X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700

  • ฉ้อโกง

     

    ความผิดฐานฉ้อโกง

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  มานำเสนอใน Web page หน้านี้  โดยจะนำเสนอเป็นตอนๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์  เริ่มสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรก  โดยจะเริ่มนำเสนอเป็นตอนที่ 1  ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Web page นี้

    ขอเรียนเชิญให้ท่านกลับเข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

     

                ทีมงานทนายความจะนำความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  ให้ท่านแสดงความคิดเห็นได้ในหน้านี้  ในช่องแสดงความคิดเห็นหรือโทรปรึกษาคดีฉ้อโกง  081-912-5833,081-616-1425

    ความผิดฐานฉ้อโกง ตอนที่ 1

     

    มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา342  ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ

    (1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ

    (2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

    ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 343  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

     

    มาตรา 344  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใดๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 345 ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 346 ผู้ใดเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สิน โดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอ หรือเป็นเด็กเบาปัญญา และไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสารสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 347  ผู้ใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันวินาศภัย แกล้งทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     

    มาตรา 348  ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 343 เป็นความผิดอันยอมความได้

    ตัวอย่างคดีฉ้อโกง

     

    ฟ้องแล้วเปมิกา แฉละเอียดยิบขั้นตอนลวง หมอเผ่า ติดกับ

     

    เปมิกา แม้จะเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ดก็ไม่อาจช่วยได้ อัยการฟ้องแล้วพร้อมเพื่อนร่วมก๊วน 3 คน หลอกลวง หมอเผ่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาดังหลายรูปแบบทั้งระลึกชาติ เคยเป็นเมีย เป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกเมียหลวงตามฆ่าทุกชาติ ให้เช่าพระแก้คุณไสย หาปืนไว้ป้องกันตัว เช่าคอนโดฯ ไว้หลบภัย ซื้อรถเก๋งคันหรูเพื่อชดใช้กรรม ได้ทรัพย์สินเข้ากระเป๋าไปเกือบ 10 ล้าน ยันให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีในศาล แล้วความจริงจะถูกเปิดเผย ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจลูกผู้หญิงด้วยกัน

     

    วันนี้ (20 ธ.ค.) ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 รัชดาภิเษก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อายุ 25 ปี, น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 23 ปี, นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพร อายุ 28 ปี และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นนักศึกษาผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ พร้อมนายอภิชาติ จรสาย ทนายความ ได้เข้ารับฟังการสั่งคดีจากพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการมีความเห็นให้สั่งฟ้อง จากนั้นได้นำตัวมายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของเจ้าของทรัพย์สิน ตามคำฟ้องระบุความผิดพวกจำเลยว่า

     

    เมื่อระหว่างเดือน ต.ค.49 ถึง เดือน พ.ย.50 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน นายแพทย์ประกิตเผ่า ทมชิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาชื่อดัง แอพพลายด์ ฟิสิกส์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมีความอ่อนแอทางจิต มีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ เป็นโรคจิตอารมณ์แปรปรวน หลงผิดแยกไม่ได้ว่าข้อมูลใดเป็นจริง ขาดความยั้งชั่งใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนอื่นชักจูง จึงหลงเชื่อตามคำหลอกลวงและการสร้างสถานการณ์ของจำเลยทั้งสี่ โดยเข้าใจว่าตนเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จญาณขั้นสูง สามารถระลึกชาติได้ ถอดจิตได้ มีอำนาจที่บุคคลธรรมดาไม่สามรถทำได้ และยังเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีความสามารถนั่งสมาธิจนสามารถเข้าสู่ฌานและสามารถระลึกชาติได้เช่นกัน

     

    จากนั้นพวกจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้งหลายหน โดยร่วมกันสร้างสถานการณ์และหลอกลวงจนเข้าใจว่าจำเลยที่ 1 เคยเป็นภรรยาผู้เสียหายที่ 1 เมื่อ 99 ภพ ชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้กันในชาตินี้ โดยผู้เสียหายที่ 1 เป็นขุนศึกเคยมีม้าชื่อนิลพยัคฆ์ และ นิลมังกร ในชาตินี้ จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท รวมทั้งเงินสด 980,000 บาท เพื่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สห-9999 ให้แก่จำเลยที่ 1

     

    นอกจากนี้ พวกจำเลยยังได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ได้ถูกนางอลิสา ทมชิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียหายที่ 1 ฆ่าตายทุกภพชาติ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายที่ 2 มาฆ่าจำเลยที่ 1 อีกในชาตินี้ จึงให้ผู้เสียหายที่ 1 เช่าพระเครื่องล้อมกรอบทองคำ 15 องค์ และล้อมกรอบสเตนเลส จำนวน 10 องค์ รวมเป็นเงิน 500,000 บาท มอบให้แก่จำเลยที่ 1

     

    ต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้หลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติเห็น ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา กวาดต้อนจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยเป็นเหตุให้กำไลข้อมือสูญหายไป จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ 1 เรือน มูลค่า 245,000 บาท มาคืนให้แทนกำไล

     

    อีกทั้งจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติได้เห็น ผู้เสียหายที่ 1 เคยมอบแหวนไว้ให้จำเลยที่ 1 มาก่อน จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อแหวนเพชรมูลค่า 145,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 อีกและพวกจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่านางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะทำร้ายจึงขอปืนพกไว้ป้องกันตัว ผู้เสียหายที่ 1 จึงมอบปืนพก 3 กระบอก มูลค่า 200,000 บาท ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ให้พวกจำเลยไป

     

    อัยการโจทก์ยังระบุฟ้องด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะมาทำร้าย ต้องหาที่อยู่อาศัย เหมาะที่จะพบกันเพื่อนั่งสมาธิและหลบภัยผู้เสียหายที่ 1 จึงไปเช่าคอนโดมิเนียม 2 ห้อง มูลค่า 410,000 บาท ให้แก่พวกจำเลย ต่อมาจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่า เคยวางเพลิงเผาบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อชาติภพก่อน ต้องชดใช้หนี้กรรมด้วยการซื้อบ้านหลังใหม่ให้ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อ จึงนำเงินจำนวน 250,000 บาทไปวางมัดจำเพื่อซื้อบ้านในหมู่บ้านปริญญาดา แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ให้แก่จำเลย

     

    โดยพวกจำเลยได้หลอกผู้เสียหายที่1 ว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 ใช้ไสยศาสตร์ทำคุณไสยใส่จำเลยที่ 1, 3 และ 4 จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อสร้อยคอและพระเครื่องพร้อมกรอบทอง 10 องค์ เบี้ยแก้คุณไสย รวมเป็นเงิน 140,000 บาท ให้แก่พวกจำเลยเพื่อใช้ป้องกันอันตราย

     

    ท้ายคำฟ้องอัยการยังระบุถึงพฤติการณ์ด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ยังร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัย ต้องการย้ายคณะ เพราะถูกบุคคลระดับสูง ข่มเหงลวนลาม จำเป็นต้องใช้เงินจำนวน 500,000 บาท ในการวิ่งเต้นโยกย้ายคณะ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงมอบเงินให้แก่พวกจำเลยไป และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า เป็นขุนศึกคุมทหารยกทัพมาเผ่าบ้านของจำเลยที่ 1 แล้วปล้นเอาเงินของจำเลยที่ 1 และครอบครัว เทียบกับค่าเงินในปัจจุบันจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงนำเงินของของตน และเงินของนางอลิสา และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2-3 จำนวน 4,586,287 บาท เพื่อชดใช้หนี้กรรมให้แก่พวกจำเลยไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตรวมทั้งสิ้น 9,658,000 บาท

     

    เหตุเกิดที่แขวงและเขตปทุมวัน แขวงและเขตพญาไท กทม.และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 16 ต.ค. 50 พนักงานสอบสวนกองปราบแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

     

    ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ อ.4543/50 และสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดแถลงเปิดคดีวันที่ 25 ก.พ.ศกหน้า เวลา 09.00 น.

     

    ทั้งนี้ น.ส.เปมิกาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางมาศาลอาญาว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นกับเรื่องนี้ และยังคงให้การปฏิเสธกับข้อหาที่เกิดขึ้น และครั้งนี้ก็ถือว่าจะได้เป็นโอกาสที่ตนได้พิสูจน์ตนเองเพราะเรื่องทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้น อย่างเช่นทุกครั้งที่มีการไกล่เกลี่ยกันตนก็ได้ให้ความร่วมมือกับศาลมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ หลังจากนี้ก็จะขอยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป และอยากให้บทสรุปเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์โดยเฉพาะกับผู้หญิงด้วยกัน

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้เกิดเหตุขลุกขลักนิดหน่อยในการยื่นคดีฟ้องต่อศาลเนื่องจาก พนักงานอัยการต้องแก้ไขคำฟ้องในส่วนของ น.ส.เปมิกา ที่เปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น สิริรัษสิริ เหลืองเรณูกุล

    ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก http://www.manager.co.th/

     

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 23   

  • ความคิดเห็นที่ 447

     สวัสดีค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่า มียายคนนึงในหมู่บ้านเดียวกันได้มาเสนอขายที่ดินให้ในจำนวน340000 บาทถ้วน โดยตกลงแบ่งจ่ายเป็น2 งวด งวดแรกจ่ายไป170000บาท โดยนัดจ่ายงวดที่สองใน 3 เดือนถัดมา ซึ่งก่อนจะถึงกำหนดจ่ายงวดที่2 ได้ไปสอบถามถึงโชนดที่ดิน ก็ได้คำตอบว่าอยู่ที่ ธกส. (เพราะก่อนหน้านั้นเจ้าของที่ดินไม่ได้แจ้งว่าอยู่ที่ ธกส.) พอรู้ความจริงว่าที่ติดจำนองจึงยกเลิก แต่ทางเจ้าของที่ไม่ยินยอมและเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน30000 บาท ทางด้านแม่ของดิฉันได้จ่ายไปตามที่เจ้าของที่เรียกร้อง(เพราะโดนขู่ต่างๆนาๆว่าจะไม่คืนเงินส่วนที่เหลือมั่งฯ) หลังจากนั้นดิฉันก็ได้ไปแจ้งความ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลค่ะ คืออยากทราบว่าถ้าเจ้าของที่ดินติดคุก แล้วถ้าพ้นโทษแล้วจะต้องกลับมาใช้หนี้ที่ติดค้างไว้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ทัศวรรณ โสภาที  (86.98.7.130)     25 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 446

     ออกมอเตอร์ไซ ชื่อรถเป็นของดิฉัน แต่คนค้ำเอารถไปใช้ จนถึงตอนนี้ฝ่ายกฏหมายโทรมาทวงรถกับค่างวดรถกับดิฉัน  ซึ้งดิฉันไม่รู้ความไปเป็นมาของคนค้ำกับรถคันนั้นตั้งแต่คนค้ำเอาไป เรื่องผ่านมาประมาน3ปีได้  ตอนนี้เหมือนแพะรับบาป ขอคำแนะนำให้หน่อยค่ะ 

    โดยคุณ   (182.232.85.91)     21 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 445

     สวัสดีดีคะ  มีพนักงาน เซล คนนึงคะ มีการยักยอกเงิน โดย เอาของ บริษัท ไปขาย แต่ไม่เอาเงิน เข้า บริษัท หลอกให้ ลูกค้า โอนเงินเข้า บัญชี ส่วนตัว ไม่เข้า บริษัท ลูกค้าบางร้าน โดนเซลให้โอนเงินก่อน แต่ยังไม่ได้สินค้า ทำให้ ลูกค้ามาทวง สินค้ากับ บริษัทเอง แต่ ออเดอร์ ที่ ลูกค้า ทวงไม่มี ออเดอร์สั่งเข้ามา เนื่องจาก คุยไลน์ส่วนตัวกับ เซล  ทาง บริษัทเลยไม่รู้ว่า ลูกค้าสั่งอะไร หลักเกิดเหตุ เซลมีการติดต่อว่าจะรับผิดชอบเป็นการชดใช้ ผ่อนเดือนละ  20000 แต่อีกวันเซลก็หายไปพร้อมกับการติดต่อ ยอดที่โดนโกงไป ยอด 300000 คะ แบบนี้จะดำเนิน คดีอย่างไรบ้างคะ อยากให้เซลติดคุกเลย

    โดยคุณ แอมป์  (49.228.218.251)     8 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 444

     สวัสดีครับพอดีผมมีเรื่องที่กุ้มใจมากอยากจะขอคำปรึกษาหน่อยครับผมขอไม่เปิด เผยตัวเองนะครับคือผมเป็นพลทหารที่จ.พิษณุโลกครับมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าคือหัวหน้าของผมให้เป็นคนเซ็นรับของที่ยืมให้เค้าจนตอนนี้เค้ายังไม่ยอมคืนของที่ยืมไปอยากทราบว่าแบบนี้ผิดกฎหมายหลอกล่วงรึป่าวครับแล้วผมจะมีความผิดรึป่าวคือผมไม่สบายใจเลยกลัวต้องมาใช่หนี้ที่ไม่ได้ก่อขึ้นเลยอยากขอคำปรึกษาหน่อยครับ

    โดยคุณ นัฐพงษ์   (1.47.41.154)     3 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 443

     สอบถามค่ะหนูเปงหนี้เขาแสนกว่าบาทแต่ตอนนี้เหลือ1แสนช่วงนีขายของไม่ดีเลยหนูก้อเลยไม่มีเงินที่จะส่งคืนเขาค่ะทรัพสินอะไรก้อไม่มีไปขายหั้ยเขาเจ้าหนี้ได้แจ้งตำรวจ และมีหมายศาลมาที่บ้าน แต่ไม่ได้ไปเพราะไม่มีเงินเลย ถ้ายอมติดคุกต้องติดกี่ปีค่ะ

    โดยคุณ   (101.51.25.171)     3 มี.ค. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 442

     เรื่องของหนูมีอยู่ว่า หนูวิ่งเรื่องไปเกาหลีเมื่อปี2559  โดยเขาอ้างว่าเขาเป็นหัวหน้าใหญ่อยู่ในกรมแรงงานสามารถพาไปทำงานที่เกาหลีโดยไม่ต้องสอบหรือทำไรใดๆทั้งสิ้น  หนูก็ตกลงทำเรื่องกับเขา จ่ายเงินให้เขาโดยโอนเงินผ่านบัญชีสามีของเขา 55,000 บาท จากนั้นมาสัญญาอะไรหนูก็ไม่ได้เซนเลย เขาบอกให้รอ รอ หนูก็รอ รอนานจนหนูแจ้งถอน คือไม่ไปแล้ว ขอเงินคืน เขาก็บอกค่ะ ได้ค่ะ นัดวันว่าจะจ่ายเงินให้คืนเขาก็เงียบปิดเครื่อง เลื่อนไปเลื่อยๆ โทรไปบางทีเขาก็บอกว่าไม่สะดวกคุย ก็เลื่อนไปอีก คือตอนนี้หนูอยากได้เงินคืนมาก เพราะแม่ไปกู้ ธกส มาต้องจ่าย เพราะสิ้นเดือนมันจะครบปี หนูควรทำยังไงคะ  แนะนำหนูด้วยนะคะ  (ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ)

    โดยคุณ กนกขวัญ พันธ์นิน  (182.232.83.123)     14 ก.พ. 2560

  • ความคิดเห็นที่ 441

     แฟนหนูไปเล่นเกมระไปโต้รุ่งร้านเกมซึ่งมีเจ้าของเปนตำรวจแฟนไม่มีเงินขอติดระทีนี้เขาก่อไห้ติดนะคะทีนี้เพื่อนแฟนกับรุ่นน้องอายุไม่ถึง15มาโต้ด้วยทีนี้เขาไห้แฟนหนูรับผิดชอบจ่ายเงินทีนี้หนูเปนคนไปจ่ายเงินเฉพาะของแฟนหนูเพราะเพื่อนแฟนหนูเขาจ่ายเงินส่วนเขาไประทีนี้เขาจะมาเกบของรุ่นน้องที่อายุไม่ถึง15นั่นที่หนูหนูบอกว่าหนูมาจ่ายเฉพาะของแฟนไคติดก่อไห้คนนั้นมาจ่ายพวกหนูไม่ได้รวยนะที่ต้องมาออกเงินไห้คนโน้นคนนี้ทั้งทีเขาไม่ได้ฝากเงินไห้เราอีกอย่างเราก่อบอกระว่าอย่าไห้ติดทีนี้ไม่มีเงินไห้ก่อมาโวยวายไส่

    ปิดร้านก่อดึกเปิดก้อเช้าตอนแรกก่อบอกไม่ไห้ติดเอาไงทีนี้ไหงไห้ติดเฉยระก่อมาเรียกเกบทีหลังทั้งที่รู้ไม่มีเงิน

    เราพอจะมีวิธีการเผด็จร้านแบบนี้ไหมคะ

    แบบว่ามาวางอำนาจงั้นงี้ไม่ชอบเรย

     

     

     

     

     

    โดยคุณ สุชาดา  (180.180.63.167)     5 ก.พ. 2560

  •  1  2  3 .. 23   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด