คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา

  •                                                                 คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา

     

                    วันนี้มีข่าวการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบริเวณสะพานลอยข้ามแยกพุทธมณฑลสาย 1  มีผู้เสียชีวิต 3  ศพ  โดยทั้งสามคนนั้นยังเป็นเด็กมีอายุแค่  16  ปี    ส่วนผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นคนขับแท็กซี่  อ้างว่าผู้ตายทั้งสามคนขับรถจักรยานยนต์แล้วเบรกกะทันหันทำให้ตนไม่สามารถหยุดรถได้ทันจึงทำให้เกิดการชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง 

                    ทนายคลายทุกข์ขอเสนอข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ดังนี้ครับ

    1.  แท็กซี่ต้องรับผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ตาม ป.อ.มาตรา  291  ม๊โทษจำคุกไม่เกิน  10  ปี 

    2.  ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดต่อทายาทผู้ตาย  ได้แก่  ราคาทรัพย์สินที่เสียหาย (ป.พ.พ.มาตรา  438)  ค่าปลงศพ  (ป.พ.พ.มาตรา 443)  ค่าขาดไร้อุปการะ  (ป.พ.พ.มาตรา  443 ว.3)   

    3.  และคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม .ป.วิ.อ.มาตรา 40   หากพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องแล้วทายาทของผู้ตายซึ่งถือว่าเป็นผู้เสียหาย  สามารถยื่นคำร้องเข้าไปในคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนได้เลยตาม ป.วิ.อ.มาตรา  44/1  โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่

     

    ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

    ประมวลกฎหมายอาญา

                    มาตรา  291  ผู้ใดกระทำโดยประมาท  และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

     

    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                    มาตรา  438  ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

                    อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

                    มาตรา  443  ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ อีกด้วย

                    ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย

                    ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้น ทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

     

    ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                    มาตรา  40  การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

                    มาตรา  44/1  ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกายชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้

                    การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี และให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้นยังขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขคำร้องให้ชัดเจนก็ได้

                    คำร้องตามวรรคหนึ่งจะมีคำขอประการอื่นที่มิใช่คำขอบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีอาญามิได้ และต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำฟ้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และในกรณีที่พนักงานอัยการได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๔๓ แล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้

                     

     

    เนื้อหาข่าวจากเดลินิวส์เดลินิวส์ออนไลน์

    เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้(19 เม.ย.) พ.ต.ท.สุรพล ล้วนประเสริฐ พงส.สบ 3 สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเแยวชนกันบนสะพานลอยข้ามแยกพุทธมณฑลสาย 1 ตัดถนนบรมราชชนนี แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่ในช่องทางซ้ายสุดของสะพานลอยฝั่งมุ่งหน้าถนนสวนผัก เจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบศพนายสุทัศน์ จุ้ยเปรม อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/66 หมู่ 4 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ สภาพศพนอนตะแคงซ้ายจมกองเลือด ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงินเข้ม มีบาดแผลภลอกตามร่างกายหลายแห่ง ห่างไปประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ฐ-9199 กทม.จอดอยู่ในช่องทางเดียวกันในสภาพกันชนหน้าพังยับเยิน กระโปรงหน้ายุบ กระจกหน้าด้านซ้ายมีรอยแตกร้าว

    ห่างจากรถแท็กซี่ไปทางด้านหน้าประมาณ 10 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ โดยมีศพนายณภัทร ดวงงาม อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 294/4 ซอยสวนผัก 23 ถนนสวนผัก แขวงและเขตตลิ่งชัน อยู่ในสภาพสวมเสื้อโปโลสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้าทับจยย.คันดังกล่าวอยู่ ตามร่างกายมีบาดเป็นแผลรอยถลอกหลายแห่ง นอกจากนี้บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 ก่อนถึงจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ยังพบศพนายอิสรพงษ์ มีศิริ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 2 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สภาพนอนคว่ำหน้าจอมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขาสั้น สภาพศพศีรษะแตก แขนขาหัก

     

    จากการสอบสวนนายคชรัตน์ นันทเสน อายุ 26 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่คันดังกล่าว เบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาบนถนนบรมราชชนนีจากย่านตลิ่งชัน จากนั้นก็ได้เลี้ยงซ้ายเข้ามาในถนนพุทธมณฑลสาย 1 เพื่อจะกลับรถมาขึ้นสะพานข้ามแยกกลับไปอีกฝั่ง แล้วจะมุ่งหน้าไปปิ่นเกล้า โดยก่อนที่จะจุดกลับรถนั้น กลุ่มผู้ตายก็ได้ขี่รถจยย.ทั้ง 2 คัน แซงหน้ารถแท็กซี่ของตนไปแล้วเลี้ยวกลับรถมาขึ้นสะพาน ตนก็ขับตามหลังมาตามปกติ โดยเห็นทั้ง 2 คันตะโกนคุยกันไปมาอยู่ตลอด

     

    นายคชรัตน์ ให้การต่อว่า เมื่อตนขับรถขึ้นสะพานมาได้นิดเดียว รถจยย.ทั้งสองคันก็เบรคกระทันหันเพื่อจอดคุยกัน ทำให้ตนเบรคไม่ทัน เพราะห่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เลยชนท้ายทั้งสองคันอย่างจัง จนทั้งหมดล้มคว่ำไถลไปบนสะพาน ตอนแรกเห็นเพียงแค่ 2 ศพ ไม่รู้ว่ามีคนตกจากสะพานไปตายข้างล่างด้วยอีกศพ เพราะตกใจทำอะไรไม่ถูก พอลงมาจากรถจึงว่ามีคนตกลงไปตายอีกคน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตกับนายคชรัตน์ ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวประกอบการวิเคราะห์ข้อกฎหมายจากเดลินิวส์ออนไลน์

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 2

    น่าจะพิสูจน์น๊ะว่าตนไม่ได้ประมาทเพราะถ้าเดกหยุดรถกระทันหันจะเบรกทันได้งัย มันมีฎีกาอยู่น๊ะเรื่องนี้

    โดยคุณ 1111     

  • ความคิดเห็นที่ 1

    บางครั้งเด็กก็ไม่ได้ถูกเสมอไป เด็กเดี๋ยวนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ คนที่ทำมาหากินสุจริต ต้องเสียอนาคต เพราะเด็กที่ใช้สมองผิดๆ น่าเห็นใจ ถ้าเค้าไม่ผิด อยากให้มีกฎหมายลงโทษผุ้ปกครอง ที่ดีกว่าทุกวันนี้ หรือไม่ก็ให้ผู้ปกครองติดคุกแทนเป็นเวลามากกว่า 1 ปี ห้ามทั้งจำทั้งปรับ ติดคุกอย่างเดียว แล้วให้เด็กพวกนั้นรับรู้ถึงความ รู้สึกผู้ปกครองตัวเองดูบ้างว่าเป็นไง นี่แหละสังคมไทย เมืองพุทธ ไม่มีกรอบ ไม่มีขอบเขตที่แน่นอน กฎหมายไม่บังคับใช้อย่างได้ผล

    โดยคุณ คนไม่ได้ผิดกลับเป็นคนผิด     

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด