ปรึกษาคดียาเสพติด-กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า โทร.081-9125833, 02-9485700 | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดียาเสพติด-กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า โทร.081-9125833, 02-9485700

  • การต่อสู้คดียาเสพติดของผู้ต้องหาหรือจำเลย

     

    ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม www.decha.com  ในส่วนที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด ทีมทนายความของ website ขอเรียนว่า การให้คำปรึกษากับผู้ต้องหาหรือจำเลย รวมทั้งญาติของผู้ต้องหาหรือจำเลย มีหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    1. ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์และการเข้ามาที่สำนักงานฟรี  โดยไม่เสียค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น

    2. การให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเป็นไปตามกฎหมายยาเสพติดและบรรทัดฐานต่าง   ที่ศาลฎีกาได้วางหลักไว้เกี่ยวกับคดียาเสพติด

    3. ไม่ให้คำปรึกษาตามความเชื่อส่วนตัวของทนายความ เป็นหลัก

    4. การขอคำปรึกษาจะต้องมีสำเนาบันทึกการจับกุม สำเนาคำฟ้อง ประกอบในการขอคำปรึกษาเท่านั้น เพราะทนายความไม่ใช่หมอดูที่จะพยากรณ์คดี

    5. ไม่รับจ้างล้มคดี  หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

    6. การให้คำแนะนำหรือเขียนอุทธรณ์ หรือฎีกาคดียาเสพติด เน้นการต่อสู้คดี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ยกฟ้องคดียาเสพติดเป็นหลักเท่านั้น ไม่เน้นการวิ่งเต้นล้มคดีหรืออวดอ้างสรรพคุณใดๆ  ที่ตรวจสอบไม่ได้

     

    คำเตือน อย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

    1.  บุคคลแอบอ้างวิ่งเต้นประกันตัวได้   มีผู้ต้องหาคดียาบ้าถูกหลอกลวงมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

    2.  ทนายความที่ไปเยี่ยมจำเลยในเรือนจำโดยไม่ได้ร้องขอและเสนอตัวต่อผู้ต้องขังให้จ้างตนเองเป็นทนายความ  โดยอ้างว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น มีเส้นสายกับตำรวจ  อัยการ การกระทำดังกล่าวเป็นการผิดมรรยาททนายความมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก

    3. ตำรวจชุดจับกุม พนักงานสอบสวน เรียกรับเงินเพื่อล้มคดี กลับคำให้การพยาน ทำให้พยานหลักฐานอ่อน  ถ่ายสำนวนการสอบสวนให้ผู้ต้องขัง  หลังจับกุมแนะนำให้ทนายของตัวเองโทรหาญาติผู้ต้องหาให้จ้างทนาย  โดยมีการเรียกเงินหรือผลประโยชน์

    4.  ทนายความหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถซื้อใบ 100/2 ได้เพื่อลดโทษ   มีการหลอกลวงผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นจำนวนมากถึงแม้จะจัดทำขึ้น แต่ศาลไม่นำไปลดโทษและไม่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยเนื่องจากศาลไม่เชื่อว่ามีการให้เบาะแสเพราะจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ มีการเร่ขายตามเรือนจำมากมาย โดยนักกฎหมายราคาใบละ 80,000 ถึงหลายแสนบาท

    5. บุคคลหรือทนายความที่อ้างว่าเคลียร์พนักงานสอบสวนได้หรือลดจำนวนยาเสพติดได้ มีผู้ต้องหาถูกหลอกมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

     

    เตือนผู้ต้องหาที่ถูกจับ ซึ่งมีความทุกข์อยู่แล้ว อาจะมีความทุกข์เพิ่มเติมถ้าพบพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวข้างต้น "

    การวางแผนต่อสู้คดียาเสพติดของทนายความมืออาชีพ  ต้องพิจารณาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

    1. บันทึกการจับกุมสำคัญที่สุด ต้องตรวจสอบบันทึกการจับกุมของตำรวจหรือปปส. เพราะถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในคดี  ตำรวจจะเบิกความขยายผลหรือขัดกับบันทึกการจับกุมหรือแตกต่างกันไม่ได้ และตำรวจต้องมอบสำเนาบันทึกการจับ ป.วิ.อ.มาตรา 84(1) (ฎีกา 6836/2541,3607/2538, 2705/2539, 63/2533,408/2485)

    2. ถ้ามีถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุม  ป.วิ.อ.มาตรา 84  วรรคสี่  ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลย   ดังนั้น  ถึงแม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม  ก็ไม่ได้มีผลเสียต่อรูปคดี  ยังสามารถให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นศาลได้  หากมิได้กระทำความผิดและมีพยานหลักฐานหักล้างโจทก์ได้

    3. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนจะต้องมิได้เกิดจากการบังคับขู่เข็ญ ถ้าให้การเพราะถูกบังคับจากตำรวจ  ถือว่ารับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยไม่ได้  ดังนั้นถึงแม้ผู้ต้องหารับสารภาพ  ก็ยังกลับคำให้การในชั้นศาลต่อสู้คดีได้  หากมีพยานหลักฐานอื่นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ตัวอย่างที่ศาลยกฟ้อง เช่น คำเบิกความของตำรวจชุดจับกุมซึ่งเป็นพยานคู่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เช่น สายลับ การส่งมอบยาเสพติด  จำนวนยาเสพติด  แหล่งที่พบยาเสพติด  สถานที่ที่พบยาเสพติด  ยานพาหนะที่ใช้ในการขนยาเสพติด  หรือแตกต่างจากคำให้การของตนเองในชั้นจับกุม บันทึกการจับกุมในชั้นสอบสวนหรือแตกต่างจากบัญชีของกลาง  แผนที่สังเขปที่ตัวเองเป็นผู้จัดทำขึ้น เป็นต้น  (ฎีกา 1567-1568/2479, 8021/2544,6370/2539,7562/2537)

    4. ถ้อยคำอื่นในบันทึกการจับกุมของผู้ต้องหา  เช่น ยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากนาย ก. ยอมรับว่าค้ายามานานแล้ว  ยอมรับว่านำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง  รับฟังเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดจำเลยได้  ถ้าก่อนที่ตำรวจจะถามผู้ต้องหาได้เตือนผู้ต้องหาให้รู้ตัวก่อนว่า ถ้อยคำเกี่ยวกับยาเสพติดจะสามารถรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  และต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า จะให้ถ้อยคำหรือไม่ก็ได้  จึงจะรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  ป.วิ.อาญา มาตรา 84 วรรคท้าย  (ฎีกา 3254/2553) ถ้อยคำอื่นในชั้นจับกุมของผู้ต้องหาหากเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ  ไม่มีที่มาที่ไป ผู้ต้องหายังสามารถนำสืบในชั้นพิจารณาคดีให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ เช่น  ไม่ได้ให้ถ้อยคำดังกล่าว หรือถ้อยคำดังกล่าวขัดต่อเหตุผลไม่น่าจะเป็นไปได้  เป็นต้น

    5. ของกลางขณะถูกจับ  ถ้ามิได้อยู่กับผู้ต้องหา โอกาสต่อสู้คดีมีมาก  แต่ถ้าตำรวจยัดยาหรือเขียนลงในบันทึกการจับกุมว่า จับได้พร้อมของกลาง โดยทั่วไปมุขของตำรวจมักจะระบุว่า จับได้ในมือข้างขวาหรือกระเป๋ากางเกงด้านขวา  เป็นมุขเก่าๆ  ดังนั้น ถ้าตำรวจยัดข้อหาดังกล่าวจะต้องไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม  และให้ร้องขอความเป็นธรรมว่า ถูกยัดยาหรือจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  อันนี้ก็เป็นข้อต่อสู้ที่ต่อสู้ได้ ป.อ.มาตรา 83(ตัวการร่วม) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด  เป็นยาบ้าจำนวนมากไม่น่าจะอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของจำเลยเพราะอาจแตกเสียหายได้ หรือยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง  ล็อคด้วยกุญแจพร้อมรหัส  หรือยาบ้าวางอยู่กลางบ้านเปิดเผย  หรือยาบ้าจำนวนน้อยอยู่ในกระเป๋ากางเกง  หากจำเลยค้ายาบ้าจริง น่าจะถือไว้ในมือเพราะง่ายต่อการโยนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานหรือตำแหน่งที่จำเลยอยู่ห่างไกลจากยาเสพติด  เป็นต้น

    6. ของกลางที่พบในบ้านของผู้ต้องหา  ถ้ามีผู้ต้องหาคนหนึ่งรับเป็นเจ้าของแล้ว  เช่น สามีรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง  ส่วนใหญ่ภรรยาจะหลุด  ตำแหน่งที่พบของกลาง  ถ้าซุกซ่อนปกปิดมิดชิดอยู่  คนที่ต้องติดคุกคือเจ้าของห้อง  แต่บุคคลอื่นที่อยู่ในห้องอาจมีข้อสงสัยว่า อาจจะไม่ทราบว่ามียาเสพติด ยังมีลู่ทางต่อสู้อยู่ ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ไม่ได้พักอาศัยอยู่เป็นประจำ กลับบ้านดึก  หรือมีบุคคลอื่นเข้าออกหลายคน

    7. คำซัดทอดระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน  มีน้ำหนักน้อย  ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยลำพัง  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 227/1  จะต้องมีพยานหลักอื่นประกอบ  นอกจากคำซัดทอด เช่น พบยาเสพติดของกลางเพิ่มเติม เป็นต้น (ฎีกา 1014/2540,758/2487) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น พยานถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด ซัดทอดจำเลยเพื่อต้องการลดโทษหรือตำรวจสัญญาว่าจะกันไว้เป็นพยาน  คำให้การดังกล่าวไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

    8. ธนบัตรล่อซื้อ การพบธนบัตรในตัวผู้ต้องหาไม่ได้หมายถึงว่า ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด  หากมีช่องว่างไม่ใกล้ชิดติดต่อกับช่วงเวลาจำหน่ายยาเสพติด   และโจทก์ไม่มีพยานมายืนยันว่าเห็นจำเลยจำหน่ายยาเสพติด  อาจมีข้อสงสัยว่าจำเลยอาจรับธนบัตรไว้ด้วยเหตุผลอื่นก็เป็นได้   ตำรวจจะลงประจำวันก่อนหรือจะไม่ลงประจำวันก็ได้  (ฎีกา 270/2542)

    9. การล่อซื้อยาเสพติดของตำรวจ  ถ้าผู้ต้องหามียาเสพติดอยู่แล้ว และสายลับล่อซื้อถือว่าทำได้  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(10)  และเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายตามความจำเป็นและสมควรแต่ถ้าผู้ต้องหาไม่ได้มียาเสพติดไว้ในความครอบครอง  แต่ไปบังคับหรือใช้ให้ไปหายาเสพติดมาส่งมอบให้ตำรวจ ถือว่า เป็นการล่อซื้อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อซื้อรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้  (ฎีกา 4301/2543, 4077/2549,4085/2545)

    10.ยานพาหนะที่ใช้ในการส่งมอบยาเสพติดต้องถูกริบแต่ในทางปฏิบัติตำรวจมักเรียกเงินจากผู้ต้องหาและปล่อยรถไป  แต่ถ้ารถยนต์ติดสัญญาเช่าซื้อ ต้องแจ้งยกเลิกสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์แล้วให้ไฟแนนซ์ไปขอรถคืนจากตำรวจ

    11.การหาทนายความว่าความคดียาเสพติด ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

    -  มีประสบการณ์คดียาเสพติดมายาวนาน มองคดีทะลุปรุโปร่ง

    -  มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ไม่เน้นการวิ่งเต้น  ยัดเงินให้ตำรวจ  พวกนี้เรียกว่านักวิ่งความ ไม่ใช่ว่าความ เป็นภัยสังคม

    -  มองคดีแบบบูรนาการครบทุกด้าน

    -  มีแผนในการต่อสู้คดีที่สมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ

    -  เปิดเผยแผนได้  ไม่ใช่อ้างว่าเป็นความลับบอกไม่ได้

    -  ต้องเน้นตัวบทกฎหมาย  เวลาให้คำปรึกษากับตัวความ

    -  ยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาขึ้นมาสนับสนุนคำปรึกษาของตนเองว่าศาลฎีกาเคยวางแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยและยกฟ้อง เป็นต้น

                  ทุกวันนี้มีการจับกุมคดียาเสพติดเป็นจำนวนมาก แล้วเมื่อจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว ตำรวจมักจะทำการขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด โดยวิธีการของตำรวจมักจะเนินการด้วยวิธีการต่อไปนี้

                1.     บังคับให้ผู้กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองโทรไปหาบุคคลซึ่งติดต่อค้าขายยาเสพติดด้วย และให้หลอกล้อเพื่อนัดส่งยาเสพติด

                2.     หลังจากนั้นจึงสะกดรอย เพื่อรอจังหวะในการจับกุม

                3.     ตำรวจมักจะชักจูงให้ผู้กระทำความผิดที่จับได้โดยต่อรองว่าให้ความร่วมมือกับตำรวจ จะปล่อยตัวไป ส่วนใหญ่ผู้ต้องหามักกลัวและยอมทำตาม

                4.     เมื่อจับตัวผู้กระทำความผิดได้เพิ่มขึ้นแล้ว บางครั้งตำรวจก็ปล่อยตัวไป บางครั้งก็ลดจำนวนยาเสพติดของกลางให้ เช่น 4,000 เม็ด เหลือ 2,000 เม็ด  หรือบางครั้งไม่มีการลดจำนวนยาเสพติด

                5.     สายลับของตำรวจ บางครั้งก็เป็นพวกขี้ยา ,บางครั้งก็เป็นตำรวจไม่แน่นอน

                 6.     แหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า , กัมพูชา , ลาว ยากในการจับกุม

                7.     ในกรณีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือกับทางราชการในการขยายผล กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2  ให้ศาลใช้ดุลยพินิจลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ ที่กำหนดสำหรับความผิดนั้นก็ได้ ดังนั้นเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือในการบอกข้อมูลสำคัญ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้กับเจ้าพนักงานหรือ  ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้

                 ยกตัวอย่างเช่น มียาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด เมื่อรับสารภาพศาลอาจลงโทษจำคุกเพียง   4 ปี เป็นต้น

                บทสรุปเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดถูกจับ ควรให้ความร่วมมือในการขยายผล เพื่อหาตัวการใหญ่ เพราะจะได้ประโยชน์จากมาตรา 100/2

                ท่านสามารถเข้าไปฟังคำแนะนำจาก อ.เดชา  กิตติวิทยานันท์  ได้จากหน้าแรกของเว็บไซต์ www.decha.com ในคอลัมน์คลิปเสียง/รายการวิทยุในหัวข้อวิเคราะห์คดีดังหรือลิงก์นี้ค่ะwww.decha.com/main/showTopic.php?id=4982,www.decha.com/main/showTopic.php?id=8431

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 44   

  • ความคิดเห็นที่ 871

     สวัสดีคะ!  พอดีแฟนโดนจับคดียาเสพติด แต่ยานั้นเปนของเจ้าของบ้านที่แฟนไปทำงานด้วยซึ่งจำนวนของทั้งหมดรวม100กว่าเม็ด ตอนให้คำให้การต่อตำรวจเจ้าของบ้านรับสารภาพว่าเปนของเค้าทั้งหมดจิง แต่ติดที่แฟนนอนยุที่บ้านหลังนั้นด้วย ศาลเลยให้ต้องโทษคดีร่วมกันมียาเสพติดไว้จำหน่าและครอบครอง จำคุก เท่ากัน 3ปี กว่า แต่มีวันนึงไปเยี่ยมแฟน แฟนบแกว่าเจ้าของบ้านใช้ให้แฟนรับว่าของทั้งหมดเปนของแฟน เค้าให้เงิน2แสน แต่แฟนปฎิเสธ แล้ววันขึ้นศาลเจ้าของบ้านกลับคำให้การว่าตำรวจซ้อมเธอให้รับสารภาพ แบบนี้แฟนนู๋จะโดนไปด้วยไหมค่ะ แล้วมีการลดโทษบ้างไหม คือเหมือนวันสำคัญต่างๆอาะค่ะ อยากรู้ แล้วถ้าลดโทษจะเหลือประมาณกี่ปีได้ค่ะ ...ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ผู้หญิงคนนึง  (223.205.106.8)     3 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 870

    สวัสดีค่ะ หนูมีเรื่องจะถามค่ะ คือว่าตอนนี้หนูโดนจับเป็นรอบที่สองในคดี "ร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 10เม็ด แต่ คดีแรกหนูโดน จำหน่าย กับ ขับเสพ คดีแรกสิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่12/5/2558  คดีที่สองถูกจับ28/5/2558 ในสำนวนเขียนว่ายาบ้าดังกล่าวเจ้าของยา (ตอนนี้หลบหนีอยู่ ) ไว้เอาไว้ให้พวกข้าพเจ้าไว้เสพ ตอนนี้ตำตรวจได้แจ้งมาตรา 4,7(1),15,102 และประมวลผลกฎหมายมาตรา83 แล้วแบบนี้หนูต้องติดคุก หรือว่าหนูจะโดนอะไรบ้างค่ะ ขอความกรุณาตอบคำถามหนูด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ บีเว้อร์  (49.230.80.44)     30 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 870

    คดีนี้ท่านกับพวกอาจต้องระวางโทษจำคุกอย่างต่ำ 1 ปี ส่วนท่านอาจถูกเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งรวมเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 มาตรา 97

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.146.250)     1 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 869

     คือเรื่องมีอยู่ว่า แฟนดิฉันโดนหลอกให้ดูดยาบ้าตอนเที่ยงคืนยาบ้าที่ดูดจำนวนครึ่งของครึ่งเม็ด(แฟนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหาเช้ากินค่ำเลี้ยงยายที่แก่ชรา) พอรุ่งเช้าตำรวจมาขอตรวจฉี่ที่บ้าน (มารู้ทีหลังคนที่นำมาให้ดูดคือญาติของตำรวจคนที่มาจับและขายยาด้วย) ตำรวจได้พาตัวแฟนไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกที พอตรวจเสร็จก็นำตัวไปคุมขังที่สถานีตำรวจในท้องที่ ตอนสอบปากคำตำรวจไม่ถามซักคำว่าได้ยามาจากไหนเอามาจากใครซึ่งตำรวจก็น่าจพรู้ดีว่าแฟนหนูไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่แล้ว แล้วก็ขอโทษแฟนว่าเราไม่ได้แกล้งนะมีคนแจ้งเข้ามา ขอโทษแฟนหนูยกใหญ่ รุ่งเช้าส่งตัวเข้าที่กักขังในตัวจังหวัด เพื่อให้ญาติไปประกันตัวที่ศาล ญาติก็ไปประกันตัวออกมา10,000บาท แล้วอีก2วันศาลนัดไปฟังคำตัดสิน พอไปศาล ศาลนัดอีก20วันค่อยมาฟังผลใหม่ ตอนนี้แฟนเข้าข่ายผู้ป่วยทางจิตแล้วไม่รู้จะแก้ไขยังไง

    คำถามมีอยู่ว่า

    1.เมื่อครบ20วันแล้วแฟนไม่ไปฟังคำตัดสินจะมีผลอะไรไหมหรือให้ญาติไปฟังแทนได้ไหม

    2.ในกรณีหนีไม่ไปฟังคำตัดสิน คดีความมีอายุกี่ปี

    3.ถ้าไปฟังคำตัดสินแล้วให้เข้าบำบัดใช้เวลากี่เดือน ก่อนหน้านี้แฟนเคยหลบหนีทหารมีผลอะไรกับคดียาเสพติดไหมหรือต้องเข้าฝึกทหารเพิ่มอีกไหม

    4.วันที่ไปฟังคำตัดสินต้องเสียเงินเพิ่มอีกไหม จำนวนเท่าไหร่ แล้วศาลจะตัดสินว่าอย่างไร

    5.ในกรณีที่ตำรวจและคนที่นำมาให้เสพเราสามารถร้องเรียนไปยังที่ใดได้บ้าง แต่ในกรณีนี้เราผิดที่เสพแต่ทำไมตำรวจไม่จับคนขายถึงเป็นญาติก็ตาม

    ขอบคุณมากนะคะ รบกวนช่วยตอบกลับด้วยค่ะ วันตัดสินคือวันที่ 14 July 2015.ค่ะ

     

     

     

     

     

     
     

    โดยคุณ นก  (203.144.218.3)     29 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 869

    1.จำเลยมีหน้าที่ต้องไปฟังคำพิพากษาคดีอาญาตามกำหนดนัดด้วยตนเอง จะมอบหมายให้ผู้อื่นไปฟังแทนไม่ได้ มิฉะนั้น ศาลอาจออกหมายจับจำเลยตาม ป.วิ.อ.มาตรา 182

    2.คดียาเสพติดมีอายุความ 30 ปี

    3.ข้อสงสัยอื่นให้โทรปรึกษาทีมทนายคลายทุกข์ที่ 02-9485700

     

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.146.250)     1 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 868

    ผมโดนจับคดีเสพขับมา1ครั้งศาลตัดสินคุมประพฤบำเพ้ญประโยชน์1ปีโทษจำคุก6เดือนรอลงอาญา2ปีผมรายงานตัวคุมประพฤครบ1ปี และผมมาโดนจับคดีเสพขับอีก1ครั้ง ศาลชั้นต้นตัดสินให้เสียค่าปรับ20000บาท แต่อัยการยื่นอุทรณ์ให้ศาลอุทรณ์ตัดสินโทษจำคุกของเก่า 6เดือนและโทษใหม่อีก 6เดือน ผมต้องทำยังไงถึงจะไม่โดนติดคุก ศาลอุทรณ์จะตัดสินคำพิพากษาออกมาแบบไหน

    โดยคุณ siriwat  (49.230.77.80)     27 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 868

    ท่านมีสิทธิทำคำแก้อุทธรณ์ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์จะพิจารณาตัดสินชี้ขาดคดีตามอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์และสำนวนเอกสารคดีทั้งหมด ส่วนจะออกมาลักษณะใดไม่อาจตอบได้เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.146.250)     1 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 867

    ขออนุญาติสอบถามครับ   เมื่อคืนผมเพิ่งโดนซัดทอดว่าได้นำยาบ้าไปให้คนที่โดนจับ ภายหลังเข้าทำการจับกุมผม ไม่พบของกลางแต่อย่างใด มีแต่ข้อความที่พิมคุยกันในไลน์  แค่จำนวน 50-100 แต่ไม่ได้พูดเป็นเม็ด ไม่ได้พูดถึงสถานที่นัดส่งยา  แต่ผลตรวจปัสสะวะ  ม่วง ครับ พ้นโทษมาเมื่อวันที่ 29 มีนาที่ผ่านมา อยากจะรู้ครับว่ารูปความจะออกมาเป็นอย่างไรชั้นจับกุมผมรับแค่ว่า ติดต่อกันจริงแต่ผมไม่ได้เป็นคนเอายาไปให้ หลักฐานการโอนเงินก้อไม่ระบุถึงชื่อผม  รบกวนสอบถามครับ

     

    โดยคุณ กรน้อย ลำปาง  (183.89.133.146)     25 มิ.ย. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 867

    การซัดทอดเป็นเพียงพยานบอกเล่าน้ำหนักน้อย ท่านควรพบปรึกษาทนายเพื่อสอบข้อเท็จจริงและประเมินรูปคดีนี้ก่อน

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.89.146.250)     1 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 866

    ขอรบกวนหน่อยครับ คนที่เคยติดโทษคดียาเสพติด 4เม็ด  กับใช้สารเสพติดในการขับยานพาหนะ.  สามมารถรับราชการได้ไหมครับ.  แล้วไปสมัครงานบริษัท  เขาจะรับไหมครับ

    โดยคุณ หนึ่งบุรุษ  (27.55.238.63)     13 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 865

    สวัสดีค๊ะดิฉันมีเรื่องปรึกษาค๊ะ คือดิฉันมีห้องให้เช่าเมื่อวานนี้ตำรวจมาจับยา จั งหวะไอ้คนเช่าบ้านขายยา ( น่าจะนะค๊ะเพราะเขาจับกุมตัวไป ) อยากทราบว่าเจ้าของบ้านจะมีความผิดอะไรหรือป่าวค๊ะ

    โดยคุณ สุภาภรณ์   (115.87.147.133)     12 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 864

     11 มิ.ย58

    -แฟนโดนจับ ครอบครอง สารเสพติด เมื่อ 3ปีก่อน โดนลงโทษแล้วโดยการส่งไปฟื้นฟู แล้วส่งค่าย ทางศาลมีการให้รายงาน แฟนได้ไปรายงานตัวทุกครี้ง ขาดครั้งสุดท้ายที่ไม่ได้-วัน9มิ.ย58 แฟนโดนจับ เนื่องจากมีสารเสพติดในร่างกายตรวจพบ สาร แอมเฟตามีน ทางตำรวจให้ไปประกัดตัวที่ศาล 1หมื่นบาท แต่พอไปถึงศาลไม่สามารถให้ประกันได้ ครั้งนี้ จะโดนฟ้องคดีเก่าไมค่ะ แล้วคดีใหม่จะโดนเยอะมั้ยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

     

     

     

    โดยคุณ น้อง  (27.55.139.250)     11 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 863

    แฟน โดนจับ ปืน 0.38 มีทะเบียน แต่ไม่มีใบอนุญาติ แล้วตำรวจขยายผลไปค้นที่บ้าน พบ ยาไอซ์ 2.05 กรัม (เฉพาะน้ำหนักไอซ์) กับปืน .22 อีกหนึ่งกระบอก ตำรวจลงบันทึกในการจับกุมว่า มียาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฏหมาย และมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ

    1. อยากทราบว่าโทษจำคุกประมาทกี่ปี เนื่องจาก แฟนเพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณ 1ปีเศษ

    2. ต้องการประกันตัวแฟนออกมาสู้คดี เพื่อลดโทษจากหนักให้เป็นเบา มีโอกาศมั้ยค่ะ

    088-8842628

     

     

     

     

     

    โดยคุณ ป๋อม  (110.164.247.73)     7 มิ.ย. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 862

     ขาดรายงานตัว2ครั้งที่คุมประพฤติ คดียาเสพยาเสพติดนาน2ปี จะไปรายงานตัวต่อจะได้มั้ยค่ะ

     

     

    โดยคุณ วาสนา   (103.10.231.182)     29 พ.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 861

     พอดีโดนจับมาพร้อมกับผุต้องหาโดย ปปส ครับ แต่เค้าแค่เอาที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ละก็ขอถ่ายรูป ละก็ปล่อยตัวไป ส่วนผู้ต้องหาอีกสองคนก็ขังที่โรงพักครับ อยากทราบว่า ผมไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือ เหมือนผู้ต้องหาจะมีประวัติอาชญากรรมไหมครับ ละตำรวจปล่อยผมกลับมาแบบนี้ผมจะถูกบันทึกในบัญชีของเขาไหมครับ อาจารย์ รบกวนด้วยครับ 

    โดยคุณ tee  (49.230.208.192)     27 พ.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 861

    หากท่านไม่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดีอาญากรณีดังกล่าว ก็ไม่น่าจะมีประวัติอาชญากรรม รายละเอียดท่านอาจสอบถามข้อมูลคดีกับพนักงานสอบสวนผู้บริโภคชอบโดยตรง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.92.41)     25 มิ.ย. 2558

  •  1  2  3 .. 44   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด