วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ|วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรี ม. พนักงานสอบสวน

บทความวันที่ 29 ม.ค. 2551, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 729 ครั้ง


วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจมานำเสนอให้สมาชิกได้ศึกษาดู

วันนี้รายการทนายคลายทุกข์ขอนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจมานำเสนอให้สมาชิกได้ศึกษาดู

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2550

            ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

            ประมวลกฎหมายอาญา

            มาตรา 90       เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด

            มาตรา 137     ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

            การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรี ม. พนักงานสอบสวน เมื่อวันที่  29 กรกฎาคม 2543  และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอก ส. ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม  2543 กรณี จ. ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า จ.เป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์  เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน  แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานตำรวจคนละคนกันก็ตาม  แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาเดียวกันคือเจตนาเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงตามที่ เคยแจ้งข้อความไว้ต่อพนักงานสอบสวน  การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ( ป. อ. มาตรา 90 , 137)

 

                                                                                                ขอขอบคุณ  หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ขอชื่นชมที่จัดรายการที่มีประโยชน์...ขอให้เจริญๆๆๆๆครับ
โดยคุณ [email protected] 30 พ.ย. 542, 00:00

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก