X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดียาเสพติด- กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า-ปรึกษา โทร.081-9125833, 02-9485700

  • กฎหมายยาเสพติดใหม่

    กฎหมายยาเสพติดใหม่

     

    ฟังคลิปเสียงคำแนะนำผู้ต้องหาในคดียาเสพติด/ยาบ้า/ยาไอซ์ ได้  โดยคลิก http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=4982  

    วันนี้ทีมงานทนายคลายทุกข์  ได้สัมภาษณ์คุณชาติชาย  สุทธิกรม  ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  สำนักงาน ป.ป.ส.  เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รายละเอียดกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

     

    ฉบับที่ 1 พรบ.ยาเสพติดให้โทษ  กม.ฉบับนี้คือกม.ที่บอกว่า  สิ่งใดบ้างเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย  โทษเป็นอย่างไร  เช่น  เฮโรอีน  ยาบ้า  เหล่านี้  กฎหมายกำหนดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 1  โทษสูงมาก  สูงสุดถึงประหารชีวิต  กัญชา  เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5  โทษอยู่ในอันดับที่ต่ำลงมา 

     

                ฉบับที่ 2  คือ พรบ.วัตถุที่ออกฤทธิ์กับจิตประสาท   กม.ฉบับนี้จะกำหนดว่า  วัตถุที่ออกฤทธิ์กับจิตประสาททั้งที่ขายได้  ในร้านขายยาและที่ขายไม่ได้มีอะไรบ้าง โทษของการฝ่าฝืนเป็นอย่างไร    ทั้งหมดจะเป็นกม. 2 ฉบับในเรื่องเกี่ยวกับตัวยาเสพติด 

     

    ฉบับที่ 3  เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ส.  คือพรบ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519  ฉบับนี้เหมือนกับต้นกำเนิดของสำนักงาน ป.ป.ส.    เป็นกม.ที่ให้อำนาจกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.  เป็นอำนาจพิเศษในการสืบสวนสอบสวน  ตรวจค้นรวมถึงจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

     

    ฉบับที่ 4  พรบ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534   กม.ฉบับนี้จะเน้นไปที่ บทบัญญัติที่ความผิดฐานสมคบและความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักร   จุดมุ่งหมายของการกำหนดฐานความผิดนี้ก็เพื่อจะให้มีมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดรายใหญ่หรือตัวนายทุน   ขณะเดียวกันกม.ฉบับนี้  บทบัญญัติเกี่ยวกับการยึดและอายัดทรัพย์สิน  ซึ่งให้อำนาจเลขาธิการ ป.ป.ส.และคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน  ในการจะยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด  ในคดียาเสพติด  ขบวนการยึดทรัพย์สิน  ก็จะดำเนินการไปในชั้นเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะยื่นต่อพนักงานอัยการ  ขอให้ริบทรัพย์สิน  ผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดต้องชี้แจงและนำสืบให้ได้ว่า  ทรัพย์สินไม่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือไม่ได้ร่ำรวยมาจากการค้ายาเสพติด  ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้  กม.ก็สามารถให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์สิน  ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 

     

    ฉบับที่ 5  พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  พ.ศ. 2542  กม.ฉบับนี้ออกมาเพื่อจะแก้จุดอ่อนของการริบทรัพย์สินตาม พรบ.มาตรการในการาปรามปราบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด  เนื่องจาก  พรบ.ฉบับนั้น  การริบทรัพย์สินผูกติดไปกับคดีอาญา  ถ้าหากคดีอาญาศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง  ทรัพย์สินทั้งหลายแม้จะเชื่อได้ว่ามาจากการค้ายาเสพติดก็ตาม  ก็จะถูกคืนทั้งสิ้น 

     

    ขณะเดียวกัน  พรบ.ป้องกันปละปราบปรามการฟอกเงินนี้  มีวิธีการริบทรัพย์สินที่แตกต่างไปจากจดหมายฉบับก่อน  คือเป็นการริบทรัพย์ทางแพ่ง  จะไม่ผูกติดกับคดีอาญา  ที่เริ่มต้นมาด้วยกัน  โดยเจ้าของทรัพย์สินต้องพิสูจน์ได้ว่าเขาได้ทรัพย์สินนั้นมาจากการค้าที่สุจริตและถูกต้อง  มิฉะนั้นก็จะถูกริบเป็นของแผ่นดิน 

     

                พรบ.ที่ออกมาด้วยช่วงเวลาที่ต่างกัน  เพื่อต้องการให้เป็นประโยชน์ในการที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ  ทั้งนี้เนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอาชญากรรม  ที่มีลักษณะเป็นองค์กรเครือข่ายการทำงานที่สลับซับซ้อน  มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำค่อนข้างชัดเจน มีการตัดตอนในแต่ละชั้นจากกันโดยไม่ให้ทั้งกระบวนการ  การที่เราจะเอาผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูง ๆ มาลงโทษ  จะกระทำได้ยาก  การออกกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในแต่ละช่วงเวลานั้น  มีจุดประสงค์ที่จะให้เราใช้กฎหมายเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพในการปราบปรามมากยิ่งขึ้น 

     

                และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2551  สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านกฎหมายอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า  พรบ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550  ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือนนับแต่เดือนมกราคม คือจะผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2551  โดยสาระสำคัญหลัก ๆ  จะกำหนดให้มีวิธีการสืบสวนแบบพิเศษ  โดยต้องมีวิธีการและเทคนิคในการควบคุมขบวนการสอบสวนพิเศษ  อย่างเคร่งครัด

     

    สามารถจะรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างมีปะสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ในขณะเดียวกันกม.ก็จะบัญญัติให้การดำเนินคดีในชั้นศาลนั้น   มี  2  ชั้นหรือชั้นต้นหรือชั้นอุทธรณ์  จำเลยอาจจะขอฎีกาได้  ถ้าศาลฎีกาอนุญาต  แต่ปกติเมื่อถึงศาลอุทธรณ์ก็จะเป็นการสิ้นสุดของการพิจารณาคดี  โดยวัตถุประสงค์ก็คือ  เพื่อให้การพิจารณาเสร็จรวดเร็ว

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 20   

  • ความคิดเห็นที่ 385

      แฟนไปรายงานตัวทีศาลแต่โดนตรวจเจอกันชา โดนส่งไปสถานพินิจกี่เดือนจะได้ออกมาค่ะ

    โดยคุณ ศิริรัตน์  (49.230.100.44)     10 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 384

     แฟนถูกจับยาบ้า600เม็ด ข้อหามีครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นความผิดครั้งแรก จะติดคุกนานไหม มีโอกาสได้ลดโทษไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ นิด  (223.206.248.8)     24 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 384

    คดีนี้จำเลยอาจ ต้องระวังโทษจำคุกอย่างต่ำ 4 ปีถ้าจำเลยรับสารภาพความผิดและให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะลดโทษให้ก็ได้ตาม ป.อ.มาตรา 78

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.36.7)     13 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 383

    อยากทราบว่า ถ้าจะแจ้งจับน้องชายเกียวกับคดียาเสพตดิด ซึ้งเขาเคยพูดว่าเกี่ยวโยงกับตำรวจ บางครั้งเขาเอายามาเสพที่บ้าน .ที่บ้านก็ไม่กล้าบอกน้องชายเพราะเขาอารมณ์ร้ายมาก แล้วกลัวจะมีผลกับเจ้าบ้าน  ถ้าแจ้งความเราไม่มีหลักฐาน จะเป็นการแจ้งความเท็จไมค่ะ  แต่เชื่อว่าเขาเสพแน่ๆค่ะ และอีกอย่างมีคดีหนีทหารด้วยค่ะ  อย่างนี้ต้องทำอย่างไรค่ะ

    โดยคุณ แก้ว  (171.99.189.76)     10 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 383

    การแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด หากผู้แจ้งแจ้งตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แม้ไม่ปรากฏพยานหลักฐานการกระทำผิดขณะแจ้ง ก็ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ป.อ.มาตรา 137

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.97.168)     24 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 382

     ช่วยด้วยค่ะ

    วันนี้แฟนหนูโดนตรวจฉี่เป็นสีม่วงค่ะ ไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอก็ยืนยันว่าแฟนหนูมีสารเสพติดค่ะ

    แต่ความจิงที่สุดคือแฟนหนูไม่ได้เสพค่ะ ทีนี้ตำรวจเลยลงบันทึกประจำวันแล้วให้ไปดำเนินคดีในชั้นศาล

    หนูจะทำอย่างไรดีคะ เพื่อที่จะให้พ้นข้อหานี้เพราะไม่ได้กระทำผิดจิงๆค่ะ กลุ้มใจมากค่ะ ไม่เคยมีประวัติเสียๆหายๆแต่ต้องมาเจอกับเรื่องราวแบบนี้ ทำอย่างไรดีคะ 

    โดยคุณ สโรชา เสน่ห์  (49.48.81.175)     8 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 382

    เมื่อสามีไม่กระทำผิดตามข้อกล่าวหา ก็ชอบที่จะปฏิเสธแก้ข้อหาและเตรียมพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์แก่ตนโดยตั้งทนายเพื่อแก้ต่างต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาของศาลได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 174 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.97.168)     24 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 381

     สอบถามหน่อยครับ คือน้องชายยืมรถพ่อไปหาเพื่อนที่บ้านของเพื่อนแล้วตำรวจเข้าจับกุมข้อหามั่วสุมเสพยาเพื่อนของน้องชายโดนจับแต่น้องชายหนีออกมาได้แต่ทิ้งรถไว้ตำรวจก็เลยยึดรถไว้ไปเก็บไว้ที่โรงพักแล้วเราจะไปขอรับรถคืนได้ไหมรถเป็นชื่อพ่อไปติดต่อแล้วเขาไม่ให้คืนให้พาน้องชายมามอบตัวแต่น้องชายมีไหนไม่รู้ติดต่อไม่ได้จะต้องทำยังไงบ้างครับไม่มีบันทึกไม่มีสำนวนเพื่อนๆน้องชายก็ถูกปลอยหมดแล้วแต่กลับไปเอารถไม่ได้ รบกวนด้วยนะครับขอบคุณครับ

    โดยคุณ มงคล  (27.55.105.196)     23 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 381

    บิดาควรพบทนายเพื่อมีคำร้องขอคืนรถของกลางต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.146.250)     1 ก.ค. 2558

  •  1  2  3 .. 20   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด