ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700 | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700

  • ฉ้อโกง

     

    ความผิดฐานฉ้อโกง

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  มานำเสนอใน Web page หน้านี้  โดยจะนำเสนอเป็นตอนๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์  เริ่มสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรก  โดยจะเริ่มนำเสนอเป็นตอนที่ 1  ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Web page นี้

    ขอเรียนเชิญให้ท่านกลับเข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

     

                ทีมงานทนายความจะนำความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  ให้ท่านแสดงความคิดเห็นได้ในหน้านี้  ในช่องแสดงความคิดเห็นหรือโทรปรึกษาคดีฉ้อโกง  081-912-5833,081-616-1425

    ความผิดฐานฉ้อโกง ตอนที่ 1

     

    มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา342  ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ

    (1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ

    (2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

    ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 343  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

     

    มาตรา 344  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใดๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 345 ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 346 ผู้ใดเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สิน โดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอ หรือเป็นเด็กเบาปัญญา และไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสารสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 347  ผู้ใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันวินาศภัย แกล้งทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 348  ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 343 เป็นความผิดอันยอมความได้

    ตัวอย่างคดีฉ้อโกง

     

    ฟ้องแล้วเปมิกา แฉละเอียดยิบขั้นตอนลวง หมอเผ่า ติดกับ

     

    เปมิกา แม้จะเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ดก็ไม่อาจช่วยได้ อัยการฟ้องแล้วพร้อมเพื่อนร่วมก๊วน 3 คน หลอกลวง หมอเผ่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาดังหลายรูปแบบทั้งระลึกชาติ เคยเป็นเมีย เป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกเมียหลวงตามฆ่าทุกชาติ ให้เช่าพระแก้คุณไสย หาปืนไว้ป้องกันตัว เช่าคอนโดฯ ไว้หลบภัย ซื้อรถเก๋งคันหรูเพื่อชดใช้กรรม ได้ทรัพย์สินเข้ากระเป๋าไปเกือบ 10 ล้าน ยันให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีในศาล แล้วความจริงจะถูกเปิดเผย ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจลูกผู้หญิงด้วยกัน

     

    วันนี้ (20 ธ.ค.) ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 รัชดาภิเษก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อายุ 25 ปี, น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 23 ปี, นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพร อายุ 28 ปี และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นนักศึกษาผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ พร้อมนายอภิชาติ จรสาย ทนายความ ได้เข้ารับฟังการสั่งคดีจากพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการมีความเห็นให้สั่งฟ้อง จากนั้นได้นำตัวมายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของเจ้าของทรัพย์สิน ตามคำฟ้องระบุความผิดพวกจำเลยว่า

     

    เมื่อระหว่างเดือน ต.ค.49 ถึง เดือน พ.ย.50 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน นายแพทย์ประกิตเผ่า ทมชิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาชื่อดัง แอพพลายด์ ฟิสิกส์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมีความอ่อนแอทางจิต มีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ เป็นโรคจิตอารมณ์แปรปรวน หลงผิดแยกไม่ได้ว่าข้อมูลใดเป็นจริง ขาดความยั้งชั่งใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนอื่นชักจูง จึงหลงเชื่อตามคำหลอกลวงและการสร้างสถานการณ์ของจำเลยทั้งสี่ โดยเข้าใจว่าตนเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จญาณขั้นสูง สามารถระลึกชาติได้ ถอดจิตได้ มีอำนาจที่บุคคลธรรมดาไม่สามรถทำได้ และยังเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีความสามารถนั่งสมาธิจนสามารถเข้าสู่ฌานและสามารถระลึกชาติได้เช่นกัน

     

    จากนั้นพวกจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้งหลายหน โดยร่วมกันสร้างสถานการณ์และหลอกลวงจนเข้าใจว่าจำเลยที่ 1 เคยเป็นภรรยาผู้เสียหายที่ 1 เมื่อ 99 ภพ ชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้กันในชาตินี้ โดยผู้เสียหายที่ 1 เป็นขุนศึกเคยมีม้าชื่อนิลพยัคฆ์ และ นิลมังกร ในชาตินี้ จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท รวมทั้งเงินสด 980,000 บาท เพื่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สห-9999 ให้แก่จำเลยที่ 1

     

    นอกจากนี้ พวกจำเลยยังได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ได้ถูกนางอลิสา ทมชิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียหายที่ 1 ฆ่าตายทุกภพชาติ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายที่ 2 มาฆ่าจำเลยที่ 1 อีกในชาตินี้ จึงให้ผู้เสียหายที่ 1 เช่าพระเครื่องล้อมกรอบทองคำ 15 องค์ และล้อมกรอบสเตนเลส จำนวน 10 องค์ รวมเป็นเงิน 500,000 บาท มอบให้แก่จำเลยที่ 1

     

    ต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้หลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติเห็น ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา กวาดต้อนจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยเป็นเหตุให้กำไลข้อมือสูญหายไป จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ 1 เรือน มูลค่า 245,000 บาท มาคืนให้แทนกำไล

     

    อีกทั้งจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติได้เห็น ผู้เสียหายที่ 1 เคยมอบแหวนไว้ให้จำเลยที่ 1 มาก่อน จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อแหวนเพชรมูลค่า 145,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 อีกและพวกจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่านางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะทำร้ายจึงขอปืนพกไว้ป้องกันตัว ผู้เสียหายที่ 1 จึงมอบปืนพก 3 กระบอก มูลค่า 200,000 บาท ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ให้พวกจำเลยไป

     

    อัยการโจทก์ยังระบุฟ้องด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะมาทำร้าย ต้องหาที่อยู่อาศัย เหมาะที่จะพบกันเพื่อนั่งสมาธิและหลบภัยผู้เสียหายที่ 1 จึงไปเช่าคอนโดมิเนียม 2 ห้อง มูลค่า 410,000 บาท ให้แก่พวกจำเลย ต่อมาจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่า เคยวางเพลิงเผาบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อชาติภพก่อน ต้องชดใช้หนี้กรรมด้วยการซื้อบ้านหลังใหม่ให้ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อ จึงนำเงินจำนวน 250,000 บาทไปวางมัดจำเพื่อซื้อบ้านในหมู่บ้านปริญญาดา แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ให้แก่จำเลย

     

    โดยพวกจำเลยได้หลอกผู้เสียหายที่1 ว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 ใช้ไสยศาสตร์ทำคุณไสยใส่จำเลยที่ 1, 3 และ 4 จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อสร้อยคอและพระเครื่องพร้อมกรอบทอง 10 องค์ เบี้ยแก้คุณไสย รวมเป็นเงิน 140,000 บาท ให้แก่พวกจำเลยเพื่อใช้ป้องกันอันตราย

     

    ท้ายคำฟ้องอัยการยังระบุถึงพฤติการณ์ด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ยังร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัย ต้องการย้ายคณะ เพราะถูกบุคคลระดับสูง ข่มเหงลวนลาม จำเป็นต้องใช้เงินจำนวน 500,000 บาท ในการวิ่งเต้นโยกย้ายคณะ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงมอบเงินให้แก่พวกจำเลยไป และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า เป็นขุนศึกคุมทหารยกทัพมาเผ่าบ้านของจำเลยที่ 1 แล้วปล้นเอาเงินของจำเลยที่ 1 และครอบครัว เทียบกับค่าเงินในปัจจุบันจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงนำเงินของของตน และเงินของนางอลิสา และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2-3 จำนวน 4,586,287 บาท เพื่อชดใช้หนี้กรรมให้แก่พวกจำเลยไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตรวมทั้งสิ้น 9,658,000 บาท

     

    เหตุเกิดที่แขวงและเขตปทุมวัน แขวงและเขตพญาไท กทม.และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 16 ต.ค. 50 พนักงานสอบสวนกองปราบแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

     

    ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ อ.4543/50 และสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดแถลงเปิดคดีวันที่ 25 ก.พ.ศกหน้า เวลา 09.00 น.

     

    ทั้งนี้ น.ส.เปมิกาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางมาศาลอาญาว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นกับเรื่องนี้ และยังคงให้การปฏิเสธกับข้อหาที่เกิดขึ้น และครั้งนี้ก็ถือว่าจะได้เป็นโอกาสที่ตนได้พิสูจน์ตนเองเพราะเรื่องทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้น อย่างเช่นทุกครั้งที่มีการไกล่เกลี่ยกันตนก็ได้ให้ความร่วมมือกับศาลมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ หลังจากนี้ก็จะขอยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป และอยากให้บทสรุปเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์โดยเฉพาะกับผู้หญิงด้วยกัน

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้เกิดเหตุขลุกขลักนิดหน่อยในการยื่นคดีฟ้องต่อศาลเนื่องจาก พนักงานอัยการต้องแก้ไขคำฟ้องในส่วนของ น.ส.เปมิกา ที่เปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น สิริรัษสิริ เหลืองเรณูกุล

    ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก http://www.manager.co.th/

     

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 22   

  • ความคิดเห็นที่ 426

     ขอสอบถามคะ เพราะมีปัญหากับเจ้าของร้านเรื่องโกงเงิน เขาบอกว่าเราโกงเงินไป120,000 และหาว่าโกงวันละ200ทุกวัน ซึ่งเราไม่ได้ทำอย่างที่เขากล่าวหา แต่เราเอาเงินเขามาใช้จริงแต่ไม่ได้โกงเท่าที่เขาบอกโดยเขาบอกว่าได้ใส่เงินไว้ในช่องเงินเพื่อลองใจซึ่งเราก้ขอดูแล้วขอดูรูปที่เป็นหลักฐาน แต่เขาก็ไม่ได้ให้ดูและบอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งหนูอายุเพียง17ปี ตอนนี้ไม่มีงานเลย เขาบอกหนูว่าจะไม่ให้เข้าคุกและถามตำรวจมาแล้วว่าสามารถเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ก้ได้ แรกๆเขาบอกว่า 100,000 หนูเลยบอกว่าไม่มีจ่ายหรอกค่ะ ตอนนี้ก็มีตังอยู่40บาท และเขาก็เขียนใหม่เป็น50,00 สักพักก็เปลี่ยนเป็น60,000 ซึ่งในจำนวนนี้ หนูต้องหยุดการสมัครเรียนไว้และต้องเอาทุกอย่างที่มีไปจำนำเพื่อมาชดใช้เขา ซึ่งตอนนี้หนูไม่ได้เงินเดือนสุดท้ายกับเขาเลย และหนูก้ไม่มีเงินใช้ และไม่สามารถหางานได้เพราะเขาเอาหนูไปพูดให้คนในแถวนั้นฟังหมด ซึ่งอยากทราบว่ามันสามารถเรียกร้องได้ถึง 60,000เลยหรือป่าว เขาเองก้ไม่ให้เราดูหลักฐานเขา เรามั่นใจว่าไม่ได้เอาไปถึงหมื่นเลย แต่เขากับเรียกร้องมาถึง6หมื่นและ เราเปนคนไม่มีรายได้พ่อแม่แยกทางซึ่งเราไม่มีอะไรเลยงานก้หาไม่ได้เพราะอายุไม่ครบ18 จึงอยากจะรบกวนช่วยให้คำปรึกษาได้มั้ยค่ะเพราะต้องการความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วยคะ. ขอบคุณค่ะ^^

    โดยคุณ สมฤทัย โคตรกะพี้  (223.24.42.112)     1 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 425

     ขอปรึกษาค่ะ  

     

    พี่ชายเคยขายส่งไก่พันธุ์ไข่ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดปัญหาคือรถที่ส่งไก่พังเลยไม่ได้นำไก่ไปส่ง ซึ้งลูกค้าก้อได้โอน

     

    เงินมาแล้ว เป็นจำนวนไม่เกิน 2,000บาท แล้วเงินค่าซ่อมรถก็ไม่มีทำให้เหตุการณ์มันล่วงเลยมานานหลายเดือน แต่พอวันหนึ่งก็มีตำรวจมาคุมตัวพี่ชายไป ทางตำรวจบอกว่ามีหมายจับมา แต่ทางตำรวจเอาแค่รูปถ่ายหมายจับให้ดูแล้วตำรวจก้อเอาตัวพี่ชายไปฝากขังไว้ในโรงพัก แล้ววันรุ่งขึ้นตำรวจโทรมาบอกว่าให้แม่ลงมาเจรจาถ้าไม่ไปภายในวันนั้นเค้าจะพาพี่ชายไปที่ศาล แม่ก็เลยโทรไปหาทางฝ่ายผู้เสียหาย ผู้เสียหายเค้าเรียกค่าเสียหายมา 40,000 บาท แล้วเค้าจะถอนแจ้งความให้ แต่ทางเราไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมากขนาดนั้นมาให้ เลยขอเค้าว่ามีให้แค่20,000ได้มั้ย ทางผู้เสียหายเลยขอมา25,000บาท เราก็ยอมจ่าย แล้วเค้าก็ถอนแจ้งความแล้วปล่อยตัวพี่ชายออกมา  

    เลยอยากรู้ว่าที่ทำไปมันถูกต้องรึป่าวแล้วจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ยอมจ่ายที่ทางเค้าเรียกมา  

    ขอถามอีกนิดนึงค่ะ  คือตำรวที่มาจับพี่ชายเป็นคนละที่ๆผู้เสียหายแจ้งความไว้ เลยต้องให้ตำรวจที่นั้นมานำตัวพี่ชายไป แถมยังเอาเงินที่พี่ชายไป500บาท บอกว่าเป็นค่าน้ำมัน ตำรวจมีสิทธิเก็บค่าน้ำมันกับผู้ต้องหาด้วยหรอคะ 

    ขอบคุณค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ Marisa Sueasen  (49.229.113.24)     30 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 424

     สอบถามค่ะ โดนหลอกให้เล่นการพนัน จนเปนหนี้หลักแสน โดยทุกครั้งที่บอกจะเลิกเล่น เค้ายื่นข้อเสนอว่าจะคอยช่วยใบ้เลขให้ จะช่วยลดยอดให้  แต่เรามารู้ทีหลังว่า เค้าใบ้ทุกคนเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง  ยอดมีแต่เพิ่มกับเพิ่ม  กรณีนี้เราไม่ชำระหนี้ หรือเข้าแจ้งความได้มั้ยค่ะ

    โดยคุณ ป.ปลา  (49.49.237.52)     28 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 423

      หนูมีเรื่องเครียดและอยากจะปรึกษาค่ะ คือหนูมีปัญหาคือว่าหนูได้เล่นแชหับท้าวคนหนึ่ง ซึ่งเล่นเป็นจำนวน5วงค่ะ และมีมือจองอีก1มือมือจองนี้แหละค่ะที่มีปัญหาคือหนูจองไว้เสร็จแล้วเต็มและหนูก็จะเอาเงินไปจ่ายแต่วันนั้นมีปัญหาคือหนูเข้าเฟสไม่ได้แต่หนูก็ไช้เฟสทักไปหาเค้าและบแกอีกครึ่งชั่วโมงจะโอนไปแต่ดันตังหายหนูก็ไม่ได้ทักไปเพราะนับแล้วว่าวันจันทร์ไปไห้แต่พอถึงวันจันทร์เค้าลบหนูออกจากกลุ่ม บล็อคเฟส ไลด์ อย่างงี้เรียกการช้อโกงป่าวคะ สามารถเอาผิดยังไงได้บ้างคะ รบกวนถามค่ะ ขอบคุณนะคะ หนูร้อนใจมากค่ะ

     
     

    โดยคุณ สุกานดา  (49.48.224.58)     28 พ.ย. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 422

     มีคนรู้จะโพสเฟสบุคเกี่ยวกับการลงทุนต่างประเทศ  ชวนเชื่อว่าจะได้กำไรดี  จะช่วยดูแลบริหารการลงทุนให้  สนใจเลยติดต่อไป  พร้อมโอนเงินเพื่อลงทุนในต่างประเทศ   โดยตกลงปากเปล่ากันว่าจะแย่งกำไรกัน 70:30  เดือนแรกก็ได้กำไรปกติ  เดือนต่อมาขาดทุนเรื่อยๆ จนเงินหมดรวมแล้ว 7-8 หมื่นบาท  แล้วขาดการติดต่อไป  แบบนี้ดำเดินคดีได้ไหม๊ค่ะ  มีหลักฐานเป็นแค่ข้อความแชท หลักฐานการโอนเงินผ่านบัตรเครดิตไปต่างประเทศ 

     

    โดยคุณ พีพี  (134.196.61.185)     26 พ.ย. 2559

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 422

     หากเป็นการทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอก ลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกงครับ ตาม ป.อ. มาตรา 341 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 341 ได้กระทำ ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิด ความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ท่านสามารรถนำพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้เลยครับ 

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (14.207.102.150)     2 ธ.ค. 2559

  • ความคิดเห็นที่ 421

     ขอความเห็นหน่อยค่ะ

    มีคนประกาศซื้อเฟซบุ๊ค พอดีมีเฟสหนึ่งที่ไม่ได้เล่นเลยขายให้เขาไปแกกับชุดจัดฟันและครีม และเขาก็ขอบัตรประชาชนไปเผื่อว่าเฟสบุ๊คโดนเเสปม เราก็เลยให้ไปปิดเลข13หลักไว้ ผ่านไปหลายชั่วโมง มีคนทักมาถามว่าเล่นกี่เฟสเราบอกเฟสเดียว เขาเลยว่านี่ไงเฟสอีกอันขายโทรศัพท์ให้เขามีบัตรประชาชนด้วย ซึ่งบัตรเป็นของเราจริงๆที่เราให้คนที่ซื้อเฟสไป ตอนนั้นรู้เลยว่าโดนแล้วล่ะ หนูควรทำไงดีคะ เพราะถ้าคนที่เสียตังเขาแจ้งความหนูก็ตกเป็นผู้ต้องหาใช่ไหมคะ เพราะเฟสรูปภาพอะไรเป็นของหนูหมดเลย

     

    โดยคุณ ชฎาพร นามเขตต์  (49.230.235.54)     24 พ.ย. 2559

  •  1  2  3 .. 22   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด