กฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน | decha.com
X Close ปิดเองอัตโนมัติภายใน  30 วินาที
452

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน สถาบันการเงิน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700

อ่านต่อได้ที่นี่

3120

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700

อ่านต่อได้ที่นี่

576

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 \"อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล\"

อ่านต่อได้ที่นี่

รับแปลเอกสารต่างๆ

อ่านต่อได้ที่นี่

กฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน

  • กฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน

                มีผู้อ่านสอบถามมาเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมว่า สัญญากู้ยืมหรือสัญญากู้ยืมเงิน กฎหมายบัญญัติว่าต้องมีหลักฐานการกู้ยืมและหลักฐานการชำระหนี้เป็นหนังสือ อัตราดอกเบี้ยว่าจะคิดดอกเบี้ยอย่างสูงได้เท่าไร คิดดอกเบี้ยทบต้นได้หรือไม่  ทนายคลายทุกข์ขอนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการกู้ยืมเงิน มานำเสนอดังต่อไปนี้

    1.กรณีที่ไม่ใช่กู้ยืมเงิน  มีสัญญาหลายชนิดที่คู่สัญญามีการกระทำหรือมีหน้าที่ต่อกัน คล้ายสัญญากู้ยืมเงิน แต่ไม่ใช่สัญญากู้ยืมเงิน จึงนำบทบัญญัติเรื่องยืมไปใช้บังคับไม่ได้ เช่น

    -                   ยืมเงินทดรอง

    -                   สัญญาเล่นแชร์เปียหวย

    -                   ตัวแทนออกเงินทดรอง

    -                   มอบเงินให้ไปดำเนินกิจการร่วมกัน

    -                   สัญญาเบิกเงินเกินบัญชี

    -                   สัญญาบัตรเครดิต

    2. การส่งมอบเงินที่ยืมถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเจตนา หลักประการสำคัญของการกู้ยืมเงินประการหนึ่งคือต้องมีการส่งมอบเงินที่กู้ยืม สัญญากู้ยืมเงินจึงจะบริบูรณ์หรือสมบูรณ์  เป็นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 650 วรรคสอง

    3.หลักฐานแห่งการกู้ยืม มาตรา 653 บัญญัติว่า การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่  มีหลักต้องพิจารณา 4 ประการ

    -                   ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ

    -                   ผู้กู้ต้องลงลายมือชื่อในหนังสือนั้น

    -                   หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือจะต้องมีเมื่อใด

    -                   การกู้ยืมที่ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือยกขึ้นฟ้องหรือต่อสู้คดีไม่ได้

    4.การกรอกข้อความแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในสัญญากู้ยืมเงิน

    1. แก้ไขจำนวนเงินในขณะที่เขียนสัญญากู้ ในกรณีที่มีการแก้ไขตัวเลขจำนวนเงินในขณะเขียนสัญญากู้ แม้ผู้กู้จะไม่ได้ลงชื่อกำกับก็ใช้ได้ เพราะถือว่าเป็นเจตนากู้ยืมกันครั้งเดียวตามจำนวนที่แก้ไขแล้ว ลงชื่อไว้ท้ายสัญญาแห่งเดียวก็พอ

    2. แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้เดิมเมื่อมีการกู้ยืมครั้งใหม่  หลังจากทำสัญญากู้จนเสร็จสมบูรณ์แล้วต่อมาผู้กู้ขอกู้เพิ่มเติม คู่กรณีไม่ทำสัญญาฉบับใหม่ แต่ใช้วิธีเปลี่ยนจำนวนเงินกู้ในสัญญาฉบับเก่า  ถือว่าการกู้ครั้งใหม่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้กู้รับผิดเฉพาะแต่การกู้ครั้งแรกเท่านั้น

    3. แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้ให้สูงขึ้นโดยผู้กู้ไม่ยินยอม  เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ปลอม

    4. สัญญากู้ไม่ได้กรอกจำนวนเงินไว้

    - ผู้ให้กู้กรอกจำนวนเงินสูงกว่าที่กู้จริง บางครั้งผู้กู้เพียงแต่ลงชื่อเป็นผู้กู้ในแบบพิมพ์สัญญากู้ซึ่งไม่มีการกรอกจำนวนเงิน เมื่อผู้ให้กู้จะฟ้องคดีจึงกรอกข้อความระบุจำนวนเงินที่กู้สูงกว่าที่กู้จริง

    - ผู้ให้กู้กรอกจำนวนเงินตามที่กู้จริง  ถ้าทำสัญญากู้กันโดยผู้กู้ลงชื่อไว้ในแบบพิมพ์สัญญากู้ที่ไม่ได้กรอกข้อความ ต่อมาเมื่อผู้กู้ไม่ชำระหนี้ ผู้ให้กู้จึงกรอกข้อความและจำนวนเงินตามความเป็นจริงที่ตกลงกัน ดังนี้ สัญญากู้ดังกล่าวใช้บังคับได้

    5. กรณีที่กู้ยืมเพียงครั้งเดียวแต่ผู้กู้ลงชื่อไว้ในสัญญากู้ 2 ฉบับ  ประโยชน์ที่ผู้ให้กู้ได้รับมากเกินสมควร เป็นการที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นโมฆะ

    5.ดอกเบี้ยที่เรียกกันได้ตามกฎหมาย สัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรม 2 ฝ่าย เกิดขึ้นด้วยการแสดงเจตนาตรงกันของคู่สัญญา ดังนั้นคู่สัญญาจะตกลงกันว่าจะคิดดอกเบี้ยต่อกันหรือไม่ก็ได้  ถ้าตกลงว่าจะคิดดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่ตกลงรวมทั้งวิธีการคิดดอกเบี้ยทบต้น ต้องไม่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งป.พ.พ. มาตรา 654 และมาตรา 655 ข้อตกลงนั้นจึงจะใช้บังคับได้ ผู้กู้มีหน้าที่ต้องเสียดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้  ในเรื่องดอกเบี้ยนี้มีปัญหาที่สมควรพิจารณาอยู่ 4 กรณี คือ

    1.  ดอกเบี้ยที่กำหนดโดยกฎหมาย

    2.  ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มาตรา 654 บัญญัติว่า ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้นก็ให้ลดลงเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

    - ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เป็นโมฆะทั้งหมด แต่เงินต้นสมบูรณ์

    - ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยล่วงหน้าแล้วนำไปรวมกับเงินต้นในสัญญากู้

    - ผู้กู้ชำระดอกเบี้ยที่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไปแล้วจะเรียกคืนไม่ได้

    - ผู้ให้กู้ยังมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเพราะเหตุผิดนัด

    3.      ดอกเบี้ยกรณีผู้ให้กู้เป็นสถาบันการเงิน

    - สัญญาระบุให้ผู้ให้กู้ปรับอัตราดอกเบี้ยได้

    - เมื่อเลิกสัญญาแล้ว ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

    - การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นเบี้ยปรับหรือไม่

    4.      ดอกเบี้ยทบต้น มาตรา 655 วรรคหนึ่ง บัญญัติ ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่งคู่สัญญากู้ยืมเงินจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้

     

" บทความและคำแนะนำของทนายคลายทุกข์เป็นประโยชน์ต่อท่านหรือไม่ "


ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 3

    สวัสดี คุณต้องการใด ๆ ของสินเชื่อหรือไม่ ทั้งนี้เป็นการโฆษณาออนไลน์เพื่อให้คุณทราบว่า คุณจะได้รับสินเชื่อเร่งด่วน และประหยัดจากของฉันส่วนตัวยืมของบริษัท กรุณาติดต่อฉันผ่านทางเมล์ หรือคุณสามารถให้ฉันโทร:

    ติดต่ออีเมล์: info.calvingeorgefirm@gmail.com

    หมายเลขโทรศัพท์มือถือ: +123-4214-5141

    บริษัทตัวแทนโฆษณา

    โดยคุณ บริษัทตัวแทนโฆษณา  (174.142.214.247)     30 ก.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 2

     อายุไม่ถึง18ทำสันญาเงินกู้ได้ใหมครับ

    โดยคุณ อมรเทพ แย้มพราย  (49.230.78.132)     31 มี.ค. 2557

  • ความคิดเห็นที่ 1

     ถ้าดิฉันจะเข้าไปปรึกษาเรื่องการกู้เงินดิฉันจะต้องโทรไปนัดคิวก่อนรึเปล่าค่ะ

    โดยคุณ สุกัญญา ทิพวงศ์  (2.41.6.86)     1 มิ.ย. 2556

แสดงความคิดเห็น

  •    
    ชื่อ
    เมล์
    ความคิดเห็น
    ตัวเลขที่เห็น
     แจ้งทาง e-mail เมื่อมีผู้ตอบกระทู้นี้

เข้าสู่ระบบ

คุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ที่นี่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในหมวด

ข่าวที่ถูกค้นมากที่สุดในหมวด