X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดียาเสพติด-กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า โทร.081-9125833, 02-9485700

  • การต่อสู้คดียาเสพติดของผู้ต้องหาหรือจำเลย

     

    ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม www.decha.com  ในส่วนที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด ทีมทนายความของ website ขอเรียนว่า การให้คำปรึกษากับผู้ต้องหาหรือจำเลย รวมทั้งญาติของผู้ต้องหาหรือจำเลย มีหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    1. ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์และการเข้ามาที่สำนักงานฟรี  โดยไม่เสียค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น

    2. การให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเป็นไปตามกฎหมายยาเสพติดและบรรทัดฐานต่าง   ที่ศาลฎีกาได้วางหลักไว้เกี่ยวกับคดียาเสพติด

    3. ไม่ให้คำปรึกษาตามความเชื่อส่วนตัวของทนายความ เป็นหลัก

    4. การขอคำปรึกษาจะต้องมีสำเนาบันทึกการจับกุม สำเนาคำฟ้อง ประกอบในการขอคำปรึกษาเท่านั้น เพราะทนายความไม่ใช่หมอดูที่จะพยากรณ์คดี

    5. ไม่รับจ้างล้มคดี  หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

    6. การให้คำแนะนำหรือเขียนอุทธรณ์ หรือฎีกาคดียาเสพติด เน้นการต่อสู้คดี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ยกฟ้องคดียาเสพติดเป็นหลักเท่านั้น ไม่เน้นการวิ่งเต้นล้มคดีหรืออวดอ้างสรรพคุณใดๆ  ที่ตรวจสอบไม่ได้

     

    คำเตือน อย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

    1.  บุคคลแอบอ้างวิ่งเต้นประกันตัวได้   มีผู้ต้องหาคดียาบ้าถูกหลอกลวงมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

    2.  ทนายความที่ไปเยี่ยมจำเลยในเรือนจำโดยไม่ได้ร้องขอและเสนอตัวต่อผู้ต้องขังให้จ้างตนเองเป็นทนายความ  โดยอ้างว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น มีเส้นสายกับตำรวจ  อัยการ การกระทำดังกล่าวเป็นการผิดมรรยาททนายความมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก

    3. ตำรวจชุดจับกุม พนักงานสอบสวน เรียกรับเงินเพื่อล้มคดี กลับคำให้การพยาน ทำให้พยานหลักฐานอ่อน  ถ่ายสำนวนการสอบสวนให้ผู้ต้องขัง  หลังจับกุมแนะนำให้ทนายของตัวเองโทรหาญาติผู้ต้องหาให้จ้างทนาย  โดยมีการเรียกเงินหรือผลประโยชน์

    4.  ทนายความหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถซื้อใบ 100/2 ได้เพื่อลดโทษ   มีการหลอกลวงผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นจำนวนมากถึงแม้จะจัดทำขึ้น แต่ศาลไม่นำไปลดโทษและไม่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยเนื่องจากศาลไม่เชื่อว่ามีการให้เบาะแสเพราะจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ มีการเร่ขายตามเรือนจำมากมาย โดยนักกฎหมายราคาใบละ 80,000 ถึงหลายแสนบาท

    5. บุคคลหรือทนายความที่อ้างว่าเคลียร์พนักงานสอบสวนได้หรือลดจำนวนยาเสพติดได้ มีผู้ต้องหาถูกหลอกมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

     

    เตือนผู้ต้องหาที่ถูกจับ ซึ่งมีความทุกข์อยู่แล้ว อาจะมีความทุกข์เพิ่มเติมถ้าพบพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวข้างต้น "

    การวางแผนต่อสู้คดียาเสพติดของทนายความมืออาชีพ  ต้องพิจารณาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

    1. บันทึกการจับกุมสำคัญที่สุด ต้องตรวจสอบบันทึกการจับกุมของตำรวจหรือปปส. เพราะถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในคดี  ตำรวจจะเบิกความขยายผลหรือขัดกับบันทึกการจับกุมหรือแตกต่างกันไม่ได้ และตำรวจต้องมอบสำเนาบันทึกการจับ ป.วิ.อ.มาตรา 84(1) (ฎีกา 6836/2541,3607/2538, 2705/2539, 63/2533,408/2485)

    2. ถ้ามีถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุม  ป.วิ.อ.มาตรา 84  วรรคสี่  ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลย   ดังนั้น  ถึงแม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม  ก็ไม่ได้มีผลเสียต่อรูปคดี  ยังสามารถให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นศาลได้  หากมิได้กระทำความผิดและมีพยานหลักฐานหักล้างโจทก์ได้

    3. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนจะต้องมิได้เกิดจากการบังคับขู่เข็ญ ถ้าให้การเพราะถูกบังคับจากตำรวจ  ถือว่ารับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยไม่ได้  ดังนั้นถึงแม้ผู้ต้องหารับสารภาพ  ก็ยังกลับคำให้การในชั้นศาลต่อสู้คดีได้  หากมีพยานหลักฐานอื่นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ตัวอย่างที่ศาลยกฟ้อง เช่น คำเบิกความของตำรวจชุดจับกุมซึ่งเป็นพยานคู่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เช่น สายลับ การส่งมอบยาเสพติด  จำนวนยาเสพติด  แหล่งที่พบยาเสพติด  สถานที่ที่พบยาเสพติด  ยานพาหนะที่ใช้ในการขนยาเสพติด  หรือแตกต่างจากคำให้การของตนเองในชั้นจับกุม บันทึกการจับกุมในชั้นสอบสวนหรือแตกต่างจากบัญชีของกลาง  แผนที่สังเขปที่ตัวเองเป็นผู้จัดทำขึ้น เป็นต้น  (ฎีกา 1567-1568/2479, 8021/2544,6370/2539,7562/2537)

    4. ถ้อยคำอื่นในบันทึกการจับกุมของผู้ต้องหา  เช่น ยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากนาย ก. ยอมรับว่าค้ายามานานแล้ว  ยอมรับว่านำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง  รับฟังเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดจำเลยได้  ถ้าก่อนที่ตำรวจจะถามผู้ต้องหาได้เตือนผู้ต้องหาให้รู้ตัวก่อนว่า ถ้อยคำเกี่ยวกับยาเสพติดจะสามารถรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  และต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า จะให้ถ้อยคำหรือไม่ก็ได้  จึงจะรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  ป.วิ.อาญา มาตรา 84 วรรคท้าย  (ฎีกา 3254/2553) ถ้อยคำอื่นในชั้นจับกุมของผู้ต้องหาหากเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ  ไม่มีที่มาที่ไป ผู้ต้องหายังสามารถนำสืบในชั้นพิจารณาคดีให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ เช่น  ไม่ได้ให้ถ้อยคำดังกล่าว หรือถ้อยคำดังกล่าวขัดต่อเหตุผลไม่น่าจะเป็นไปได้  เป็นต้น

    5. ของกลางขณะถูกจับ  ถ้ามิได้อยู่กับผู้ต้องหา โอกาสต่อสู้คดีมีมาก  แต่ถ้าตำรวจยัดยาหรือเขียนลงในบันทึกการจับกุมว่า จับได้พร้อมของกลาง โดยทั่วไปมุขของตำรวจมักจะระบุว่า จับได้ในมือข้างขวาหรือกระเป๋ากางเกงด้านขวา  เป็นมุขเก่าๆ  ดังนั้น ถ้าตำรวจยัดข้อหาดังกล่าวจะต้องไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม  และให้ร้องขอความเป็นธรรมว่า ถูกยัดยาหรือจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  อันนี้ก็เป็นข้อต่อสู้ที่ต่อสู้ได้ ป.อ.มาตรา 83(ตัวการร่วม) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด  เป็นยาบ้าจำนวนมากไม่น่าจะอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของจำเลยเพราะอาจแตกเสียหายได้ หรือยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง  ล็อคด้วยกุญแจพร้อมรหัส  หรือยาบ้าวางอยู่กลางบ้านเปิดเผย  หรือยาบ้าจำนวนน้อยอยู่ในกระเป๋ากางเกง  หากจำเลยค้ายาบ้าจริง น่าจะถือไว้ในมือเพราะง่ายต่อการโยนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานหรือตำแหน่งที่จำเลยอยู่ห่างไกลจากยาเสพติด  เป็นต้น

    6. ของกลางที่พบในบ้านของผู้ต้องหา  ถ้ามีผู้ต้องหาคนหนึ่งรับเป็นเจ้าของแล้ว  เช่น สามีรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง  ส่วนใหญ่ภรรยาจะหลุด  ตำแหน่งที่พบของกลาง  ถ้าซุกซ่อนปกปิดมิดชิดอยู่  คนที่ต้องติดคุกคือเจ้าของห้อง  แต่บุคคลอื่นที่อยู่ในห้องอาจมีข้อสงสัยว่า อาจจะไม่ทราบว่ามียาเสพติด ยังมีลู่ทางต่อสู้อยู่ ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ไม่ได้พักอาศัยอยู่เป็นประจำ กลับบ้านดึก  หรือมีบุคคลอื่นเข้าออกหลายคน

    7. คำซัดทอดระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน  มีน้ำหนักน้อย  ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยลำพัง  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 227/1  จะต้องมีพยานหลักอื่นประกอบ  นอกจากคำซัดทอด เช่น พบยาเสพติดของกลางเพิ่มเติม เป็นต้น (ฎีกา 1014/2540,758/2487) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น พยานถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด ซัดทอดจำเลยเพื่อต้องการลดโทษหรือตำรวจสัญญาว่าจะกันไว้เป็นพยาน  คำให้การดังกล่าวไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

    8. ธนบัตรล่อซื้อ การพบธนบัตรในตัวผู้ต้องหาไม่ได้หมายถึงว่า ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด  หากมีช่องว่างไม่ใกล้ชิดติดต่อกับช่วงเวลาจำหน่ายยาเสพติด   และโจทก์ไม่มีพยานมายืนยันว่าเห็นจำเลยจำหน่ายยาเสพติด  อาจมีข้อสงสัยว่าจำเลยอาจรับธนบัตรไว้ด้วยเหตุผลอื่นก็เป็นได้   ตำรวจจะลงประจำวันก่อนหรือจะไม่ลงประจำวันก็ได้  (ฎีกา 270/2542)

    9. การล่อซื้อยาเสพติดของตำรวจ  ถ้าผู้ต้องหามียาเสพติดอยู่แล้ว และสายลับล่อซื้อถือว่าทำได้  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(10)  และเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายตามความจำเป็นและสมควรแต่ถ้าผู้ต้องหาไม่ได้มียาเสพติดไว้ในความครอบครอง  แต่ไปบังคับหรือใช้ให้ไปหายาเสพติดมาส่งมอบให้ตำรวจ ถือว่า เป็นการล่อซื้อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อซื้อรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้  (ฎีกา 4301/2543, 4077/2549,4085/2545)

    10.ยานพาหนะที่ใช้ในการส่งมอบยาเสพติดต้องถูกริบแต่ในทางปฏิบัติตำรวจมักเรียกเงินจากผู้ต้องหาและปล่อยรถไป  แต่ถ้ารถยนต์ติดสัญญาเช่าซื้อ ต้องแจ้งยกเลิกสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์แล้วให้ไฟแนนซ์ไปขอรถคืนจากตำรวจ

    11.การหาทนายความว่าความคดียาเสพติด ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

    -  มีประสบการณ์คดียาเสพติดมายาวนาน มองคดีทะลุปรุโปร่ง

    -  มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ไม่เน้นการวิ่งเต้น  ยัดเงินให้ตำรวจ  พวกนี้เรียกว่านักวิ่งความ ไม่ใช่ว่าความ เป็นภัยสังคม

    -  มองคดีแบบบูรนาการครบทุกด้าน

    -  มีแผนในการต่อสู้คดีที่สมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ

    -  เปิดเผยแผนได้  ไม่ใช่อ้างว่าเป็นความลับบอกไม่ได้

    -  ต้องเน้นตัวบทกฎหมาย  เวลาให้คำปรึกษากับตัวความ

    -  ยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาขึ้นมาสนับสนุนคำปรึกษาของตนเองว่าศาลฎีกาเคยวางแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยและยกฟ้อง เป็นต้น

                  ทุกวันนี้มีการจับกุมคดียาเสพติดเป็นจำนวนมาก แล้วเมื่อจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว ตำรวจมักจะทำการขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด โดยวิธีการของตำรวจมักจะเนินการด้วยวิธีการต่อไปนี้

                1.     บังคับให้ผู้กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองโทรไปหาบุคคลซึ่งติดต่อค้าขายยาเสพติดด้วย และให้หลอกล้อเพื่อนัดส่งยาเสพติด

                2.     หลังจากนั้นจึงสะกดรอย เพื่อรอจังหวะในการจับกุม

                3.     ตำรวจมักจะชักจูงให้ผู้กระทำความผิดที่จับได้โดยต่อรองว่าให้ความร่วมมือกับตำรวจ จะปล่อยตัวไป ส่วนใหญ่ผู้ต้องหามักกลัวและยอมทำตาม

                4.     เมื่อจับตัวผู้กระทำความผิดได้เพิ่มขึ้นแล้ว บางครั้งตำรวจก็ปล่อยตัวไป บางครั้งก็ลดจำนวนยาเสพติดของกลางให้ เช่น 4,000 เม็ด เหลือ 2,000 เม็ด  หรือบางครั้งไม่มีการลดจำนวนยาเสพติด

                5.     สายลับของตำรวจ บางครั้งก็เป็นพวกขี้ยา ,บางครั้งก็เป็นตำรวจไม่แน่นอน

                 6.     แหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า , กัมพูชา , ลาว ยากในการจับกุม

                7.     ในกรณีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือกับทางราชการในการขยายผล กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2  ให้ศาลใช้ดุลยพินิจลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ ที่กำหนดสำหรับความผิดนั้นก็ได้ ดังนั้นเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือในการบอกข้อมูลสำคัญ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้กับเจ้าพนักงานหรือ  ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้

                 ยกตัวอย่างเช่น มียาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด เมื่อรับสารภาพศาลอาจลงโทษจำคุกเพียง   4 ปี เป็นต้น

                บทสรุปเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดถูกจับ ควรให้ความร่วมมือในการขยายผล เพื่อหาตัวการใหญ่ เพราะจะได้ประโยชน์จากมาตรา 100/2

                ท่านสามารถเข้าไปฟังคำแนะนำจาก อ.เดชา  กิตติวิทยานันท์  ได้จากหน้าแรกของเว็บไซต์ www.decha.com ในคอลัมน์คลิปเสียง/รายการวิทยุในหัวข้อวิเคราะห์คดีดังหรือลิงก์นี้ค่ะwww.decha.com/main/showTopic.php?id=4982,www.decha.com/main/showTopic.php?id=8431

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 42   

  • ความคิดเห็นที่ 834

     รบกวนปรึกษาครับ ผมเช่าบ้านอยู่หลังหนึ่ง อยู่กัน4คนแต่มีคน1ได้ออกจากบ้านแล้วแต่เขายังกลับมาพักเพื่อรอไปเช่าที่อื่น แต่เขาได้นำกัญชาเข้าดูดในบ้านผมกับอีก2คนที่เช่าอยู่ซึ่งผมกับเพื่อนไม่ทราบแต่ถ้าผมแจ้งความจับคนที่ดูดกัญชาที่บ้านผม ผมจะถามว่าผมที่เป็นคนแจ้งกับเพื่อนอีก2คนจะโดนจับด้วยหรือไม่คนับ ซึ่งผมไม่ชอบเอาเสียเลยรบกวนช่วยตอบหน่อยนะครับผมอึดอัดเหลือเกิน

    โดยคุณ เอ๋  (27.55.37.120)     26 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 833

     รบกวนสอบถามนะคะ เรื่องคือ น้องโดนล่อซื้อ ยาย้า 3 เม็ด แต่ไม่ได้จับตอนล่อซื้อ แต่ตำรวจตามเพื่อนของน้องอีกคน ที่บ้านโดย ตอนแรก มาค้นที่บ้านก่อน แล้วไม่เจอแบงค์ของกลาง แล้วเผอิญน้องอยู่บนบ้าน ก้อเลยขึ้นไปค้นบนบ้านอีกที แต่ไม่เจอแบงค์ แล้วก็จะกลับแล้ว และจะนำตัวน้องไปตรวจฉี่ แต่มีตำรวจอีขุดหนึ่งมา บอกว่าแบงค์มาแล้วยังงัย ก้อต้องมี แล้วขึ้นไปค้นอีกครั้งก็ เจอแบงค์ ไหลออกมาจากที่นอน แล้วก็จับตัวน้องไป อยากทราบว่า จะช่วยน้องได้ยังไง จะสู้คดีมันจะสู้ได้ใหมคะ แล้วถ้าสู้ไม่ได้น้องจะติดคุกกี่ปี รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ทุกข์ใจมาก ขอบคุณมากคะ

    โดยคุณ p  (66.249.82.138)     25 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 832

    แฟนโดนจับยาบ้า20เม็ดตำรวจมาค้นที่บ้านไม่เจอของแต่แฟนไม่ได้ไปคนเดียวอีกคนขับรถแต่ยาอยู่ที่แฟนส่วนอีกคนขับรถหนีไปได้โดยโดนล่อซื้อตอนนี้แฟนอายุ19ปีทำความผิดครั้งแรกประกันตัวเป็นเงินเท่าไหร่และจะโดนตัดสินจำคุกกี่ปีค่ะ

    โดยคุณ ชีวรัตน์  (223.207.29.144)     23 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 831

     รถผมโดนยืมไปโดนจับยาบ้า19เม็ด โดนครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย ศาลสั่งอายัดรถไว้ก่อน โดยผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมสามารถเอารถผมคืนได้รึเปล่าครับ

    โดยคุณ อาม  (183.88.55.224)     23 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 830

     คือแฟนดิฉันถูกจับยาไอซ์2.48gแต่ไปกับเพื่อนขับรถไปไห้แต่ไม่ได้เป็นจำหน่ายแต่โดนข้อหาจำหน่ายและจำหน่ายแบบนี้มีโอกาสรอดบ้างมั้ยคะจะโดนติดกี่ปีและเค้าเคยถุกจับออกมาได้ไม่ถึง5ปีแบบนี้จะโดนบวกกี่ปีคะตอนนี้เครียดมากกค่ะโดนจับไปอยุ่คลองเปรมเมื่อนวันที่14/2/58

    โดยคุณ วรางคณา บุญศรี (สมาชิก)  (58.11.57.205)     19 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 829

     ขอรบกวนปรึกษาหน่อยค่ะ คือหลานชายอายุ16ปีโดนตํารวจจับข้อหาเสพยาบ้า ประกันตัวออกมาประมาณ5เดือน โดนจับอีกรอบสอง มียาบ้า13เม็ดตํารวจตั้งข้อหาเสพ+ครองนําเข้ามาจากราชอาณาจักร ตอนนี้หลานอาย17ปี ประกันตัวออกมาเเล้ว ทางบ้านบอกว่าอีกสามเดือนถึงจะรู้ว่าผลออกมาว่าติดคุกหรือไม่ติด อยากจะเรียนถามว่าเขาจะมีสิทธ์ติดคุกไหม ถ้าติดประมาณกี่ปีกี่เดือน ขอบคุณล้วงหน้าที่เสียสละเวลามาอ่าน เเละขอขอบคุณล้วงหน้าที่มาตอบคําถามค่ะ ลืมไปค่ะเขาโดนจับกับเพื่อนเขา พอดีทางญาติของเพื่อนเขามาเสนอเงินหนึ่งแสนบาทให้เขายอมรับคนเดียว ถ้าเกิดว่าหลานรับเงินเล้ว เขารับคนเดียวจะโทษหนักไหมค่ะ

    โดยคุณ บี  (178.11.4.5)     14 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 828

     อยากทราบว่าถูกจับยา135เม็ดจะติดคุกประมาณกี่ปี่ค่ะช่วยตอบหน่อย

    โดยคุณ นิดา  (49.230.148.188)     11 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 827

     รบกวนขอสอบถามหน่อยนะคะ พอดีว่าแฟนเคยเสพยาแล้วถูกตำรวจจับและดำเนินคดีไปเมื่อประมาณ 1 พ.ย. 2556 ค่ะ  แล้วโดนขึ้นศาลแต่ช่วงระหว่างที่รอศาลตัดสินจึงโดนศาลฝากขังไว้ที่เริอนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ฟื้นฟูค่ะ ประมาณ 2 คืน 3 วัน แล้วพอศาลตัดสินให้คุมประพฤติต่อ แต่ตอนนี้เขาได้ใบบริสุทธิ์มาแล้ว เขาจะมีประวัติเกี่ยวกับคดียาเสพติดอยู่ไหมคะ ? แล้วจะสามารถสมัครงานของพระราชวังได้หรือเปล่า ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ หญิง  (65.49.14.163)     9 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 826

    ผมถูกศาลตัดสินคดี มียาบ้าไว้ครอบไว้เพื่อจำหน่าย ศาลตัดสินคุมประพติ 1ปี

    รอลงอาญา 2 ปี มีสิทธิ์ล้างประวัติได้มั้ยครับ คือเพิ่งโดนให้ลาออกจากงานเพราะมีประวัติคดีนี้ ตอนนี้คิดหนักมากครับ แล้วสามารถเข้ารับราชการได้มั้ยครับ เพราะที่อ่านกฏข้อห้ามคือเค้าไม่รับแค่คนที่เคยติดคุกจริง ๆ 

     

    โดยคุณ บรีส  (182.52.10.191)     25 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 826

    กรณีดังกล่าวไม่สามารถลบล้างประวัติการถูกดำเนินคดีดังกล่าวได้ ส่วนการสมัครสอบเข้ารับราชการผู้เคยร้องโทษคดียาเสพติด แม้จะไม่เคยถูกจำคุกมาก่อน ก็มักขาดคุณสมบัติเข้ารับราชการได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     25 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 825

    อยากทราบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเคยโดนสืบทราบว่าค้ายา แต่เขาไม่ยุ่งเกี่ยวข้องกะยามา2ปีแล้ว อยากทราบว่าเขาจะโดนชี้มูลความผิดอยุ่หรือเปล่าค่ะ

      แล้ว เขาดื่ม เหล้า สูบบุหรี่ กาแฟ ชา ชอตกาแลต พวกนี้ ถือว่าเสพยาไหมค่ะ  จะโดน ชี้มูลความผิดได้ไหมค่ะ

     

    โดยคุณ น้ำ  (1.46.236.7)     24 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 825

    ท่านควรสอบถามข้อมูลไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวโดยตรงถึงกรณีปัญหาการชี้มูลความผิด ทั้งนี้ตามพฤติกรรมการดื่มสูบ บริโภค ซึ่งสิ่งดังกล่าวไม่ใช่การเสพยาเสพติดตามกฎหมาย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     25 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 824

      สวัสดีคะคือดิฉันมีเรื่องทุกข์ใจเดือดร้อนมากอยากรบกวนให้ช่วยหรือบอกหนทางแก้ปัญหาหน่อยคะดิฉันจะเล่าเรื่องคร่าวๆของคดีนะคะ คือพี่ชายของดิฉันเปิดร้านเหล้าอยุ่ที่หนึ่งอยุ่มาวันนึงที่ร้านมีเรื่องโดยลูกค้ากับลูกแล้วพี่ชายดิฉันไปห้ามกลับโดนต่อยมาพี่ฉันเลยป้องกันตัวต่อมาเกิดตะลุมบอลแล้วมีเสียงคล้ายปืนแต่ไม่ทราบว่าใครยิงนะคะมีผู้บาดเจ็บ3คนคือลูกค้า2คนพีอา1คนลูกหลงโดนสะเก็ตของกระสุนปืนทางพี่ชายแค่ฟกช่ำส่วนลูกค้าที่คนหาเรื่องก็หายตัวไปพี่ชายดิฉันเป็นเจ้าของร้านเลยช่วยค่ารักษาพยาบาลไปต่อมาพีอาไปแจ้งความตำรวจเลยเรียกคนเจ็บอีก2คนมาตำรวจบอกให้เป็นคดีทำร้ายร่างกายแต่พีอากลับแจ้งจับพี่ชายของดิฉันในข้ หาพยายามฆ่าแทนพี่ชายเลยถูกนำตัวไปฝากขังศาลไม่ให้ประกันตัวเพราะร้อยเวรเขียนในสำนวนว่าเคยหลบหนีทั้งๆที่พี่ชายของดิฉันไม่เคยหลบหนีและก็ไม่เคยมีหมายจับมาด้วยพ่อแม่ดิฉันอลยไปสอบถามร้อยเวรว่าทำไมเขียนแบบนั้นร้อยเวรบอกเขียนตามแบบฟอร์มเฉยๆแล้วแบบนี้ดิฉันควรทำยังไงถึงจะประกันพี่ชายได้คะเราจะเอาอะไรไปยืนยันว่าพี่ชายดิฉันไม่เคยหลบหนี...รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ

    โดยคุณ มะเหมี่ยวคะ  (66.249.82.129)     22 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 824

    ท่านควรมาปรึกษาทนายเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยตัวพี่ชายชั่วคราวสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบสำนวนคดีเตรียมหลักฐานอ้างเหตุผลประกอบคำร้องดังกล่าวต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.2)     25 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 823

     อยากทราบว่ากรณีตำรวจยัดยาบ้าค่ะ พอดีแฟนไปหาเพื่อนนัดเจอกันที่สวนสาธารณะแต่แฟนยังไม่ได้เจอหน้าเพื่อนเลย ตำรวจมาขอตรวจรถกระบะแล้วก็ค้นตัว ค้นประมาณ20-30นาที เห็นตำรวจโทรศัพท์บอกว่าไม่มี พอคุยประมาณ10นาทีบอกว่าเจอแล้ว แล้วไปเจอที่กระบะท้ายรถแฟนเข่าทรุดเลยค่ะ แต่ว่าในสำนวนบอกว่าเจอที่กระเป๋ากางเกงด้านขวา ทั้งที่แฟนถนัดข้างซ้ายแฟนไปกับเพื่อนอีก1คน ยาบ้า100เม็ด ตำรวจแบ่งให้คนละ50เม็ด จะติดคุกประมาณกี่ปีค่ะ  แล้วสองคนนี้เค้าเป็นผู้ต้องหาทั้งสองคนเค้าสามารถเซ็นยืนยันพยานได้รึป่าวค่ะ

    โดยคุณ ประชาชนตาดำดำ  (1.46.162.248)     18 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 823

    คดีดังกล่าวจำเลยอาจต้องระวางโทษจำคุกโดยประมาณ 2 ปี 6 เดือน หากศาลเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยคดีนี้จำเลยสามารถอ้างตนเองหรือผู้อื่นเป็นพยานได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 226

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.31)     20 ก.พ. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 822

     อยากทราบแค่ว่ามีบุคคลท่านนึ่งส่งรูปพี่ชายมาแร้วบอกว่าจะขอสืบประวัติดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อมาเขาได้บอกอีกว่าให้ระวัง ปส. จะยัดยานะอ่าวมันคืออะไรคะพวกพี่ชายดิฉันไม่เคยเล่นยาไม่เคยยุ้งเกี่ยวเรยตอนนี้แค่อยากรู้ว่าถ้ามนร่างกายไม่มีสารเสพติดใดๆแร้วจู่ๆโดน ปส. ยัดยาจิงๆเราสามารถฟ้องหรือร้องเรียนได้ไหมคะ

    โดยคุณ ดาด้า  (180.183.144.76)     8 ม.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 822

    หากท่านถูกดำเนินคดีอาญาแจ้งข้อกล่าวหา โดยที่ท่านไม่ได้กระทำความผิด ท่านในฐานะเป็นผู้เสียหายจึงชอบที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพนักงานที่กลั่นแกล้งคนหรือร้องทุกข์ต่อ ปปท.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.14)     29 ม.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 821

     ถ้าจะแจ้งจับคนที่สูบกัญชา เขาจะติดคุกไหมหรือแค่ปรับ เท่าที่ทราบคือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน2000หรือ20000บาทไม่รู้ว่าเข้าใจถูกต้องไหม คือถ้าเราแจ้งจับเราก็อยากให้เขาติดคุก ก็

    เลยอยากทราบว่าจะเท่าไงให้เขาติดคุก

    โดยคุณ นำ้  (171.6.160.56)     25 ธ.ค. 2557

  •  1  2  3 .. 42   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด