งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ
ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ
รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ
สองสามวันนี้มีข่าวเกี่ยวกับการให้สินบนตุลาการรัฐธรรมนูญ
2 ท่าน คือหม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ และนายสมชาย พงษ์สทา ตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทย โดยผู้ที่ถูกกล่าวหาคือ พ.ต.อ.ชาญชัย
เนติรัฐการ อดีต ผกก.สภ.ต.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม
และเลขาธิการศาลยุติธรรม
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2550 พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะพนักงานสอบสวน
ได้นำพยานหลักฐานไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอออกหมายจับนายตำรวจดังกล่าว
เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 167 และ 144
ศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 2 ข้อหา
สิ่งที่ผมอยากจะนำมาวิเคราะห์ในวันนี้มิใช่เนื้อหาสาระของคดีที่เป็นข่าว
ซึ่งพี่น้องประชาชนคงทราบดีอยู่แล้ว
แต่จะวิเคราะห์ในประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับคดีนี้
ดังนี้
1.
อยากจะฝากเตือนไปยังสื่อมวลชนและผู้ที่ให้สัมภาษณ์ทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่และมีอายุมาก
ๆ แล้ว ที่ให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่ามีการให้สินบนล้มคดียุบพรรค และคดีกกต. โดยปราศจากพยานหลักฐาน ในมุมมองของผม
ถ้ามีการวิ่งเต้นล้มคดีจริง การนำเรื่องการทุจริตมาเปิดเผยถือเป็นเรื่องที่ดี
แต่ถ้าผู้ที่ถูกกล่าวหามิได้กระทำความผิด
และไม่มีพยานหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดที่ชัดเจน
มีแต่เพียงคำพูดของตุลาการบางท่านที่อ้างว่ามีคนมาวิ่งเต้นให้ล้มคดีเสนอเงินให้ 20-30 ล้าน ซึ่งจะมีอยู่จริงหรือไม่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เนื่องจากเป็นเพียงคำพูดของตุลาการ 1 หรือ 2 ท่านเท่านั้น
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2549 ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่า ?บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา
ให้ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทำความผิด
และจะปฏิบัติต่อผู้นั้นเหมือนผู้กระทำความผิดมิได้?
2.
คดีนี้ผู้ถือกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้สินบน
ได้ถูกสังคมพิพากษาเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติยศป่นปี้ไปแล้ว
เพราะการให้สัมภาษณ์ของอดีตตุลาการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องผ่านสื่อมวลชน
ในขณะเดียวกันผู้ที่ถูกกล่าวยังมิได้มีโอกาสพิสูจน์หรือชี้แจงความบริสุทธิ์ของตนเองเลย
ครอบครัวลูกเมียของผู้ถูกกล่าวหา ผมเชื่อเหลือเกินว่า
ต้องทนทุกข์ทรมานจากการให้สัมภาษณ์ของอดีตตุลาการและการนำข่าวของสื่อมมวลชนไปจนวันตาย
มีความทุกข์ยิ่งกว่าถูกศาลพิพากษาจำคุกเสียอีก ในขณะนี้
3.
ก่อนหน้านี้มีคดีทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่
ซึ่งปปช.ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณากรณีอดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า
ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเกี่ยวกับการซื้อเรือขุด และทำปปง.เข้าไปยึดทรัพย์สินจนหมดเกลี้ยง
เมียอธิบดีต้องก้มลงกราบเจ้าหน้าที่ปปง.ไม่ให้ยึดรถซึ่งใช้สำหรับส่งลูกไปเรียนหนังสือ
ผมเห็นข่าวแล้วรู้สึกสลดใจกับสังคมไทย เพราะในที่สุดแล้ว
ศาลพิพากษายกฟ้องว่าอดีตอธิบดีมิได้กระทำความผิด อยากจะถามว่า ปปช.หรือสื่อมวลชนจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของอดีตอธิบดีกรมเจ้าท่าอย่างไร
4.
คดีนี้เท่าที่ติดตามข่าวสาร
ไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ ว่ามีการวิ่งเต้น
นอกจากคำพูดของตุลาการ 2 ท่านที่อ้างว่ามีคนมาวิ่งเต้น
ไม่มีการบันทึกเทป ไม่มีการบันทึกภาพ ไม่มีการส่งมอบเงินสินบน
จริงหรือไม่จริงยังไม่รู้
ดังนั้นการวิพากษ์วิจารย์เกี่ยวกับคดีสินบนพึงระมัดระวังมิให้ละเมิดสิทธิผู้อื่น ?เอาใจเขามาใส่ใจเรา?
?อย่าเอามันอย่างเดียว ติดตามข่าวสารด้วยใจเป็นกลางนะครับ?