งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
แห่ตั้ง'คณะบุคคล'เลี่ยงภาษี ขอตัวเลขฯผ่านเน็ตเกิน100%
สรรพากรแฉขบวนการตั้งคณะบุคคลเลี่ยงภาษีระบาดลามถึงสินค้าเกษตร
โดยเฉพาะระบบตัวกลางทั้งเกี๊ยวอ้อยและหยงข้าว ชี้ 6 เดือนที่ผ่านมายอดขอตัวเลขผู้เสียภาษีในนามคณะบุคคลผ่านทางอินเตอร์เน็ตสูงเกิน
100% ล่าสุดต้องสั่งถอดระบบผ่านอินเตอร์เน็ตออก
หวั่นถูกใช้เป็นช่องทางเลี่ยงภาษี หลังจากตามจี้สหกรณ์การเกษตรที่ถูกใช้เป็นตัวกลางทั้งกรณียางพาราและโรงสีข้าว
ด้านกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แจงข้อเท็จจริงไม่ได้ละเลยตรวจบัญชีสหกรณ์ และพร้อมประสานงานร่วมกับกรมสรรพากร
ตามที่
"ฐานเศรษฐกิจ" ได้นำเสนอข่าวกรณีกรมสรรพากรมีนโยบายตามจัดเก็บภาษีกับผู้ประกอบการค้ายางพาราที่อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเลี่ยงภาษีหัก
ณ ที่จ่าย 0.75% โดยใช้สหกรณ์เป็นตัวกลางในการซื้อขาย ซึ่งทำกันมากในช่วง
2-3 ปีที่ผ่านมา ล่าสุด ปรากฏว่ารูปแบบการเลี่ยงภาษีได้ระบาดไปถึงการขอตั้งเป็นคณะบุคคลขึ้น
ซึ่งเริ่มเห็นมากในส่วนที่เป็นสินค้าเกษตร
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร
เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขบวนการเลี่ยงภาษีดังกล่าวเริ่มลามสู่สินค้าภาคเกษตรมากขึ้น
และปรับรูปแบบจากการใช้สหกรณ์การเกษตรเป็นทางผ่านหลบเลี่ยงภาษี มาเป็นการจัดตั้งเป็นคณะบุคคลแทน
โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี้ ยอดการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรในนามของคณะบุคคล
(มากกว่า 2 คนขึ้นไป) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของกรมสรรพากร
เพิ่มขึ้นมามากกว่า 100% หรือเติบโตแบบก้าวกระโดด จนล่าสุดสรรพากรต้องถอดระบบดังกล่าวออก แต่ยังสามารถเปิดให้ขอผ่านไปทางเจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่ได้อยู่
โดยนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากรได้ให้นโยบายเรื่องนี้แก่เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ไปแล้ว
"เป็นที่สังเกตว่ายอดการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรในนามคณะบุคคลที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากนั้น
เริ่มเกิดในส่วนที่เป็นสินค้าเกษตรซึ่งรวมกลุ่มกันขอตั้งเป็นคณะบุคคล โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องผ่านระบบคนกลาง
ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวอ้อย หรือ หยงข้าว ซึ่งสรรพากรมองว่าการตั้งคณะบุคคลนี้ถูกใช้เป็นทางออกเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีอีกช่องทางหนึ่งหลังจากที่กรมสรรพากรได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดกับกรณีที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้
"แหล่งข่าวกล่าว พร้อมยกตัวอย่างว่า
ในส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการหลังจากหักค่าใช้จ่ายไปแล้ว
จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามคณะบุคคล โดยหักค่าใช้จ่ายได้ 30% และสรรพากรให้หักได้ 2 คนหรือคนละ 30,000 บาท รวมเป็นหักลดหย่อนได้
60,000 บาท เมื่อเสียภาษีจริงๆ
แล้วทำให้ต้องเสียน้อยมาก และเมื่อถึงขั้นตอนแบ่งผลประโยชน์กันผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก
ซึ่งจริงๆแล้วหลักการของระบบนี้ สรรพากรต้องการเปิดทางให้สำหรับผู้ประกอบการค้าในลักษณะบุคคล
ซึ่งไม่มีแหล่งที่ตั้งในการทำงาน เช่น การขอจัดคอนเสิร์ต ฯลฯ แต่ขณะนี้รูปแบบนี้กลับถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อเลี่ยงภาษีสำหรับคนรวย
เช่น คนรวยที่มีอาคาร หรือบ้านเช่า ซึ่งมีรายได้จากการให้เช่าอาคารหรือบ้านเช่า แต่นำมาทำในลักษณะกงสีเพื่อที่จะหลบเลี่ยงภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้น
"เดิมการเลี่ยงภาษีถูกทำผ่านสหกรณ์การเกษตร
แต่เมื่อกรมสรรพากรออกข่าวไปว่าจะดำเนินการเก็บภาษีอย่างจริงจัง เช่น มีการตรวจสอบรายชื่อคู่ค้าที่รับซื้อยางพาราเพื่อดูเส้นทางของเงินว่าไปตกอยู่กับใครบ้าง
กลุ่มเหล่านี้จึงหาทางออกด้วยการตั้งเป็นคณะบุคคลขึ้นมาแทน และเห็นมากขึ้นในการรวมกลุ่มกันของสินค้าเกษตร
สรรพากรจึงต้องป้องปรามไว้ก่อน "แหล่งข่าวกล่าว
ขณะที่นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในเรื่องเดียวกันว่าเท่าที่ติดติดตามในบางกรณีมีรายชื่อของบุคคลบางคนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มหรือคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นอยู่ถึงกว่า
100 คณะ ซึ่งกรมอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะอาศัยกระบวนการทางกฎหมายเข้ามาดำเนินการหรือมีวิธีที่จะดำเนินการใดๆได้บ้าง
"
ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันดูแลจริงจัง ไม่ปล่อยปละละเลย เท่านี้ก็น่าจะจับได้แล้ว
ไม่รอดหรอก และกฎหมายก็ต้องให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับพวกนี้อยู่แล้ว ไปยกเลิกก็คงไม่ได้
ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีของคณะบุคคล ที่กรมสรรพากรอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแก้กฎหมายหรือทำอย่างไรได้บ้าง
เพราะเท่าที่รู้ บางคนมีชื่ออยู่เป็นร้อยคณะเลย "
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากกรมสรรพากร
เปิดเผยในเรื่องนี้ว่าหากแต่ละหน่วยงานร่วมมือกันจริงจัง ก็จะสามารถตรวจพบความผิดปกติได้อยู่แล้ว
โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นการดำเนินการส่วนบุคคลโดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการผ่านสหกรณ์ กรมสรรพากรก็จะตรวจสอบได้ว่า
ผลประโยชน์ไปตกอยู่กับบุคคลใดบ้าง ในขณะที่กรมตรวจบัญชีฯก็สามารถตรวจพบความผิดปกติในการลงบัญชี
หรือการทำธุรกรรมต่างๆของสหกรณ์
ต่อกรณีข่าวดังกล่าว
ล่าสุดกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ออกหนังสือประทับตราด่วนมาก (เมื่อ 14 พฤษภาคม
) ลงนามโดยนายเรืองชัย บุญญานันท์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ส่งถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ชี้แจงว่า ในการปฏิบัติงานตรวจบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรนั้น
กระทำโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับแต่งตั้งจากนายทะเบียนสหกรณ์ ซึ่งจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป
และตามระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด ให้ครอบคลุมทั้งในด้านการเงินการบัญชี การปฏิบัติการ
การบริหารงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนตรวจสอบการปฏิบัติงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้เป็นไปตามกฎหมาย
จึงสรุปได้ว่าในการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรนั้นมิได้มีการละเลยการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรของสหกรณ์ตามที่เป็นข่าว
นอกจากนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์กับกรมสรรพากรยังได้มีการประสานความร่วมมือด้วยดีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง
และกระทำในหลายๆช่องทาง และที่สำคัญ คือ การได้มีการกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องเพื่อช่วยกันดูแลและให้สหกรณ์แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจากเวปไซด์ฐานเศรษฐกิจ