แชร์ลูกโซ่ : ปรึกษาคดีแชร์ลูกโซ่ 02-9485700 | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

แชร์ลูกโซ่ : ปรึกษาคดีแชร์ลูกโซ่ 02-9485700

  • แชร์ลูกโซ่

    คดีแชร์ลูกโซ่

     

    ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวสารความเคลื่อนไหวของคดีแชร์ลูกโซ่/ แชร์ลูกโซ่ข้าวสาร/ แชร์ลูกโซ่สมัครงาน / แชร์ลูกโซ่น้ำมัน  มานำเสนอใน Web page หน้านี้  โดยจะนำเสนอเป็นตอนๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์  เริ่มสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรก  โดยจะเริ่มนำเสนอเป็นตอนที่ 1  ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Web page นี้

    ขอเรียนเชิญให้ท่านกลับเข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

     

                ทีมงานนักสืบทนายคลายทุกข์จะนำเรื่องราว  ภารกิจ  คดีชู้สาว  คดีครอบครัว  คดีทุจริต  คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา   ท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับการสืบชู้สาว/ สืบพฤติกรรม/ตามสืบสามี/ ตามสืบภรรยา/ สืบทุจริต / สืบสินค้าปลอม / สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้  แสดงความคิดเห็นได้ในหน้านี้  ในช่องแสดงความคิดเห็นหรือโทรปรึกษาคดีชู้สาว   081-912-5833,081-616-1425

     

    คดีแชร์ลูกโซ่ ตอนที่ 1

     

    ทนายคลายทุกข์  ขอนำข่าวความเคลื่อนไหวคดีแชร์ลูกโซ่  ซึ่งปัจจุบันมีการแตกตัวเรื่องแชร์ลูกโซ่หลายแขนง  เช่น แชร์ลูกโซ่สมัครงาน  แชร์ลูกโซ่ข้าวสาร  วันนี้ข่าวทนายคลายทุกข์ นำข่าว ดีเอสไอทลายบริษัทแชร์น้ำมัน หลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนเก็งกำไรน้ำมันตลาดโลกคาออฟฟิศหรูกลางเมืองมานำเสนอเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนทราบถึงขบวนการทำงานของแชร์ลูกโซ่ในขบวนการต่าง   จะได้ระวังตัวเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ต่อไป

     

    รายละเอียดรายงานข่าว

           วันนี้ (12 ม.ค.) ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้น บริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (แห่งประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซี เอ็น อี รีสอร์ท เลขที่ 170-171 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ชั้น 11 ซึ่งหลักฐานจากการสืบสวน พบว่า เป็นบริษัทที่เปิดขึ้นเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาเก็งกำไรซื้อขายน้ำมันในตลาดดาวโจนส์ ไนเม็กซ์ ฮั่งเส็ง แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลและธุรกรรมการเงิน ไม่พบว่า บริษัทดังกล่าวเคยโอนเงินเพื่อซื้อขายหรือเก็งกำไรหุ้นใดๆตลาดหุ้นในต่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว

          

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ก่อนการตรวจค้นได้มีการโต้เถียงกันถึงหมายค้น เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้ทำประตูลับเชื่อมถึงกันระหว่างห้อง 170 และ ห้อง 171 โดยภายหลังการเจรจาทำความเข้าใจกัน เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทจึงยินยอมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีจอคอมพิวเตอร์จำนวนมาก แต่มีฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์อยู่เพียงไม่กี่เครื่อง รวมทั้งเอกาสารที่เป็นข้อมูลสมาชิกที่พบเหลือเพียงแฟ้มเปล่าเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ตรวจสอบต่อไป

          

           ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจค้นห้องของ นายปฐม ศิริสิน กรรมการบริษัท พบเอกสารการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย สาขาธนบุรี จำนวน 200,000 บาท และจากการตรวจค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานยังพบหมายเรียกคดีฉ้อโกงประชาชนของ สน.ทองหล่อ โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด 1 เครื่อง เอกสารข่าวการจับกุมบริษัท และตารางเวลาการติดต่อลูกค้า ไพ่ 2 สำรับ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปยังห้องเก็บของ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของนายปฐม พบว่าเป็นห้องควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า สายโทรศัพท์ถูกตัดทิ้งกว่า 20 เส้น ส่วนตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากไม่มีรหัสและกุญแจ ดีเอสไอจึงอายัดมาตรวจสอบ นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ส่งผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์เข้าตรวจสอบสายไฟและสายโทรศัพท์ภายในบริษัทดังกล่าว ว่า เชื่อมโยงไปยังจุดใดในอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์อีกบ้าง

          

           พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง เนี่องจากพบว่ามีการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต.และยังเชิญชวนประชาชนมาร่วมลงทุนเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนแต่ ก.ล.ต.ไม่สามารถดำเนินดคีกับผู้ต้องหาได้จึงส่งข้อมูลมาให้ดีเอสไอ เมื่อกลางปี 2550 จากการสืบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวเปิดดำเนินการเพียง 1 ปี แต่ได้หลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนเป็นจำนวนมากโดยผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนกับดีเอสไอ 10 รายต้องสูญเงินลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท บางรายลงทุนไปแล้ว 27 ล้านบาท แต่ผู้ลงทุนทุกรายจะได้เงินปันผลเพียง 30% ของเงินลงทุน หน่วยละ 300,000 บาท โดยจะได้รับปันผลเพียงครั้งเดียวจากนั้นจะขาดทุนตลอด

          

           พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาจะเลือกลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะทางการเงินสูง โดยจะคัดเลือกข้อมูลจากบัตรเครดิตจากนั้นจะชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุน โดยในการจับกุมครั้งนี้ ดีเอสไอได้กระจายกำลังเข้าจับกุม 2 จุด คือ ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานในกรุงเทพฯ และบริษัท ซีเอ็นอี รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และสามารถจับกุม นายณรงค์ฤทธิ์ เขียวหวาน อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ นอกจากนี้ ยังออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย จำนวนนี้ มี นางกันยา ยุชมพู อายุ 37 ปี กรรมการผู้จดทะเบียนบริษัทและเป็นผู้มีอำนาจลงนาม และ นายปฐม ศิริสิน อายุ 38 ปี กรรมการบริหาร และจากการตรวจสอบพบว่าบริษัททั้ง 2 แห่ง ใช้เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันดำเนินงาน แต่ไม่พบว่ามีชาวต่างชาติร่วมกระทำผิด ส่วน นายณรงค์ฤทธิ์ เจ้าหน้าที่จะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาทันที ทั้งนี้ สำนวนคดีนี้มีการสอบสวนทั้งพยานบุคคลและเอกสารไว้เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วเชื่อว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องได้ในเร็วๆ นี้

          

           สำหรับเอกสารเชิญชวนให้ร่วมลงทุน ระบุว่า ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 300,000 บาท หากน้ำมันในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะได้กำไร 120,000 บาท หักค่าคอมมิชชันให้บริษัทแล้วคงเหลือกำไร 110,400 บาท แต่ถ้าการเก็งกำไรขาดทุน 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะขาดทุนสุทธิ 129,600 บาท ทั้งนี้ การซื้อขายน้ำมันล่วงหน้ามีข้อดี หรือผู้ลงทุนสามารถขายก่อนซื้อหรือซื้อก่อนขายก็ได้ ทำให้มีโอกาสทำกำไรทั้งขณะที่น้ำมันราคาขึ้นหรือราคาลง

     ขอขอบคุณรายงานข่าวากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 20

     มี นาย กฺ เปิดให้ลงทุนที่หน้าเว็บไซ คือให้ลงทุนแล้วจะได้เงินปันผลเป็นงวดๆๆ ลง 50000 ได้กำไร 20000  แรกๆก็จ่ายดีครับ แต่มาหลังๆๆ เขาบอกว่าเพื่อนโกง เทรดหุ้นขาดทุนบ้าง  แต่เขาไม่มีหลักฐานเลยว่าเขาขาดทุนยังไง เงินที่เปิดรับลงทุนตั้งเป็น สิบๆล้าน  จนเขาออกมาบอกว่าจะหยุดจ่ายปันผลทั้งหมดและจะคืนทุนให้ แล้วก็จ่ายคืนทุนให้สมาชิกบางคนไปส่วนนึงแล้วก็หายไปเลย จนสมาชิกตกลงกันว่าจะแจ้งความ แต่ นาย กฺ ก็บอกว่า เขาไม่ได้ชวนใครให้มาลงสักคนเดียว แล้วเขาก็บอกว่า การลงทุนมีเสี่ยง  ฉะนั้นเขาไม่ผิด ท้าให้ฟ้องเลย. 

    **** จึงจะถามว่า แบบนี่ เขาผิดไหมและเข้าข่าย คดีฉ้อโกงหรือป่าว ****

    โดยคุณ โดนโกง  (171.101.214.44)     6 ม.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 19

     ผมเป็นผู้เสียหายจากงานเเชร์ลูกโซ้ครับ เเล้วมีกรณีที่มีลูกทีมด้วยผมกะต่อเข้ามาอีกที เเล้วเกิดปัญหาบริษัทปิดหนี ผมได้ 10% จากการเเนะนำ เเต่ คนที่อยู่ด้านล้างผม ได้ทำมาเป็นละยะหนึ่ง ได้เงินคืนไป ประมาณ 40% ที่เหลือโดนบริษัทหนี่ไป เเล้วเค้ามาเเจ้งความเอาผิดที่ผม จะถวงเงินคืนส่วนที่ผมเอามา อยากทราบว่า เคสนี้ผมจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ครับทั้งๆ ที่ผมกะไม่ได้เงินนั้นเลย เเละเค้ากะเอาเงินคืนไป ต้อง40% เเล้ว เค้าจะเอาผิดผมได้มั้ย ครับ 

    โดยคุณ สันติ  (182.53.53.34)     5 มิ.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 19

    หากท่านไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่หรือให้บุคคลใดต้องเสียหาย ท่านก็ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดต่อบุคคลนั้นตามที่ถูกเรียกร้อง ถ้าเป็นข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลท่านมีสิทธิที่จะแต่งตั้งทนายเพื่อแก้ต่างต่อสู้คดีกันต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.11)     18 มิ.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 18

    แถวอีสานมีเยอะไปจัดการที่แชร์ลูกโซ่เพียบไม่มีใครอยากแจ้งหรอกกลัวคดีความก็ไม่มีใครสนใจ

    โดยคุณ 11  (202.28.62.245)     21 มิ.ย. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 17

    รบกวนตรวจสอบธุระกิจนี้หน่อยครับ
    ผมว่าเข้าข่ายแชว์ลูกโซ่นะ  ถ้าดูจากเกณฑ์ด้านบน

    ใช้ชื่อว่า http://www.grcthai.com/
    โดยใช้การทำงานทางอินเตอร์เน็ต
    โดยอ้างว่า ถ้าสมัครแล้วจะได้สิทธิในการพักในโรงแรมหรู
    และถ้าหาสมาชิกได้ก็จะได้เงินอีกจำนวนมาก บางเว็บอ้างว่าได้มากกว่า 400 เปอร์เซ็นต์
    มีข้อสังเกตุว่าในเว็บไม่ระบุผู้รับผิดชอบ ที่ตั้งของบริษัท ในประเทศไทย
    อาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย

    และปัจจุบันมีคนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ
    จึงอยากตรวจสอบข้อเท็จจริง
    เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
    ก่อนที่จะก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต
    ซึ่งหากธุระกิจนี้มีข้อเท็จจริง ก็อาจเป็นช่องทางให้คนในสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
    ขอบคุณครับ
     

    โดยคุณ frombanna  (61.19.66.116)     20 มิ.ย. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 16

    ตอนนี้แชร์ลูโว่ระบาดทั่วภาคอีสานเห็นคนที่เข้าแล้วมีเงินปลุกบ้านหลายล้านบาทคนระแวกบ้านแห่งกู้เงินเพียบเยอะมากเลยไม่เห็นหน่วยงานไหนมาดำเนินการ

    โดยคุณ sss  (202.28.62.245)     29 มี.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 15

    มีเพื่อนมาชักชวนให้ไปสมัครงาน แต่ต้องเสียค่าสมัคร 12,000 บาท แล้วได้ค่าตอบแทน 1-3 เท่าหรือมากกว่านั้น ต่อเดือน (อันนี้เค้าโชว์ยอดเงินเข้าบัญชีให้เห็นเลยว่าเดือนแรกรับ 60,000 บาท และเดือนที่ 2 รับ 30,000 บาท แต่เพื่อนของเค้าได้เป็นแสนต่อเดือน) โดยต้องไปทำงานที่บริษัทจันทร์-เสาร์ ลักษณะงานก็เหมือนไปนั่งเรียนหนังสือ แต่พอฟังเพื่อนแนะนำต่อ ว่าคนภายในเท่านั้นที่จะฝากเข้าทำงานให้ได้ คนหนึ่งฝากได้ไม่เกิน 5 คน แต่ถ้าเราเข้าไปทำก็แนะนำต่อได้อีก 5 คน ฟังดูแล้วมันเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เห็นๆ บริษัทอยู่แถวรัชดาห้วยขวาง เพื่อนไม่บอกว่าชื่อบริษัทอะไร และไม่บอกว่าขายอะไร (ประมาณว่าถ้าอยากรู้รายละเอียดเค้าจะแจ้งผู้บริหารให้แนะนำธุรกิจกับเราเอง) เหมือนสอนกันมาแล้วว่าห้ามแจ้งรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น ต้องเข้าไปให้เค้ากล่อมเอง (น่าจะสำเร็จเกือบทุกราย) หลังจากนั้น 1 เดือน หลานก็โทรมาบอกว่าจะไปสมัครบริษัท ทองคำขาว ค่าสมัคร 12,000 บาท (หลานอายุ 18 ปี จบ ป.6) บอกว่าเพื่อนทำอยู่ได้เดือนแรก 20,000 บาท แค่ไปนั่งขีดๆเขียนๆก็ได้เงินดี แถมทำงานในห้องแอร์ เด็กอายุ 14 ปีก็มีไปทำเหมือนกัน พอถามถึงที่อยู่บริษัทปรากฎว่าเป็นที่เดียวกันกับที่เพื่อนมาแนะนำเราก่อนหน้านี้ ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าสมาชิก มีกี่คน แต่เค้ายังให้ค่าตอบแทนกับคนที่เสียค่าสมัครอยู่ แต่ที่แปลกคือ สมาชิกทุกคนต้องเข้าไปนั่งทำงานในออฟฟิศเค้า ใครทราบเรื่องนี้บ้าง ขอความกระจ่างกับธุรกิจของบริษัทที่กล่าวมานี้ได้บ้างคะ

    โดยคุณ fm  (58.10.13.54)     7 มี.ค. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 14

    สวัสดีค่ะ

    อยากรบกวนสอบถามว่าถ้ามีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการชักชวนให้เราร่วมลงทุนซื้อหุ้นกับทางกรมฯ และจะจ่ายเงินปันผลให้ เช่น 30% 40% เป็นต้น เมื่อเราร่วมลงทุนแล้วกลับไม่โอนเงินให้เราคืน อย่างนี้จะแจ้งความคดีแชร์ลูกโช่ได้หรือไม่ และถือเป็นคดีอาญาหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นคดีลูกโซ่ต้องมีผู้เสียหายกี่คน และมูลค่าความเสียหายกท่าไหร่ เพราะตอนนี้รวบรวมผู้เสียหายได้สิบกว่าคน และมูลค่าความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท หลักฐานที่มีตอนนี้คือหลักฐานการโอนเงิน หลักฐานเช็คเด้ง

    รบกวนขอคำตอบดวยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ P  (223.206.120.21)     5 ก.พ. 2554

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 14

    - ต้องปรับข้อเท็จจริงว่า เป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ตาม ป.อ.มาตรา 341
    - แนะนำให้ท่านนำหลักฐานเข้ามาขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ 02-9485700
     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.53)     16 ก.พ. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 13

    สวัสดีคะ

    รบกวนสอบถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้(เข้าข่ายหลอกลวงหรือลูกโซ่หรือป่าวคะ)

    กรณีนี้คะ...ซึ่งดิฉันกำลังจะตัดสินใจในการลงทุนครั้งนี้

    เนื่องจากว่าน้องสาวดิฉันได้มาแนะนำถึงการลงทุนธุรกิจตัวนี้คะ ซึ่งเพื่อนน้องสาวดิฉันได้แนะนำมาอีกที ทางผู้ที่ดำเนินการได้แจ้งว่า(เฉพาะภายในเท่านั้น ที่รับรู้) เกี่ยวกับการลงทุนนำเงินไปลงทุนก่อน ของกรมอะไรสักอย่างนี่แหละคะ เหมือนพวกที่เค้ามีงานกันตามไบเทค หรือ เมืองทอง เหมือนยืมเงินเราไปลงทุนก่อนอะคะ ประมาณนี้คะ

    ขั้นต่ำการลงทุนครั้งนี้คือ 5000 บาทคะ จะได้เปอร์เซ็นต์กลับคืนมาเริ่มที่ 10%-40% ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มีการลงทุน ถ้าไวหน่อยก้อ 15% แต่รอเงินเพียง 3-1 สัปดาห์ คะ ถ้า 25%-40% อาจจะรอ 2สัปดาห์-1เดือน คะ แล้วแต่เคสคะ (ซึ่งไม่มีอะไรรับประกัน เป็นเฉพาะวงในเท่านั้น) น้องดิฉันได้ลองเล่นหลักแสนคะ และก้อได้เงินจริง เล่นมาได้ 5-6 เดือนได้ แรก ๆ ตรงเวลาคะ หลังๆ มานี้ เรทไป 1-2 สัปดาห์ แต่ได้เงินเหมือนกาน แต่ช้ากว่าเดิมคะ

    **น้องดิฉันไว้ใจเพื่อนมาก เพราะเพื่อนก็โดนบอกต่อมาอีกทีคะ บอกว่าที่เอางานมาให้เพราะเพื่อนของน้องดิฉันท้องอยู่นะคะ ที่สำคัญน้องดิฉันได้ไปบ้านผู้ที่ทำรายใหญ่มาแล้วคะ บอกว่าบ้านเค้าหลังละ 20 ล้าน บ้านสวยมากคะ แบบ เหมือนวังอะคะ มีรถหลายคัน มีของแบรนด์ ๆ เค้าก่อตั้งตัวได้เพราะทำธุรกิจนี้อะคะ

    **รบกวนช่วยแนะนำทีนะคะ ดิฉันก็ฟังมาจากหลายคนคะ แต่ม่ะแน่จัย

    ขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ
     

    โดยคุณ A_umi  (203.150.200.66)     2 พ.ย. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 13

    โดนหรอกแน่นอน เงินเปอร์เซ็นต์ก็เป็นเงินของคุณเอง สุดท้ายเขาก็ไม่จ่าย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.25)     4 พ.ย. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 13

    สวัสดีค่ะคุณ A_umi (ความคิดเห็นที่ 13)

    พอดีเจอเคสเดียวกันเป๊ะเลย ร่วมลงทุนซื้อหุ้นกับกรมนี่แหละ คาดว่าเป็นคนๆเดียวกันด้วย อยากรบกวนขอข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ เพราะตอนเสียหายไปเยอะมาก รบกวนติดต่อกลับด้วยนะคะ

    ส่งมาทางอีเมลล์ก็ได้ค่ะ pocky1155@hotmail.com

    โดยคุณ จันทราทิพย์ แต่งงาม (สมาชิก)  (223.206.120.21)     5 ก.พ. 2554

  • ความคิดเห็นที่ 12

    ช่วยตอบให้ขายสงสัยด้วยนะคะ

    มีเพื่อนถูกชักชวนให้ไปฟังเกี่ยวกับ บ.ขายตรงนี่แหละค่ะ เค้าเล่าว่ามีค่าตอบแทนในแต่ละเดือนสูงมาก จนน่าสนใจ แต่ต้องมีเงินลงทุนประมาณ 2 แสนกว่าบาท คือทำไม่กี่เดือนก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้เลย แค่หาสมาชิกมาเข้ากลุ่ม ตัวสินค้าก็มีไม่มาก บอกว่าสินค้าผลิตจากต่างประเทศ ไม่มีตัวแทนจำหน่าย เป็นเจ้าเดียวที่ขาย แต่ไม่พูดถึงตัวสินค้าเลยเวลาเข้าอบรม ที่เน้นคือเรื่องหาสมาชิกมาให้ได้มากที่สุด ช่วยตอบด้วยนะคะ ว่า บ.ขายตรงแบบนี้มีจริงมั้ย สงสัยมากๆ อยากให้เพื่อนตาสว่าง

     

    โดยคุณ อุษนีย์ พิลาวัลย์  (58.10.158.207)     14 พ.ค. 2553

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 12

    น่าจะเป็นการขายตรงหรือแชร์ลูกโซ่มากกว่า  อย่างหลงสมัครเพราะท่านอาจเสียใจและเสียเงิน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.10.16)     14 พ.ค. 2553

  • ความคิดเห็นที่ 11

    สคบ. และ DSI ช่วยตรวจสอบ agel ที่กำลังมาแรงขณะนี้ว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ เพราะผลตรวจแทนมากเกินห้ามใจ

    โดยคุณ 123  (124.120.184.165)     24 พ.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 10

    สอบถามหน่อยครับ   ถ้าทำธุรกิจชวนคนมาลงทุนมีผลตอบแทนที่ชัดเจน และได้ค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนำสมาชิกใหม่ มีการจดทะเบียนถูกต้อง จะถือว่าเป็นแชลูกโช่หรือไม่ครับ  แล้วถ้าไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน บริษัทก็ยังไ่ม่มีความผิด  จนกว่าจะมีผู้เสียหายจากธุรกิจแจ้งความใช่ไหมครับ 

    โดยคุณ ชวฤทธิ์  (118.172.154.183)     22 ก.ย. 2552

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 10

    ต้องดูว่ามีประชาชนได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด  หากมีผู้เสียหายมาก  ก็ถือว่าเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.4.66)     28 ก.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 9

    30/6/52 นักตุ๋นในคดีแชร์ลูกโซ่ก้องโลกถูกพิพากษาจำคุก150ปี

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2552 03:06 น.


    เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ อดีตประธานตลาดหลักทรัพย์แนสแดค ถูกพิพากษาจำคุก 150 ปีเมื่อวันจันทร์(29) ในความผิดฉ้อโกงต้มตุ๋นนักลงทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวอลล์สตรีท

    "คำพิพากษาของศาลแห่งนี้คือ เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ ควรถูกจำคุก 150 ปี" ผู้พิพากษา เดนนี ชิน กล่าว โดยคำพิพากษาดังกล่าวนับเป็นโทษขั้นสูงสุด แม้ว่า แมดอฟฟ์ ได้กล่าวขอโทษต่อเหยื่อของเขา ณ ห้องพิจารณาคดีก็ตาม

    คำพิพากษามีขึ้น 6 เดือนหลังอดีตประธานตลาดหลักทรัพย์แนสแดค ถูกเปิดโปงในฐานะ 18 มงกุฏ ผู้ดำเนินการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ซึ่งโกงเอาเงินของนักลงทุนไปมหาศาล

    อัยการระบุว่ามีการส่งมอบเงินแก่แมดอฟฟ์ ราว 13,000 ล้านดอลลาร์ แต่ แมดอฟฟ์ คาดหมายว่าเขาได้ทำให้นักลงทุนขาดทุนเป็นเงินถึง 50,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

    แมดอฟฟ์ ยอมรับสารภาพจากความผิด 11 ข้อหาตั้งแต่การฉ้อฉลด้านหลักทรัพย์ การฟอกเงินและให้การเท็จในเดือนมีนาคม

    ผู้พิพากษา ยังได้มีคำสั่งให้ริบทรัพย์แมดอฟฟ์ 171,000 ล้านดอลลาร์หรือเกือบ 6 ล้านล้านบาท ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ตามคำขอของอัยการ และในคำสั่งพร้อมกันนั้น ศาลในนิวยอร์กยังได้ยึดทรัพย์ภรรยาของเขา รุธ แมดอฟฟ์ 85 ล้านดอลลาร์ ทำให้เวลานี้เธอเหลือเงินสดติดตัวอยู่ 2.5 ล้านดอลลาร์

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

    ปรึกษาคดีแชร์ลูกโซ่ 02-948-5700,081-912-5833

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์   (58.136.4.40)     30 มิ.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 8

    1/4/52 “ดีเอสไอ” ส่งอัยการสั่งฟ้องแก๊งแชร์น้ำมัน

    ดีเอสไอส่งสำนวนคดีคดีแชร์ลูกโซ่ ซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง พบมีผู้เสียหายจำนวนกว่า 100 คน หลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเอาผิดฐานฟอกเงิน ดำเนินคดีล้มละลาย

    วันนี้ (1 เม.ย.) เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้อำนวยการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 3 สำนักคดีอาญาพิเศษ นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระดับชำนาญการพิเศษ และ ร.ต.อ.ชยรพ พานิชอัตรา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระดับชำนาญการ นำสำนวนการสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่ (แชร์ซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า) ของบริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอฟ เอ เอส ที จำกัด, และบริษัท ซี เอ็น อี รีสอร์ส จำกัด จำนวน 3 กล่อง รวม 12 แฟ้ม ไปส่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 สำนักงาน ก.ล.ต. มีหนังสือแจ้งให้กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ปศท. ให้ดำเนินคดีต่อบริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายปฐม ศิริสิน กับพวกร่วมกันกระทำความผิดในการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยร่วมกันประกอบกิจการและแสดงตนให้ผู้เสียหายและประชาชนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบุคคลอื่นในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 แต่ ปศท. เห็นว่า การกระทำของบริษัทฯ เข้าข่ายเป็นกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และจำนวนเงินที่ได้มีการกู้ยืมรวมกันตั้งแต่บาทขึ้นไป ซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงส่งเรื่องมาให้ DSI ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 DSI ได้รับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 79/2551 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551

    พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมาจนพบข้อเท็จจริงว่า นายปฐม ศิริสิน ผู้ต้องหาที่ 4 ได้ร่วมกับ บริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (ประเทศไทย) จำกัด โดยนางกัญญา ยุชมภู ผู้ต้องหาที่ 1 บริษัท เอฟ เอ เอส ที จำกัด โดยนางกัญญา ยุชมภู ผู้ต้องหาที่ 2 บริษัท ซี เอ็น อี รีซอร์ส จำกัด โดยนางกัญญา ยุชมภู ผู้ต้องหาที่ 3 นางกัญญา ยุชมภู ผู้ต้องหาที่ 5 นางสาวพินิจนันท์ หมื่นโฮ้ง ผู้ต้องหาที่ 6 นายณรงค์ฤทธิ์ เขียวหวาน ผู้ต้องหาที่ 7 นายวีระศักดิ์ อัศวฤทธิกุล ผู้ต้องหาที่ 8 นายพรชัย ไวศยกูลกิจ ผู้ต้องหาที่ 9 นายญาณวรุตต์ หรืออนุศักดิ์ ทองอุบล ผู้ต้องหาที่ 10 นางสาวฤทัยรัตน์ หรือพิชญารัศมิ์ คงชัยยุทธ ผู้ต้องหาที่ 11 นายแสงสูรย์ แก้วเสนีย์ ผู้ต้องหาที่ 12 นางปราณี ศิริสิน ผู้ต้องหาที่ 13 นางสาวเยาวลักษณ์ จำลอง ผู้ต้องหาที่ 14 นายสัมพันธุ์ เน้ยโอชา ผู้ต้องหาที่ 15 และนายแสงชัย แก้วเสนีย์ ผู้ต้องหาที่ 16 ได้ร่วมกันกระทำการโฆษณาชวนเชื่อให้ปรากฏแก่ประชาชนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และปกปิดข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า ผู้ต้องหาที่ 1-3 เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนในการซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าในต่างประเทศ มีประสบการณ์ และความชำนาญในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว หากร่วมลงทุนด้วยจะสามารถทำกำไรได้มาก

    นอกจากนั้น ผู้ต้องหาหลายคนยังได้กระทำการปกปิดชื่อ-สกุลที่แท้จริงของตนเองในการติดต่อชักชวนผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าในต่างประเทศ ด้วยการเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้ซึ่งคำนวณได้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 100 คน หลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุน แต่ที่เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีเพียง 56 คน เท่านั้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 95,976,340 ล้านบาท (จากการตรวจสอบเชื่อว่า คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท) การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-16 เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5,12 (มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000-1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่มีการฝ่าฝืนอยู่) และฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 (มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000-14,000 บาท) อีกบทหนึ่ง

    หลังจากส่งสำนวนให้พนักงานอัยการในวันนี้แล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทุกคน พร้อมกับส่งเรื่องให้กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ดำเนินคดีล้มละลาย ตามมาตรา 8 และมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 อีกด้วย ฉะนั้น ผู้เสียหายที่ยังมิได้เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านเร่งรีบติดต่อกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือพนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ เพื่อส่งเอกสารหลักฐานที่ท่านได้รับความเสียหายให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่านเองในการขอเฉลี่ยทรัพย์คืนภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว มิฉะนั้น ท่านอาจจะมิได้รับการชดใช้ความเสียหายในครั้งนี้แต่ประการใด

    สรุปสถานการณ์แชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน DSI ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 22 คดี ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้วประมาณ 18 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลประมาณ 10 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จำนวน 3 คดี มีผู้เสียหายที่เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 6,470 คน (จากการประเมินเชื่อว่ามีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 100,000 คน) รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท (จากการประเมินเชื่อว่ามีมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท) มีผู้ต้องหาที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ออกหมายจับ จำนวน 164 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้วไม่น้อยกว่า 70 คน

    ขอขอบคุณรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผ฿จัดการออนไลน์
     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.94)     1 เม.ย. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 7

    26/3/52 ดีเอสไอ ส่งฟ้องคดีแชร์ล็อตเตอรี่

    สำนักคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งสำนวนคดีแชร์ล็อตเตอรี่ ให้อัยการสำนักคดีพิเศษ ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีผู้เสียหาย 12 คน หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 46,369,800 บาท

    วันนี้(26 มี.ค.)เวลา 09.00 น.พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้อำนวยการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้มอบหมายให้ นายจุฑาธุช จงเสถียร พ.ต.ท.กฤชณัท จันทร์เขียว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 7ว นายพรภัทร เพ็ญพาส พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 6ว สำนักคดีอาญาพิเศษ นำสำนวนการสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่ (แชร์ล็อตเตอรี่) ไปส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีของแชร์ล็อตเตอรี่นี้ “ดีเอสไอ” ได้รับสำนวนจากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 การกระทำผิดเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2549 เป็นต้นมา นายทินกร งามเมืองปัก ผู้ต้องหาได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยบอกว่ารู้จักกับพนักงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พนักงานดังกล่าวได้รับโควต้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยให้ร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่ง เล่มละ 3,720 บาท แต่จะต้องลงทุนครั้งละ 50 เล่ม เป็นอย่างต่ำ และจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้เล่มละ 135 บาท/เล่ม/งวด โดยจะโอนผลประโยชน์ตอบแทนให้ทุกวันที่ 5 และ 20 ของทุกเดือน มีผู้เสียหาย จำนวน 12 คน หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนายทินกร งามเมืองปัก ผู้ต้องหารวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 46,369,800 บาท

    โดยมีผู้เสียหายคนหนึ่งหลงเชื่อโอนเงินให้เป็นจำนวนมากถึง 7,998,000 บาท แต่เมื่อไปติดตามทวงถามเงินที่ลงทุนไป กลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมคืนให้ จึงทราบว่าถูกหลอกลวง และได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ ปศท. พนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้คำนวณผลประโยชน์ตอบแทนแล้ว คิดเป็นร้อยละ 84.097 ต่อปี ซึ่งการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่ในอัตราร้อยละ 6.25 ต่อปี พฤติการณ์ของนายทินกร งามเมืองปัก ผู้ต้องหา เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5,12 และฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341







     

    โดยคุณ อ.เดชา กิตติวิทยานันท์   (58.136.4.29)     26 มี.ค. 2552

  • ความคิดเห็นที่ 6

    13/1/52 ทนายคลายทุกข์ขอนำข่าวสารเกี่ยวกับคดีแชร์ลูกโซ่ /แชร์สมัครงาน/ แชร์น้ำมัน /แก้ก.ม.สกัดแชร์ลูกโซ่ระบาด สบช่องธุรกิจขายตรงคึก-ดึงดาราสร้างความเชื่อถือ สคบ.เร่งแก้กฎหมายธุรกิจขายตรง ป้องกันธุรกิจแชร์ลูกโซ่สวมรอย จูงมือดีเอสไอและ สศก.ตรวจสอบบริษัทขายตรง 400-500 แห่ง มุ่งรายที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง ด้านผู้บริหารขายยอมรับเศรษฐกิจซบ หนุนธุรกิจคึกคัก ทำให้แชร์ลูกโซ่สบช่องแฝงตัวเข้ามาเพียบ นายนิโรธ เจริญประกอบ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า ขณะได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายให้เร่งปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่แอบแฝงมาในรูปแบบบริษัทขายตรง โดย สคบ.ได้ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ในการตรวจสอบบริษัทขายตรงที่ขึ้นทะเบียน 400-500 แห่ง โดยเฉพาะรายที่จูงใจให้ผลตอบแทนสูงเกินความจริง หรือการเน้นหาสมาชิก แต่ไม่ขายสินค้า “ปัญหาคือ เจ้าหน้าที่ สคบ.มีน้อย บริษัทบางรายใช้ช่องว่างของกฎหมายในการหารายได้จากสมาชิก โดยชักจูงสมาชิกด้วยผลตอบแทนสูง และต้องหาเครือข่ายเป็นลูกโซ่ให้มากสุด ซึ่งบางรายยอมลงทุนซื้อสินค้าให้สมาชิกรายอื่นๆ เพื่อตัวเองจะได้มีเครือข่ายมากๆ เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถเอาผิดได้เต็มที่” นายนิโรธ กล่าว ด้านนางนลินี ไพบูลย์ นายกสมาคมการขายตรงไทย ยอมรับว่า ขณะนี้มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่แฝงตัวเข้ามาในธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งอาศัยช่วงจังหวะที่ภาวะการเมืองและเศรษฐกิจซบเซา โดยใช้วิธีการหาสมาชิกเครือข่าย ด้วยการประกาศการรับสมัครงานทางอินเทอร์เน็ต หนังสือรับสมัครงาน รวมถึงใบปลิวที่ติดตามตู้โทรศัพท์ และแจกตามสะพานลอย เป็นต้น ซึ่งจะเน้นเสนอข้อความที่ให้รายได้สูง สวัสดิการดี เพื่อดึงดูดให้ผู้สนใจเข้ามาสมัคร ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีคนไทยจำนวนมากที่ไม่เข้าใจธุรกิจขายตรง ขณะที่ภาครัฐก็ยังสับสนในแง่ของความสุจริตใจของบริษัทขายตรง ดังนั้น สมาคมจะเน้นการสร้างภาพลักษณ์ และสร้างความเข้าใจที่ดีให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงหน่วยงานรัฐให้มากขึ้น ด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สคบ.ได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ทำให้มีจำนวนลดลง แต่มาปีนี้กลับพบว่ามีมากขึ้น และยังมีการนำบุคคลที่มีชื่อเสียงทางสังคม ดารา มาเป็นที่ปรึกษาคอยชักจูง ซึ่งทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้ง่าย "ภาครัฐต้องเข้ามาดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะทุกวันนี้แชร์ลูกโซ่มีวิธีการแยบยล จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเอาผิดได้ มีการปรับแผนงานใหม่ เช่น มีหลักฐานการจำหน่ายสินค้าจริงตามที่กฎหมายกำหนด แต่การจูงใจจะเน้นหารายได้จากเครือข่ายระดับล่าง หรือสมาชิกใหม่ โดยให้ซื้อสินค้าราคาสูง เพื่อนำเงินไปแบ่งให้สมาชิกที่แนะนำ หรือระดับหัวหน้า" นายอิทธิศักดิ์ กล่าว ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ขอคำปรึกษาคดีแชร์ลูกโซ่ 081-912-5833,081-616-1425

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์     

  • ความคิดเห็นที่ 5

    13/1/52 รู้จักแชร์ลูกโซ่...ก่อนตกเป็นเหยื่อ เขียนโดย Administrator Monday, 16 June 2008 โดย นางสาวศิโรชินี อนันอริยธรรม กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ลักษณะของธุรกิจการเงินนอกระบบที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนส่วนใหญ่จะมีรูปแบบและลักษณะใกล้เคียงกันคือ การหาสมาชิกเพิ่ม และให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงเกินจริงในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยที่ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่าประกอบธุรกิจใด เช่น ลักษณะการขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ :ซึ่ง เป็นรูปแบบหนึ่งของการหลอกลวงที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกล่อให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น หรืออาศัยธุรกิจขายตรงบังหน้าแบบแชร์ลูกโซ่ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจลักษณะนี้ จะเน้นโดยการชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิก หรือประกาศรับสมัครงาน โดยมีสินค้าบังหน้า หรือประกอบธุรกิจทางด้านนำเข้าส่งออก โดยบริษัท ไม่ได้มุ่งเน้นการขายสินค้า แต่เน้นให้ชักชวนบุคคลอื่นมาเป็นสมาชิกหรือพนักงานบริษัทเพิ่มต่อกันไปเรื่อย โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาสมาชิกเพิ่มในอัตราสูง กลุ่มบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน ครูหรือข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือ ประชาชนในต่างจังหวัด ที่มีการศึกษาในระดับหนึ่งและไม่ได้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินอย่างรอบคอบ มุ่งแต่เพียงผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับในอัตราสูงเท่านั้น และมิได้มีความสงสัยว่าบริษัทประกอบธุรกิจใดที่จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงมากได้ หากย้อนดูรูปแบบของแชร์ลูกโซ่ จะพบว่าไม่มีอะไรมาก แค่หานายหน้าไปชักชวนคนให้เข้ามาเป็นสมาชิกร่วมลงทุน โดยบอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูงๆ เช่นลงทุน1หมื่นจะได้เงินคืน 3-4แสนบาท ในระยะเวลาอันสั้น อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งคนที่ลงทุนไปแล้วใน1-2เดือนแรกก็จะได้รับผลตอบแทนตามที่กลุ่มคนเหล่านี้บอก ต่อมาก็บอกว่าหากอยากได้ผลตอบแทนเพิ่ม ก็ให้ไปชักชวนคนรู้จัก เพื่อนฝูง คนในครอบครัว มาร่วมเป็นสมาชิกและพวกนี้จะบอกกันปาก ต่อปาก พอได้เงินมากๆมีสมาชิกเยอะๆคนเหล่านี้ก็จะปิดบริษัทแล้วหนีหายพร้อมหอบเงินของเหล่าสมาชิกไปด้วย แชร์ลูกโซ่ยิ่งวงใหญ่ ยิ่งมี สมาชิกมาก มูลค่าความเสียหายก็จะมากตามไปด้วย บางกรณีคนที่ถูกหลอกลวงจะนำเอาเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตมาลงทุนแล้วก็หมดเนื้อหมดตัวไป ฉะนั้น ถ้ามีใครมาชวนลงทุนแบบตัวเลขเวอร์ ๆ เราก็ควรจะต้องคิดเสียก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี มีคำแนะนำมิให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่เหล่านี้ก็คือ ก่อนที่จะลงทุนอย่าเชื่อตามที่เขาพูด แต่ให้พิจารณาในเรื่องธุรกิจหรือสินค้าที่นำมาชี้ชวนเพื่อลงทุน จะต้องดูว่าเป็นธุรกิจอะไร และเขาทำธุรกิจจริงจังและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ ต้องดูที่ผลตอบแทน หากดูเกินความเป็นจริง ให้คิดในมุมกลับว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การทำธุรกิจอะไรที่จะให้ผลตอบแทนได้ดีถึงขนาดนั้น หากไม่แน่ใจอีก ก็ควรจะโทรศัพท์ไปสอบถามจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อเงินนอกระบบเหล่านี้ เช่น สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กลุ่มป้องปรามเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้แน่ใจว่าเป็นธุรกิจที่ไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ อย่างเช่นกรณีบริษัทแห่งหนึ่งได้ใช้วิธีการประกาศรับสมัครงานขึ้นบังหน้า บริษัทแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ จดทะเบียน เป็นบริษัทขายตรงจาก สคบ. เมื่อเดือนกันยายน 2545 ได้ทำการหลอกลวงหรือปกปิดความจริงซึ่งควรจะบอกให้แก่ประชาชนผู้เสียหาย โดยได้โฆษณาหรือประกาศ แก่ประชาชนทั่วไปเกินกว่า 10 คน ด้วยการประกาศรับสมัครงานตามแผ่นในปลิวประกาศในที่สาธารณะต่างๆ โดยมีเนื้อหาสมัครงานอันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วไม่มีตำแหน่งงานตามที่ประกาศโฆษณาแต่อย่างใด เพียงแต่มีเจตนาชักชวนให้ประชาชนมาเป็นสมาชิกและลงทุน ทำธุรกิจโดยกล่าวอ้างว่าได้รับอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. เมื่อประชาชนหลงเชื่อมาสมัครเป็นสมาชิก จะต้องเสียค่าสมัคร 200 บาท และฟังบรรยายแผนการสมัครเป็นสมาชิก เมื่อสนใจเข้าร่วมลวทุนจะต้องลงทุนในการทำธุรกิจ 2,900 บาท และหากสมาชิกมาลงทุนเพิ่มได้อีก 2 คน คนละ 2,900 บาทรวมเป็นเงิน 5,800 บาทก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงิน 500 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.62 ต่อ 1 ครั้ง โดยบริษัทจะมีการจ่ายค่าคอมมิสชั่นทุกวันที่ 10 วันที่ 20 และ วันที่ 30 ของแต่ละเดือน หรือร้อยละ 310.32 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ พฤติการณ์ ของบริษัทที่หาสมาชิกด้วยการแจกใบปลิวโฆษณารับสมัครงาน โดยหลอกลวงว่ามีอัตราเงินเดือน ประจำ มีเบี้ยขยัน มีรถรับส่ง มีคูปองอาหาร ประจำวัน ระหว่างการรับสมัครเข้าทำงานจะมีพนักงานของบริษัทคอยพูดจาหว่านล้อมถึงความสำเร็จในการทำธุรกิจเพื่อโน้มน้าวชักจูงใจให้สมัครเป็นสมาชิกของบริษัทหากผู้เสียหายรายใดมีเงินสดไม่เพียงพอ กับค่าสมัครและค่าลงทุนทำธุรกิจเพื่อปิดรหัส พนักงานของบริษัทก็จะยุยงให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินที่ติดตัวมาไปจำนำ หรือขาย อาทิ เช่น ทองคำรูปพรรณ ฯลฯ โดยพนักงานของบริษัทจะเป็นผู้พาไปขาย ที่ร้านทองที่อยู่ใกล้ๆ กับบริษัทเพื่อให้ได้เงินจากผู้เสียหายมากที่สุด เมื่อผู้เสียหายสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทแล้ว บริษัทจะให้ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ คอยแนะนำประชาชนทั่วไปที่สนใจรายอื่นๆ ซึ่งหลงเชื่อเข้ามาเป็นสมาชิกต่อ โดยสมาชิกใหม่จะต้องไปทำใบปลิวที่ร้านถ่ายเอกสารไม่มีชื่ออยู่ใกล้ๆ กับบริษัทซึ่งบริษัทให้รูปแบบไว้ และให้สมาชิกใหม่นำไปติดไว้ในที่สาธารณะ เช่น ตู้โทรศัพท์ ทั้งนี้ เพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทนับเป็นการหาสมาชิกใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำ เงินที่ได้จากการรับสมัครสมาชิกใหม่ไปจ่ายเป็นค่าคอมมิสชั่นให้กับสมาชิกเก่า อันมีลักษณะเป็น “แชร์ลูกโซ่” การกระทำของบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อ โกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็น การฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 341 มาตรา 343 มาตรา 83 และพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 12 ขอขอบคุณข้อมูลจากกลุ่มป้องปราบการเงินนอกระบบ ท่านใดต้องการปรึกษาคดีแชร์ลูกโซ่ โทร.081-912-5833,081-616-1425

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์     

  • ความคิดเห็นที่ 4

    13/2/52 คลังเตือน! ระวังแชร์ลูกโซ่พันธุ์ใหม่กำลังระบาด กระทรวงการคลังออกประกาศเตือนภัยประชาชน ให้ระวังแชร์ลูกโซ่พันธุ์ใหม่กำลังระบาด อ้างเป็นธุรกิจขายตรงได้รับอนุญาตจาก สคบ. พร้อมจดทะเบียนเป็นสหกรณ์แล้ว พร้อมชักชวนให้ซื้อสินค้าแพงกว่าตลาด อ้างจะนำส่วนต่างของผลกำไรไปแปลงเป็นหุ้นให้แก่สมาชิก เมื่อครบกำหนดเวลาจะได้เงินปันผลหรือสิ่งของตอบแทน ชี้หากขาดเงินมาหมุนเวียนจะปิดบริษัทหนีแน่ รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน กระทรวงการคลังได้ออกประกาศเตือนภัยประชาชนให้ระวังแชร์ลูกโซ่พันธุ์ใหม่กำลังระบาด โดยปัจจุบันได้มีหลายบริษัทออกชักชวนประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดให้นำเงินมาร่วมลงทุน อ้างว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ประกอบธุรกิจขายตรง และอ้างว่าได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์โดยถูกต้องตามกฎหมาย ชักชวนประชาชนทั่วไปให้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาสูงกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป และอ้างว่าจะนำส่วนต่างของผลกำไรไปแปลงเป็นหุ้นให้แก่สมาชิก หรือลงทุนซื้อสินค้าและฝากให้บริษัทเป็นผู้จำหน่ายแทนก็ได้ หรือซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อก็ได้ (ตัวอย่างเช่น บริษัทจะชักชวนประชาชนให้ซื้อสินค้าในราคาประมาณ 1,500 บาท และอ้างว่าจะนำกำไรจากการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวแปลงเป็นหุ้น (1 หุ้นเท่ากับ 450 บาท) โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 2,000 บาท แบ่งจ่ายเงินเป็น 2 งวด งวดแรกบริษัทจะจ่ายเป็นเงินจำนวน 500 บาท และงวดที่สองจำนวน 1,500 บาท) 'โดยอ้างว่าเมื่อครบกำหนดตามระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ผู้ร่วมลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผล หรืออาจจะได้รับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ บ้านพร้อมที่ดิน โดยในช่วงแรกๆ บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุนตามที่ตกลงไว้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยบริษัทจะใช้วิธีนำเงินของประชาชนผู้ร่วมลงทุนรายใหม่มาหมุนเวียนจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ประชาชนผู้ร่วมลงทุนรายเก่าที่เรียกว่า 'แชร์ลูกโซ่' และหากไม่มีประชาชนมาร่วมลงทุนเพิ่ม ก็ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ หรือหากบริษัทสามารถระดมเงินจากประชาชนผู้ร่วมลงทุนได้มากพอก็จะปิดบริษัทและหลบหนีไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายต้องสูญเสียทรัพย์สินจากการร่วมลงทุนที่กล่าว' กระทรวงการคลังขอเรียนว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงแจ้งเตือนมายังประชาชนทั่วไปอย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคล/บริษัทดังกล่าว และหากมีข้อสงสัย หรือได้รับความเสียหาย ขอให้สอบถาม ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสที่ - กลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง ถ.พระราม 6 โทร. 0-2273-9021 ต่อ 2627-35 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ โทร. 1359 หรือ ตู้ปณ.1359 ปณจ.บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือ www.mof.go.th/fincrime2004 - สำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 499 อาคารสุขประพฤติ ถ.ประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0-2831-9888 ต่อ 2232 หรือ 2275 หรือ www.dsi.go.th - กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ.สาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 0-2237-1199 โทรสาร 0-2234-6806 หรือ www.ecotecpolice.com - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ 78 ทำเนียบรัฐบาล ถ.ราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 1166 หรือ 0-2629-7002 หรือ www.ocpb.go.th - สำนักงานสรรพากรพื้นที่จังหวัด.......ในท้องที่เกิดเหตุ - สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุทุกแห่ง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์     

  • ความคิดเห็นที่ 3

    ตอบผมด้วยครับ( บริษัทเปิดเป็นขายส่ง) ถ้าร้านหรือบริษัทเข้าขออนุญาติถูกต้องตามกฏหมาย เสียภาษีถูกต้องตามกฏหมาย และลักษณะการขายสินค้าเป็นดังนี้ 1. ขายสินค้าจริงทุกอย่างแล้วพอมีกำไรจากการขายสินค้านั้นแล้วกำไรส่วนหนึ่งเก็บเป็นของบริษัท ส่วนหนึ่งจ่ายค่าสิ่งที่ใช้ในบริษัทและจ่ายค่าจ่างพนักงาน แล้วส่วนที่เหลือกำไรอีกส่วนหนึ่งบริษัทจะจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับลูกค้าที่มาซื้อของในบริษัทได้หรือไม่และทางบริษัทจะทำระบบขึ้นมาว่า กำไรจากการขายนี้บริษัทจะจ่ายให้ 2 ครั้งคือ 3 เดือนจ่าย 1 ครั้ง จ่ายตามส่วนที่บริษัทได้กำไรจากการขายมา โดยครั้งแรก จ่าย 500 บาท และอีก 3 เดือนหรือครั้งที่ 2 จ่ายอีก 1500 บาท ถือว่าครบแล้วและก็มาคิดเริ่มให้ผลตอบแทนใหม่โดยที่ลูกค้ามาซื้อใหม่ตามเงือนไข บริษัทผิดหรือไม่ จาก คนอยากรู้ครับ(ถ้าคำถามใดผมถามแล้วยังไม่ครบเมื่อ อาจารย์ตอบแล้วผมจะถามอีกครับ

    โดยคุณ คนชอบความยุติธรรม     

  • ความคิดเห็นที่ 2

    ความโลภหรืออะไรที่มันได้มาง่ายๆเมื่อบุคคลใดเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็ต้องพิจารณาให้แค่นี้ก็ปลอดภัยจากฅนลวงโลกแล้ว คิดหน่อย

    โดยคุณ NITI RU 50     

  • ความคิดเห็นที่ 1

    จับได้ ตัดลิ้นให้หมดเลย

    โดยคุณ อุทัย (บางพึ่ง)     

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด