งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
ตำรวจฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่
10 ตุลาคม 2546 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายนายเชิดศักดิ์ มีชัย
ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจวันที่
26 พฤศจิกายน 2546 จำเลยทั้งสองเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่มีการออกหมายจับ
พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
จำเลยทั้งสองไม่ถูกควบคุมตัวโดยรับการปล่อยชั่วคราวตลอดมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตา
295 , 83 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1974/2546
ของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว
เห็นว่า เป็นการจับจำเลยทั้งสองในวันเดียวกันกับที่จำเลยทั้งสองเข้ามอบตัว
โจทก์ฟ้องคดีหลังจากจำเลยทั้งสองเข้ามอบตัวเกินสี่สิบแปดชั่วโมง
โดยไม่มีการผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตให้ฟ้องคดีจากอัยการสูงสุด จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์และฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษาว่า
การจับบุคคลใดจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล
หรือผู้นั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า
หรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นให้จับได้โดยไม่มีหมายจับตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 237
การที่จำเลยทั้งสองถูกเรียก
หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเองหรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าเจ้าพนักงานเป็นผู้ต้องหาและมีการแจ้งข้อหาให้ทราบตาม
ป.วิ.อ.มาตรา 134 (เดิม)
ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น
ประกอบ พ.ร.บ.
ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดฯ
มาตรา 3 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ าตรา 4
ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองถูกจับเพราะยังไม่มีหมายจับหรือคำสั่งของศาล
และไม่เข้าข้อยกเว้นตามบทบัญญัติดังกล่าว
เมื่อจำเลยทั้งสองยังไม่ถูกจับจึงไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของพนักงานสอบสวน
แม้พนักงานสอบสวนปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองก็เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ
มิอาจถือได้ว่าเป็นการจับโดยปริยาย และไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 7 และมาตรา 9 แห่ง
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ
ที่โจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายในกำหนดเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่จำเลยทั้งสองถูกจับ
ผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตให้ฟ้องคดีจากอัยการสูงสุด พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้อง
และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาต่อไป (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5244/2549)