บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม|บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม

บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม

สามีของดิฉัน เป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดร้านซ่อมในจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากพอสมควร ใครๆก็รู้จัก (ร้านช่างดาว) เขาเป็นคนที่ร่าเริง

บทความวันที่ 17 ก.ย. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 7699 ครั้ง


บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม

บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมมรณกรรม

 

สามีของดิฉัน เป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดร้านซ่อมในจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากพอสมควร ใครๆก็รู้จัก (ร้านช่างดาว) เขาเป็นคนที่ร่าเริง สุขภาพร่างกาย แข็งแรง สมบูรณ์ จะมีไม่สบายเป็นไข้บ้าง ก็ ครั้ง-2 ครั้ง/ปี เห็นจะได้ มีอาการปวดหัวบ้าง  เมื่อเจองานที่ทำยากๆ และเครียด มีดื่มเหล้าบ้างเป็นครั้งคราว ไม่เคยสูบบุหรี่

 

ส่วนตัวดิฉันเป็นแม่บ้าน คอยดูแลร้านช่วยสามี...ดิฉันมีเพื่อนที่ทำงานขายประกันชีวิต มาชักชวนให้ทำประกันชีวิตด้วย เขาเทียวมาหาประมาณ 6-7 เดือน ดิฉันจึงตัดสินใจทำประกันด้วย โดยการสมัครเป็นตัวแทนขาย เพื่อจะได้ลดค่า com ดิฉัน ทำประกันชีวิต ให้สามี กับบริษัทไทยประกันชีวิต เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 แบบออมทรัพย์ ทุนประกัน 100,000 บาทและซื้อสัญญาแนบท้ายเบี้ยประกัน ประมาณ เก้าพันกว่า บาท

 

ดิฉัน ก็ได้ออกขายประกันกับเพื่อน ต่อมาได้ทำประกันเพิ่มอีกเมื่อ ตุลาคม 2549 ทุนประกัน 300,000 บาท แบบคุ้มครองส่งเบี้ย ประมาณ เจ็ดพันกว่า ตอนที่ทำประกันนั้น ในใบคำขอเอาประกันด้านหลัง มีข้อที่ 11 ถามว่า ในระหว่าง 2 ปีที่แล้ว ท่านเคยให้แพทย์ตรวจ หรือเข้าสถานพยาบาลทำการรักษาตัว ตรวจโลหิต ตรวจความดัน ปัสสาวะ เอกซเรย์ ตรวจหัวใจหรือตรวจอย่างอื่นหรือไม่

 

ดิฉัน ขีดตอบ ในช่อง ไม่เคย ส่วนกธ. แรก ส่งได้ประมาณ 2 ปี เศษ ก็หยุดชำระเบี้ย เพราะมีปัญหาทางการเงิน ต่อมาเมื่อเดือน ตุลาคม 2550  ดิฉันจำเป็นต้องทำประกันให้กับสามีเพิ่ม เพราะต้องรักษาตำแหน่ง เนื่องจากงานไม่เต็มโควต้า จึงได้ทำทุนประกันเพิ่มอีก ทุนประกัน 300,000 และซื้อค่าชดเชยรายได้ในกรณี นอน รพ.วันละ 500 บาทและความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุด้วย เบี้ยประกัน ประมาณ 14,000 กว่าบาท และลงในข้อ 11. ว่าไม่เคย เช่นกัน

 

ทางบริษัทประกัน ได้มีจดหมายแจ้งให้ต่อสัญญาตัวเดิมที่ขาดผล และให้ตรวจสุขภาพ ตามแบบฟอร์ม พร้อมกับตรวจเลือด (HIV) เนื่องจากทุนประกันรวมเกิน 700,000 บาท ดิฉันจึงให้สามีไปตรวจสุขภาพ ที่คลินิก แห่งหนึ่ง ใน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งผลก็ปกติทุกอย่าง บริษัทจึงออกกรมธรรม์ให้

 

ต่อมา ช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม 2551 สามีของดิฉันมีอาการ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เช่น การปั่นจักรยาน ไปซื้ออะไหล่ระยะทางประมาณ 100 เมตร จะมีอาการเหนื่อยเหมือนกับ ปั่นจักรยานสัก 10 กิโลเมตร ต้องนั่งพัก เป็นชั่วโมงจึงจะหาย เขาเป็นแบบนี้อยู่  2 วัน พอวันที่ 3 เขาบอก ว่าเป็นปกติ วันที่ 4 เขามีอาการเหนื่อยเร็วอีก ดิฉันจึงพาเขาไปหาหมอที่คลินิก เล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็ตรวจปัสสาวะ ความดัน และตรวจคลื่นหัวใจ เพราะขณะที่ตรวจเค้ามีอาการเหนื่อย ผลตรวจทุกอย่างเป็นปกติ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้จึงให้ยามากิน พอกินยาก็หายเป็นปกติ ยาหมดก็เริ่มมีอาการเหนื่อยอีก

 

วันที่ 7 เมษายน 2551 เวลา ประมาณตีหนึ่ง เขามีอาการไอ ตลอดทั้งคืน พอรุ่งเช้า จึงไปตรวจที่ รพ. นายแพทย์หาญ ที่ จ.ยโสธร พบว่าเป็นแผลที่ปอด จึงมารักษาตัวที่รพ.ใกล้บ้าน ที่ จ. อำนาจเจริญ และได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ. อุบลราชธานี พบว่ามีหัวใจโต, และได้เข้ารักษาตัวที่รพ นายแพทย์หาญ จ. ยโสธร ...

 

วันที่ 10 พ.ค.2551 เวลา ประมาณ 4 ทุ่ม สามีของดิฉัน เสียชีวิต ที่รพ. จ.อุบลราชธานี  ดิฉันและเพื่อนคนที่เป็นตัวแทนขายประกัน จึงนำเอกสารและกรมธรรม์ไปแจ้งบริษัทประกัน ปรากฎว่าต้องตรวจสอบก่อน เพราะกรมธรรม์ ไม่ถึง 2 ปี ผ่านมา 3เดือนกว่า ผลออกมาคือ บริษัทประกันตอบบอกล้างปฏิเสธการจ่ายสินไหม เนื่องจากสุขภาพ ไม่สมบูรณ์ก่อนทำประกันชีวิต เคยเข้ารักษาตัวที่คลินิก หมอไพรัตน์ เมื่อ 26 ธ.ค. 2548 ไม่แถลงข้อเท็จจริงในการทำประกัน สัญญาจึงตกเป็นโมฆียะ

 

ส่วนเรื่องไปหาหมอนั้น ดิฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยไป ดิฉันจึงไปขอดูประวัติการรักษาที่คลินิก หมอบอกตอนที่มาตรวจกับหมอนั้น คนไข้มีอาการ เจ็บอก บริเวณซี่โครงอ่อน ซึ่งเป็นอาการเกิดจากการยกของที่มีนำหนักมากเกินไป จึงให้ยามากิน แล้วอาการก็หายเป็นปกติ และปี 2549 จำไม่ได้ว่าช่วงไหนที่ไปหาหมอที่คลินิก หมอวิภาดา ที่ จ.อุบลราชธานี

 

ด้วยอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย เหมือนกับเจ็บหัวใจ เจ็บเป็นครั้งคราว จึงถามหมอว่าเป็นโรคหัวใจรึเปล่า แต่หมอบอกไม่เป็น ที่มีอาการตามที่บอก เกิดจาก ความเครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอ ให้เอายามากินก็หาย ไม่ต้องกินยาต่อเนื่อง พอกินยาตามหมอสั่งก็หายเป็นปกติ ไม่มีอาการอีก

 

จนกระทั่งปลายเดือนมีนาคม 2551 ที่มีอาการเหนื่อยเร็วผิดปกติและเข้ารักษาตัวใน รพ. จึงอยากถามว่าในกรณีนี้ ดิฉันจะทำอย่างไรดี เพราะตอนที่ทำประกันชีวิต ดิฉันก็เห็นว่าสามีของดิฉันร่างกาย สมบูรณ์ และแข็งแรงดี ไม่มีปัญหา ใดๆ จึงลงในใบคำขอเอาประกันว่าไม่เคย ในข้อ 11. ซึ่งเป็นสาเหตุในการบอกล้างสัญญา และคืนเบี้ยประกันที่จ่ายไป ทั้ง 2 กรมธรรม์ จึงเขียนมาเพื่อขอคำแนะนำ และช่วยตอบดิฉันที ว่าควรทำเช่นไร

 

คำแนะนำ  

ต้องฟ้องคดีต่อศาล เนื่องจากบริษัทประกันบอกล้างสัญญา แต่คุณมีข้อโต้แย้งว่าคุณสุจริตในการทำประกัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865,866,892

 

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา

มาตรา865  ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ

ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป

 

มาตรา 866  ถ้าผู้รับประกันภัยได้รู้ข้อความจริงดั่งกล่าวในมาตรา 865 นั้นก็ดีหรือรู้ว่าข้อแถลงความเป็นความเท็จก็ดี หรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากใช้ความระมัดระวังดั่งจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชนก็ดี ท่านให้ฟังว่าสัญญานั้นเป็นอันสมบูรณ์

 

มาตรา 892  ในกรณีบอกล้างสัญญาตามความในมาตรา 865ผู้รับประกันภัยต้องคืนค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือทายาทของผู้นั้น

 

ที่มา ถามจาก www.decharadio.com

 

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8

สามีดิฉันรับราชการ ได้ซื้อรถยนต์ 1คัน ผ่อนไปประมาณ 2 ปี แล้วได้รีไฟแนนซ์ใหม่ ได้ทำประกันชีวิตภาระสินเชื่อ กรมธรรม์บังคับใช้เมื่อวันที่  24 พ.ค. 2560 ต่อมาในวันที่ 2 เม.ย. 2561 สามีได้เกิดอุบัติเหตุนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เสียชีวิต ดิฉันได้ส่งเรื่องเคลมค่าสินไหม รถยนต์ดังกล่าว ต่อมาบริษัทประกันได้ส่งเรื่องมาปฏิเสธจ่ายค่าสินไหม เนื่องจากสามีดิฉันมีประวัติสุขภาพผิดปกติ เมื่อปี 2555 จึงบอกล้างกรมธรรม์ ตามมาตรา 865 ดิฉันเลยไปขอประวัติการรักษา  ที่ รพ.ในจังหวัด ตากประวัติ เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ ความดันโลหิตผิดปกติ แต่ดิฉันไม่ทราบว่าสามีเคยเข้ารับการรักษา และตอนทำเอกสารรีไฟแนนซ์ใหม่  พนักงานธนาคารเป็นผู้กรอกให้ ช่วยตอบหน่อยคะ ว่าสามีดิฉันไม่ได้ตายด้วยความดันโลหิตผิดปกติ ทำไมบริษัทถึงมาบอกปฏิเสธการจ่าย แล้วจะให้ดิฉันอย่างไรดีคะ

โดยคุณ โอ 29 ม.ค. 2562, 23:23

ความคิดเห็นที่ 7

 ดิฉันขอปรึกษาด่วนค่ะ..พ่อดิฉันทำประกันกับบริษัทแห่งหนึ่งกับตัวแทนตั้งแต่ปี 47 ค่ะต่อมาประมาณปี 48 ขาดส่งแต่ขอกลับมาส่งใหม่ทางบริษัทบอกว่ากรมธรรม์ยังไม่ขาดเพราะว่าอยู่ในช่วงที่กู้ส่งตัวเองอยู่แค่ไปชำระเิงินก็สามารถมีผลคุ้มครองได้ทันทีค่ะพ่อดิฉันก็ชำระเงินไปเรียบร้อย ต่อมาปี 52 พ่อดิฉันตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง และเสียชีวิตลงปี 54 ..ต้องได้รับเงิน 100,000 บาท ทางบริษัทเรียกกรมธรรม์ตัวจริงกลับคือหลังจากนั้นมีหนังสือมาบอกว่า เป็นโมฆียะ คืนเบี้ยประกันให้ครอบครัวดิฉันเพียง หมื่นกว่าบาท ดิฉันไปร้องเรียน คปภ.ก็ช่วยอะไรดิฉันไม่ได้อ้างว่าพ่อดิฉันป่วยก่อนที่จะมาต่อ..ดิฉันควรจะทำอย่างไรต่อไปคะ

โดยคุณ วรากรณ์ สร้อยสกุล 12 ธ.ค. 2555, 16:46

ความคิดเห็นที่ 6

ครอบครัวผมประกอบด้วยคุณแม่ ตัวผม และน้องชาย มีกรณีได้รับค่าทดแทนมรณกรรมของคุณพ่อแต่ในขั้นตอนการส่งมอบเช็คให้กับทายาท ตัวแทนประกันได้นำการมอบเช็คมาเป็นเงื่อนไขต้องซื้อประกันกับตัวแทนทั้งสามคนรวมค่าเบี้ยประกันปีละ หกหมื่นบาท โดยตัวแทนจะใช้วิธีหว่านล้อม และอ้างว่าเป็นผู้วิ่งเต้นดำเนินการให้กรณีการเรียกร้องค่าสินไหมมรณกรรมของคุณพ่อของผมซืึ่งจะต้องถูกปฏิเสธการทดแทนเนื่องจากอ้างว่าคุณพ่อผมผิดเงื่อนไข ทั้งๆที่เป็นประกันอุบัติเหตุ และคุณพ่อผมก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ซื่งหลักฐานทุกอย่างชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุ

การกระทำของตัวแทนลักษณะนี้ผมจะดำเนินการได้อย่างไรบ้างครับ เนื่องจากพวกเราทั้งสามคนได้ตกลงทำประกันและชำระเบี้ยไปแล้ว อยากจะขอยกเลิกประกันครับ

รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม อีกอย่างในวันทำสัญญาตัวแทนไม่ยอมให้คุณแม่ผมเป็นผู้กรอกคำแถลงสุขภาพเองด้วย และภายหลังตัวแทนคนดังกล่าวได้มาขอใบตรวจโรคและเรียกเงินเพิ่มจากคุณแม่ผมด้วย

คุณแม่ผมท่านก็ยอมทำตามไปด้วยความเกรงใจ (ในขั้นตอนการทำประกันตัวแทนได้จัดโปรแกรมมาให้เลยโดยที่ไม่มีเอกสารแสดงรายละเอียดโปรแกรมกรมธรรม์มาให้ดูจะใช้วิธีเขียนใส่กระดาษอย่างเดียว)  เบอร์ผม 023171238

บริษัทขึ้ต้นด้วยตัวเอ เป็นตัวแทนแถว จ.กาฬสินธุ์ครับ

โดยคุณ คุรุกิจ ทะเสสนฮด 16 ต.ค. 2554, 21:51

ความคิดเห็นที่ 5

ในใบคำขอประกัน PA.  ไม่มีการสอบถามว่าผู้ประสงค์ทำประกันเป็นบุคคลปกติหรือเป็นคนทุพพลภาพหรือไม่  ถ้าบุคคลที่ต้องการทำประกันนั้นตาบอดมาก่อนเนื่องจากอุบัติเหตุผ่าตัดสมอง

และผ่าตัดหัวเข่าทำให้ไม่สามารถงอหัวเข่าได้ต้องเดินแบบหุ่นยนต์ตัวตรง ถ้าต้องการซื่ออุบัติเหตุ

ประกันจะรับหรือไม่ ในเมื่อใบคำขอไม่มีการขอให้แถลง

โดยคุณ ทะเล 11 พ.ย. 2553, 01:45

ความคิดเห็นที่ 4

ตามความเห็นที่ 1 ส่วนดีคืออาจการตรวจสอบ ก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิต ความหวังในอนาคต แต่เรื่อการร้องเรียน ไม่มีประโยชน์ใด (ไร้น้ำยา) หากมีน้ำยา จะไม่กรณี บริษัทรัตนโกสินทร์,พาณิชย์,สัมพันธ์ สำนักงานคปภ.เน้นส่งเสริมกำกับธุรกิจประกันภัย เพราะ สำนักงาน คปภ.รายได้ใช้จ่ยทั้งหมดจากบริษัทประกันภัยท้งสิ้น ดังนั้น จึงไม่เน้นคุ้มครองผู้บริโภค จบ ต่างกับกรมการประกันภัย ซึ่งเป็นส่วนรายการ เจ้าหน้าที่คือข้าราชการ รายได้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากงบประมาณ ภาษีรัฐ จบ

ตามความคิดเห็นที่ 3  กรณีคือ กรณีรถชนกันสองคัน คันหนึ่งคือรถจักรยานยนต์ที่มีผู้เสียชีวิต คือน้องชายผู้ถาม อีกคันคือคู่กรณีที่หลบหนีไป ดังนั้น ค่าเสียหายเบื้องต้นบริษัทประกันภัยแต่จ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยที่อยู่ในรถที่บริษัทรับประกันภัยไว้ ค่าทำศพที่จ่าย 35,000 บาท คือค่าเสียหายเบื้องที่บริษัทประกันภัยรถจักรยานยนต์จ่าย ถูกต้องแล้วนะ ซึ่งจ่ายโดยไม่รอพิสูจน์ความรับผิด เมือพิสูจน์ความรับผิดกัน ฝ่ายที่ต้องรับผิดจะต้องชดใช้ "ส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้น) 65,000 บาท กรณีต้องถือฝ่ายที่หลบหนี คือฝ่ายต้องรับผิด เมื่อ "หลบหนี" คำตอบ คือ "หนี" เมื่อ หลบหนีแล้ว และพาบริษัทประกันภัยที่จะจ่ายส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้น หนีไปด้วย ไม่ทราบว่า เป็นบริษัทประกันภัยใด ที่จะเป็นผู้จ่าย 65,000 บาท ดังกล่าวให้ จบ

ความความคิดเห็นที่ 2 คงอยากขายประกันให้ใหม่ จบ สวัสดี  

โดยคุณ ธีระ 16 ต.ค. 2552, 07:42

ความคิดเห็นที่ 3

สอบถาม น้องชายประสบณ์อุบัติเหตุเสียชีวิตเนื่องจากขับขี่รถจักรยานยต์ทุกเฉี่ยวชนคู่กรณีหนี ตำรวจไม่สามารถจับได้ เมื่อมาติดต่อขอรับค่าสินไหม ได้ค่าทำศพ 35,000 บาท บริษัทประกันแจ้งว่าหากจับคู่กรณีไม่ได้ก็ไม่จ่ายส่วนที่เหลือ อยากทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป

โดยคุณ tuk 30 มิ.ย. 2552, 14:32

ความคิดเห็นที่ 2

อยากทราบรายละเอียดเพื่อเป็นกรณีศึกษา ติดต่อที่ 0864504305 จาก คนขายประกัน
โดยคุณ ประยูร 30 พ.ย. 542, 00:00

ความคิดเห็นที่ 1

ก่อนฟ้องศาลอย่าลืมร้องเรียน สำนักงานคปภ.(กรมการประกันภัยเก่า) ตู้ป.ณ.22 ป.ณ.นนทบุรี 10110 ด้วยนะครับ ปัญหาแบบนี้มีบ่อยๆ ก่อนจะซื้อประกัน ท่านควรจะตรวจสอบกับ คปภ.ก่อน ทาง www.oic.or.th เพราะทางคปภ.เขาจะมีข้อมูลการลงโทษบริษัทที่มีประวัติไม่ดีซึ่งมีเกือบ10บริษัท
โดยคุณ น.ส.พ.ข่าวดี(ดีโพลมานิวส์) ในเครือ ชมรมนักข่าว 2000 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก