X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

การเรียกค่าเสียหายที่สูงเกินสมควร ทำได้หรือไม่

  •  การเรียกค่าเสียหายที่สูงเกินสมควร ทำได้หรือไม่

     
                เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับการฟ้องร้องค่าเสียหายในคดีละเมิด เช่น ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียง 50 ล้านบาท ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 100 ล้านบาท มีท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามมายังผมว่า การเรียกค่าเสียหายจำนวนมากตามที่กล่าวมา ทำได้หรือไม่ตามกฎหมาย ผมขอชี้แจ้งว่ากฎหมายไทยเกี่ยวกับละเมิดไม่ได้กำหนดเพดานการเรียกค่าเสียหายไว้ว่าต้องเป็นจำนวนเท่าใด ดังนั้นผู้เสียหายจึงสามารถเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้ โดยไม่จำกัดจำนวน แต่มีข้อคิดสำหรับผู้เสียหายที่จะเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในคดีละเมิดดังนั้น 
               ประเด็นแรก ความเสีหยายต้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทำละเมิด ถ้าไม่ผลโดยตรงจากการกระทำละเมิด เป็นเรื่องไกลเกินเหตุ ศาลจะไม่กำหนดค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ดังนั้นในเวลานำสืบผู้เสียหายต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่า ความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับ เป็นผลโดยตรงมาจากการกระทำละเมิดของจำเลย จึงจะถือว่าเป็นค่าเสียหายที่เรียกได้ตามกฎหมาย (อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 1898/2518, ฎีกาที่ 945/2533, ฎีกาที่ 4018/2533, ฎีกาที่ 5934/2534)
                ประเด็นที่สอง ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420, มาตรา 438, มาตรา 223, มาตรา 442 ดังนั้นในการพิจารณาค่าเสียหายในคดีละเมิดจะต้องพิจารณาว่าผู้เสียหายมีส่วนผิดหรือมีส่วนในการยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยหรือไม่ เช่นในคดีอุบัติเหตุทางถนนต้องพิจารณาว่าต่างคนต่างประมาทหรือไม่ ถ้าผู้เสียหายและผู้กระทำละเมิดต่างคนต่างประมาท ค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจะได้รับก็ต้องลดน้อยถอยลงเพราะตนเองมีส่วนประมาท  (อ้างอิงคำพิพากษาฎีกา 212-213/2525, ฎีกาที่ 14/2517)
               ประเด็นที่สาม การกำหนดค่าเสียหายที่จะฟ้องร้องในคดีละเมิด เป็นจำนวนเท่าใดจึงจะเหมาะสม คำถามนี้ตอบยากมากครับ เพราะความเสียหายที่แต่ละคนได้รับนั้นต่างกัน เช่น ใบหน้าเสียโฉม ถ้าเป็นดาราหรือนางแบบที่ต้องใช้หน้าตาทำมาหากิน ทำให้สูญเสียรายได้จำนวนมาก ก็ถือว่าได้รับความเสียหายเป็นพิเศษมากกว่าชาวบ้านทั่วไป ที่ไม่ได้ใช้ใบหน้าทำมาหากิน ผู้เสียหายเป็นผู้มีการศึกษาสูง มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต มีรายได้สูง เมื่อถึงแก่ความตายทำให้บิดามารดา บุพการี สามีภริยา ผู้สืบสันดานขาดไร้อุปการะมากกว่าผู้เสียหายที่ถึงแก่ความตายและไม่มีรายได้สูง รถยนต์ที่เสียหายถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ความเสียหายก็น้อย แต่ถ้าเป็นรถเบ๊นท์มีราคาสูงกว่า ความเสียหายก็สูงตามไป ดังนั้น การจะกำหนดความเสียหายมากน้อยเพียงใด ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเสียหายจริงครับ
                ประเด็นที่สี่ หลักเกณฑ์การเรียกค่าเสียหายในกรณีเสียหายต่อร่างกาย อนามัย แต่ไม่ถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
               - ความเสียหายอันตนต้องเสียไปตามมาตรา 444 วรรคแรก
               - เสียความสามารถประกอบการงานทั้งในปัจจุบันและในอนาคต มาตรา 444 วรรคแรก
              - ค่าขาดการงานแก่บุคคลภายนอกในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรม  มาตรา 445
              - ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน มาตรา 446 เช่น ทนทุกข์ทรมาน พิการ เจ็บปวด ทุกขเวทนา เป็นต้น
    ประเด็นที่ห้า ค่าเสียหายในกรณีทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
               -ค่าปลงศพ ตามมาตรา 443 วรรคแรก
               -ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ มาตรา 443 วรรคแรก
               -ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย มาตรา 443 วรรคสอง
              -ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนได้ มาตรา 443 วรรคสอง
               -ค่าขาดไร้อุปการะ มาตรา 443 วรรคสาม
               -ค่าขาดการงานในครัวเรือนและอุตสาหกรรม มาตรา 445 
    ประเด็นสุดท้าย ถ้าท่านฟ้องร้องเป็นคดีละเมิดการเรียกค่าเสียหายจำนวนสูงจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในขณะยื่นฟ้องในอัตราร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ ยกเว้นเป็นคดีผู้บริโภค ได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม ตามมาตรา 18 ของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค แต่ถ้าท่านเรียกค่าเสียหายเกินสมควรศาลจะสั่งให้ท่านชำระเงินค่าวางศาลในอัตราร้อยละ 2 ของส่วนที่เกินจริง ดังนั้นผู้เสียหายจึงควรเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิดตามสมควร ไม่ควรเรียกสูงเกินควร เพราะจะต้องเสียเงินค่าวางศาลในจำนวนที่สูงมากนะครับ และการสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความเสียหายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องมีพยานหลักฐานมาประกอบให้ชัดแจ้งศาลจึงจะกำหนดค่าเสียหายให้ ส่วนที่เรามโนโซเชี่ยลแบบเลื่อนลอยโดยทั่วไปศาลมักจะไม่กำหนดค่าเสียหายให้นะครับ
     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1

     ได้รับเงินกู้เร่งด่วนของคุณในวันนี้ที่อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับการรับประกันและความไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลก เรามีทุกชนิดของเงินให้สินเชื่อตั้งแต่ 20,000 ถึง $ 10,000,000.00 คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในวันนี้และยังชำระหนี้ของคุณทันที

    อีเมล์: liongateloanfirm452@gmail.com

    ชื่อ: -------
    เพศ: -----------
    ประเทศ: -------------
    ที่อยู่ติดต่อ: ----------
    จำนวนเงินกู้ที่จำเป็น: -------------
    รายได้ต่อเดือน: ------------
    อาชีพ: ----------------
    วัตถุประสงค์ของการกู้ยืมเงิน: ----------
    โทรศัพท์บ้าน:--------------
    โทรศัพท์: -----------------
    ได้ที่คุณใช้ในการขอสินเชื่อมาก่อนหรือไม่

    อีเมล์: liongateloanfirm452 @ gmail.com

    กรุณาอย่ากรอกแบบฟอร์มสั้น ๆ นี้และได้รับกลับมาให้เราโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้พระเจ้าอวยพรคุณเป็นคุณ


    เรื่องที่ดีที่สุด
    สิงโตประตูเงินกู้การลงทุน จำกัด

    โดยคุณ Lawren  (173.234.148.122)     6 ธ.ค. 2559

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด