452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

477

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

567

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

233

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดียาบ้า-กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า ปรึกษาโทร.081-9125833, 02-9485700

  • การขยายผลหรือยัดข้อหา คดียาบ้า

    การขยายผลหรือยัดข้อหา คดียาบ้า

     

    ฟังคลิปเสียงคำแนะนำผู้ต้องหาในคดียาเสพติด/ยาบ้า/ยาไอซ์ ได้  โดยคลิก http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=4982 

     

    ทุกวันนี้ คดียาบ้ามีมากเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งที่มีกฎหมาย มีบทกำหนดลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต และถูกยึดทรัพย์สิน เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน(กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) แต่เรื่องที่มาขอคำแนะนำที่ทนายคลายทุกข์เกี่ยวกับคดียาบ้า มักจะมีลักษณะที่ผิดปกติเหมือนกับถูกยัดข้อหาดังนี้คือ

     

    1.ตำรวจสงสัยลูกว่าค้ายาเสพติด แต่จับตัวลูกไม่ได้ ก็จะจับกุมญาติพี่น้องหรือพ่อแม่ ไปดำเนินคดีแทน ทั้งที่มิได้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยจะเป็นธรรมกับผู้ต้องหา และการพิสูจน์ในชั้นศาลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องหาทนายความที่มีประสบการณ์ในคดียาบ้าจึงจะช่วยได้ ทนายขอแรงที่ศาลจัดให้ มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือจำเลยค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่ก็จะติดคุกติดตารางกันหมด

     

    2.การล่อซื้อหรือการจับกุมผู้ต้องหาคดียาบ้า บางครั้งไม่มีของกลาง แต่มีการยัดยาเสพติดให้กับผู้ถูกกล่าวหา ที่มีประวัติในการค้ายาเสพติดอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ทนายคลายทุกข์ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนอยู่เป็นประจำ

     

    3.การข่มขู่ให้รับสารภาพในคดียาบ้า ก็พบเห็นอยู่เป็นประจำ ยังแก้ไม่ได้ ต้องฝากไปยังสตช.ให้ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก ถ้าต้นธารกระบวนการยุติธรรม ใช้วิธีการนอกกฎหมาย ผู้ต้องหาคงเข้าถึงความเป็นธรรมได้ยาก

     

    4.การขอประกันตัวผู้ต้องหาคดียาบ้าในชั้นศาล เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้หลักทรัพย์ขั้นต่ำเป็นเงิน 800,000 บาท และพนักงานสอบสวนมักจะคัดค้านการประกันตัว ทำให้ญาติพี่น้องผู้ต้องหาทนทุกข์ทรมาน

     

    5.ในการจับกุม ผู้ต้องหามักร้องเรียนว่า มีการนำทรัพย์สินเงินทองของผู้ต้องหาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่ได้นำมาเป็นของกลางในคดี เรื่องแบบนี้ก็พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง

     

     

    หากท่านใดถูกจับคดียาบ้า และไม่ได้กระทำความผิดหรือถูกปรักปรำหรือยัดข้อหา ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ทนายคลายทุกข์ 02-9485700 ยินดีที่จะให้คำแนะนำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาอยู่แล้ว

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3  4  5   

  • ความคิดเห็นที่ 40

    23/4/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับคดียาบ้า

    จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด รายละเอียดข่าวคือ
     

    ยาบ้าใส่ทวาร 2,500 เม็ด

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ส.ค. พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผกก.สภ.อ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับนายโชติพงศ์ ดิษเจริญ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ปราบปรามยาเสพติดที่ลักลอบเข้ามาบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ต่อมาพ.ต.ต.วิทยา หินโยธา สวป.สภ.อ.เมืองมุกดาหาร นายพิชัย ด้วงแดงโชติ สารวัตร 6 งานปราบปรามศุลกากรมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยที่ปะปนมากับผู้โดยสาร 2 คน คือนายเสน่ห์ เลิศสนัน อายุ 34 ปี และนายวิรัตน์ ภักดี อายุ 22 ปี จึงทำการตรวจค้นและนำตัวทั้งสองไปทำการเอกซเรย์ที่ร.พ.มุกดาหาร พบยาบ้า 8 ก้อนซุกซ่อนอยู่ในทวารหนักของนายเสน่ห์ 8 ก้อน และนายวิรัตน์ 7 ก้อน รวมยาบ้าที่ตรวจพบจำนวน 2,500 เม็ด ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การว่าขึ้นรถโดยสารมาจากกรุงเทพฯ มาที่มุกดาหารและได้ไปที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อไปรับยาบ้า โดยมีนายดำเป็นนายหน้าในการติดต่อซื้อขายเพื่อนำยาบ้าไปส่งให้นายดำที่รอรับอยู่ที่บริเวณตลาดไท
     

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

    ปรึกษาคดียาบ้า 02-9485700

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.60)     23 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 39

    22/4/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวสารเกี่ยวกับคดียาบ้า

    จากwww.breakingnews.com รายละเอียดรายงานคือ
     

    ผู้ต้องหาคดียาบ้ายิงตร.เจ็บ เจอสวน2นัด ดับ!
    เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญคนร้าย จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณร้านอาหาร “กันเองเหล้าปั่น” อยู่ในหมู่บ้านการเคหะเมืองใหม่บางพลี โดยคนร้ายซึ่งภายหลังทราบว่ามีคดียาเสพติดติดตัวอยู่หลายคดี ได้มานั่งดื่มอยู่ในร้านดังกล่าว หลังจากนั้นได้มีสายตรวจ สภ.บางเสาธง 2 นาย คือ สตอ.อดุลย์ บุญเรือน สตอ.สอาด อุดมพงษ์ ผ่านมาพอดี คนร้าย คิดว่า จนท.จะเข้ามาจับกุม จึงชักอาวุธปืนยิงใส่จนท.ทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ก็ได้ยิงสวนใส่คนร้าย จำนวน 2 นัด เสียชีวิตคาที่ส่วนจนท.ทั้งสองนายสตอ.อดุลย์ ถูกยิง เข้าบริเวณหัวไหล่ 1 ส่วน สตอ.สอาด ถูกยิงเข้าบริเวณหน้าอก 1 นัด อาการสาหัส พลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่ง รพ.บางนา 
     

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากwww.breakingnews.com

    ปรึกษาคดียาบ้า 02-9485700

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.113)     22 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 38

    21/4/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวสารเกี่ยวกับคดียาบ้า

    จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด รายละเอียดรายงานข่าวคือ
     

    ยึดทรัพย์อีก10ล้าน สจ.ปราณีคดียาบ้า

    ตร.ภาค 3 ผนึกกำลังป.ป.ส.นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ปราณี คลังผา ส.จ.ลพบุรี หลังถูกจับกุมข้อหาค้ายาบ้า บุกค้นบ้านพักหลังงามในจ.ลพบุรี แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ พบเพียงร่องรอยการเคลื่อนย้ายข้าวของภายในบ้านเท่านั้น เจ้าหน้าที่ขึ้นบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดที่คาดว่าได้มาจากการค้ายาบ้า ตลอดระยะเวลา 5 ปี รวมูลค่ากว่า 10 ล้านไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจค้นร้านขายกล้องวงจรปิดของผู้ต้องหาอีกด้วย
    เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 25 ม.ค. พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.สส.ศูนย์สืบสวนสอบสวน ภาค 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 3 ตำรวจจังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ภาค 3 เข้าตรวจค้นที่บ้านพักของนางปราณี คลังผา ส.จ.ลพบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 166 ม.7 ต.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี หลังจากที่นางปราณี ถูกจับกุมในข้อหาค้ายาบ้าจำนวน 200 เม็ด เมื่อ 2 วันก่อนที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เพื่อเป็นการค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดียาบ้าและขยายหาเครือข่ายต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวสร้างขึ้นอย่างหรูหราในลักษณะรีสอร์ตมีมูลค่าการก่อสร้างหลายล้าน ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงเขา ซึ่งจากการตรวจค้นในครั้งนี้ พบว่ามีร่องรอยการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าออกไปก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดเพิ่มเติม พบเพียงบัญชีรายชื่อที่คาดว่าน่าจะเป็นรายชื่อลูกค้าในการส่งยาบ้าทั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง จึงทำการตรวจยึดไว้ประกอบสำนวนคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการขึ้นบัญชีทรัพย์สินของนางปราณี ที่คาดว่าน่าจะได้มาจากการค้ายาบ้าตลอดระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย บ้าน 1 หลัง ฟาร์มไก่ที่มีไก่อยู่ในฟาร์ม จำนวน 12,000 ตัว บัญชีเงินฝากและโฉนดที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่กว่า 100 ไร่ รวมทรัพย์สินที่ได้ทำการอายัดไว้มูลค่ากว่า 10 ล้าน

    พ.ต.อ.นิติพันธุ์กล่าวภายหลังการตรวจค้นว่า การเข้าตรวจค้นบ้านพักนางปราณีในครั้งนี้ ได้หลักฐานเพิ่มเติมมากพอสมควร ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้เราได้ทำการอายัดไว้ทั้งหมด แต่ทว่าการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ล่าช้าไปเล็กน้อยเนื่องจากพบร่องรอยการขนย้ายข้าวของบางอย่างออกไปจากบ้านไม่นาน นอกจากนี้ เรายังได้เข้าค้นที่ร้านจำหน่ายกล้องวงจรปิดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาของผู้ต้องหาอีกด้วย
     

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

    ปรึกษาคดียาบ้า 02-9485700
     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.50)     21 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 37

    20/4/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวสารเกี่ยวกับคดียาบ้า

    จากwww.innnews.co.th รายละเอียดรายงานข่าวคือ

    เชียงรายยึดยา2หมื่นเม็ดยัดพัสดุส่งกทม.

    ตำรวจเชียงบุกยึดยาบ้า 22,000 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท ถูกยัดใส่พัสดุไปรษณีย์ คาห้างบิ๊กซีเชียงราย เตรียมส่งขายให้ลูกค้า ที่กรุงเทพมหานคร

     

     

    พ.ต.ท.ถนัด พลพานิช รองผู้กำกับการ กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงราย ในฐานะ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.เชียงราย เพื่อทำการตรวจสอบภายในจุดรับฝากพัสดุไปรษณีย์ สาขา ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเชียงราย หลังรับรายงานว่า จะมีการลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากไปยัง กทม. เบื้องต้น จากการตรวจสอบของพัสดุไปรษณีย์ มีกล่องต้องสงสัยและผู้รับอยู่ที่ กทม. จึงทำการตรวจกล่อง จนพบยาบ้ารวมทั้งสิ้น 22,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึด

    โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลการตรวจยึดยาบ้าครั้งนี้ไปที่ กทม. พื้นที่ เขตบางแค พบว่า ชื่อผู้รับไม่มีจริง แต่ที่อยู่ตรงกับกล่อง จึงได้มีการสอบสวนภายในบ้าน และขณะนี้เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งคาดว่าจะเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยกลุ่มนี้ อาศัยช่องทางในการส่งยาบ้าทางพัสดุไปรษณีย์ เพื่อตบตาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนยาบ้าดังกล่าว หากรอดการจับกุมไปได้ และขายใน กทม. จะมีมูลค่ามากกว่า 7 ล้านบาท

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากwww.innnews.co.th

    ปรึกษาคดียาบ้า 02-9485700

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.50)     20 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 36

    10/4/52รวบโจ๋วัย19รับย้าบ้ามาขายหาเงินเที่ยวสงกรานต์ 

    วันนี้ (10 เม.ย.) เวลา 00.30 น.พ.ต.ต.สรัญรัฐ ชยนนท์ สว.สส. สภ.เมืองเชียงราย ร.ต.อ.สุวิชญ์ ภู่สถิตย์ รอง สว.สส. ด.ต.บรรจง ท้าวแพทย์ จ.ส.ต.แดนชัย จตุพร ส.ต.อ.องอาจ รอดสุวรรณ ผบ.หมู่งานสืบสวน ได้ไปตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณถนนในหมู่บ้านโล๊ะป่าตุ้มลีซอ ม.7 ต.ดอยลาน หลังจากสืบทราบว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน คคม. 752 เชียงราย มาจากหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ จึงได้เรียกให้หยุดทำการตรวจค้น แต่ชายวัยรุ่นทั้ง 2 คน พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตกใจเบรครถที่ขับมาด้วยความเร็วสูง จนทำให้แฉลบล้มลง ชายวัยรุ่นคนขับตั้งหลักได้วิ่งหนีเข้าป่าละเมาะไปได้

    ส่วนคนซ้อนท้ายนอนจุกและเอาสิ่งของขว้างทิ้งบนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บขึ้นมาตรวจดูพบยาบ้าชนิดเม็ด สีส้ม จำนวน 36 เม็ดจึงได้ตรวจยึดไว้ ทราบชื่อนายประวิทย์ คงไชยสง อายุ 19 ปี ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายธราพงษ์ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 19 ปีเท่ากันและเป็นเพื่อนซึ่งหลบหนีไปได้ ไปซื้อยาบ้าจากชาวเขาเผ่าลีซอจำนวน 35 เม็ด ในราคาเม็ดละ 100 บาท เป็นเงินจำนวน 3,500 บาท ส่วนอีกเม็ดคนขายแถมให้ไปเสพ โดยจะนำยาบ้าไปขายเพื่อหาเงินเที่ยวสงกรานต์ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เอาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนจะนำตัวพร้อมของกลาง ส่ง ร.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี ร้อยเวร สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดี และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อออกหมายจับกุมตัววัยรุ่นที่หลบหนีไปได้ต่อไป.

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 

    ปรึกษาคดียาบ้า โทร. 02-9485700

     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.0)     10 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 35

    8/4/52 แก๊งยามาแนวใหม่ จัดทัวร์คนชราบังหน้า ขนยาบ้าเข้าประเทศ

    ยิ่งนับวันแก๊งค้ายาบ้ายิ่งมีวิวัฒนาการในการขนส่งยานรก อย่างแยบยล ทำให้บางครั้งมียาบ้าเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปอย่างคาดไม่ถึง

    เหมือนกับแก๊งค้ายาแก๊งนี้ที่อาศัยความสูงวัย ลักลอบนำยาบ้าจากชายแดนภาคเหนือเข้ามาในประเทศไทย ทำในรูปของทัวร์ไหว้พระ ทัวร์ผู้สูงอายุไปเที่ยวชายแดน แต่ขากลับแอบลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศอย่างง่ายดาย ผ่านด่านตรวจโดยเจ้าหน้าที่ไม่สงสัย

    หารู้ไม่ว่าคนเหล่านี้กำลังขนยาเสพติด!!

    ถึงแม้วิธีนี้จะดูแนบเนียน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ไปได้ เมื่อตำรวจปส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวทหารเรือ และหน่วยป.ป.ส.ได้รับรายงานจากสายถึงพฤติกรรมคนร้าย จึงตั้งด่านสกัดจับกุมเอาไว้ ยึดของกลางได้ทั้งยาบ้าและยาไอซ์ที่ซุกซ่อนนำเข้าประเทศไทย

    แก๊งชราค้ายาบ้าจนมุมจนได้!!

     

    ย้อนไปดูการตรวจจับแก๊งค้ายาเสพติดแก๊งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้รับรายงานจากสาย ว่า มีแก๊งค้ายาหัวใส คิดวิธีลักลอบขนยาเสพติดในรูปแบบใหม่ โดยใช้การจัดทัวร์เที่ยวต่างจังหวัดบังหน้า ชักชวนผู้สูงอายุเดินทางไปบ่อนหรือไหว้พระ จากนั้นจะลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศไทย
    นางดาหวัน

     


    หน่วยปราบปรามยาเสพติดหลายหน่วย ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ตร.แห่งชาติ (ศตส.ตร.) พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ร.ท.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายการข่าว และนายชาติชาย สุทธิกมล ที่ปรึกษาการป้องกันยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงส่งเจ้าหน้าที่ผนึกกำลังติดตามจับกุมในทันใด

    การแกะรอยแก๊งยาบ้าจึงเริ่มขึ้น

    เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานมาว่าหัวหน้าแก๊งค้ายารายนี้ คือ นางดาหวัน อยู่ดี อายุ 68 ปี ร่วมมือกับสามี คือ นายชัยพร ศรีชรัง อายุ 69 ปี ค้ายาบ้ามานานแล้ว และด้วยการที่เป็นคนสูงอายุนี่เอง สองผัวเมียจึงอาศัยความชราเป็นเกราะป้องกันในการขนส่งยานรก ซึ่งตามรายงานระบุว่า ทำมาตั้งแต่ปี 2549 โดยจะอำพรางในลักษณะจัดคณะทัวร์เป็นนักท่องเที่ยว ชักชวนผู้สูงอายุด้วยกันเช่ารถตู้เหมาคันเดินทางเป็นหมู่คณะไปที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย และข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านเข้าบ่อนกาสิโน เล่นการพนัน หรือไปไหว้พระในพื้นที่ภาคเหนือ

    แต่ขากลับจะให้ลูกทัวร์ช่วยกันซุกซ่อนยาบ้าที่รับมาจากพวกว้าแดง ซุกซ่อนมาตามร่างกาย ยัดไว้ตามเสื้อในบ้าง กางเกงในบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย ที่ผ่านมา จะรอดด่านไปได้ทุกครั้ง เพราะเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นทัวร์ผู้สูงวัย ไม่น่าจะมีอะไร อีกทั้งยังมีเอกสารผ่านแดนไปเล่นพนันอย่างถูกต้องเลยปล่อยให้ผ่านไป
    เต็มรถตู้

     


    โดยหารู้ไม่ว่าในตัวมีแต่ยาบ้าทั้งนั้น!!

     

    เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามดูพฤิตกรรมแก๊งค้ายาแก๊งนี้อย่างไม่กะพริบตา สืบจนรู้ว่านางดาหวันกับสามีจัดทริปไปทัวร์ไหว้พระอีกครั้ง รวบรวมผู้สูงอายุเกือบ 10 คน เดินทางขึ้นเหนือด้วยกัน ข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านด้านอ.แม่สาย ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. เพื่อเล่นพนันและรับยาเสพติด ก่อนจะกลับเข้าประเทศไทยในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งทริปนี้นางดาหวัน นั่งเครื่องบินตามไปสมทบและกลับมาพร้อมรถตู้จากเชียงรายมุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาใน จ.ชลบุรี

    เมื่อได้รับการยืนยันจากสาย ว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถตู้ทะเบียน 1722 กทม. ชุดไล่ล่าที่ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. จึงสะกดรอยตามรถตู้คันดังกล่าวมาถึงด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ในตอนบ่ายของวันถัดไป

    เมื่อถึงด่านเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นรถในทันใด พบของกลางยายาบ้า จำนวน 60,900 เม็ด และยาไอซ์อีก 1 ก.ก. ซุกซ่อนไว้ตามชุดชั้นใน และกางเกงในของลูกทัวร์ทั้งหลาย จึงควบคุมตัวนางดาหวันกับนายชัยพร พร้อมลูกทัวร์ ประกอบด้วย นายเฉลิม ชิวชาวนา อายุ 69 ปี, นางสมศรี ชิวชาวนา อายุ 61 ปี, นางอุไร จันทร์เจริญ อายุ 57 ปี, นางบุญงาม บุญเลิศ อายุ 43 ปี, น.ส.นิภาพร ปานประสิทธิ์ อายุ 26 ปี, นายศรัทธา ชิวชาวนา อายุ 33 ปี และนายเวสารัตน ชิวชาวนา อายุ 32 ปี ไว้ดำเนินคดีต่อไป

    รอดไปได้หลายครั้งแต่คราวนี้จนมุมจนได้

     

    หลังได้ตัวแก๊งค้ายาบ้ารุ่นใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงขยายผล พบว่าวงจรอุบาทว์ของพวกนี้ หลังจากนำยาเสพติดเข้าประเทศได้ก็จะนำไปกระจายขายให้กับเอเยนต์อีกทอดหนึ่ง พอได้เงินก็จะโอนเข้าบัญชีเครือข่าย เพื่อไม่ให้น่าสงสัย นอกจากนี้ นางดาหวันกับสามียังเปิดร้านมินิมาร์ท และร้านสังฆภัณฑ์บังหน้าว่าประกอบอาชีพค้าขาย เพื่อฟอกเงิน

    เจ้าหน้าที่จึงตามไปอายัดทรัพย์สิน ประกอบด้วย ตู้นิรภัย 2 ตู้ มีเงินสด 509,020 บาท สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 3.8 ล้านบาท รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 4 หลังใน จ.ชลบุรี และทองคำรูปพรรณ จำนวน 5 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินถึง 17 ล้าน ไว้เป็นของกลาง
    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด 

    ปรึกษาคดียาเสพติด 081-912-5833,02-948-5700

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.26)     8 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 34

    รองมิสทีนฯ ดิ้นหนีคุก ปฏิเสธคดีติดสินบน ตำรวจชี้หากผิดคุก 5 ปี

    รองมิสทีนฯ ดิ้นหนีคุกปฏิเสธยันเตคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน 3 แสน เพื่อให้แฟนรอดคุกคดีค้ายาบ้า เจ้าตัวฮึดขอสู้คดีในศาล ขณะที่แฟนหนุ่มโดนเต็มๆ 2 ข้อหา ทั้งใช้ใบขับขี่ปลอมและพกพาvาวุธ แต่ข้อหาค้ายายังให้การปฏิเสธ ด้านตำรวจชี้ ความผิดติดสินบนโทษติดคุก 5 ปี หลักจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อนแผนเข้าจับกุม “นิกกี้ พานทอง เข็มทอง” รองมิสทีนไทยแลนด์ 2007 อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน หลังเจ้าตัวเป็นคนนำเงินจำนวน 3 แสนบาท มาแลกกับอิสรภาพของแฟนหนุ่ม ชื่อ “นายฉัตรชัย นพพลกรัง” อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่ ที่เพิ่งโดนตำรวจรวบตัวกลางโรงหนัง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ซ้ำยังมีหมายจับอีกหลายคดี และหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้น ก็พบใบขับขี่ปลอม 2 ใบ อยู่ในกระเป๋าสตางค์และอาวุธปืนอีก 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของด้านข้างประตูคนขับอีกด้วย ความคืบหน้าล่าสุด ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.บุญโชติ เลี้ยงบำรุง สารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี สน.ดอนเมือง ว่า สาวนิกกี้ได้ให้การปฏิเสธ และให้ญาติวางเงินสด 1 แสนบาท ประกันตัวออกไป เพื่อสู้คดีในชั้นศาล เบื้องต้นไม่มีหมายจับคดีค้ายาเสพติดร่วมกับแฟนหนุ่ม ก่อนระบุโทษติดสินบนเจอคุก 5 ปี “ตอนนี้ฝากขังไปแล้ว ศาลอนุญาต 12 วัน ก็ตามขั้นตอนคือรวบรวมหลักฐานแล้วก็ส่งฟ้องไป เพราะคดีนี้พยานหลักฐานชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่เข้าจับกุม ฉะนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ผู้ชายอยู่เรือนจำทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เพราะเป็นคดียาเสพติด ส่วนผู้หญิงให้วางหลักทรัพย์เงินสด 1 แสนบาท ประกันตัวเนื่องจากอาจทำไปเพราะรักในตัวแฟนหนุ่ม แต่ผมไม่แน่ใจว่าญาติมาประกันตัวออกไปแล้วหรือยัง ต้องเช็คที่ศาลอีกที" “คดีนี้หลักฐานพยานมันชัดหมด หลังจากส่งสำนวนไปอัยการก็สั่งฟ้องแล้ว ตอนนี้ก็รอพิมพ์มือและส่งตัวไปแค่นั้นเองครับ เพราะคดีร่วมกันติดสินบน คดีพกพาอาวุธปืนและใช้ใบอนุญาตปลอม ผู้ชายก็รับสารภาพ แต่คดีค้ายาผู้ต้องหาปฏิเสธ ก็คงไปสู้คดีต่อไป ผู้หญิงถูกคดีเดียว คือร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน เบื้องต้นหมายจับเรื่องค้ายาเสพติดไม่มีนนะครับ” สาวนิกกี้อ่วม! หากผิดติดซังเต 5 ปี ขณะที่แฟนหนุ่มจ่อคิวรับโทษหนักกว่าหลายเท่า “คดีติดสินบนคิดคุกไม่เกิน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 ส่วนคดีใช้ใบขับขี่ปลอมไม่เกิน 5 ปี ส่วนพกพาอาวุธปืนต้องดูอีกที ถ้าเป็นปืนที่ไม่ได้รับอนุญาตมีโทษไม่เกิน 10 ปีครับ ถ้าเกิดพกพาปืนถูกต้องก็ไม่เกิน 5 ปี และคิดว่าข้อหานี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะพยานหลักฐานเรามีชัดเจน เพราะเราจับได้ที่ตัว แล้วผู้ต้องหาก็รับสารภาพด้วย แต่ผู้หญิงยังให้การปฏิเสธอยู่ " “ภายในระยะเวลาที่ฝากขังก็ต้องฟ้องศาลให้ทัน แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะพยานหลักฐานเรามี รอพิมพ์มือแล้วก็ส่งไปได้เลย ทีนี้ก็อยู่ในชั้นศาล ถ้าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธก็ต้องนัดสืบพยานเพิ่ม ที่เหลือเป็นขั้นตอนในศาล” ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
    ปรึกษาคดียาบ้า 081-912-5833

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.81)     30 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 33

    30/3/52  จับลูกจ้างรพ.ดัง คิดตื้นๆ-ค้ายาบ้า
    ด่านตำรวจจราจรค้นตัวหนุ่มขี่ จักรยานยนต์ ท่าทางมีพิรุธ เจอยาบ้าในตัว 2 พันเม็ด สอบพบเป็นพนักงานเข็นเปลของร.พ.ราชวิถี สารภาพสิ้นติดยาบ้า เลยกลายมาเป็นคนรับจ้างส่งยาบ้าหาเงินเที่ยวละ 5 พัน ก่อนโดนจับจะนำยาบ้าไปส่งลูกค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายเอกชัย อามาตย์มนตรี อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่แผนกเวรเปล โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด เงินสด 5,000 บาท โพยพนันฟุตบอลชุด 5 ใบ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอน ด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ขณะผู้ต้องหาขับรถผ่านด่านตรวจบริเวณด้านหน้าร้านเสริมสวยเมโกะ ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร พล.ต.ต.พงษ์สันต์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่พ.ต.ต.กรธัช กลิ่นฟุ้ง สว.งานสายตรวจ1กก.1บก.จร. นำกำลังไปตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรอยู่ที่บริเวณดังกล่าว ก็พบนายเอกชัยขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนผ่านเข้ามาลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกตรวจค้นก็พบของกลางทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำซึ่งซุกอยู่ในหว่างขาจึงควบคุมตัวนายเอกชัย พร้อมของกลางทั้งหมดไปสอบปากคำที่กก.1บก.จร.จากการสอบสวนนายเอกชัยให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยหลงผิดไปติดยาบ้าอย่างหนัก จนกระทั่งเมื่อปี 2544 ก็เคยโดนตำรวจสน.พญาไทจับกุมพร้อมยาบ้า 10 เม็ด ถูกศาลสั่งจำคุกไป 3 ปี พอพ้นโทษออกมาก็ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่เข็นเปลอยู่ในโรงพยาบาลราชวิถี แต่ก็ยังตัดขาดจากยาเสพติดไม่ได้ เลยตัดสินใจรับงานขนยาบ้าให้เอเยนต์รายหนึ่งย่านบางเขน ในราคาเที่ยวละ 5,000 บาท โดยก่อนถูกจับ ตนกำลังจะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าย่านวัดมะกอก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่วนโพยพนันฟุตบอลที่พบนั้นเป็นของตนและเพื่อนๆ ที่ฝากมาแทงกับเจ้ามือโต๊ะบอลแห่งหนึ่งด้านหลังโรงพยาบาลราชวิถี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
    ปรึกษาคดียาบ้า 081-9125833

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.81)     30 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 32

    27/3/52  ผกก.บางซื่อ นำทีมจับ ส.ต.อ.ลูกน้องค้ายาบ้าในพื้นที่

    โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 26 มีนาคม 2552 16:26 น.



    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางซื่อ โชว์รูป ส.ต.อ.ชาญชัย สมศรี ผบ.หมู่ ป.สน.บางซื่อ ผู้ต้องหา


    ส.ต.อ.ชาญชัย สมศรี ผบ.หมู่ ป.สน.บางซื่อ


    ส.ต.อ.ชาญชัย สมศรี ผบ.หมู่ ป.สน.บางซื่อ


    รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ที่ใช้ส่งยา




    ผู้กำกับโรงพักบางซื่อนำทีมจับเอง ส.ต.อ.ลูกน้องในสังกัดโรงพักเดียวกันลักลอบขายยาบ้า พอถูกจับอ้างจะนำไปขยายผลล่อซื้อรายใหญ่ แต่เมื่อถูกเค้นหนัก จึงยอมจำนนด้วยหลักฐานต่างๆ เผยประวัติ เคยเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดมาก่อน

    วันนี้ (26 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.ศุภัทร ศุภกำเนิด สว.สส.สน.บางซื่อ นำกำลังบุกเข้าจับกุมตัว ส.ต.อ.ชาญชัย สมศรี ผบ.หมู่ ป. สน.บางซื่อ พร้อมของกลางยาบ้า 107 เม็ด อาวุธปืนพก 1 กระบอก และรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน สฮ 1571 กทม.1 โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณด้านหน้าร้านวิเชียรไก่ย่าง ตลาด กม.11 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางซื่อ นายหนึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนร่วมกันสายลับในพื้นที่ช่วยกันออกหาข่าว จนทราบว่า ส.ต.อ.ชาญชัยมีความประพฤติตรงตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาจริง โดยมักจะนำยาบ้าไปขายให้วัยรุ่นในย่านตลาด กม.11 และขนส่งหมอชิต

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นจึงวางแผนให้สายลับทำการล่อซื้อยาบ้า จำนวน 100 เม็ด ในราคา 20,000 บาท จาก ส.ต.อ.ชาญชัย และทำการนัดหมายให้ไปส่งมอบของกลางกันที่หน้าร้านวิเชียรไก่ย่าง ภายในตลาด กม.11 เมื่อทำตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พ.ต.ท.ศุภัทร ศุภกำเนิด สว.สส.สน.บางซื่อ จึงนำกำลังไปดักซุ่มอยู่ที่บริเวณจุดนัดพบ พอ ส.ต.อ.ชาญชัย ขับรถเก๋งส่วนตัวมาจอดแล้วเดินลงจากรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 100 บาท ซุกซ่อนอยู่ในตัว เมื่อทำการตรวจค้นภายในรถยังพบยาบ้าอีก 7 เม็ด และอาวุธปืนอีก 1 กระบอก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน ส.ต.อ.ชาญชัย ตอนแรกยังพลิกลิ้นให้การปฏิเสธว่า ยาบ้าดังกล่าวนำมาจากเพื่อนที่ บช.ปส.และกำลังจะนำไปขยายผลต่องานจับกุมเอเย่นต์รายใหญ่ แต่เมื่อถูกเค้นสอบอย่างหนัก เจ้าตัวก็ต้องยอมรับสารภาพเพราะจำนวนต่อหลักฐาน และชุดจับกุมก็มีข้อมูลมากพอที่จะเอาผิดกับตำรวจคนนี้ได้ ซึ่งการกระทำอย่างนี้ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เพราะผู้ต้องหาเป็นตำรวจในท้องที่แล้วยังกล้านำยาเสพติดเข้ามาขายในพื้นที่ของตัวเองอีก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ต.อ.ชาญชัย สมศรี ผู้ต้องหาที่โดนตำรวจโรงพักเดียวกันซ้อนแผนจับกุมยาบ้ารายนี้เป็นชาว จ.อุบลราชธานี และเมื่อปี 2545-48 เคยรับราชการสังกัด บช.ปส.ปฏิบัติหน้าที่ใน จ.มุกดาหาร พื้นที่ บช.ภ.4 ส่วนยาบ้าที่รับมาขายให้วัยรุ่นในท้องที่ สน.บางซื่อ นั้นคาดว่าน่าจะรับมาจาก จ.มุกดาหาร เช่นกัน
    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

    ปรึกษาคดียาบ้า โทร.081-912-5833





     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.50)     27 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 31

    17/3/52  ตำรวจสามเสนวิสามัญนักค้ายาบ้าดับขณะส่งมอบยาแต่เกิดไหวตัวทันยิงต่อสู้

    โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 17 มีนาคม 2552 04:37 น.



    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

    พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ


    สภาพศพนายศุภโชค มั่งคั่ง ที่ถูก ตำรวจ สน.สามเสนจับตาย




    ตำรวจสามเสนล่อซื้อยาบ้าแต่คนร้ายไหวตัวก่อนส่งมอบหลบหนีขึ้นรถยิงใส่เจ้าหน้าที่ ถูกยิงสวนเสียชีวิตคารถ หลังพยายามเปลี่ยนสถานที่นัดส่งยาถึง 3 จุด พบเป็นขบวนการเดียวกับที่เคยยิงตู่สู้กับตำรวจก่อนหน้านี้

    วันนี้(17 มี.ค.) เมื่อเวลา 00.30 ร.ต.ทสุรพงษ์ ศรีสมพงษ์ พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นรับแจ้งเจ้าหาน้าที่ตำรวจสน .สามเสนวิสามัญคนร้ายแก๊งค้ายาบ้า เหตุเกิด บริเวณหน้าธนาคาร ธนะชาติ สาขาวงศ์สว่าง ถนนรัชดาภิเษก แขวงบางซื่อเขตบางซื่อ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน รองผบช.น.

    ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนหน้าธนาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้อฮุนได สีบรอนเงินทะเบียน ชษ.2570 กทม.ชนเข้ากับขอบทางฟุตบาท กระจกหน้ามีรอยกระสุน 2 รู กระจกประตูหน้า 2 รู กระจกหน้าซ้ายฝั่งข้างคนขับ 2 รู กระจกหลังซ้าย1 รู บริเวณบังโคลนล้อหลัง 1 ล้อ หลังทั้งซ้ายและขวาแตก ที่เบาะด้านคนขับ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อคือนายศุภโชค มั่งคั่ง อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 1/873 ซ.รามคำแหง 190/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. เบื้องต้นทราบว่า ร.ต.อ.จรูญ ดอกกลาง รองสว.สป.สน.สามเสน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสนได้ล่อซื้อยาบ้าจากผู้ตาย 100 เม็ด โดยมีการนัดส่งมอบในเวลา 21.00 น.ที่เซ็นทรัลเวริล์ดพลาซ่า

    จากนั้นผู้ตายได้นัดสายที่ทำการล่อซื้อเปลี่ยนสถานที่นัดส่งมอบจากเซ็นทรัลเวริล์ด เป็นห้างบิกซีวาขาวงศ์สว่างในเวลา 24.00 น.แต่เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายผู้ตายได้ขอเปลี่ยนจุดส่งมอบอีกครั้งเป็นบริเวณด้านหน้าธนาคารดังกล่าว เมื่อมาถึงผู้ตายได้จอดรถที่ลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสายเข้ามาและวางกำลังส่วนหนึ่งปิดล้อมไว้บริเวณด้านนอก แต่ผู้ตายไหวตัวทันจึงรีบขึ้นรถและขับออกมาหน้าธนาคารและชักปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยิงโต้ตอบเพื่อสกัดไว้ ซึ่ง ส.ต.ท.ชูวงศ์ อินธนา ผบ.หมู่ ป.สน.สามเสนได้ใช้อาวุธปืนจุด 38 ยิงสวนมายังผู้ตายทำให้กระสุนไปถูกรถยนต์และถูกผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว

    นอกจากนี้ทราบว่ายังมีผู้มากับผู้ตายทราบชื่อคือ น.ส.สายชล คุ้มภัย อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 330/1 ม.1 ต.สากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งรพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น จากการตรวจค้นภายในรถที่ข้างตัวผู้ตายบริเวณมือขวาพบปืนขนาด 9 มม.ขึ้นลำกล้องไว้ จากการตรวจสอบยังพบกระสุนค้างในลำกล้องและแม็กกาซีนจำนวน 6 นัด ผู้ตายถูกยิงที่แขนซ้าย แต่เจ้าหน้าที่คาดว่ากระสุนอาจทะลุตัดขั้วหัวใจ นอกจากนี้บนรถพบยาบ้าบนเบาะหลังและพื้นรถตกเกลื่อนกลาดจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวม ส่วนนส.สายชลที่ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวไว้สอบปากคำเพิ่มเติม

    อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมาตำรวจสน.สามเสนได้ยิงต่อสู้กับเก๊งค้ายาเสพติดในซอยประชาชื่น 29 ถ.ประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กทม.ทำให้นายบุญเลิศ สันตะวาลิ้ม อายุ 29 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่สีข้างซ้ายจำนวน 3 นัด อาการสาหัส เชื่อวาคนร้ายทั้ง 2 คนจะเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดเครือข่ายเดียวกัน

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์





     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.87)     17 มี.ค. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 31

    ยากทราบความคืบหน้าคดีของนส สายชล คุ้มภัยครับ

    โดยคุณ ton  (125.27.246.123)     21 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 30

    16/3/52 จำนวนคนอ่านล่าสุด 2296 คน วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6682 ข่าวสดรายวัน


    จับยาบ้าดวลปืนดุสนั่นโลตัส

     


    แก๊งยาบ้า- พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 ตรวจสอบที่เกิดเหตุตำรวจสืบสวน ภาค 1 ยิงปะทะแก๊งค้ายาบ้าที่ห้างโลตัส สาขารังสิต ตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย ยึดของกลางยาบ้าที่ซุกไว้ในรถได้กว่า 2 แสนเม็ด เมื่อวันที่ 15 มี.ค.


    ตร.สืบสวนภาค1ยิงปะทะแก๊งยาบ้ากลางห้างโลตัส ย่านรังสิต หลังสืบทราบมาว่าจะมีนักค้ายาบ้านำของกลางมาส่งที่ลานจอดรถของห้างฯ พอเจ้าหน้าที่แสดงตัว คนร้ายเกิดขัดขืนต่อสู้ พยายามขับรถหลบหนีพุ่งชนรถชาวบ้านที่จอดอยู่ใกล้กันได้รับความเสียหายไปหลายคัน เกิดดวลปืนกันสนั่น สุดท้าย 1 ในแก๊งคนร้ายถูกยิงคอทะลุ บาดเจ็บสาหัส ฝ่ายตร.โดนยิงแขนบาดเจ็บไป 1 พวกที่เหลือถูกจับได้ ผบช.ภาค 1 รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ ค้นรถพบยาบ้า 2 แสนเม็ด

    เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มี.ค. พ.ต.ท.สาคร เจิมขุนทด สวส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 1 ยิงปะทะกับคนร้ายแก๊งค้ายาบ้ามีคนบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เหตุเกิดภายในลานจอดรถ หน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขารังสิต ถ.พหลโยธิน ม.2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ ผกก.สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พ.ต.ท.เมธาพงษ์ บุญศรี รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรพจน์ ชูเชิด รอง ผกก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งรุดตรวจสอบ

    เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างเทสโก้ โลตัส สาขารังสิต พบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 8022 สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นรถคนร้าย ถูกยิงพรุนถึง 4 นัด ชนอัดติดอยู่กับรถตู้โฟล์ก สีดำ หมายเลขทะเบียน อต 7854 กทม. และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษอ 9744 กทม. ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ลบ 4946 กทม. ของชาวบ้านอีก 1 คัน ถูกรถคนร้ายพุ่งชนสภาพด้านหน้าขวาพังยุบ รวมรถยนต์ชาวบ้านถูกรถคนร้ายชนถึง 6 คัน ในที่เกิดเหตุมีคนร้ายถูกยิงทะลุลำคอได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายศิริโชค ไชยราช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.11 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทราบชื่อ คือ จ.ส.ต.คณิศร พุฒิวรพต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภาค 1 ถูกยิงเข้าที่แขนขวา 1 นัด ถูกนำส่งโรงพยาบาลปทุมเวชที่อยู่ใกล้เคียงกัน

    จากการสอบสวนตำรวจชุดจับกุม ภายใต้การนำของพ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.ศสส.ภาค 1 ซึ่งสามารถควบคุมตัวนายอิทธิพล อารีรัตนศักดิ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.77 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คนร้ายที่มากับนายศิริโชคเอาไว้ได้ ให้การว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.ภ.1 สืบทราบว่า นายศิริโชคกับนายอิทธิพล จะลักลอบส่งยาบ้ากันที่บริเวณลานจอดรถห้างโลตัส สาขารังสิต ตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ ผกก.ศสส.ภาค 1 พ.ต.ท.กฤตยา เลาประสพวัฒนา สว.ศสส.ภาค 1 จึงนำกำลังมาเฝ้าจุดสกัดจับคนร้าย ซึ่งต่อมาพบรถยนต์กระบะอีซูซุของคนร้ายขับเข้ามายังจุดนัดพบ เพื่อส่งมอบยาบ้า จึงแสดงตัวเข้า ตรวจค้น แต่คนร้ายไหวตัวทันใช้อาวุธปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่ทันที กระสุนปืนถูกแขนจ.ส.ต.คณิศร พุฒิวรพต 1 นัด หลังจากนั้นคนร้ายได้พยายามขับรถหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าใส่ ทำให้รถคนร้ายเสียหลักพุ่งชนรถชาวบ้านที่จอดอยู่ในลานจอดรถได้รับความเสียหาย จำนวน 6 คัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ยิงสวนไปถูกนายศิริโชคได้รับบาดเจ็บสาหัส และจับกุมนายอิทธิพลเอาไว้ได้ นอกจากนี้ ยังขยายผลไปจับกุมนายไพฑูรย์ รุ่งไพบูลย์เกษม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.6 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 1 ในแก๊งคนร้ายได้ที่ จ.เชียงราย อีกด้วย

    ต่อมา พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภาค 1 และ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภาค 1 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะอีซูซุ ของคนร้าย พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเทาซุกซ่อนอยู่ในรถคันดังกล่าวจำนวน 100 มัด นับได้มากกว่า 2 แสนเม็ด จึงอายัดไว้ดำเนินคดี

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.109)     16 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 29

    กรณีที่น้องชายถูกซักทอดในคดียาบ้า แต่ที่ตัวน้องชายไม่มียาบ้าไว้ในครอบครอง แต่โทรศัพท์มือถือของน้องชายอยู่ที่ผู้ต้องหาที่ซักทอดมา ทางตำรวจนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านและเจออาวุธปืน พร้อมทั้งตำรวจบอกมาว่า มีหลักฐานว่าเป็นผู้ค้ารายย่อย แบบนี้จะโดนข้ออะไรบ้างและมีบทลงโทษยังไง รบกวนช่วยตอบให้ด้วยค่ะ

    โดยคุณ twarin  (118.172.45.2)     9 มี.ค. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 29

    ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด,  มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง  ให้หาทนายความต่อสู้คดีส่วนคำซัดทอด  ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 227/1

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.118)     9 มี.ค. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 29

    ขอบคุณ อ.มากค่ะ แต่ถ้ากรณีที่จำนนตามหลักฐานที่ทางตำรวจมีไม่ทราบว่ามีการระวางโทษอะไรบ้างคะ อ.ช่วยตอบอีกทีนะคะ

    โดยคุณ วารินทร์ เตชะธิ (สมาชิก)  (118.172.45.2)     9 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 28

    รายการดีมีสาระสำหรับคนมีเงินนัอย

    โดยคุณ กัมพล สว่างเนตร (สมาชิก)  (124.121.147.104)     9 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 27

    3/3/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำคดียาบ้า  จับแม่ค้าขายข้าวแกง คิดรวยทางลัด ขายยาบ้าส่งให้ลูกค้า ตร.ล่อซื้อได้ลานจอดรถย่านบางกะปิ รับสารภาพ ตกงานเลี้ยงดูลูก 4 คน เผยทำมาแล้ว 2 ครั้ง เพิ่มจำนวนจาก 1 ถุงเป็น 6 ถุงหวังกำไรมากขึ้น


    เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 มีนาคม พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.รังสรรค์ ยิ่งดำรงสกุล รอง ผกก.ปป.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ยุทธภัณฑ์ศิริกุล สว.สป.สน.หัวหมาก พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนางนิชาภา สถิตย์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 408/22 แขวงและเขตวังทองหลาง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,200 เม็ด เงินสด 144,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
    พ.ต.อ.วัฒนา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายว่า ผู้ต้องหาเป็นเอเย่นต์ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นทั่วไปบริเวณซอยรามคำแหง 39 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงวางแผนจับกุมโดยทำการล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหา และนัดส่งยากันที่ลานจอดรถปากซอยรามคำแหง 49 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เวลาประมาณ 21.00 น.วานนี้ (2 มี.ค.) เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาก็ได้เดินทางมา เจ้าหน้าที่จึงยื่นเงินให้ผู้ต้องหาตรวจนับ ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลส่งให้กับเจ้าหน้าที่ เมื่อตรวจดูภายในก็พบยาบ้าจำนวน 1,200 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงแสดงจับกุม ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.หัวหมาก
    จากการสอบสวน นางนิชาภา รับสารภาพว่าเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงอยู่ที่หน้าโรงน้ำมันบางจาก แต่ภายหลังสามีตกงานทำให้ไม่มีรายได้ และรายจ่ายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องเลี้ยงลูกอีก 4 คน ประกอบกับต้องเร่งหาเงินใช้หนี้จำนวนหลายหมื่นบาท จนคนรู้จักติดต่อให้ตนนำยาบ้าไปขายจะได้มีเงินใช้หนี้ โดยจะหาลูกค้าให้ แล้วให้ไปรับยาบ้ากับเอเย่นต์คนหนึ่งใน ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
    "ฉันทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก รับมาขายแค่ครั้งละ1 ถุง หรือแค่ 200 เม็ด แต่มาครั้งนี้ ตัดสินเพิ่มจำนวนยาเป็น 6 ถุง 1,200 เม็ด เนื่องจากคิดว่า หากขายหมดจะได้กำไรถึง 10,000 บาท แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน" นางนิชาภากล่าว
    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป
    ด้านพ.ต.อ.วัฒนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมนายอำนาจ แอธน อายุ 24 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลาง แผ่นวีซีดีลามกอนาจาร จำนวน 22 แผ่น ได้ที่บริเวณแผงขายไม่มีชื่อ ใต้สะพานลอยปากซอยรามคำแหง 39 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.วานนี้ (2 มี.ค.) พร้อมแจ้งข้อหาประกอบกิจการจำหน่ายสิ่งลามกโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.30)     3 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 26

    ตอนนี้ แฟนถูกจับข้อหา เสพยาบ้า อยากทราบว่า สามารถประกันตัวได้ไหมคะ ถ้าประกันได้ จะเสียเงินเท่าไร และถ้าประกันไม่ได้ จะต้องติดเรือนจำนานเท่าไรคะ

    โดยคุณ เด็กสระบุรี  (114.128.28.46)     28 ก.พ. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 26

    ได้  แต่การจะอนุญาตจะให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 108

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.87)     4 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 25

    มีเรื่องรบกวนสอบถามค่ะ เพื่อนถูกจับคดียาเสพติดซึ่งยาที่มีไว้ในครอบครองเป็นยาบ้าปลอมจำนวน 30 เม็ด (ที่ตำรวจนำมาหลอกขายค่ะ) คือทราบมาว่าถ้าตรวจพิสูจน์แล้วเป็นยาบ้าปลอมจริงๆและตรวจไม่พบค่าเบสหรือค่าสารเสพติด ก็จะไม่ถูกดำเนินคดีใช่ไหมค่ะ

    และอยากทราบว่าผลตรวจจะทราบผลได้ในการฝากขังครั้งที่เท่าไรค่ะ คือตอนนี้ฝากขังมาแล้ว 3ฝาก ตอนนี้มีทางที่จะช่วยเพื่อนได้อย่างไรบ้างค่ะ

    ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าค่ะ

    โดยคุณ Sa  (125.27.222.241)     25 ก.พ. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 25

    ถูกต้องครับ  ไม่เกี่ยวกับการฝากขัง  แต่ไม่เกี่ยวกับการตรวจนิติวิทยาศาสตร์ของ สตช.เท่านั้นครับ

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.64)     26 ก.พ. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 24

    18/2/52  ข่าวทนาย - รวบหนุ่มส่งยาบ้าตามใบสั่งคนคุกบางขวาง

    ทนายคลายทุกข์ขอนำอีกข่าวหนึ่งที่เป็นเพราะความปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ไม่มีการตรวจสอบการนำยาเสพติดเข้าไปในเรือนจำ การใช้โทรศัพท์ ซึ่งอาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องดังกล่าว

    พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายวิชา แซ่จัน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ซ.จันทน์16 แยก9 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม.

    เจ้าหน้าที่จับกุมนายวิชา ที่บริเวณกลาง ซ.จันทน์ 44 ได้พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า ห่อหุ้มด้วยกระดาษ จำนวน 5 มัด รวม 10,000 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 คีตามีน 20 ขวด บรรจุอยู่ในกล่องขนม 2 กล่อง อาวุธปืนนาด .22 มม.จำนวน1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนขนาดเดียวกัน จำนวน 12 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.จำนวน 50 นัด ซองอาวุธปืน 2 ซอง ห่อกระดาษบรรจุยาบ้า 2 ห่อ โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง กระเป๋าเป้ 1 ใบ เงินสด 4,500 บาท และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ทะเบียน บนษ 525 กทม.จำนวน 1 คัน

    พล.ต.ต.โชคชัย กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นมีสายลับแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.5 ว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดภายใน ซ.จันทน์ 44 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงจัดกำลังไปตรวจสอบ พบนายวิชา ขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามซอย ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาคีตามีนบรรจุอยู่ในกล่องขนมจำนวน 20 ขวด ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักที่ ซ.จันทน์ 26 แยก 9 เมื่อทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ก็พบของกลางทั้งหมด

    จากการสอบสวนนายวิชา สารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองและตนเป็นผู้ขายยาเสพติดดังกล่าวให้กับบุคคลทั่วไปย่านที่พัก นอกจากนี้ยังรับส่งยาบ้า ได้ค่าจ้างส่งครั้งละ 10,000 - 20,000 บาท ซึ่งตนไม่รู้จักคนสั่งการ เนื่องจากคนสั่งการอยู่ในเรือนจำบางขวาง และตนก็จะไปรับและส่งยาตามคำสั่ง ก่อนนำไปวางที่นัดหมายตามตู้โทรศัพท์สาธารณะ โพรงหญ้าข้างทาง แล้วแต่จะนัดหมายกัน

    “คนโทรสั่งการผมชื่อไก่ ติดคุกอยู่ที่บางขวาง ผมไม่เคยเห็นหน้าได้แต่โทรติดต่อกันอย่างเดียว ซึ่งเพื่อนที่แนะนำผมนั้นรู้จักสมัยอยู่ในสถานพินิจ ตอนนั้นผมติดคดีรถแข่ง เขาก็ถามผมว่าอย่างได้เงินไหม งานง่ายๆค่าตอบแทนดี ผมช่วยแม่ขายของอยู่ที่บ้านเฉยๆอยากได้เงินจึงตกลงทำ และทำมาแล้ว 3 ครั้ง ก่อนมาถูกจับกุมในครั้งนี้” นายวิชากล่าว

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดี และประสานเจ้าหน้าที่ ปส.ขยายผล ติดตามต้นตอสั่งการในเรือนจำบางขวางต่อไป
    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก



     

     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.109)     18 ก.พ. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 23


    ผวจ.ปทุม ร่วม ตร.ปทุมธานีจับยาบ้ารายใหญ่
    ปทุมธานี ผู้ว่าฯร่วมกับผู้การเมืองปทุมฯ แถลงข่าวจับแก็งยาบ้ารายสำคัญ พร้อมของกลาง 30000 เม็ด สารภาพรับออเดอร์จากผู้ต้องขังในเรือนจำราชบุรี เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 11 ก.พ. 52 นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันลักลอบค้ายาบ้า โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 3 ราย ประกอบด้วยนายหาญณรงค์ สระทองอินทร์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 ม.9 ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม นายวิสูต สระทองจันทร์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.9 ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และ น.ส.พรรณวดี พักตร์ใส อายุ 18 ปี ภรรยาของนายหาญณรงค์ พร้อมด้วยของกลางเป็นยาบ้าชนิดสีส้มจำนวน 30000 เม็ด ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดย พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สืบทราบว่ามีกลุ่มพ่อค้ายาบ้าลักลอบจำหน่ายยาบ้าอยู่ภายในพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ฐาณุพงษ์ พรมสวัสดิ์กุล ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว และ พ.ต.ท.จีรวัฒน์ แนวจำปา รอง.ผกก.ปป. พ.ต.ท.นันทรังสรรค์ สอนเจตน์ รอง.ผกก.สส. เร่งรัดสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กพ.52 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบทราบว่าจะมีกลุ่มพ่อค้ายาบ้าลักลอบนำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จึงหน้าที่จึงได้ออกหาข่าวและและดักซุ่มอยู่ที่บริเวณถนนเลียบคลองน้ำเชี่ยว ม. 1 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น.วันเดียวกันได้มีรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามาที่บริเวณจุดนัดหมาย เป็นรถยนต์มิตซูบิซิ ไตตั้น สีดำ หมายเลขทะเบียน ถฉ-3736 กทม. โดยมีนายหาญณรงค์ สระทองอินทร์ เป็นผู้ขับขี่ และมีนายวิสูต สระทองจันทร์ นั่งคู่มากับคนขับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและเข้าตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 2000 เม็ดและยาไอซ์จำนวน 2 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยุ่ในคอนโซนกลางข้างเบรกมือ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มาสอบสวนเพื่อขยายผล จากการสอบสวนทราบว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยุ่ในบ้านเช่าของคนทั้งสองที่บ้านเลขที่ 111/790 หมู่บ้านภัทรารมย์ 2 ม.1 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบ น.ส.พรรณวดี พักตร์ใส ภรรยาของนายหาญณรงค์ อยู่ในบ้าน และตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 28000 เม็ดซุกซ่อนอยู่จึงยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมตัว น.ส.พรรณวดีมาสอบสวน นายหาญณรงค์ สระทองอินทร์ ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนเองรับจ้างนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของนายแป๊ก ไม่ทราบนามสกุล โดยนายแป๊กจะเป็นคนไปรับยาบ้าตามคำสั่งของจอีกคนหนึ่งที่อยู่ในเรือนจำจังหวัดราชบุรี จากนั้นตนเองก็รับยาบ้ามาจากนายแป๊กเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าโดยได้ค่าจ้างขนยาครั้งละ 20000 บาท โดยทำมาหลายครั้งแล้ว และวันนี้ก็รับยาบ้เจะมาส่งให้ลูกค้าที่นัดหมายไว้แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ กล่าวต่อว่า หลังการสอบสวนในเบื้องต้นนั้นผุ้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า )ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ร่วมกันกระทำความผิดเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลและติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป พนอ ชมภูศรี / ปทุมธานี ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน  ปรึกษาคดียาบ้า 081-616-1425,081-912-5833

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.109)     18 ก.พ. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 22

    ตอบความคิดเห็นที่ 21  ติดคุก 4 ปี  การจะลดโทษเป็นดุลยพินิจของทางเรือนจำ

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.109)     18 ก.พ. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 21

    แฟนโดนจับคดีมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 15 เม็ด

    อ้อมอยากรู้ว่าแฟนจะโดนตัดสินติดคุกกี่ปีค่ะ

    แต่แฟนอ้อมไม่เคยต้องโทษคดีอะไรมาก่อนศาลจะลดโทษให้มั้ยค่ะและถ้ามีวันสำคัญอะไรเค้าจะลดโทษให้มั้ยค่ะ

    ตอนนี้เครียดมากๆ ตอบให้หน่อยนะค่ะ

     

    โดยคุณ อ้อมค่ะ  (119.42.65.44)     13 ก.พ. 2552

  •  1  2  3  4  5   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด