเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ในวันดังกล่าว
ช่วงบ่ายโมง ข้าฯได้กลับไปที่ร้านทองเพื่อขอเงินเพิ่มอีก 3,000 บาท
เจ้าของร้านจึงเปลี่ยนจากจำนำ 5,000 บาท เป็น 8,000 บาท
หลังจากนั้นอีกสองถึงสามวัน
ข้าฯไปไถ่ทองดังกล่าวคืนที่ร้านของลูกสาวร้านทองไพบูลย์ อยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร
เนื่องจากร้านเดิมปิด โดยได้ยอมให้ไถ่ถอนในราคา 8,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย
ข้าฯตกลงขายทองเส้นดังกล่าวให้กับเจ้าของร้าน ในราคา 36,000 บาท
โดยไม่มีการชั่งทองอีกครั้งหนึ่ง โดยถือน้ำหนักตามที่ชั่งไว้สองสามก่อน
หลังจากนั้นได้ส่งมอบเงินให้กับข้าฯ จำนวน 36,000 บาทถ้วน ใช้สำเนาบัตรประชาชนเซ็นชื่อและส่งมอบให้กับเจ้าของร้าน
ต่อมาอีกสองสามวัน
คุณแม่เจ้าของร้านทอง บอกว่าชั่งน้ำหนักผิด ให้เอาเงินไปคืนจำนวน
12,000 บาท และไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ท่าตูม
อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีกับข้าฯ ข้อหา ยักยอกทรัพย์ ซึ่งส่งมอบสำคัญผิด
มีโทษจำคุก 6 เดือน
คำแนะนำ อ.เดชา
1.
ถ้าได้รับเงินค่าทองเกินมาและไม่ส่งมอบคืน
จะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ที่ผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิด มีโทษจำคุกตาม ป.อ.มาตรา 352 ไม่เกินหนึ่งปีหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 3,000
บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีนี้พนักงานสอบสวนจะต้องหาข้อเท็จจริงที่ยุติก่อนว่า
ทองมีน้ำหนัก 2 บาท หรือ 3 บาท กันแน่ หลังจากนั้นจึงจะพิจารณาว่า
มีการยักยอกทรัพย์หรือไม่อย่างไร