X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
960

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่คุณศุภานัน 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

938

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรม เกี่ยวกับการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน และยังสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท/หลักสูตรสำหรับพนักงานบริษัทในการเอาตัวรอดจากการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม สนใจโทร.02-9485700 (คุณศุภานัน)

อ่านต่อได้ที่นี่

1986

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ โทร. 081-625-2161 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

233

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

  • กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

    กฎหมายแรงงานใหม่เข้าข้างลูกจ้างเต็มที่

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำกฎหมายแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 ซึ่งได้มีการกำหนดการคุ้มครองแรงงานที่น่าสนใจหลายประการและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อลูกจ้าง สามารถนำกฎหมายนี้ไปอ้างกับนายจ้างในกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกบังคับให้ทำสัญญาหรือถูกคุกคามทางเพศ หรือยึดเงินประกัน หรือเรียกหลักประกัน รวมทั้งการขอใช้อำนาจศาลแรงงานในการบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาการว่าจ้างที่ลูกจ้างทำกับนายจ้าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เอาเปรียบลูกจ้างเกินควร รวมทั้งได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองในส่วนที่เกี่ยวกับพนักงานรับเหมาช่วงแรงงาน ให้มีสวัสดิการเท่าเทียมกับลูกจ้างทั่วไป โดยจะนำเสนอเป็นข้อ ๆ ดังนี้คือ

    1.ดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด ไม่ชำระเงินค่าจ้างหรือหลักประกันตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างต้องถูกปรับโดยเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9

                มาตรา 9 ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี

                2. หลักประกันการทำงาน กำหนดไว้ในมาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างที่เป็นเด็ก

                มาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กให้แก่บุคคลอื่น

                ในกรณีที่นายจ้างจ่ายเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น เป็นการล่วงหน้าก่อนมีการจ้าง ขณะแรกจ้าง หรือก่อนถึงงวดการจ่ายค่าจ้างในแต่ละคราว มิให้ถือว่าเป็นการจ่ายหรือรับค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้น และห้ามมิให้นายจ้างนำเงินหรือประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวมาหักจากค่าจ้างซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กตามกำหนดเวลา

                3. ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากร  ตามมาตรา 11

                มาตรา 11 หนี้ที่เกิดจากเงินที่นายจ้างต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเงินที่ต้องชดใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามมาตรา 135 ให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณีมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                4. การจ้างโดยวิธีเหมาค่าแรง ตามมาตรา 11/1

                มาตรา 11/1 ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว  ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

              5. ให้ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ตามมาตรา 14/1

                มาตรา 14/1 สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี                   

                6. ห้ามกระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือนร้อนรำคาญทางเพศ ตามมาตรา 16

                มาตรา 16 ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินคุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง

                 7. การบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17

                มาตรา 17 สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน ทั้งนี้ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้

                8. การแจ้งการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 18

    มาตรา 18 ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือส่งเอกสารต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างจะแจ้งหรือส่งด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

                9. การกำหนดเวลาทำงานปกติ ตามมาตรา 23

                มาตรา 23 ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนทีเหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง

                ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมงหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างผลงาน

                ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการกระทำแต่ละวันได้ เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง

              10. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานบางประเภท ตามมาตรา 38

                 มาตรา 38 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

                (1) งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์หรือปล่องในภูเขา เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

                 (2) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป

                (3) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่สภาพของการทำงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง

                (4) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

               11. การห้ามมิให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงาน ตามมาตรา 39 และมาตรา 39/1

     

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 6   

  • ความคิดเห็นที่ 106

    ถ้าเราไม่มาทำงานในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของเรา โรงงานสามารถให้ใบเตือนได้หรือเปล่าโดยไม่มีการทำสัญญาอะไรทั้งสิ้น ตอบหน่อยคะ

    โดยคุณ nung  (113.53.255.138)     30 ส.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 106

    การที่นายจ้างต้องการให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย ท่านมีสิทธิไม่ทำก็ได้ หากเป็นนโยบายที่นายจ้างขอความร่วมมือกับลูกจ้างถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.0)     8 ก.ย. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 105

    ผมทำงานมา 2ปี เข้าตอนแรกไม่มีการหักมาทำงานสาย พอไปได้สักระยะหนึ่ง สายได้3วัน วันที่4หัก100บาท วันที่2 200 บาท วันที่ 3 400บาท วันที่4 800บาท ทวีคูณไปเรื่อยๆ สามารถทำได้หรือไม่ครับ แล้วกฎหมายแรงงานมาทำงานสาย1ชั่งโมง หักได้ครึ่งวันเลยหรือครับ รบกวนช่วยตอบหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ

    โดยคุณ เจ  (183.89.96.228)     7 ส.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 105

    เป็นเงื่อนไขที่ตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และถือว่าเป็นการหักเกินเหตุ แต่หากไม่อยากให้มีปัญหาก็ไม่ควรมาสาย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.0)     8 ก.ย. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 104

    ผมได้ถุกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและเกินสัญญาจ้างมาแล้ว1เดือน แต่ตอนนี้ผมไปฟ้องที่สาลปกครองแล้ว จนท.ให้คำปรึกษาบอกว่าจะต้องเสีย เงิน 2เปร์เซนต์ อยากทราบว่าต้องก่อนเลอครับ ช่วยตอบมาที่เมลืของผมด้วยนะครับ อยากทราบ เบอติดต่อผม 0801734755

    โดยคุณ เศรษฐา ดู่หมื่นไวย  (180.180.26.162)     17 ก.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 103

    ดิฉันเริ่มงานวันที่ 8 ตกลงกับเจ้าของร้านว่าลองงาน 1 เดือน วันนี้ครบเดือนพอดีแต่เจ้าของร้านยังไม่ให้เงินเดือน สวัสดิการอะไรไม่มีให้ ค่าแรงวันละ 200 บาท ทำงานตั้งแต่ 11.00 - 21.00 น. เราสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ ควรทำหรือไม่ควรทำต่อ

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    โดยคุณ มุก  (61.90.19.19)     9 ก.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 102

    ทำงานบริษัทมา 3 ปีเเล้วตอนที่สมัครนายจ้างบอกว่ารอทดลองงาน  3 เดือนเเต่ตอนนี้ผ่านมา 3 ปีเเล้วยังเป็นพนักงานรายวันอยู่เเละค่าเเรงก็ไม่เคยขึ้นให้สักทีเเบบนี้เราสามารถฟ้องได้หรือเปล่าคะ

    โดยคุณ ใบตย  (125.25.103.30)     8 ก.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 101

    ดิฉันทำงานโรงแรมในเกาะสมุย ทางโรงแรมได้ประกาศว่าเงินเดือนจะออกทุกวันที่ 5 ของเดือน ส่วน service charge จะออกทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดไป แต่พอถึงกำหนดไม่ออกตามที่สัญญากันไว้และก็ค้างค่า service มา 5 เดือนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจ่ายให้ตอนไหนทางโรงแรมก็อ้างว่าเสรฐกิจไม่ดี มาถึงวันนี้ 01/07/10 เงินเดือนก็ไม่จ่ายให้พนักงานอีก ดิฉันในฐานะพนักงานคนหนึ่งจะมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะเพราะมันไม่ยุทติธรรมกับพนักงานเลย ส่วนการลาป่วยก็ไม่ให้พนักงานลาถ้าพนักงานลาก็หักเงินเดือนอีกอย่างนี้มันไมเป็นธรรมเลยนะค่ะอยากให้สวัสดิการสังคมคุ้มครองกรมแรงงานเข้ามาดูแลและตรวจสอบให้ได้ไหมค่ะ

    โดยคุณ ลักษณ์คณา ศุทธิจำนง  (202.47.239.222)     1 ก.ค. 2553

  •  1  2  3 .. 6   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด