X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

  • กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

    กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำกฎหมายแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 ซึ่งได้มีการกำหนดการคุ้มครองแรงงานที่น่าสนใจหลายประการและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อลูกจ้าง สามารถนำกฎหมายนี้ไปอ้างกับนายจ้างในกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกบังคับให้ทำสัญญาหรือถูกคุกคามทางเพศ หรือยึดเงินประกัน หรือเรียกหลักประกัน รวมทั้งการขอใช้อำนาจศาลแรงงานในการบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาการว่าจ้างที่ลูกจ้างทำกับนายจ้าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้างเกินควร รวมทั้งได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองในส่วนที่เกี่ยวกับพนักงานรับเหมาช่วงแรงงาน ให้มีสวัสดิการเท่าเทียมกับลูกจ้างทั่วไป โดยจะนำเสนอเป็นข้อ ๆ ดังนี้คือ

    1.ดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด ไม่ชำระเงินค่าจ้างหรือหลักประกันตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องถูกปรับโดยเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9

                มาตรา 9 ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี

                2. หลักประกันการทำงาน กำหนดไว้ในมาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างที่เป็นเด็ก

                มาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กให้แก่บุคคลอื่น

                ในกรณีที่นายจ้างจ่ายเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น เป็นการล่วงหน้าก่อนมีการจ้าง ขณะแรกจ้าง หรือก่อนถึงงวดการจ่ายค่าจ้างในแต่ละคราว มิให้ถือว่าเป็นการจ่ายหรือรับค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้น และห้ามมิให้นายจ้างนำเงินหรือประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวมาหักจากค่าจ้างซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กตามกำหนดเวลา

                3. ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากร  ตามมาตรา 11

                มาตรา 11 หนี้ที่เกิดจากเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงินที่ต้องชดใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามมาตรา 135 ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณีมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                4. การจ้างโดยวิธีเหมาค่าแรง ตามมาตรา 11/1

                มาตรา 11/1 ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว  ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

              5. ให้ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ตามมาตรา 14/1

                มาตรา 14/1 สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี                   

                6. ห้ามกระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือนร้อนรำคาญทางเพศ ตามมาตรา 16

                มาตรา 16 ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินคุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง

                 7. การบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17

                มาตรา 17 สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน ทั้งนี้ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้

                8. การแจ้งการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 18

    มาตรา 18 ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือส่งเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างจะแจ้งหรือส่งด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

                9. การกำหนดเวลาทำงานปกติ ตามมาตรา 23

                มาตรา 23 ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนทีเหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง

                ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมงหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างผลงาน

                ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการกระทำแต่ละวันได้ เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง

              10. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานบางประเภท ตามมาตรา 38

                 มาตรา 38 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

                (1) งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์หรือปล่องในภูเขา เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

                 (2) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป

                (3) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

                (4) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

               11. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงาน ตามมาตรา 39 และมาตรา 39/1

     

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1 .. 4  5  6  7  8 .. 14   

  • ความคิดเห็นที่ 180

    อยากทราบข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าเสี่ยงภัย กฎหมายกำหนดไว้อย่างไรบ้าง

    โดยคุณ ธีรยุทธ  (144.5.59.105)     14 มี.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 180

    ติดต่อสอบถามไปยัง คปภ.โดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     20 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 179

    อยากทราบว่าถ้าทำงาน1วันเกิน12-15ชั่วโมง เเต่ได้ค่าเเรงขั้นต่ำ ไม่ได้โอที จะร้องเรียนได้ไหม บริษัทอ้างว่า ให้ช่วยๆกันทั้งที่จริงเเล้ว ต้องเลิกตามเวลาคือ 9 ชั่วโมง โดยไม่มีการตอกบัตร หรือบันทึกเวลา เปนเเบบนี้ทุกวัน อ้างว่ายังไม่ผ่านทดลองงาน ทั้งที่เปนบริษัทใหญ่โต เเต่เเบ่งเปนสาขาย่อย ไม่เเน่ใจว่าเเบบนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทหรือผู้จัดการสาชา ขอคำเเนะนำหน่อยคะ

    โดยคุณ โยธกา ดวงกุศล  (223.204.88.135)     7 มี.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 179

    กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมง และเมื่อรวบรวมเวลาทำงานสัปดาห์หนึ่งเกินกว่า 48 ชั่วโมง โดยที่นายจ้างไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำหรือทดลองงาน ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาจากนายจ้างต่อศาลแรงงานได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     14 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 178

     อยากทราบว่าถ้าบริษัทบังคับให้พนักงานเปลี่ยนจากทำรายวันมาทำเหมาแต่พนักงานไม่ยอมพนักงานมีสิทธิเรียกร้องกับบริษัทได้หรือไม่

    โดยคุณ วรรณนิภา เวียงสิมมา  (223.205.27.175)     6 มี.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 178

    ฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานฐานที่นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     14 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 177

     อยากทราบว่าเชียงใหม่ขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นค่ะหาในเว็บไม่เจอเลยค่ะ  (ทำงานบริษัทเอกชนค่ะ)ช่วยตอบด้วยนะค่ะ  ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    โดยคุณ มอมแมม  (58.9.148.80)     3 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 176

    อยากทราบว่านายจ้างที่มีพนักงานมากกว่าห้าคนขึ้นไปไม่ไปแจ้งสิทธิกับประกันสังคมมี่ความผิดอย่างไรเพราะตอนนี้ลูกจ้างบางคนทำงานเกินกว่าห้าปีแล้วทางนายจ้างยังไม่แจ้งตามกฎหมายมีความอย่างไรคะ

    โดยคุณ กันยารัตน์  (115.67.0.66)     1 มี.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 176

    กรณีดังกล่าวให้สอบถามทางเจ้าพนักงาน สำนักงานประกันสังคมโดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     7 มี.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 175

    ร้อนใจมากครับผมขอสอบถามอะไรบางอย่างครับ คือที่บริบัทผมมีสวัสดิการเงินสะสมโดยหัก5%ของเงินเดือนตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน และกฎระเบีบยการลาออกจากกองทุน ให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย30วันตามกฎระเบียบของบริษัท  หากว่ากฎระเบียบของบริษัทที่ว่าด้วยการลาออกจากการเป็นพนักงานต้องแจ้งล่วงอย่างน้อย30วัน แต่ไม่ระบุหรือกำหนดว่าต้องแจ้งภายในวันใด ผมจึงแจ้งลาออกวันที่13/2/55เพื่อสิ้นสภาพการเป็นพนักงานวันที่13/3/55แต่บริษัทไม่ยอม โดยบังพูดหว่านล้อมแกมบังคับให้ลงวันที่มีผลบังคับเป็น31/3/55 ถ้าหากผมไปทำงานถึงวันที่13/3/55เป็นวันสุดท้าย คือครบ30วันพอดี แต่ยังไม่ถึงวับที่มีผลบังคับให้ออก บริษัทมีสิทธ์ไม่จ่ายเงินสะสมที่เป็นส่วนของผมคืนไหมครับ และมีกฎหมายข้อใดที่ใช้อ้างกับนายจ้างได้บ้างครับ เพราะตามกฎไม่มีรายระเอียดใดๆที่แจ้งว่าหากทำงานไม่ถึงวันที่มีผลบังคับแล้วบริษัทจะไม่จ่ายเงินคืน มีแต่ให้มารับเงินคืนหลังจากใบลาออกมีผลบังคับ30วัน

    โดยคุณ มนตรี   (27.130.139.47)     18 ก.พ. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 174

    ร้อนใจมากครับผมขอสอบถามอะไรบางอย่างครับ คือที่บริบัทผมมีสวัสดิการเงินสะสมโดยหัก5%ของเงินเดือนตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน และกฎระเบีบยการลาออกจากกองทุน ให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย30วันตามกฎระเบียบของบริษัท  หากว่ากฎระเบียบของบริษัทที่ว่าด้วยการลาออกจากการเป็นพนักงานต้องแจ้งล่วงอย่างน้อย30วัน แต่ไม่ระบุหรือกำหนดว่าต้องแจ้งภายในวันใด ผมจึงแจ้งลาออกวันที่13/2/55เพื่อสิ้นสภาพการเป็นพนักงานวันที่13/3/55แต่บริษัทไม่ยอม โดยบังพูดหว่านล้อมแกมบังคับให้ลงวันที่มีผลบังคับเป็น31/3/55 ถ้าหากผมไปทำงานถึงวันที่13/3/55เป็นวันสุดท้าย คือครบ30วันพอดี แต่ยังไม่ถึงวับที่มีผลบังคับให้ออก บริษัทมีสิทธ์ไม่จ่ายเงินสะสมที่เป็นส่วนของผมคืนไหมครับ และมีกฎหมายข้อใดที่ใช้อ้างกับนายจ้างได้บ้างครับ เพราะตามกฎไม่มีรายระเอียดใดๆที่แจ้งว่าหากทำงานไม่ถึงวันที่มีผลบังคับแล้วบริษัทจะไม่จ่ายเงินคืน มีแต่ให้มารับเงินคืนหลังจากใบลาออกมีผลบังคับ30วัน

    โดยคุณ นายมนตรี   (27.130.139.47)     18 ก.พ. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 173

    สอบถามค่ะ   กรณีที่ได้ลาออกจากบริษัทเดิมแล้ว และสมัครเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ โดยที่บริษัทใหม่รับเข้าทำงานถูกต้องตามระบบแต่ยังไม่ได้เซ็นต์สัญญาและเริ่มงานตามกำหนด  แต่นายจ้างเดิมได้แจ้งไปที่บริษัทใหม่ไม่ให้รับเข้าทำงานด้วยเหตุผลส่วนตัวทางธุรกิจ  ทำให้บริษัทใหม่แจ้งว่าไม่สามารถรับเข้าทำงานได้  คนที่ควรรับผิดชอบเรื่องนี้คือใครมีกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างหรือไม่

    โดยคุณ พลอย  (180.183.102.118)     11 ก.พ. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 173

    ลูกจ้างย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาด้วยการลาออกจากการแสดงเจตนาลาออกมีผลนับแต่วันยื่นหนังสือลาออก การที่นายจ้างเดิมแจ้งต่อนายจ้างใหม่ห้ามมิให้รับลูกจ้างเข้าทำงาน ย่อมเป็นการกระทำละเมิดหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานของลูกจ้าง ลูกจ้างสามารถที่จะฟ้องนายจ้างเดิมให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.5)     15 ก.พ. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 172

    กรณีที่ทำงานล่วงเวลาถึง 16 ช.ม. ถือว่าผิดกฏหมายมั้ยคะ

    โดยคุณ nuttaya  (210.213.57.73)     26 ม.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 172

    กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานไม่ได้บังคับว่าลูกจ้างจะทำงานล่วงเวลาไม่เกินกี่ชั่วโมง แต่กำหนดไม่เพียงแต่ว่ากรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่า 20 นาที ก่อนที่ลูกจ้างเริ่มทำงานล่วงเวลานั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     2 ก.พ. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 171

    ดิฉันโดนนายจ้างใส่ร้ายว่าทุจริตว่าจ้างบุคคลที่3ให้มาเป็นพยานใส่ร้ายแต่ไม่ยอมตรวจสอบกล้องวงจรเหตุการณ์แบบนี้เราในฐานะที่เป็นลูกจ้างควรจะทำยังไงค่ะเขาอ้างว่าจะแจ้งความดำเนินคดีเรามีสิทธ์ที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลไหมค่ะ และนายจ้างใส่ร้ายทำให้เราเสื่อมเสียทั้งทางร่างกายและจิตใจโดยกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

    โดยคุณ เดือนเพ็ญ อังฉกรรจ์  (171.99.222.25)     26 ม.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 171

    เมื่อนายจ้างแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้ดำเนินคดีแก่ท่าน หากท่านถูกใส่ความและเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ก็ชอบท่านจะแก้ต่างต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้ไม่ว่าในชั้นสอบสวนหรือพิจารณาของศาล

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     2 ก.พ. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 170

    กรณีเข้าทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งทำมานาเกือบ 2 ปีผลงานก็ดีมาตลอด แล้วแต่ไม่ได้ทำสัญญาว่าจ้างกันไว้เป็นหลักฐานเพราะเป็นญาติกันฝากฝังเข้า  แต่เมื่อถามถึงการจ่ายโบนัสประจำปีว่าทำไมถึงไม่มี เพราะทราบจากในที่ประชุมจากนายจ้างแจ้งด้วยวาจาว่าจะจ่ายโบนัสให้ทุกคน แต่ในความเป็นจริงเขาไม่จ่ายให้ดิฉัน ดิฉันจึงได้โทรไปสอบถามว่าเขาลืมหรือเปล่า เขาตอบว่าไม่ลืม แต่สำหรับตำแหน่งนี้ไม่มี เพราะมี comission แล้ว และจะเป็นนโยบายจ่ายโบนัสต่อไปแต่ก็ไม่ได้แจ้งให้ดิฉันหรือใครๆทราบมาก่อนล่วงหน้า เพิ่งบอกตอนดิฉันโทรไปถาม อย่างนี้เราสามารถเอาผิดนายจ้างได้หรือไม่ค่ะ

    2.และหากทางนายจ้างไม่พอใจขึ้นมากลั่นแกล้งให้เราออก หรือไล่ออกเรามีสิทธิ์ในการเรียกร้องให้จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ ริญ  (61.90.40.54)     25 ม.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 170

    1. การจ่ายโบนัสก็ต้องพิจารณาตามข้อตกลงแห่งสัญญาจ้าง แม้ไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม เพราะสัญญาจ้างสามารถตกลงกันด้วยวาจาก็ได้ หากมีการตกลงจ่ายกัน ก็ต้องฟ้องบังคับนายจ้างต่อศาลแรงงานให้จ่ายต่อไป
    2. การที่นายจ้างเลิกจ้างโโยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำผิด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากการถูกเลิกจ้างนั้น และหากเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ก็สามารถฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกค่าทดแทนเป็นคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมก็ได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     31 ม.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 169

    กรณีปฏิบัติงานกับบริษัทแห่งหนึ่งทำมานาเกือบ 2 ปีแล้วแต่ไม่ได้ทำสัญญาว่าจ้างกันไว้เป็นหลักฐาน

    เพราะเป็นญาติกันฝากฝังเข้า  หากทางนายจ้างไม่ไพอใจขึ้นมากลั่นแกล้งให้เราออก หรือไล่ออก

    เรามีสิทธิ์ในการเรียกร้องให้จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ ริญ  (61.90.40.54)     25 ม.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 168

     ลาออกจากงานโดยแจ้งบริษัทก่อนล่วงหน้าไม่ถึง 30 วัน บริษัทแจ้งว่าจะไม่จ่ายค่าจ้างให้ บริษัททำผิดกฏหมายแรงงานหรือไม่ และสามารถฟ้องร้องได้หรือป่าวคะ

    โดยคุณ รวีวรรณ อรุณสุริยะ  (110.169.240.37)     25 ม.ค. 2555

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 168

    การบอกเลิกสัญญาด้วยการยื่นหนังสือลาออก ย่อมมีผลนับแต่วันที่ลูกจ้างยื่นหนังสือลาออกนั้นแล้ว โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างคำนวณตามวันที่ลูกจ้างได้ทำงานให้แก่นายจ้างนั้น หากนายจ้างไม่จ่ายลูกจ้างมีสิทธิฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างนั้นได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.23)     31 ม.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 167

    กรณีบริษัทแห่งหนึ่งแจ้งหยุดกิจการชั่วคราว แต่ยังมียอดค้างค่าประกันสังคมอยู่  3 เดือน พนักงานที่ถูกเลิกจ้างไปขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานที่กรมแรงงานจะได้รับเงินชดเชยการว่างงานหรือเปล่าคะ

    โดยคุณ นงลักษณ์  (118.172.199.9)     16 ม.ค. 2555

  • ความคิดเห็นที่ 166

    กรณีรับตำแหน่งชุปเปอร์ไวท์เซอร์(เดิม) ตอนนี้โดนปรับลดตำแหน่งเป็นพนักงานปกติและให้ไปล้างห้องน้ำด้วย แต่อัตราเงินเดือนยังเท่าเดิม ไม่ทราบว่าต่อไปทางบริษัทสามารถลดเงินเดือนของเราได้หรือไม่ และถือว่าเป็นกลั่นแกล้งหรือไม่

    โดยคุณ Ampai hunpho@gmail.com  (115.67.78.116)     15 ธ.ค. 2554

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 166

    กรณีรับตำแหน่งชุปเปอร์ไวท์เซอร์(เดิม)ตอนนี้โดนปรับลดตำแหน่งเป็นพนักงานปกติและให้ล้างห้องน้ำด้วย แต่อัตราเงินเดือนยังเท่าเดิม ไม่ทราบว่าต่อไปทางบริษัทสามารถลดเงินเดือนของเราได้หรือไม่และถือวาเป็นการกั่นแกล้งด้วยหรือไม่

    โดยคุณ Ampai hunpho@gmail.com  (115.67.78.116)     15 ธ.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 165

    สวัสดีค่ะ  ดิฉันเป็นแค่พนักงานระดับปฏิบัติการบริษัทแห่งหนึ่งบริษัทกำหนดให้หยุดปีใหม่ตั้งแต่ 24 ธฺค-3 มค 55 ถ้าเขียนใบลาออกล่วงหน้าและลงวันออกเป็นวันที่3 ดิฉันมีสิท์ได้รับเงินในวันหยุดนี้ และค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามกฎหมายหรือไม่  (ดิฉันเป็นพนักงานประจำ รับเงินเดือน วันตัดงวดคือ 21-20ของเดือนค่ะ)อยากทราบค่ะเพราะบริษัทนี้คิดว่าพนักงานไม่รู้กฎหมายแรงงานถ้าเราไม่ดำเนินการหรือมีข้อโต้แย้งเราก็ไม่ได้อะไรค่ะ

    โดยคุณ ทิษฏยา  (180.183.91.72)     14 ธ.ค. 2554

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 165

    นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณีและวันหยุดพักผ่อนประจำปี เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 56

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.1)     19 ธ.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 164

    หจก. ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดโดยกำหนดว่าให้พนักงานหยุดได้ 2 วัน วันไหนก็ได้ ไม่มีโอที

    ไม่มีวันหยุด นคตฤกษ์ สามารถร้องขอให้กรมแรงงานเข้ามาตรวจได้ไหมคะ

    โดยคุณ ตะวัน  (61.19.65.230)     7 ธ.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 163

    สัญญาห้ามทำงาน กับบริษัทคู่แข่งหรือ ธุรกิจแบบเดียว ภายในเวลา 2 ปี ขัดกฎหมาย รัฐธรรมนูญมาตรา 43 หรือไม่ และเซ็นไปแล้ว ถ้าต้องลาออกหรือถูกให้ออกจากงาน จะต้องทำอย่างไรเพราะงานที่ทำเป็นวิชาชีพ ถ้าทำตามเงื่อนไข แล้วจะทำอะไรเพื่อเลี้ยงชีพ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 

    โดยคุณ สิริลัก ด่านคชาธาร  (125.24.186.121)     26 พ.ย. 2554

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 163

    ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 มาตรา 5 ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.10)     2 ธ.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 162

    กรณีลูกจ้างได้ลาไปเรียนโดยให้หักเงินค่าจ้างตามเวลาที่ไปเรียน หรือตามเวลาที่ไม่เข้าออฟฟิส

    เมื่อต้องจ้างออกการจ่ายงินชดเชยนั้นจ่ายในอัตราเงินเดือนเดิม หรือจ่ายในอัตราที่เขาได้รับจริง

    ซึ่งเป็นอัตราที่หักเงินที่เขาไม่เข้ามาทำงาน

    ขอบคุณมากค่ะ

    โดยคุณ patsara  (115.87.76.8)     10 พ.ย. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 161

     โรงงานสั่งหยุดเพราะนํ้าท่วมแต่ไม่ได้เข้าตัวโรงงาน

    โรงงานจ่ายค่าแรงเฉพาะพนักงานรายเดือนและรายวันที่อายุงานครบ1ปีส่วนพนักงานที่่ทดลองงานและพนักงานที่่อายุงานไม่ถึง1ปีโรงงานไม่ยอมจ่าย อยากรู้ว่าฟ้องกรมแรงงานได้ไหม

    โดยคุณ ปลา  (58.9.198.223)     2 พ.ย. 2554

  •  1 .. 4  5  6  7  8 .. 14   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด