X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

ปรึกษาคดียาเสพติด-กฎหมายยาบ้า-จับยาบ้า โทร.081-9125833, 02-9485700

  • การต่อสู้คดียาเสพติดของผู้ต้องหาหรือจำเลย

     

    ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม www.decha.com  ในส่วนที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด ทีมทนายความของ website ขอเรียนว่า การให้คำปรึกษากับผู้ต้องหาหรือจำเลย รวมทั้งญาติของผู้ต้องหาหรือจำเลย มีหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

    1. ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์และการเข้ามาที่สำนักงานฟรี  โดยไม่เสียค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น

    2. การให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาเป็นไปตามกฎหมายยาเสพติดและบรรทัดฐานต่าง   ที่ศาลฎีกาได้วางหลักไว้เกี่ยวกับคดียาเสพติด

    3. ไม่ให้คำปรึกษาตามความเชื่อส่วนตัวของทนายความ เป็นหลัก

    4. การขอคำปรึกษาจะต้องมีสำเนาบันทึกการจับกุม สำเนาคำฟ้อง ประกอบในการขอคำปรึกษาเท่านั้น เพราะทนายความไม่ใช่หมอดูที่จะพยากรณ์คดี

    5. ไม่รับจ้างล้มคดี  หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

    6. การให้คำแนะนำหรือเขียนอุทธรณ์ หรือฎีกาคดียาเสพติด เน้นการต่อสู้คดี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ยกฟ้องคดียาเสพติดเป็นหลักเท่านั้น ไม่เน้นการวิ่งเต้นล้มคดีหรืออวดอ้างสรรพคุณใดๆ  ที่ตรวจสอบไม่ได้

     

    คำเตือน อย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

    1.  บุคคลแอบอ้างวิ่งเต้นประกันตัวได้   มีผู้ต้องหาคดียาบ้าถูกหลอกลวงมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

    2.  ทนายความที่ไปเยี่ยมจำเลยในเรือนจำโดยไม่ได้ร้องขอและเสนอตัวต่อผู้ต้องขังให้จ้างตนเองเป็นทนายความ  โดยอ้างว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น มีเส้นสายกับตำรวจ  อัยการ การกระทำดังกล่าวเป็นการผิดมรรยาททนายความมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก

    3. ตำรวจชุดจับกุม พนักงานสอบสวน เรียกรับเงินเพื่อล้มคดี กลับคำให้การพยาน ทำให้พยานหลักฐานอ่อน  ถ่ายสำนวนการสอบสวนให้ผู้ต้องขัง  หลังจับกุมแนะนำให้ทนายของตัวเองโทรหาญาติผู้ต้องหาให้จ้างทนาย  โดยมีการเรียกเงินหรือผลประโยชน์

    4.  ทนายความหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถซื้อใบ 100/2 ได้เพื่อลดโทษ   มีการหลอกลวงผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นจำนวนมากถึงแม้จะจัดทำขึ้น แต่ศาลไม่นำไปลดโทษและไม่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยเนื่องจากศาลไม่เชื่อว่ามีการให้เบาะแสเพราะจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ มีการเร่ขายตามเรือนจำมากมาย โดยนักกฎหมายราคาใบละ 80,000 ถึงหลายแสนบาท

    5. บุคคลหรือทนายความที่อ้างว่าเคลียร์พนักงานสอบสวนได้หรือลดจำนวนยาเสพติดได้ มีผู้ต้องหาถูกหลอกมาร้องเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก

     

    เตือนผู้ต้องหาที่ถูกจับ ซึ่งมีความทุกข์อยู่แล้ว อาจะมีความทุกข์เพิ่มเติมถ้าพบพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวข้างต้น "

    การวางแผนต่อสู้คดียาเสพติดของทนายความมืออาชีพ  ต้องพิจารณาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

    1. บันทึกการจับกุมสำคัญที่สุด ต้องตรวจสอบบันทึกการจับกุมของตำรวจหรือปปส. เพราะถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในคดี  ตำรวจจะเบิกความขยายผลหรือขัดกับบันทึกการจับกุมหรือแตกต่างกันไม่ได้ และตำรวจต้องมอบสำเนาบันทึกการจับ ป.วิ.อ.มาตรา 84(1) (ฎีกา 6836/2541,3607/2538, 2705/2539, 63/2533,408/2485)

    2. ถ้ามีถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุม  ป.วิ.อ.มาตรา 84  วรรคสี่  ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลย   ดังนั้น  ถึงแม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม  ก็ไม่ได้มีผลเสียต่อรูปคดี  ยังสามารถให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นศาลได้  หากมิได้กระทำความผิดและมีพยานหลักฐานหักล้างโจทก์ได้

    3. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนจะต้องมิได้เกิดจากการบังคับขู่เข็ญ ถ้าให้การเพราะถูกบังคับจากตำรวจ  ถือว่ารับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยไม่ได้  ดังนั้นถึงแม้ผู้ต้องหารับสารภาพ  ก็ยังกลับคำให้การในชั้นศาลต่อสู้คดีได้  หากมีพยานหลักฐานอื่นที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ตัวอย่างที่ศาลยกฟ้อง เช่น คำเบิกความของตำรวจชุดจับกุมซึ่งเป็นพยานคู่ แตกต่างกันในสาระสำคัญ เช่น สายลับ การส่งมอบยาเสพติด  จำนวนยาเสพติด  แหล่งที่พบยาเสพติด  สถานที่ที่พบยาเสพติด  ยานพาหนะที่ใช้ในการขนยาเสพติด  หรือแตกต่างจากคำให้การของตนเองในชั้นจับกุม บันทึกการจับกุมในชั้นสอบสวนหรือแตกต่างจากบัญชีของกลาง  แผนที่สังเขปที่ตัวเองเป็นผู้จัดทำขึ้น เป็นต้น  (ฎีกา 1567-1568/2479, 8021/2544,6370/2539,7562/2537)

    4. ถ้อยคำอื่นในบันทึกการจับกุมของผู้ต้องหา  เช่น ยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากนาย ก. ยอมรับว่าค้ายามานานแล้ว  ยอมรับว่านำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง  รับฟังเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดจำเลยได้  ถ้าก่อนที่ตำรวจจะถามผู้ต้องหาได้เตือนผู้ต้องหาให้รู้ตัวก่อนว่า ถ้อยคำเกี่ยวกับยาเสพติดจะสามารถรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  และต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า จะให้ถ้อยคำหรือไม่ก็ได้  จึงจะรับฟังลงโทษผู้ต้องหาได้  ป.วิ.อาญา มาตรา 84 วรรคท้าย  (ฎีกา 3254/2553) ถ้อยคำอื่นในชั้นจับกุมของผู้ต้องหาหากเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ  ไม่มีที่มาที่ไป ผู้ต้องหายังสามารถนำสืบในชั้นพิจารณาคดีให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ เช่น  ไม่ได้ให้ถ้อยคำดังกล่าว หรือถ้อยคำดังกล่าวขัดต่อเหตุผลไม่น่าจะเป็นไปได้  เป็นต้น

    5. ของกลางขณะถูกจับ  ถ้ามิได้อยู่กับผู้ต้องหา โอกาสต่อสู้คดีมีมาก  แต่ถ้าตำรวจยัดยาหรือเขียนลงในบันทึกการจับกุมว่า จับได้พร้อมของกลาง โดยทั่วไปมุขของตำรวจมักจะระบุว่า จับได้ในมือข้างขวาหรือกระเป๋ากางเกงด้านขวา  เป็นมุขเก่าๆ  ดังนั้น ถ้าตำรวจยัดข้อหาดังกล่าวจะต้องไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม  และให้ร้องขอความเป็นธรรมว่า ถูกยัดยาหรือจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  อันนี้ก็เป็นข้อต่อสู้ที่ต่อสู้ได้ ป.อ.มาตรา 83(ตัวการร่วม) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด  เป็นยาบ้าจำนวนมากไม่น่าจะอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของจำเลยเพราะอาจแตกเสียหายได้ หรือยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง  ล็อคด้วยกุญแจพร้อมรหัส  หรือยาบ้าวางอยู่กลางบ้านเปิดเผย  หรือยาบ้าจำนวนน้อยอยู่ในกระเป๋ากางเกง  หากจำเลยค้ายาบ้าจริง น่าจะถือไว้ในมือเพราะง่ายต่อการโยนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานหรือตำแหน่งที่จำเลยอยู่ห่างไกลจากยาเสพติด  เป็นต้น

    6. ของกลางที่พบในบ้านของผู้ต้องหา  ถ้ามีผู้ต้องหาคนหนึ่งรับเป็นเจ้าของแล้ว  เช่น สามีรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง  ส่วนใหญ่ภรรยาจะหลุด  ตำแหน่งที่พบของกลาง  ถ้าซุกซ่อนปกปิดมิดชิดอยู่  คนที่ต้องติดคุกคือเจ้าของห้อง  แต่บุคคลอื่นที่อยู่ในห้องอาจมีข้อสงสัยว่า อาจจะไม่ทราบว่ามียาเสพติด ยังมีลู่ทางต่อสู้อยู่ ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น  ไม่ได้พักอาศัยอยู่เป็นประจำ กลับบ้านดึก  หรือมีบุคคลอื่นเข้าออกหลายคน

    7. คำซัดทอดระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน  มีน้ำหนักน้อย  ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานรับฟังลงโทษจำเลยได้โดยลำพัง  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 227/1  จะต้องมีพยานหลักอื่นประกอบ  นอกจากคำซัดทอด เช่น พบยาเสพติดของกลางเพิ่มเติม เป็นต้น (ฎีกา 1014/2540,758/2487) ตัวอย่างข้อต่อสู้ เช่น พยานถูกจับข้อหาค้ายาเสพติด ซัดทอดจำเลยเพื่อต้องการลดโทษหรือตำรวจสัญญาว่าจะกันไว้เป็นพยาน  คำให้การดังกล่าวไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

    8. ธนบัตรล่อซื้อ การพบธนบัตรในตัวผู้ต้องหาไม่ได้หมายถึงว่า ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด  หากมีช่องว่างไม่ใกล้ชิดติดต่อกับช่วงเวลาจำหน่ายยาเสพติด   และโจทก์ไม่มีพยานมายืนยันว่าเห็นจำเลยจำหน่ายยาเสพติด  อาจมีข้อสงสัยว่าจำเลยอาจรับธนบัตรไว้ด้วยเหตุผลอื่นก็เป็นได้   ตำรวจจะลงประจำวันก่อนหรือจะไม่ลงประจำวันก็ได้  (ฎีกา 270/2542)

    9. การล่อซื้อยาเสพติดของตำรวจ  ถ้าผู้ต้องหามียาเสพติดอยู่แล้ว และสายลับล่อซื้อถือว่าทำได้  ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(10)  และเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายตามความจำเป็นและสมควรแต่ถ้าผู้ต้องหาไม่ได้มียาเสพติดไว้ในความครอบครอง  แต่ไปบังคับหรือใช้ให้ไปหายาเสพติดมาส่งมอบให้ตำรวจ ถือว่า เป็นการล่อซื้อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อซื้อรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้  (ฎีกา 4301/2543, 4077/2549,4085/2545)

    10.ยานพาหนะที่ใช้ในการส่งมอบยาเสพติดต้องถูกริบแต่ในทางปฏิบัติตำรวจมักเรียกเงินจากผู้ต้องหาและปล่อยรถไป  แต่ถ้ารถยนต์ติดสัญญาเช่าซื้อ ต้องแจ้งยกเลิกสัญญากับบริษัทไฟแนนซ์แล้วให้ไฟแนนซ์ไปขอรถคืนจากตำรวจ

    11.การหาทนายความว่าความคดียาเสพติด ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

    -  มีประสบการณ์คดียาเสพติดมายาวนาน มองคดีทะลุปรุโปร่ง

    -  มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ  ไม่เน้นการวิ่งเต้น  ยัดเงินให้ตำรวจ  พวกนี้เรียกว่านักวิ่งความ ไม่ใช่ว่าความ เป็นภัยสังคม

    -  มองคดีแบบบูรนาการครบทุกด้าน

    -  มีแผนในการต่อสู้คดีที่สมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ

    -  เปิดเผยแผนได้  ไม่ใช่อ้างว่าเป็นความลับบอกไม่ได้

    -  ต้องเน้นตัวบทกฎหมาย  เวลาให้คำปรึกษากับตัวความ

    -  ยกตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาขึ้นมาสนับสนุนคำปรึกษาของตนเองว่าศาลฎีกาเคยวางแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อจำเลยและยกฟ้อง เป็นต้น

                  ทุกวันนี้มีการจับกุมคดียาเสพติดเป็นจำนวนมาก แล้วเมื่อจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว ตำรวจมักจะทำการขยายผลเพื่อหาตัวผู้บงการใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด โดยวิธีการของตำรวจมักจะเนินการด้วยวิธีการต่อไปนี้

                1.     บังคับให้ผู้กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองโทรไปหาบุคคลซึ่งติดต่อค้าขายยาเสพติดด้วย และให้หลอกล้อเพื่อนัดส่งยาเสพติด

                2.     หลังจากนั้นจึงสะกดรอย เพื่อรอจังหวะในการจับกุม

                3.     ตำรวจมักจะชักจูงให้ผู้กระทำความผิดที่จับได้โดยต่อรองว่าให้ความร่วมมือกับตำรวจ จะปล่อยตัวไป ส่วนใหญ่ผู้ต้องหามักกลัวและยอมทำตาม

                4.     เมื่อจับตัวผู้กระทำความผิดได้เพิ่มขึ้นแล้ว บางครั้งตำรวจก็ปล่อยตัวไป บางครั้งก็ลดจำนวนยาเสพติดของกลางให้ เช่น 4,000 เม็ด เหลือ 2,000 เม็ด  หรือบางครั้งไม่มีการลดจำนวนยาเสพติด

                5.     สายลับของตำรวจ บางครั้งก็เป็นพวกขี้ยา ,บางครั้งก็เป็นตำรวจไม่แน่นอน

                 6.     แหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า , กัมพูชา , ลาว ยากในการจับกุม

                7.     ในกรณีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือกับทางราชการในการขยายผล กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2  ให้ศาลใช้ดุลยพินิจลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ ที่กำหนดสำหรับความผิดนั้นก็ได้ ดังนั้นเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ความช่วยเหลือในการบอกข้อมูลสำคัญ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้กับเจ้าพนักงานหรือ  ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้

                 ยกตัวอย่างเช่น มียาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด เมื่อรับสารภาพศาลอาจลงโทษจำคุกเพียง   4 ปี เป็นต้น

                บทสรุปเมื่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดถูกจับ ควรให้ความร่วมมือในการขยายผล เพื่อหาตัวการใหญ่ เพราะจะได้ประโยชน์จากมาตรา 100/2

                ท่านสามารถเข้าไปฟังคำแนะนำจาก อ.เดชา  กิตติวิทยานันท์  ได้จากหน้าแรกของเว็บไซต์ www.decha.com ในคอลัมน์คลิปเสียง/รายการวิทยุในหัวข้อวิเคราะห์คดีดังหรือลิงก์นี้ค่ะwww.decha.com/main/showTopic.php?id=4982,www.decha.com/main/showTopic.php?id=8431

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1  2  3 .. 45   

  • ความคิดเห็นที่ 893

     คือว่าผมโดนจับคดีเสพตั้งแต่เป็นเยาวชนโดนจับส่งค่ายทหารติดจนคบแต่ออกมาไม่ได้ไปรายงานตัวประมาน6ปีอยู่ก็มีหมายจับมสที่ทำงานผมเลยไปมอบตัวที่สน.ผมจะขึ้นศาลอีกสองวัน อยากทราบว่าผมจะต้องเข้าเรือนจำไม่ครับ ถ้าตัดสินเสียค่าปรับผมจะเสียประมานเท่าไรครับ 

    โดยคุณ โสภณ เยาวลักษณ์  (49.237.160.193)     30 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 892

     แฟนโดนจับมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย 198 เม็ด พบยาในรถยนต์ของตัวเองไม่ได้อยู่กับตัวมีเพื่อนรู้เห็นและนั่งมาด้วย 1 คน..รับสารภาพทั้งคู่ไม่เคยทำความผิดมาก่อนในชีวิต..ศาลจะตัดสินจำคุกกี่ปีแล้วรถยนต์จะคืนรึเปล่ายื่นหลักทรัพย์ประกันแล้วแต่ต้องรอศาลพิจจารณาใช่ไม๊คะ

    โดยคุณ กลุ้ม  (114.109.79.20)     28 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 891

     ถ้าถูกจับยาบ้า2,730เม็ดและยาไอซ์ และกันชา900ก.ล แล้วจะติดคุกกี่ปีคะอยากรู้ค่ะ

    ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะตอนนี้

     

     

     

     

     

    โดยคุณ นางสาวนิภาวรรณ สาระนา  (49.230.162.138)     22 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 890

    ขอแสดงความคิดเห็นและขออภัยล่วงหน้าหาความคิดเห็นนี้ขัดแย้งความรู้สึกของผู้อ่านบางท่านครับ

    จากทีอ่านหลายข้อความ ผมเลยมีข้อสังเกตุหลาย คือ 

    กฏหมายมีช่องให้ผู้บริสุทธิ์(เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจรีงแต่ยังไม่ได้ก่อเหตุเดือดร้อนคนอื่น

    หรืออาจไม่เกี่ยวข้องเลย)

    อาจตกเป็นเหยื่อจนหมดทาง ในที่สุดก็ต้องเกี่ยวข้องเต็มตัว

    คำตอบ ของคำถามว่า ทำไมต้องใช้ยาเสพติด

    คือ ทำไมสุราถึงถูกกฏหมาย

    ยาเสพติดเป็นยากดระบบประสาท ทำให้ร่างกายทำงานอย่างเป็นปรกติที่สุดในขณะมีการใช้ยา

    จึงมีกลุ่มคนใช้ยาเกิดขึ้น

    1.พวกชอบหาความสุข

    2.กลุ่มผู้ใช้แรงงาน

    เหมือนบางคนที่ดื่มกาแฟ ดื่มเพื่ออะไร

    สุราถ้าดื่มในปริมาณมาก ก็ก่ออาชญากรรมได้เช่นกัน ดื่มเพื่ออะไร

    ยาเสพติด ตอนที่คุณยังไม่เกี่ยวข้อง หรือถูกใส่ร้าย คุณก็เฉยๆ เกรียดคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ เห็นเป็นไอ้ขี้ยาบ้าง สวะสังคมบ้าง

    แต่พอเจอเข้ากับตัว ก็มาโอดครวญ เพราะกฏหมายยิ่งแรง การขู่เรียกทรัพย์ก็ได้เยอะ 

    ขอสรุป ความคิดเห็นนี้คือ ทำไมไม่มีคนทีมีอำนาจทีกล้าออกมาพูด ว่าควรจัดการยังไงกับยาเสพติด ทั้งที่รู้ว่ามันระบาดยังไง แล้่วใครที่เป็นตัวการ และควรแก้กฏหมายไปในทิศทางใด กลับปล่อยให้มันเป็นวงล้ออุบาต ทำลายประชาชนและคนอีกมามาย กะอีแค่คนกับยารักษาโรค ก็ลุกลามเป็นปัญหาฆ่ากันตาย ใส่ร้ายป้ายสี  ขู่เอาทรัพย์ หรือจะรอให้มันถึงตัวคุณแล้วค่อยมาหาทางรอดทีหลัง อย่างนั้นก็สมควรแล้วละครับ ที่เราคนไทยต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัวกันต่อไป

    โดยคุณ เหตุเกิด  (223.206.131.69)     20 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 889

     มีเรื่องรบกวนสอบถามหน่อยค่ะพอดีสามีเคยโดนจับมีสารเสพติดในร่างกายเมื่อปี51ก็ประกันตัวที่ศาลออกมาวงเงิน3หมื่นบาทแล้วไม่เคยไปรายงานตัวหรืออะไรอีกเลยหลังจากประกันตัวมาต่อมาปี58สามีโดนจับคดีตกค้างปี49ตอนนี้ศาลตัดสินจำคุกปีครึ่งอยากถ้าว่าถ้าจบจากคดีปี49ที่จำคุกปีครึ่งน่ะค่ะแล้วยังมีคดีที่หนีศาลตอนปี51ไหมค่ะ

    โดยคุณ อุไรรัตน  (49.49.250.217)     20 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 888

     สวัสดีค่ะพอดีพี่ชายดิฉันโดนจับคดียาเสพติดมีไว้ในครอบครองและร่วมกันจำหน่าย63เม็ดซึ่งโดนจับกุมทั้งหมด3คนซึ่งผู้ต้องหา2คนรับสาระภาพไปแล้วและตอนโดนจับกุมไม่ใช่ที่บ้านของตนเองและเจ้าของยาดิฉันอยากทราบว่าพี่ชายจะมีโอกาสรอดมั้ยค่ะ

    โดยคุณ เสาวรส  (49.230.207.176)     18 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 887

     แฟนหนูโดนจับรอบสอง รอบแรกติด 3 เดือน รอบสองโดนที่บ้าน ตอนนี้ ส่งตัวฝากขัง รอศาลตัดสินค่ะ อยากรู้ว่าถ้าประกันในชั้นศาล ต้องเสียเท่าไหร่ค่ะ แล้วถ้าต้องติดคุก นานแค่ไหนค่ะ โดนคดีเสพค่ะ

    โดยคุณ ออฟ  (49.230.229.159)     15 ส.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 887

    คดีเสพต้องระวางโทษจำคุกอย่างต่ำ 4 เดือน และอาจถูกเพิ่มโทษที่จะลงแก่จำเลยอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับความผิดครั้งหลังตามมาตรา 91, 97 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 2522

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.60.88)     30 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 886

    ..ขอโทษค่ะ...หนูอยากทราบว่าในกรณีที่พี่ชายหนูถูกล่อซื้อยาบ้า2,000เม็ดพร้อมรถใหญ่ แต่รถเป็นชื่อคนอื่น หนูอยากทราบว่าในกรณีนี้หนูจะได้รถคืนม้ยเพราะรถจ่ายใกล้หมดแล้ว...ช่วยตอบหน่อยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ ฝน  (49.230.142.158)     13 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 885

     แฟนดิฉัน โดนข้อหา มียาเสพติดไว้ในครอบครองและจำหน่ายาเสพติดให้โทษประเภทที่หนึ่ง มียาบ้า 792เม็ด. แบงค์ล่อซื้อ 1400บาท จะจำคุกกี่ปีคะ รบกวนตอบหน่อยนะคะ

    โดยคุณ นก  (49.230.95.224)     9 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 884

     สอบถามเกี่ยวกับคดียาเสพติดหน่อยค่ะ

    คือตำรวจได้จับกุมเพื่อนของแฟนได้ยาบ้า160เม็ดยาไอซ์3กรัมแต่ผู้ถูกจับกุมซัดทอดว่าเป็นของแฟนหนู

    แต่วันที่ถูกจับกุมแฟนหนูตกใจเลยวิ่งหนีไปแล้วตำรวจก้อยึดรถยนตร์หนูไปด้วยแต่ในรถยนตร์ไม่มีอะรัยผิดกฎหมายค่ะ  ผ่านมาหลายวันตำรวจมาหาหนูพร้อมกับหมายเรียกตัวแฟนหนูแล้วให้หนูเซ็นต์รับทราบไว้ ในกรณีอย่างนี้จะมีอะไรเสียหายกับแฟนหนูป่าวค่ะแล้วถ้าเป็นอย่างนี้หนูจะทำยังงัยดี จะให้แฟนมอบตัวต่อสู้คดีจะมีทางชนะมั้ยค่ะ

    รบกวนด้วยค่ะค่ะ......ขอบคุณมากๆค่ะ

     

    โดยคุณ คนทุกข์  (49.230.169.10)     2 ส.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 884

    ท่านควรนำรายละเอียดคดีปรึกษาทนายเพื่อแก้ต่างต่อสู้คดีหากสามีของท่านไม่ได้กระทำผิดหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (183.88.33.127)     20 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 883

     พี่ค่ะ ความคิดเห็นที่ 877 รบกวนตอบกลับหน่อยนะค่ะ อยากทราบจริงๆว่าจะมีแนวทางที่จะสู้คดีชนะมั้ย?? 

    โดยคุณ โดเรม่อน  (125.27.120.42)     24 ก.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 882

     ปรึกษาและสอบถามคะ พี่ชายเป็นคน ตจว. เข้ามาหากินในเมืองใหญ่ และโดนจับข้อหาเสพยา ครั้งแรก หากไม่มีเงินประกันตัว ทางตำรวจจะดำเนินการอย่างไรบ้างคะ

     

    ลูกชาวนาตาดำๆ

     

     

    โดยคุณ เอ  (58.11.118.44)     23 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 882

    พี่ชายซึ่งเป็นผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหา หากไม่มีการขอประกันตัวหรือขอปล่อยชั่วคราว จะต้องถูกคุมขังตลอดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.113.79)     16 ส.ค. 2558

  • ความคิดเห็นที่ 881

     คะขอโทดนะคะคือว่าแฟนหนูโดนคดีขับเสพคะอายุ18คะ โทษครั้งแรกค่ะต้อนนี้ฝากขังยุที่เรือนจำค่ะรอศาลตัดสินค่ะ...ตำรวจบอกว่าค่าครั้งแรกและรับสราภาพประกัน7,500บาทค่ะ...แต่ไม่มีเงินประกันก้อเลยยุเรือนจำหักวันละสองร้อยค่ะเป้นเวลา1เดือนกว่าถ้า..หักถึงกำหนดเงิน7500แล้วจะได้ออกไหมค่ะ..ศาลจะให้ติดอีกไหมค่ะ..

    โดยคุณ เต๋า  (171.5.90.57)     20 ก.ค. 2558

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 881

    เมื่อผู้ต้องโทษปรับถูกกักขังแทนค่าปรับครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ถ้านำเงินค่าปรับมาชำระครบถ้วนแล้ว ให้ปล่อยตัวไปทันที ตาม ป.อ.มาตรา 30 วรรคท้าย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (180.183.99.81)     7 ส.ค. 2558

  •  1  2  3 .. 45   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด