X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดีเช่าซื้อ 02-948-5700

  • ฎีกาที่น่าสนใจ

    ฎีกาที่สำคัญเกี่ยวกับคดีเช่าซื้อรถยนต์

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีเช่าซื้อรถยนต์ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้เช่าซื้อและผู้เช่าซื้อจะได้รู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง โดยผลของสัญญา หรือโดยผลของกฎหมาย

    ฎีกาที่ 356/2548

    • เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิที่จะริบเงินค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อชำระมาแล้วก่อนเลิกสัญญา และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ แต่ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 574
    • การกำหนดค่าเสียหายล่วงหน้ากรณีตกลงจะชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาจนครบถ้วนแก่ผู้ให้เช่าซื้อจนถึงวันที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับรถยนต์คืน หรือวันบอกเลิกสัญญา มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลชอบที่จะลดลงได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 383 วรรคแรก

    ฎีกา 8011/2548

    • คู่สัญญาลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อไม่ครบถ้วน เพียงแห่งเดียวก็มีผลเป็นสัญญาเช่าซื้อที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องลงลายมือชื่อในเอกสารทุกแผ่น

    ฎีกา 991/2548

    • สัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง ผู้ให้เช่าให้คำมั่นจะขายทรัพย์ที่เช่าเมื่อครบสัญญาเช่าผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หากมิได้ผิดข้อตกลงหรือเงื่อนไข
    • กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่ายังไม่ตกเป็นของผู้เช่าทันที
    • สัญญาลักษณะนี้จึงมิใช่สัญญาเช่าซื้อ
    • สัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อย่อมโอนไปยังผู้เช่าซื้อทันที
    • สัญญาเช่าแบบลีสซิ่งจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

    ฎีกา 4108/2540

    • สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 572 วรรคสอง

    กรรมการโจทก์ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อไม่ครบถ้วนสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นโมฆะ

    ฎีกา 1703/2536

    • ผู้เช่าซื้อเลิกสัญญาด้วยการนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ โดยไม่ได้ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์หรือถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือผิดสัญญา
    • คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391
    • แม้ผู้เช่าซื้อค้างค่างวดอยู่ 3 งวดก่อนสัญญาเลิกกัน ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิเลิกค่างวดที่ค้างชำระ

    ฎีกา 2019/2531

    • สัญญาเช่าซื้อเลิกกันโดยไม่มีการผิดสัญญา แต่ผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญาเพราะไม่จัดการแก้ไขให้ทรัพย์ผู้ให้เช่าซื้ออยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา ตาม ป.พ.พ.มาตรา 387 ได้
    • ผู้ให้เช่าซื้อต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อที่ได้รับจากผู้เช่าซื้อทั้งหมด
    • ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิได้รับค่าเช่าในระหว่างที่ผู้เช่าซื้อครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าซื้ออยู่
    • ก่อนคืนเงินค่าเช่าซื้อจึงต้องหักค่าเช่าออกจากจำนวนค่าเช่าซื้อที่ต้องคืน

    ฎีกา 3149/2530

    • ผู้เช่าซื้อจะเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อไรก็ได้แต่ต้องส่งมอบรถยนต์คืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อ
    • ถ้ายังไม่คืนรถ ถึงแม้จะบอกเลิกสัญญาก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 573

    ฎีกา 356/2548

    • เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ศาลอาจพิจารณากำหนดค่าเสียหายส่วนที่ขาดทุนเท่ากับค่างวดที่ค้างชำระก็ได้ ศาลจะลดลงก็ได้ ถ้ามองว่าสูงเกินไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคแรก

    ฎีกา 1496/2548

    • การกำหนดเกี่ยวกับค่าเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อจะเรียกจากผู้เช่าซื้อ เช่น เลิกสัญญาแล้วต้องชำระค่าเสียหายเท่ากับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ถึงแม้จะแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมายก็ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ไม่เป็นโมฆะ ตามมาตรา 151 ใช้บังคับได้ แต่ถ้าสูงเกินไปถือเป็นเบี้ยปรับ ตามมาตรา 379

    ฎีกา 2677/2547

    • เลิกสัญญาเช่าซื้อต้องให้เวลาผู้เช่าซื้อตามสมควร เช่น 1 เดือนเป็นต้น ถ้าไม่ให้เวลายังไม่ถือว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดผิดสัญญา
    • แม้จะมีข้อความว่าผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ทันที ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และไม่มีสิทธิยึดรถด้วย
    • ถ้าไปยึดรถคืนโดยไม่มีสิทธิถือว่าผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญา
    • ผู้ให้เช่าซื้อรับเงินค่าเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อซึ่งชำระไม่ตรงเวลาและไม่ได้เรียกร้องค่าปรับหรือค่าเสียหายถึงแม้จะจ่ายไม่ตรง ไม่ถือว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิคิดค่าปรับในกรณีชำระหนี้ล่าช้าจากผู้เช่าซื้อ

    ฎีกา 3842/2526

    • สัญญาระบุผิดนัดงวดเดียว บอกเลิกสัญญาได้ ใช้บังคับได้

    ฎีกา 1195/2511 (ประชุมใหญ่)

    • เลิกสัญญาเช่าซื้อ , เรียกค่าสินไหมทดแทนได้เช่น ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองทรัพย์ตามมาตรา 391 วรรค 3 เท่านั้น และ ถ้าคืนรถผู้เช่าซื้อรับผิดเฉพาะค่าเสียหายที่เกิดจากการใช้ทรัพย์โดยมิชอบเท่านั้น
    • ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ

    ฎีกา 3668/2532

    - ค่าขาดประโยชน์จากการที่ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ใช้รถนั้นไม่ถือว่าเป็นหนี้ที่ค้างชำระ ผู้เช่าซื้อจึงไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยตามสัญญา ถึงแม้จะกำหนดดอกเบี้ยไว้ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

    ฎีกา 7812/2540

    • ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาเพิกเฉยไม่ยอมส่งมอบรถคืน ทำให้ผู้ให้เช่าซื้อขาดประโยชน์ที่จะใช้รถ ผู้เช่าซื้อจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ให้เช่าซื้อ

    ฎีกา 6184/2547

    • เมื่อเลิกสัญญาเช่าซื้อคู่สัญญาไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป ผู้ให้เช่าซื้อคงเรียกได้เฉพาะค่าเสียหายอันเนื่องมาจากผู้เช่าซื้อผิดสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น
    • ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่สามารถจะไปเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ก่อนเลิกสัญญาได้

    ฎีกา 210/2545

    - คำพิพากษาที่ให้ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อผู้เช่าซื้อจะต้องส่งมอบรถในสภาพที่ใช้การได้ดี ถ้ารถไม่มีทะเบียนไม่ทราบว่าเป็นคันเดียวกับที่ศาลพิพากษาหรือไม่ หรือไม่ดูแลรักษาผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นโจทก์ไม่ยอมรับรถยนต์ โดยอ้างว่าผู้เช่าซื้อปฏิบัติชำระหนี้ไม่ถูกต้องตรงตามคำพิพากษาและไม่อยู่ในสภาพใช้การได้ดี จึงมีเหตุผลและเป็นการกระทำโดยชอบแล้ว

    ฎีกา3744/2526

    - เรียกค่าเสียหายจากการใช้รถยนต์บุบสลายมีอายุความ 6 เดือน ป.พ.พ. มาตรา 563

    ฎีกา 2576/2546

    - เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถหลังสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ใช้อายุความทั่วไป 10 ปี

    ฎีกา 3358/2530

    - คดีเช่าซื้อไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยตรง เรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระใช้อายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. 193/33 (6)

    ฎีกา 1643/2546

    - ฟ้องให้ชำระส่วนที่ขาดทุนโดยมิได้เรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ อายุความ 10 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/30

    ฎีกา 2171/2536

    - ผู้เช่าซื้อไม่คืนรถ ผู้ให้เช่าซื้อจึงชอบที่จะติดตามเอารถคืนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ไม่มีอายุความ

    ฎีกา 728/2529

    - รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย ผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นจนครบ เพราะถือว่าเป็นการฟ้องขอให้ชำระราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อจนครบตามสัญญา กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

    ฎีกา 359/2509

    - ผู้ค้ำประกัน 2 คน ผู้ค้ำประกันคนหนึ่งชำระหนี้แทนผู้เช่าซื้อแล้วรับช่วงสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อไล่เบี้ยผู้ค้ำประกันอีกคนหนึ่งได้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 229 (3) , 296

    ฎีกา 7812/2540

    - เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามสัญญา เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เพียงในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคแรก

    ฎีกา 1713/2546

    - ถึงแม้ในสัญญาเช่าซื้อระบุให้คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อมีการผิดนัด เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกแล้ว นำมาใช้ไม่ได้ เรียกดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามมาตรา 224

    ฎีกา 679/2540

    - ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมายที่เช่าซื้อให้ผู้เช่าซื้อได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ หากทรัพย์สินที่เช่าซื้อดังกล่าวถูกเจ้าพนักงานยึดไปโดยสงสัยว่าจะเป็นทรัพย์สินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ให้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องรีบแจ้งเรื่องดังกล่าวแก่ผู้ให้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องรีบดำเนินการแสดงหลักฐานต่าง ๆ ต่อเจ้าพนักงานเพื่อขอริบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนจากเจ้าพนักงาน แล้วส่งมอบให้แก่ผู้เช่าซื้อโดยเร็ว มิฉะนั้น ถือว่าผู้ให้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ แก่ผู้เช่าซื้อ

    ฎีกา 15/2522

    - นำรถที่เช่าซื้อบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14/31 รถใช้กระทำความผิดต้องริบ ตาม ป.อ. มาตรา 35

    ฎีกา 1346/2529

    - ผู้ให้เช่าซื้อเพิกเฉยไม่บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถที่ใช้ในการกระทำความผิด หลังเกิดเหตุนานถึงสี่ปีเศษ แสดงว่ามีเจตนาจะได้รับค่าเช่าซื้อเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่มีสิทธิขอคืนของกลาง

    ฎีกา 3720/2525

    - ถ้าผู้ให้เช่าซื้อมิได้รู้เห็นเป็นใจในการนำรถไปใช้ในการกระทำความผิดของคืนได้

    ฎีกา 3242/2531

    - รถถูกกรมศุลกากรมีคำสั่งให้ริบโดยไม่มีการฟ้องคดี จะมาขอให้ศาลคืนโดยอาศัย ป.อ. มาตรา 36 ไม่ได้

    ฎีกา 1865/2533

    • รถที่เช่าซื้อถูกยึดแต่ผู้ให้เช่าซื้อไม่บอกเลิกสัญญา แต่มาขอคืนของกลางถือว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้กระทำความผิดเชื่อว่ารู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดขอคืนไม่ได้

     

    การพิสูจน์ความเสียหายในคดีเช่าซื้อ

    1. ในชั้นศาลต้องสืบให้ชัดเจน
    2. ค่าใช้ทรัพย์ค่าขาดประโยชน์ต้องมีพยานบุคคลที่เคยเช่ารถจากผู้อื่นหรือบุคคลมาขอเช่ารถยนต์มาเบิกความต่อศาลยืนยันเกี่ยวกับเรื่องค่าเช่า
    3. ค่าติดตามยึดรถยนต์ต้องมีหลักฐานการชำระเงินค่ายึดรถและผู้ยึดรถต้องมาเบิกความต่อศาล
    4. ความชำรุดบกพร่องหรือความเสียหายในตัวรถจะต้องมีภาพถ่ายที่เห็นชัดเจนมาส่งศาล บิลค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนอะไหล่และต้องมีช่างมาเบิกความต่อศาล
    5. การลากจูงรถยนต์ที่เช่าซื้อเนื่องจากใช้การไม่ได้ต้องมีใบเสร็จค่าลากจูงมาส่งศาล

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4   

  • ความคิดเห็นที่ 61

    พอดีพี่สาวผมไปออกรถให้แฟนผมแต่ตอนนี้เลิกกันแล้วรถก็ยังเป็นชื้อพี่สาวผมจะเอารถอื่นจะต้องทำไงบ้างคับ

     

    โดยคุณ   (49.230.175.111)     7 พ.ค. 2558

  •  1  2  3  4   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด