452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

การเรียกค่าสินไหมทดแทน

  • การเรียกค่าสินไหมทดแทน

    การเรียกค่าสินไหมทดแทน

     

    วันนี้ทนายคลายทุกข์ได้รับจดหมายจากชมรมนักข่าว 2000 ส่งมาถึงอาจารย์เดชา  เพื่อสอบถามปัญหาที่ประชาชนมีความเดือดร้อน  จากบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย  ไม่สามารถจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน  สอบถามปัญหามาดังนี้

    คำถาม            ถ้าผลสุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถเบิกเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้  ผู้เสียหายจะกลับไปฟ้องเจ้าของรถคู่กรณี  อีกครั้งได้หรือไม่  และต้องดำเนินการภายในระยะเวลาเท่าไหร่

     

    คำตอบอาจารย์เดชา            ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น 

     

    ดังนั้นเมื่อคนขับแท็กซี่หรือเจ้าของรถคู่กรณี  ตามที่ท่านถามเป็นผู้กระทำละเมิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส  จึงมีหน้าที่ต้องรับผิดทางแพ่ง  ตามมาตรา 420  แต่จะต้องดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งให้แล้วเสร็จภายใน  1  ปี  นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด  และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ้น 10  ปี  นับแต่วันทำละเมิด

     

     แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญาและมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าทางแพ่ง  ให้ยึดถือเอาอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับใช้  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 

                ยกตัวอย่าง  เช่น  ขับรถชนคนโดยประมาทเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  3  ปี  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300  อายุความทางอาญา  ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีก็คือ 10  ปี  เป็นต้น

     

    คำถาม            ผู้เสียหายที่เป็นคนจนไม่มีเงินไปจ้างทนายความหรือวางเงินประกันที่ศาล  ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง

     

    คำตอบอาจารย์เดชา            ถ้าผู้เสียหายเป็นคนจน  สามารถยื่นฟ้องด้วยตนเอง  โดยขอความช่วยเหลือจากนิติกรของศาล  หรือสภาทนายความหรือทนายคลายทุกข์  โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  มาตรา 155  ขอยกเว้นค่าธรรมเนียม  และถ้าศาลเชื่อว่าจนจริงก็จะอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  มาตรา 156

     

    คำถาม            ผู้เสียหายสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มมากกว่าข้อตกลงเดิมที่ตกลงกันที่สถานีตำรวจได้หรือไม่

     

    คำตอบอาจารย์เดชา                        เมื่อผู้เสียหายจากการถูกกระทำละเมิดและผู้ละเมิดได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับข้อพิพาทโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ  ย่อมทำให้การเรียกร้อง  ซึ่งแต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 851  ,852  ดังนั้นถ้าตกลงยอมความกันที่ สน.  ผู้เสียหายจึงหมดสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม  เนื่องจากข้อพิพาทได้ระงับไปแล้ว

    รายละเอียดของคำถามอ่านได้จากหนังสือด้านล่างนี้

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  •  1 .. 8  9  10  11  12 .. 19   

  • ความคิดเห็นที่ 200

     อยากสอบถามค่ะว่าเราจอดรถมอเตอร์ไซร์ติดไฟแดงอยู่รถสิบล้อขับมาชนเราเราบาดเจ็บเล็กน้อยแต่มอเตอร์ไซร์เราพังจะเรียกค่าเรามีใบขับขี่แต่ก้อหมดอายุไปแล้วมีพรบ.รถสิบล้อไม่มีใบขับขี่แบบนี้ใครผิดแล้วเราจะเรียกค่าทำขวัญและค่าซ่อมรถได้หรือไม่ค่ะ

    โดยคุณ น้ำทิพย์  (115.67.34.159)     1 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 199

    ขอความกรุณาช่วยแนะนำเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณี กรณีที่ถูกรถชนค่ะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 56 เวลาประมาณ 21.00 น.น้องชายถูกรถโล่ของสภ.อ.บัวเชดชนอาการสาหัส ซึ่งมอเตอร์ไซเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านและถูกรถโล่พุ่งชนด้านท้ายรถกลางเลนขวาผู้บาดเจ็บกระเดนจากจุดที่ชนออกไปประมาณ 34 เมตร โดยประมาณ ในคืนวันเดียวกันหลังจากนำผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวทางญาติได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อ.บัวเชดแต่ตำรวจไม่ได้รับแจ้งความ และทางญาติจงขอให้ผู้ขับขี่รถโล่ดังกล่าวตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผู้ขับขี่ตกลงจะตรวจวัดตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น.โดยประมาณ แต่ยึกยักโดยการแจ้งว่าเครื่องวัดที่โรงพยาบาลเสียแต่พอทางญาติติดต่อกับโรงพยาบาล โรงพยาบาลแจ้งว่าให้นำตัวมาตรวจเลยเครื่องไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ทางตำรวจจึงบอกว่าตรวจที่ สภ.ก็ได้แต่ก็ได้ยื้อเวลาออกไปสุดท้านได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์เวลาประมาณ 02.00 น. หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการดูแลหรือติดต่อใดๆจากทางตำรวจเลย
    วันที่ 18 มีนาคม 56 ทางญาติได้ปรึกษาผู้ใหญ่และได้รับการนัดหมายจากทาง สภ.อ.บัวเชด ให้เราไปพบที่ บ้านพัก ผกก.สภ.อ.บัวเชด เวลา 17.00 น. ทางเราเข้าไปหาตามเวลาที่นัดหมายแต่ไม่พบจึงเดินทางกลับในเวลาประมาณ 18.30 น.
    วันที่ 19 มีนาคม 56 จึงเข้าไปร้องเรียนร้องทุกข์ที่จังหวัดเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรม และในเย็นวันเดียวกันก็เห็นตำรวจเข้าไปหาผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสุรินทร์ และบอกว่ากำลังดำเนินการช่วยเหลือเราอยู่ และได้ให้เงินเรา 2,000 บาท ตอนแรกไม่รับ แต่ทางตำรวจบอกว่าเงินนี้เป็นเงินที่เขาช่วยเรื่องค่าข้าวค่าน้ำที่เรามาดูแลไม่เกี่ยวกับค่าชดเชยใดๆทั้งสิ้น เราเลยรับไว้
    วันที่ 23 มีนาคม 56 มีตำรวจเข้าไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ทางเราถามไปว่า "เรื่องค่าใช้จ่าย+ค่ารักษาพยาบาลทางตำรวจจะช่วยเหลือเราไหม" ตำรวจตอบว่า "จะช่วยเหลือเต็มที่" ทางเราถามต่อว่า "แล้วค่ารักษาพยาบาลจะให้เราสำรองจ่ายไปก่อนรึเปล่า" ตำรวจตอบว่า "ไม่ต้องเดี่ยวจัดการเอง" ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี่ผู้บาดเจ็บยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆเลย
    วันที่ 12 เมษายน 56 ที่ผ่านมาทางตำรวจโทเข้ามาหาเวลาประมาณ 22.30 น. โดยประมาณ นัดให้เราเข้าไปหาบอกว่าจะเจรจาระหว่างคูกรณีทั้ง 2 ฝ่าย นัดวันที่ 13 เมษายน 56 เวลา 10.00 น.
    ทางเราไปตามนัดแต่ไม่เห็นผู้ที่นัดและคู่กรณีแต่อย่างใด เวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงเห็นผู้ที่นัดมาแต่ไม่เห็นผู้กรณี ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง เห็นคู่กรณีขับรถเข้ามาแล้วเห็นเขาเข้าไปคุยกันในห้อง สักพักใหญ่ เห็นออกมาแล้วขับรถออกไปเลย ไม่มาคุยกับเราแต่อย่างใด ทางตำรวจออกมาบอกเราว่าให้เราทำหนังสือขอเอกสาร(เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารเกี่ยวกับผู้ขับขี่ที่ทางตำรวจให้เรามาเอานานแล้วแต่ในระหว่างนั้นมีการเลื่อนเรามาตลอดตอนแรกบอกว่าให้ได้แต่สุดท้ายให้เราทำหนังสือขอ)
    วันที่ 25 เมษายน 56 เวลา 09.39 น. ทางตำรวจโทเข้ามาหาบอกว่าคู่กรณีต้องการพบเราเพื่อคุยเรื่องค่าเสียหาย ดิฉันไม่แน่ในว่าครั้งนี้ถ้าเราไปจะเสียเวลาอีกรึเปล่า
    อยากทราบว่าทางผู้บาดเจ็บสามารถเรียกร้องค่าสินไหมอะไรได้บ้างจำนวนเท่าไหร่
    รถตำรวจมีประกันชั้น 1 แต่ทางตำรวจไม่ได้ให้ประกันมาคุยหรือดูแลเราแต่อย่างใด
    ผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบัวเชดและส่งต่อเข้ามาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ตั้งแต่วันที่ 14 - 23 มีนาคม 56
    ได้รับบาดเจ็บสมองข้างซ้ายบวมส่งผลให้ร่างกายซีกขวาไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สายตาพร่ามัวมองไม่ชัด ไม่สามารถหันหน้าได้ ปัจจุบันจะต้องเข้ารับการทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสังขะอาทิตย์ละ 3 วัน คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ และวันที่หมอนัด ทางเราได้ขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลสุรินทร์โดยทางโรงพยาบาลนัดหมายเราให้เข้าไปรับ 2 ครั้ง แต่ไม่ได้ ครั้งที่ 2 นัดให้ไปรับเมื่อวันที่ 18 เมษายน 56 ก่อนจะไปก็โทรสอบถามทางเจ้าหน้าที่แล้ว และให้เราเข้าไปรับในวันที่ 20 เมษายน 56 พอไปถึงโรงพยาบาลกลับบอกว่าตำรวจเอาไปแล้วให้เราเข้าไปรับกับตำรวจ หลังจากนั้นได้โทรสอบถามทางตำรวจว่าเราสามารถเข้าไปรับได้หรือไม่ ทางตำรวจบอกว่า “ได้” แต่พอจะเข้าไปรับทางตำรวจกลับบอกว่าต้องทำหนังสือขอ และไม่รับปากว่าจะได้หรือไม่
    ข้อมูลของผู้บาดเจ็บมีดังนี้
    1.ผู้บาดเจ็บอายุ 27 ปี มีอาชีพทำสวนยางพารา รายได้ต่อเดือนประมาณ 12,500 บาท
    2.ผู้ป่วยเป็นโสด อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ (อาชีพทำสวนยางพารา)และพี่สาวที่มีอาชีพเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ เมื่อได้รับความเจ็บป่วยพ่อ แม่ พี่สาวเป็นผู้ที่รับภาระในการดูแลรักษาทั้งหมด
    3.ในระหว่างการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล พ่อกับแม่ต้องหยุดงานเพื่ออยู่ดูแล และพี่สาวใน 1 อาทิตย์แรกก็ต้องหยุดงานเพื่อเข้ามาดูแลเช่นกัน ซึ่งเดินทางโดยรถยนต์จากบ้านไปโรงพยาบาลระยะทาง ประมาณ 56 กิโลเมตรโดยประมาณ (ไปกลับทุกวัน เปลี่ยนกับพ่อแม่) และหลังจากเข้ามาทำงานก็ต้องไปกลับโรงพยาบาลกับที่ทำงานทุกวัน (บางวัน 2 – 3 รอบ เนื่องจากต้องมารับเอกสารหรือมาตามนัดที่ทางตำรวจให้มาแต่ทุกครั้งก็เสียเวลาเปล่า)
    (ทางเราไม่ทราบว่าเป็นเพราะคู่กรณีเป็นตำรวจหรือเปล่าจึงทำให้เรายุ่งยากแบบนี้ บางครั้งก็รู้สึกว่าโดยแกล้ง)
    ขอขอบพระคุณกับคำปรึกษาล่วงหน้านะคะ
     

    โดยคุณ ลภัสรดา ห่อทอง  (101.51.238.208)     26 เม.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 198

    สวัสดีค่ะ ดิฉันรบกวนขอคำปรึกษา เรื่องการเกิดอุบัติเหตุทางรถคะ

    1.ดิฉันขี่มอเตอร์ไซด์ ถูกรถกะบะตัดหน้าล้ม ที่สามแยก โดยดิฉัน ขับมาทางตรง (ทางเอก)

    2.ผลคือ มอเตอร์ด้านหน้าพัง ส่วนรถกะบะบุบด้านข้างนิดหน่อย   โดยมอเตอร์ไซด์มี พรบ. ส่วน

    รถกะบะ มีประกันชั้น 1

    3.ตัวดิฉันเองบาดเจ็บ แต่กระดูกไม่หัก เข้ารักษา ตัวที่โรงพยาบาล 2 วัน และหมอให้ใบรับรองแพทย์เพื่อมาพักผ่อนที่บ้าน อีก 4 วัน รวมต้องหยุดงาน 6 วัน รายได้วันละ 500 บาท

    4.ค่ารักษาพยาบาล ใช้สิทธิประกันสังคมค่ะ

    5.ระหว่างที่รถอยู่ระหว่างการซ่อม(มอเตอร์ไซด์) ดิฉันต้องอาศัยรถเพื่อนไปทำงาน และช่วยเพื่อนออกค่าน้ำมัน วันละ 50 บาท เป็นเวลา 21 วัน

    คำถาม :  ดิฉันมีสิทธิในด้านใดบ้างค่ะ หรือ สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้หรือไม่ โดยจากการสอบของตำรวจ รถกะบะเป็นฝ่ายผิด และ คนขับรถกะบะไม่มีใบขับขี่ ค่ะ

    โดยคุณ กัณฑิมา ทองดอนใหม่  (115.67.102.43)     23 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 198

    ท่านมีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีโดยเป็นค่าใช้จ่ายที่ตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการเสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย ตาม ป.พ.พ.มาตรา 444,446

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.27)     8 พ.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 197

     สวัสดีครับ 

    ขอเรียนถามครับ เมือวันที่ 13/4/56 แฟนผมนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ไปกับเพื่อนแล้วเกิดอุบัติเหตุแฟนผมตกรถมอเตอร์ไซด์หัวฟาดพื้นเลือดคลั่งในสมองต้องผ่าตัดซึ่งต้องผ่าตัดศรีษะเอาเลือดออกหมอบอกว่าน่าจะเป็นอัมพาตด้านท้ายเพราะคนไข้ไม่มีความรู้สึกตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ซึ่งจากการสอบถามคนขับเขาบอกว่ามีรถมาเฉี่ยวเขา รถจึงล้มเหตุการณ์แบบนี้ตามกฏหมายจะต้องทำอย่างไร แจ้งเอาผิดกับคนขับมอเตอร์ได้ไหม เรียกร้องอะไรได้บ้าง ร้อนใจมากเลยครับช่วยกรุณาตอบด่วนนะครับ

    ขอบคุณครับ

    โดยคุณ สรวิชญ์  (110.77.137.102)     8 เม.ย. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 197

    หากคนขับรถจักรยานยนต์กระทำการใดอันเป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยของคนรักของท่าน คนขับนั้นเป็นผู้กระทำละเมิดจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่คนรักของท่านผู้ต้องเสียหายตามความ ป.พ.พ. มาตรา 437, 444 และ 446

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.16)     19 เม.ย. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 196

    พอดีเกิดอุบัติเหตุนั้งรถโดยสารมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ โทรศัพท์พังซื้อได้ เดือนกว่าแล้วประกันบอกให้เครียกับบริษัท แต่พอไปบริษัท กลับให้เครียกับประกัน พูดง่ายๆเค้าเกี่ยงกัน ผมต้องเรียกร้องกับใครแล้วได้คืนเท่าไหร่ และทำงานไม่ได้1วัน แล้วก็เสียเวลาวิ่งยื่นเรื่องอีก1วัน เป็น 2 วัน ค่าเเรงต่อวัน 600 บาท ผมก็ไม่ได้ สุดท้ายผมต้องทำยังงัย

    โดยคุณ จงรัก  (171.96.17.248)     21 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 195

     คือ ผมได้ขับรถยนต์เพื่อนละได้มีเพื่อนนั่งอยู่ข้างๆ รถเพื่อนผมไม่มีประกัน ผมกำลังจะถอยหลังเข้าจอด  จู่ๆ มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาข้างหลังซึ่งผมไม่เห้น แต่ผมถอยรถเข้าจะจอดไปเกือบครึ่งคันแล้ว ละได้ชนหรือป่าวไม่รู้ เพราะตอนนั้น ฝนตกหนัก ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย และเค้าก็เดินรถไปข้างหน้าผมและบอกผมว่า ผมชนรถเค้า  และเค้าไม่ได้เรียกประกันมา  แต่ได้เอาบัตรประชาชนกับใบขับขี่ผมไป  และไม่ได้ถ่ายรูปตอนที่ชนไว้ด้วย  2วันต่อมา เค้าได้อยู่กับประกันและกำลังจะได้ทำการซ่อมเครมรถ  เค้าโทรมาหาผมแต่ผมติดธุระไม่ได้ไป  และเค้าได้ไปแจ้งความกับตำรวจ  อยู่มาหลายวัน ตำรวจได้ติดต่อไห้ผมไปหาบอกผมว่า ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนเปนจำนวนเงิน 70000+  ผมไปหาตำรวจตามที่ประกันแจ้งความไว้  แต่ผมไม่ได้จ่ายเงินไป เพราะไม่มีเงิน  ทางบริษัทก็ได้ส่งจดหมายมาที่บ้านผมไห้ผมไปจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน แต่ผมก็ไม่ได้ไปจ่าย และทางบริษัทประกันก็ได้ไห้สำนักงานทนายความส่งจดหมายหาผมว่า เตือนครั้งสุดท้ายไห้ไปจ่ายเงินกับบริษัทประกัน  ไม่งั้นเค้าจะดำเนินงานทางกฏหมาย    ผมควรทำยังไงต่อดี รูปตอนชนก็ไม่มี แต่เค้าเอาบัตรผมไปแจ้งความกับตำรวจ  และทางกฏหมายจะโดนอะไรอย่างไงบ้างครับ

    โดยคุณ Pls  (182.52.34.119)     21 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 194

    อยากถามค่ะว่าถ้ารถชนเล้วเขามีประกันชั้น 1 แต่เขาไม่มาดูแลคนป่วย ไม่มาถามเลย เราเปนคนเจ็บ เราจะต้องทำอย่างไรบ้าน ตอนนี้คนเจ็บ กระดูกขาหัก 2ท่อน ต้องผ่าตัดใส่เหล็ก จะเปนเดือนแล้วยังไม่มาดูแล เราจะเรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ แล้วถ้าเขาไม่มาเราจะทำอย่างไรได้บ้าง

    โดยคุณ คณิดา  (58.9.118.213)     20 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 194

    บุคคลผู้ต้องเสียหายควรฟ้องร้องบังคับเรียกค่าสินไหมทดแทนเอาจากผู้ขับขี่ที่ทำละเมิดและผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 420, 437, 444 และ 446

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.28)     10 มี.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 193

    รถหนูโดนรถอีกฝั่งที่วิ่งสวนทางมาด้วยความเร็ว หักหลบรถจักรยานยนต์แล้วมาชนรถของหนู คู่กรณีของหนูอายุ 29 ปี ไม่มีงานทำ ต้องอาศัยเงินของพ่อแม่ และช่วยงานของพ่อแม่ขายรองเท้าด้วยกัน และพวกเขาปฎิเสธที่จะจ่ายค่าเยียวยาให้ รถของหนูประกันซ่อมให้ แล้วยังงี้ถ้าหนูฟ้องแพ่งแล้วท่านคิดว่าหนูจะได้รับเงินค่าเยียวยาหรือเปล่า เพราะเขายังอาศัยเงินพ่อแม่อยู่อย่างนี้ พ่อแม่เค้าจะรับผิดชอบให้ไหม ตอนนี้รถหนูยังไม่ซ่อมเลยค่ะ คิวยาวประมาณ 5 เดือน ถึงจะได้ฤกษ์ซ่อมและซ่อมเสร็จ หนูขอคำตอบด้วย ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ fareeda  (223.204.138.55)     16 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 193

    หากบุคคลผู้ขับรถชนรถยนต์ของท่านให้ต้องเสียหายโดยละเมิด มีทรัพย์สินของตนที่ท่านจะพึงยึดมาชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทนได้ ท่านก็จะได้รับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินนั้นได้ แต่ตามข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าบิดามารดาได้มอบหมายให้บุตรเป็นตัวแทนขับรถให้ บิดามารดาจึงไม่ต้องร่วมรับผิดด้วยไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 427

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.26)     4 มี.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 192

     ขอสอบถามผู้รู้ในข้อกฎหมายสินไหมทดแท่นกรณีที่เป็นรถนิติบุคคลได้รับผลกระทบต่อการเสียหายต่ออุบัติเหตุและทำให้เสียผลประโยชในการทำงานของรถเพราะต้องซ้อมและประกันที่ชนเรานี้ยอมจ่ายค่าเสียหายที่ร้องขอแต่มีจำนวนไม่เท่าที่ร้องขอหรือจำนวนที่ต้องเสียให้จริงในเหตุของเหตุที่เกิดขึ้นเราสามารถร้องขอเพิ่มหรือต้องทำยังไงและการรับผิดชอบของประกันภัยจริงๆต้องจ่ายนับตั่งแต่เกิดเหตุหรือนับตั่งแต่วันเขาซ้อมเพราะแจ้งซ้อมมันต้องรถอู่คือวันเกิดเหตุวันที่10ธค.55แต่เอกสารแจ้งซ้อมอู่บอกว่าวันที่6มค.56รับรถวันที่25มค56ประกันยอมจ่ายแค่15วันซึ่งระบุเงินมาแค่20000บาทแต่เราแจ้งขอสินไหมทดแทนไปคือรถมีรายได้3600/วันรวมค่าใช้จ่ายเราคิดไปแค่

    เรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    ด้วยความเคารพ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษกรทรานสปอร์ท

    นาย กฤษกร โนนทิง

    กรรมการผู้จัดการเรียน บริษัท ไอโออิ

    รายการที่ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ทต้องศูนย์เสีย

    1.ค่างวดรถ 20000บาท/เดือน รวม2เดือน40000บาท

    2.รายได้จากการใช้รถวิ่งรับพนักงาน ขาละ900บาท หมายถึง ไป 900+ กลับ900บาท ใน1วัน เช้ากับเย็น2ขา=1800บาท

    และโอที อีก1ขา เท่ากับ2700บาท/วัน วันทำงาน บริษัท จันทร์ถึงเสาร์ 26วัน/เดือน*2700=70200บาท*2=140400บาท

    สรุปรายการคือต้องการให้ ทางไอโออิ ช่วยในการเสียรายได้ครั้งนี้ คือ 140400บาทถ้วน

    นี้คือตัวเลขจริงและเสียรายได้จริง หาก ทางกฤษกร ทรานสปอร์ทไม่มีรายได้ส่วนนี้ เราต้องจ่ายเองคือ ค่าพนักงานขับรถ 12000 บาท+ ค่างวดรถ 20000*ระยะเวลาที่รถต้องซ้อม ประมาณ2เดือน และส่วนที่ต้องสำรองรถที่นำมาวิ่งเสริมอีกและนี้คือตัวเลขเพียงบางส่วนที่เราศูนย์เสียและเราได้ประเมิณแล้วว่าตัวเลขที่ขอมานี้เป็นรายการจริงๆเท่านั้นที่แสดงมาข้างต้น

    จึงใคร่ขอให้ทาง ไอโออิช่วยเหลือในส่วนที่เราต้องเสียหายจากเหตุในครั้งนี้

    โดยคุณ หจก.กฤษกรทรานสปอร์ท  (110.171.123.12)     7 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 191

    วันหนึ่งนั่งรถสองแถวกลับบ้าน แล้วรถสองแถวชนกับท้ายรถบัสทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บต้องนอนพักเป็นอาทิตย์ไม่ได้ทำงานแล้วทำงานเป็นรายวันเราสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างค่ะ

    โดยคุณ   (180.183.98.218)     7 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 190

    ลูกชายว่าจ้างรถ 6 ล้อของคนรู้จัก ขนของ ระหว่างเดินทางพลัดตกจากกระบะรถ 6 ล้อ โดยคนขับไม่ทราบ จนมีคนพบศพที่ข้างถนน มีสภาพโดนรถเหยียบ (ในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าคันนี้ หรือรถที่ตามมาเหยียบ)

    ขอถามข้อมูลดังนี้

    1. จะเบิก พรบ. จากรถ 6 ล้อคันนี้ได้เลยหรือไม่ ได้เท่าไหร่

    2. จะเรียกร้องจากประกันชั้น 1 ของรถ 6 ล้อคันนี้ ได้หรือไม่ อย่างไร

    โดยคุณ อรพิน  (182.52.203.228)     5 ก.พ. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 190

    หากรถยนต์บรรทุก 6 ล้อนี้ได้เอาประกันภัยไว้ ผู้เสียหายก็มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับเอาประกันภัยเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ส่วนจะได้โดยสถานใดเพียงใดให้สอบถามไปยัง คปภ.

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.13)     24 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 189

     เรื่องมีอยูว่า ผมขับรถเก๋งมาทางสองเลนสวนกัน ผมจะเลี๊ยวขวา เพื่อเข้าไปร้านอู่ซ่อมรถ ผมเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อขอทาง และรถยนต์และรถจักรยานยนต์บนถนนได้หยุดรถเพื่อให้ผมเลี๊ยว ซึ่งรถบนถนนจอดเว้นระยะห่างประมาณเกือบ 100 เมตรได้หลังจากนั้นผมก็ค่อยๆๆเคลื่อนรถออกไปเพราะเนื่องจากทางเข้าเป็นเนินที่สูงในระดับนึงจึงทำให้ผมไม่สามารถหักพวงมาลัยและเลี๊ัยวทันที ทันใดนั้น ระหว่างที่ผมค่อยๆๆเคลื่อนตัวปรากฎว่ามีรถมอไซด์คันนึงแซงซ้ายพุ่งออกมาชนรถผม และขูดไปถึงหน้ารถแล้วเสียหลักล้มลง ผมหยุดรถทันที เมื่อลงไปดูคู่กรณี ปรากฎว่าเป็นเด็กที่มีอายุไม่ถึง 15 ปี ซ้อน3 ไม่ใส่หมวกกันน๊อค ทราบว่ามีคนเจ็บ 1คน เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี จากนั้นก็มีมูลนิธิมาพาเด็กไปส่งโรงพยาบาล จากนั้นคนของมูลนิธิก็มีการถ่ายรูปไว้ หลังจากนั้น ตำรวจก็มาแต่ไม่มีการพ่นร่องรอยของการถูกชน แต่ถ่ายรูปโดยการให้ผมชี้จุดเกิดเหตูแล้วเอารถไปโรงพัก จากนั้นก็แจ้งข้อกล่าวว่าผม ขับรถโดยประมาท ว่าผมขับรถตัดทางเค้า ทั้งที่มอไซด์ชนรถผม แต่เนื่องด้วยมึคนเจ็บหระดูกหัก 2 ท่อน พรบ คุ้มครองของมอไซด์ไม่พอค่ารักษา ผมจึงจำเป็นต้องรับทราบข้อกล่าวหา เอา พรบ รถเก๋งไปเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเด็ก ย้ำอิกครั้งนะครับว่ารถมอไซด์พุ่งมาชนรถผม จากนั้นผมไปโรงพยาบาล ปรากฎว่าแพทย์บอกว่ารักษาเป็นเดือน อย่างนี้ผมจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เกินวงเงินของ พรบ. มั๊ย?แล้วผมต้องชดเชยสินไหมให้เค้ารึเปล่า?ถ้าต้องจ่ายจ่ายมากเท่าไหร่? แต่มี พรบ ประกันรถยนต์ไม่ทรารบว่าจะใช้ได้รึป่าว แล้วที่รถผมพังใครจะเป็นคนจ่าย เพราะผมไม่ได้เป็นคนชน คือผมยังเป็นนักศึกษาจึงมั่ยอยากให้เกิดเป็นคดีความจนขึ้นศาล เพราะ ณ ตอนที่เกิดเหตุผมไม่มีหลักฐาน ถ้าขึ้นศาลผมกลัวคดีพลิกเพราะช่วยคนที่ด้อยกว่าเนื่องจาดตอนที่ผมอยู่โรงพัก สารวัตรเวรไม่ได้เอาผิดจากฝ่ายนั้นเลย แล้วคู่กรณีเป็นเยาชนอายุไม่ถึง 15 ปี รบกวนผู้รู้ช่วยผมด้วยครับ ขอบคุณครับ กรณีเลี๊ยวรถทางขวา ห้ามกระทำเมื่อมีรถสวนทางมาในระยะน้อยกว่า 100 เมตร (มาตรา52) -ผู้ขับขี่รถต้องให้สัญญารก่อนที่เลี๊ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถในระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร(,มาตรา36) ซึ่งผมปฏิบัติตาม กฎหมายดังกล่าวห้ามมิให้ผู้ที่ขับขี่เลี้ยวรถทางขวาเมื่อมีรถอื่นสวนมาในระยะน้อยกว่า 100 เมตรเว้นแต่เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของคนอื่น ดังนั้นฝ่ายเพื่อนผู้ขับขี่รถเก๋ง หากได้ขับขี่โดยเลี๊ยวขวาแล้วปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าว การที่รถชนกันขึ้นแล้วเกิดความเสียหาย จึงเป็นการขับขี่โดยประมาทเลิยเล่อของผูขับขี่จักรยานยนต์แต่เพียงฝ่ายเดียว จำต้องรับผิดชอบเพือการเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของตนนั้น ตาม ป.พ.พ.ม.420 (กฎหมายนี้ใช่ไม่ได้หรือครับ ในกรณีที่เด็กเจ็บเป็นเด็กที่ซ้อนกลาง ไม่ใช่คนขับ คือผมยินดีจะช่วยเด็กอยู่แล้วแต่ในกรณีนี้คือปนะมาททั้งสองฝ่ายไม่ใช่ผมคนเดียว) ใช่รึปล่าวครับผม

    โดยคุณ กั๊ก  (180.183.53.34)     5 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 188

    วันที่ 31/01 เวลา 01.30 ผมขับแท็กซี่  อยู่ดีๆ คู่กรณีรถเลยซอยแล้วรีบถอยหลังมาชนรถผมอย่างแรง เค้าลงมาขอโทษและผมได้กลิ่นเหล้า แต่ไม่ได้ติดใจอ่ะไร ผมก็ให้เรียกประกัน แล้วก็ตกลงประกัน เป็นประกันชั้น 1 ได้ใบเครม เรียบร้อย  เค้าก็บอกว่าจะรับผิดชอบไม่ทิ้งแน่นอน โทรไปเคลียร์กับประกัน เรื่องค่าขาดประโยชน์จากากรใช้รถ ประกันให้รอรถซ่อมเสร็จก่อนค่อยไปทำเรื่อง จะได้รู้แน่นอนว่าซ่อมกี่วัน  รถขับนี้ผมขับกับพ่อสองกะ เป็นรายได้หลักในครอบครับเลย รถต้องซ่อมประมาณ 10 วัน ผมบอกให้เค้าจ่ายให้ผมวันล่ะ 500 บาท ได้มาช่วงสองวันแรก เค้าโอนมาให้ 1000 หลังจากนั้นเค้าบอกว่าไม่มี แต่ค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งค่าโรงเรียนน้องอีกสองคน ค่าใช้จ่ายในบ้านวันนึงก็เกือบ 500 แล้ว ยังมีค่าผ่อนลดอีกวันล่ะ890 บาท 
    1.ผมจะทำยังไงกับเคสนี้ได้บ้างครับ ถ้าเค้าบอกไม่มีอย่างนี้ ต้องไปตกลงที่สน. หรือที่ไหน (ถ้าสน.) นัดไปสน.ไหนก็ได้หรือต้องเป็น สน.ที่เกิดเหตุ เท่านั้น
    2.รายได้ จากการขับแท็กซี่กะนึง รายได้จะอยู่ประมาณ 1000-2000 บาทแล้วแต่วัน สองกะก็คูณ2เค้าไป ก็ประมาณ 2000-4000 บาท ต่อวัน จะมีวิธีคำนวณ ยิ่นกับประกันยังไงบ้างคับ แล้วผมจะใช้อ่ะไรเป็นหลักฐานได้บ้าง 

    3.ถ้าประกันให้น้อยเกินความเป็นจริงเยอะ มาก ผมจะเรียกส่วนต่าง จากคู่กรณีได้ไหม ถ้าตกลงกันไม่ได้จะทำอย่างไรครับ   

    โดยคุณ ศวรุธ โพธิ์ทอง  (171.7.214.238)     5 ก.พ. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 187

     อยากสอบถามครับ คือผมโดนข้อหาเมาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ชนผู้อื่นจนเสียชีวิต และไม่ได้หยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีหลังเกิตเหตุ เบื้องต้นได้นัดคู่กับภรรยาของผู้เสียชีวิตเรื่องสินไหมทดแทน ซึ่งได้เรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมด 2 ล้านบาท ซึ่งตัวผมเองไม่มีเงินก้อนมากขนาดนั้นจึงได้คุยกับทางคู่กรณีขอชำระเงินเบื้องต้น 3 แสนบาท แล้วส่วนที่เหลือจะขอผ่อนชำระ แต่ทางคู่กรณีไม่ยอมให้ผ่อนชำระ ต้องการเป็นเงินก้อน กรณีแบบนี้ ถ้าต้องส่งฟ้องศาล ผลจะเป็นอย่างไรครับ เพราะเรื่องสินไหมก็ต้องส่งในเรื่องขอบคดีแพ่ง แล้วยังมีคดีเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตเป็นคดีอาญา ซึ่งตัวผมเองไม่มีความต้องการที่จะปัดความรับผิดชอบเรื่องค่าเสียหายแต่ติดที่ว่าเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นผมต้องใช้เวลาที่จะต้องหา

    รบกวนช่วยชี้แจงให้ทีครับ 

    โดยคุณ ธนาบุตร สุวรรณ (สมาชิก)  (171.5.144.144)     31 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 186

     สวัสดีคับ รบกวนสอบถามคับ ถ้าคู่กรณีเซนต์ประณีประนอมยอมความที่ประกันแล้ว และในสัญญาประกันเขียนครอบคุมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย แต่ทั้งนี้คู่กรณีไม่ได้ไปเซนต์ที่ สน. อย่างนี้ถือว่าคดีความยุติลงมั๊ยคับ รบกวนคับ

    โดยคุณ ซี  (115.67.226.63)     30 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 185

    อยากจะสอบถามน่ะ  คือแม่ของดิฉัน  ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชน  ทำให้ขาหัก  แขนหัก   ต้องได้รับการผ่าตัด   ตอนนี้ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว     ตำรวจยังไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดหรือถูก   แต่ดูจากรูปคดีแล้ว   แม่ของดิฉันขี่รถมาทางเอก   แล้วคนชนออกจากซอยมา  ชนที่ขาของแม่ดิฉันตรงๆๆ 

    หากตำรวจสรุปคดีแล้วถ้าเขาเป็นฝ่ายผิด   ดิฉันจะเรียกร้องค่าเสียหาย   หากเขาไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย  หรือค่าเสียเวลาที่ทำให้แม่ดิฉันไม่อาจทำงานได้     ดิฉันจะฟ้องร้องศาลได้ไหมค่ะ  ให้ศาลบังคคับให้เขาจ่ายเงินให้กับแม่ดิฉันน่ะค่ะ  

    โดยคุณ วราพร  (118.172.215.130)     29 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 184

    ถ้ารถจักรยานยนต์ชนกันแล้วคนขับเสียชีวิตคนซ้อนเป็นคนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองคนจะได้รับค่าประกันจากอะไรบ้างและเงินค่าเสียหายเท่าไรบ้าง

    โดยคุณ   (14.207.192.128)     21 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 183

    ขอความกรุณาช่วยแนะนำเรื่อง เทศบาลเมืองแห่งหนึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำ  ท่อระบายน้ำและโดยไม่ได้นำตะแครงเหล็กไปปิดปากท่อระบายน้ำเป็นเหตุให้เราเดินพลัดตกลงไปท่อระบายน้ำได้รับบาดเจ็บเรามีความประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายเราควรฟ้องทีี่ไหนดีค่ะ และควรทำอย่างไร 

    โดยคุณ จริยา แสนทำมา  (223.206.172.47)     20 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 183

    กรณีตามปัญหาของท่านดังกล่าวย่อมเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดของเทศบาลซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งของศาลปกครองตามความ มาตรา 9 วรรคหนึ่งแห่ง พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ท่านจึงฟ้องเทศบาลเพื่อให้รับผิดเนื่องจากการละเมิดต่อศาลปกครองได้

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.27)     29 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 182

    ขอความกรุณาช่วยแนะนำเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากโรงพยาบาลเอกชนที่ทำการรักษาผิดพลาด จนทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสียหายทางด้านร่างกาย ทำให้เป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เลยแม้แต่พูดและรับประทานอาหาร เกิดจากการผ่าตัดกระดูกขาหัก คนไข้หัวใจหยุดเต้นและสมองขาดออกซิเจน (จากการให้ยาชามากถึงสามครั้งและจับคนไข้หัวลง) โรงพยาบาลยอมรับว่าตนผิดพลาดยอมชดใช้ค่าเสียหาย และขอเจรจา ให้ญาติกำหนดข้อเรียกร้องและระบุจำนวนเงินที่จำเป็น ให้ชัดเจนตามข้อเรียกร้องในแต่ละข้อ ให้สามารถบอกเหตุผลได้ว่ามีค่าอะไรบ้าง ผู้ป่วยมีข้อมูลส่วนตัวดังนี้

    1. ผู้ป่วยเป็นข้าราชการครูอายุ 52 ปี เหลือเวลาราชการ 8 ปี ขณะนี้มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 50,000 บาท

    2. ผู้ป่วยมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาอายุ 80 ปี

    3 . ผู้ป่วยเป็นโสด อาศัยอยู่กับน้องสาวที่มีอาชีพรับราชการครู เมื่อได้รับความเจ็บป่วยน้องสาว(น้องสาวคือครูณัฏฐิดา เทียนยาณี)เป็นผู้ที่รับภาระในการดูแลรักษาทั้งหมด

    4. ผู้ป่วยมีภาระหนี้สินเป็นเงินประมาณห้าล้านบาท ถ้าจำเป็นต้องลาออกจากราชการ ภาระหนี้สินดังกล่าวจะต้องตกเป็นของน้องสาวผู้ดูแลคือครูณัฏฐิดา เทียนยาณี ทำให้เกิดผลกระทบต่ออนาคตของหลานๆ ที่เป็นเยาวชนและอนาคตของชาติ

    5. ผู้ป่วยเป็นครูที่มีความเสียสละ นอกเหนือเวลาราชการได้ทุ่มเททั้งกำลังสติปัญญาและเงินทองเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นปูชนียบุคคลในท้องถิ่น เมื่อไม่สามารถปฏิบัติกิจต่างๆ ที่เคยปฏิบัติมา ทำให้ท้องถิ่นและชุมชนขาดบุคคลสำคัญ เกิดความสูญเสียอย่างมากมายทั้งทางด้านวิชาการและด้านศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะครูดนตรีไทย ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลหายากบุคคลหนึ่ง

    รายละเอียดส่วนตัวย่อๆ ดังกล่าว ดิฉันขอความกรุณาช่วยแนะนำว่าควรจะเสนอเป็นจำนวนเงินให้ทางโรงพยาบาลเอกชนรับผิดชอบในแต่ละรายการประมาณเท่าไร และด้วยเหตุผลใดจึงจะสมเหตุสมผลไม่เกินความเป็นจริงค่ะ
     

    โดยคุณ ณัฏฐิดา  (182.52.29.248)     19 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 182

    ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยจะเรียกจากกันได้โดยสถานใดเพียงใดนั้นต้องเป็นไปตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา438 ทั้งนี้การเรียกเขาค่าเสียหายดังกล่าวจะต้องเป็นค่าเสียหายตามปกติที่เกิดขึ้นแต่การกระทำละเมิดของแพทย์นั้น ส่วนค่าเสียหายพิเศษผู้เสียหายจะเรียกเอาจากคู่กรณีได้ต่อเมื่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็น หรือควรจะได้คาดเห็นความเสียหายนั้นล่วงหน้าก่อนแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 222 วรรคสอง

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.27)     29 ม.ค. 2556

  • ความคิดเห็นที่ 181

    รบกวบสอบถามค่ะ คือว่าน้องสาวขับรถรถมอเตอร์ไซด์แล้วมีคู่กรณีขับรถกระบะมาชน น้องสาวเจ็บนะมากค่ะขาหักสองที่แล้วต้องตัดนิ้งเท้าข้างซ้ายทิ้งสามนิ้ว ตรงฝ่าเท้าก็หักอีกยาว หัวสมองมีเลือดออก  คู่กรณีมีประกันชั้น1  เป็นรถของบริษัทที่คู่กรณีทำงานอยู่ ตอนชนคู่กรณีหนีหายไป2วัน น้องสาวนอนโรงบาลได้สองวันถึงโผล่มา  อยากจะทราบว่าทางน้องสาวจะเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ประมาณสักเท่าไหร่ที่เหมาะกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น แล้วมีค่าอะไรอีกไหมค่ะ แล้วถ้าคู่กรณีไม่ยอมจ่ายทางเราจะฟ้องร้องได้ไม่ค่ะ(พรบรถมอไซด์ขาดพอดี)  แล้วหมอบอกน้องต้องนอนโรงบาลอีกนานค่ะ ขอบคุณค่ะ

    โดยคุณ พิมpim  (110.49.241.7)     18 ม.ค. 2556

  • ตอบกลับความคิดเห็นที่ 181

    ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแก่ร่างกาย น้องสาวของท่านซึ่งเป็นผู้ต้องเสียหายเนื่องจากการถูกกระทำละเมิดจะเรียกเอาจากคู่กรณีผู้กระทำละเมิดได้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ย่อมต้องเป็นไปตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 438 และตาม มาตรา 444 น้องสาวชอบที่จะได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายอันตนต้องเสียไปและค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในเวลาปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย

    โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก)  (58.136.20.27)     29 ม.ค. 2556

  •  1 .. 8  9  10  11  12 .. 19   

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

  • ทุกข์จากโครงการบ้านเอื้ออาทร

    30 พ.ย. 2551

    วันนี้เพื่อนสมาชิก มาขอคำปรึกษาที่ทนายคลายทุกข์และทีมงานทนายความว่า ได้ไปซื้อบ้านจากโครงการบ้านเอื้ออาทรโครงการหนึ่ง

    อ่านต่อ
  • การเรียกค่าสินไหมทดแทน

    13 ก.ย. 2550

    วันนี้ทนายคลายทุกข์ได้รับจดหมายจากชมรมนักข่าว 2000 ส่งมาถึงอาจารย์เดชา เพื่อสอบถามปัญหาที่ประชาชนมีความเดือดร้อน

    อ่านต่อ
  • ถามเรื่องการยึดรถ

    28 พ.ย. 2551

    ปัญหาเรื่องการเช่าซื้อรถยนต์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนปัญหาที่สอบถามเข้ามาเป็นอันดับต้น ๆ คือ ปัญหาเรื่องการค้างชำระค่างวด

    อ่านต่อ
  • มุมมืดในเรือนจำ

    11 มี.ค. 2551

    ทนายอาสาซึ่งเป็นทีมงานของทนายคลายทุกข์ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต

    อ่านต่อ

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด