WebBoard :กฎหมาย|การยื่นคำร้องบังคับคดี

การยื่นคำร้องบังคับคดี

  • ทนายคลายทุกข์ ปรึกษากฎหมาย โทร 02-9485700
  • Email: [email protected]
Header Background Image

การยื่นคำร้องบังคับคดี

  • 1589
  • 2
  • post on 21 พ.ค. 2556, 19:09

เรียน สอบถาม

เนื่องจากจ้างทนายให้ดำเนินการฟ้องร้องลูกนี้ และศาลตัดสินคดีเป็นที่เรียบร้อย

ครบกำหนดแต่ลูกหนี้ก็ไม่ชำระเงิน จำเป็นต้องบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์

1. ทนายความบอกว่าค่าจ้างก่อนนี้ จบไปแล้วตั้งแต่ศาลตัดสินคดี หากให้เขาดำเนินการยื่นขอยึดทรัพย์ก็ต้องเป็นการจ้างใหม่ อีก 10% (ของมูลหนี้) ถูกต้องหรือไม่

2. โจทย์ในฐานะ เจ้าหนี้ สามารถแต่งตั้งบุคลใด (ไม่ใช่ทนาย) หรือตัวโจทย์เอง จะขอยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอบังคับคดี ด้วยตนเองได้หรือไม่

3. ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอคับคดีฯ โจทย์จะต้องแจ้งต่อศาลว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้างหรือไม่..ต้องมีเอกสาร ข้อมูลอะไรบ้าง(ของลูกหนี้) หรือยังไม่ต้องใช้ในขั้นตอนนี้

4. หลังจากยื่นคำร้องแล้ว โจทย์จึงจะสืบทรัพย์ของลูกหนี้ (หรือจ้างให้บุคคลใดสืบทรัพย์) เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำการยึด ใช่หรือไม่

5. ลูกหนี้ เป็นเจ้าของ 2-3 บริษัท บริษัทใหญ่(พันล้าน) ยังดำเนินการปกติ แต่บริษัทที่ฟ้องร้อง เป็น 1 ในบริษัทย่อย (50 ล้าน) โจทย์สามารถเอาคำร้องยึดทรัพย์ เข้าไปที่บริษัทย่อยได้เลยหรือไม่ (บริษัทย่อย+บริษัทใหญ่ ดำเนินการอยู่ในตึกเดียวกัน)

6. โจทย์สามารถยึดทรัพย์อะไรได้บ้าง รถบริษัท อุปกรณ์สำนักงาน สินค้าของบริษัท ได้หรือไม่ หากลูกหนี้อ้างว่าเป็นของบริษัทใหญ่จะทำอย่างไร หรือโจทย์ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า ชิ้นไหนเป็นของบริษัทลูกหนี้...หรือยึดมาก่อนแล้วค่อยให้ลูกหนี้พิสูจน์หลักฐาน

7. โจทย์ สามารถยึดทรัพย์ ส่วนตัวของเจ้าของบริษัท ได้หรือไม่ เช่น บ้าน รถ ที่ดิน

 

โดยคุณ ตี๋ใหญ่ (171.97.xxx.xxx) 21 พ.ค. 2556, 19:09

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

หากท่านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาประสงค์ที่จะดำเนินการบังคับคดี ยึด หรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้น ท่านสามารถติดต่อทีมบังคับคดีทนายคลายทุกข์เพื่อดำเนินการดังกล่าว หรือสอบถามทางโทรศัพท์ที่ 02-9485700

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 4 มิ.ย. 2556, 10:57

ความคิดเห็นที่ 1

 1. ทนายความบอกว่าค่าจ้างก่อนนี้ จบไปแล้วตั้งแต่ศาลตัดสินคดี หากให้เขาดำเนินการยื่นขอยึดทรัพย์ก็ต้องเป็นการจ้างใหม่ อีก 10% (ของมูลหนี้) ถูกต้องหรือไม่

ตอบ..เรื่องนี้ เป็นปัญหาในทางปฏิบัิติ  ส่วนใหญ่ให้ทนายว่าความ  ก็ไม่ได้ตกลงเรื่องการบังคับคดีไว้แต่แรก  เมื่อจะให้เขาบังคับคดี  เขาก็ย่อมคิดค่าดำเนินการได้ ตามสมควร จะคิดกี่% ก็อยู่ที่การเจรจาตกลงกัน ครับ

2. โจทก์ในฐานะ เจ้าหนี้ สามารถแต่งตั้งบุคลใด (ไม่ใช่ทนาย) หรือตัวโจทก์เอง จะขอยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอบังคับคดี ด้วยตนเองได้หรือไม่

 

ตอบ...ได้ ครับ

3. ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอคับคดีฯ โจทก์จะต้องแจ้งต่อศาลว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้างหรือไม่..ต้องมีเอกสาร ข้อมูลอะไรบ้าง(ของลูกหนี้) หรือยังไม่ต้องใช้ในขั้นตอนนี้

 

ตอบ...ต้องทราบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง   ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในทางปฏิบัติ  จึงมีการจ้างนักสืบ และปฏิบัติ  ตาม ป.วิแพ่ง ม.275-276  ที่ยกมาข้างล่าง ครับ

 

4. หลังจากยื่นคำร้องแล้ว โจทก์จึงจะสืบทรัพย์ของลูกหนี้ (หรือจ้างให้บุคคลใดสืบทรัพย์) เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำการยึด ใช่หรือไม่

 

ตอบ..ต้องทราบว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้างก่อน

 

5. ลูกหนี้ เป็นเจ้าของ 2-3 บริษัท บริษัทใหญ่(พันล้าน) ยังดำเนินการปกติ แต่บริษัทที่ฟ้องร้อง เป็น 1 ในบริษัทย่อย (50 ล้าน) โจทก์สามารถเอาคำร้องยึดทรัพย์ เข้าไปที่บริษัทย่อยได้เลยหรือไม่ (บริษัทย่อย+บริษัทใหญ่ ดำเนินการอยู่ในตึกเดียวกัน)

 

ตอบ...ต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ ครับ

 

6. โจทก์สามารถยึดทรัพย์อะไรได้บ้าง รถบริษัท อุปกรณ์สำนักงาน สินค้าของบริษัท ได้หรือไม่ หากลูกหนี้อ้างว่าเป็นของบริษัทใหญ่จะทำอย่างไร หรือโจทก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า ชิ้นไหนเป็นของบริษัทลูกหนี้...หรือยึดมาก่อนแล้วค่อยให้ลูกหนี้พิสูจน์หลักฐาน

 

ตอบ...ต้องยึดตามหมายบังคับคดี   คือต้องทราบก่อนว่า  จำเลยที่ทรัพย์สินอะไรบ้าง

 

7. โจทก์ สามารถยึดทรัพย์ ส่วนตัวของเจ้าของบริษัท ได้หรือไม่ เช่น บ้าน รถ ที่ดิน

 

ตอบ....ถ้าฟ้องบริษัท   คงยึดทรัพย์ส่วนตัวไม่ได้ ครับ

 

มาตรา ๒๗๕  ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะขอให้บังคับคดี ให้ยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี
คำขอนั้นให้ระบุโดยชัดแจ้ง
(๑) คำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งจะขอให้มีการบังคับคดีตามนั้น
(๒) จำนวนที่ยังมิได้รับชำระตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
(๓) วิธีการบังคับคดีซึ่งขอให้ออกหมายนั้น
 
มาตรา ๒๗๖  ถ้าศาลเห็นว่าคำบังคับที่ขอให้บังคับนั้นได้ส่งให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญแล้ว และระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว และคำขอนั้นมีข้อความระบุไว้ครบถ้วนให้ศาลออกหมายบังคับคดีให้ทันที หมายเช่นว่านี้ ให้ศาลแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เว้นแต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นจะได้นำหมายไปให้แก่เจ้าพนักงานเอง ส่วนลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นให้ส่งสำเนาหมายให้ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นผู้จัดการส่งแต่ถ้ามิได้มีการส่งหมายดังกล่าวแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องแสดงหมายนั้น
                  ในกรณีออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ถ้าศาลสงสัยว่าไม่สมควรยึดทรัพย์สินนั้น ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ขอยึดวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรในเวลาที่ออกหมายก็ได้ เพื่อป้องกันการบุบสลายหรือสูญหายอันจะพึงเกิดขึ้นเนื่องจากการยึดทรัพย์ผิด[๑๗๔]
                      ในกรณีที่ออกหมายบังคับคดีให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาส่งมอบทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ศาลระบุเงื่อนไขแห่งการบังคับคดีลงในหมายนั้นตามมาตรา ๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ศาลกำหนดการบังคับคดีเพียงเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้ทำได้โดยทางศาลหรือโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี

 

 

 
โดยคุณ 22 พ.ค. 2556, 13:38

แสดงความเห็น