ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง|ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

  • Decha Image Slide

รายการทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ เมื่อถูกฟ้องดำเนินคดีแพ่ง

บทความวันที่ 28 ส.ค. 2549, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 46337 ครั้ง


ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

ข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง

 

           รายการทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ เมื่อถูกฟ้องดำเนินคดีแพ่ง จากส่วนประชาสัมพันธ์และบริการประชาชน ศาลแพ่ง มาเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เมื่อต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี (ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจากศาลแพ่ง มา ณ ที่นี้ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามที่ศาลแพ่ง ได้ที่หมายเลข 02-512-8478,02-541-2420-9

             1. ต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง (คดีมโนสาเร่และคดีที่ไม่มีข้อยุ่งยากจำเลยให้การด้วยวาจาในวันนัดพิจารณาได้)

            2. กรณีที่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ให้แก่จำเลยโดยวิธีอื่น เช่น เจ้าหน้าที่ศาลปิดหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องไว้ที่บ้าน หรือที่ทำงานของจำเลย หรือประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ การนับระยะเวลาจะเริ่มนับ เมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันปิด หรือวันประกาศโฆษณา จำเลยจึงยื่นคำให้การภายใน 30 วัน (15+15)

3. จำเลยอาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษก่อนสิ้นระยะนั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย คู่ความอาจขยายระยะเวลายื่นคำให้การได้ภายหลังจากที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลง และเป็นดุลพินิจของศาลที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาก็ได้

4. เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้วจำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ทางแก้สำหรับจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การ

          กรณีจำเลยมาศาลก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดให้จำเลยแจ้งต่อศาลว่าประสงค์จะสู้คดี และขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยื่นคำให้การ หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ หรือมีเหตุอื่นอันสมควรศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ การแจ้งความประสงค์จะสู้คดีนี้ จะทำเป็นหนังสือ หรือแจ้งด้วยวาจาหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้

        หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลว่าประสงค์จะสู้คดี หรือศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การมีผลทำให้จำเลยจะนำพยานของตนเข้าสืบไม่ได้ จำเลยมีสิทธิเพียงถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบพยานเท่านั้น

กรณีจำเลยมาศาลภายหลังจากที่ศาลตัดสินคดีแล้ว  จำเลยมีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ ภายในกำหนดเวลาดังนี้

1. ในกรณีปกติให้ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

2. ในกรณีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ให้ยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง  อย่างไรก็ตาม ห้ามจำเลยยื่นคำขอต่อศาลเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ยึดทรัพย์ หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น และแม้พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ยังไม่สิ้นสุด

3. การสืบพยาน

         คู่ความจะต้องยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานนัดแรกไม่น้อยกว่า 7 วัน  หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันสืบพยานนัดแรก? หากการสืบพยานนัดแรกพ้น 15  วันแล้ว การยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมจะต้องทำเป็นคำร้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจยื่นภายในกำหนด โดยยื่นคำร้องพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาที่จะส่งให้อีกฝ่าย

กรณีที่จำเลยขาดยื่นคำให้การ จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้

4. ฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง

           เมื่อคดีเสร็จการพิจารณาหรือเสร็จการไต่สวน ศาลจะชี้ขาดตัดสินคดีโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วแต่กรณี

5. การอุทธรณ์-ฎีกา

          เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว หากคู่ความฝ่ายใดไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นคู่ความฝ่ายนั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ หรือเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้วคู่ความฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์มีสิทธิฎีกาต่อศาลฎีกาได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ข้อโต้แย้งที่คู่ความหยิบยกขึ้นแยกได้เป็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยหลักถ้าเป็นข้อกฎหมายจะไม่มีข้อความห้ามในการอุทธรณ์ฎีกา แต่สำหรับข้อเท็จจริงนั้น หากทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท หรือทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์หรือฎีกาในข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาล

          อุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ฎีกาหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีพิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค (กรณีอุทธรณ์)หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ (กรณีฎีกา)

            คดีที่เกี่ยวกับสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว หรือคดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ (หรือที่เรียกว่าคดีไม่มีทุนทรัพย์) สามารถอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ยกเว้นคดีฟ้องขับไล่ ซึ่งถือเป็นคดีฟ้อง  ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ หากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน 4,000 บาท (กรณีอุทธรณ์) หรือไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท (กรณีฎีกา) ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริง

          คู่ความอาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฎีกาได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย คู่ความอาจขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ภายหลัง จากที่เหตุสุดวิสัยนั้นสิ้นสุดลงและเป็นดุลพินิจของศาลที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาก็ได้

8. การบังคับคดี

          เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดี ศาลจะมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับในวันที่พิพากษา หรือคำสั่ง และถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในวันนั้น ศาลจะให้ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับ แต่หากมิได้มาในวันดังกล่าว เจ้าพนักงานศาลจะส่งคำบังคับนั้นไปยังลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยในคำบังคับจะกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไข หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์ หรือถูกจับ และจำขังแล้วแต่กรณี

        หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี

         อย่างไรก็ดี เมื่อบุคคลใดถูกฟ้องเป็นจำเลยควรปรึกษา และแต่งตั้งทนายความให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทน

          ทนายคลายทุกข์และทีมงานทนายความ  ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา  ร้องทุกข์  ร้องเรียน  ไม่ได้รับความเป็นธรรม  เจรจาหนี้สิน  สืบทรัพย์  บังคับคดี  รับอบรมสัมมนา  พัฒนาบุคคลกรทางด้านกฎหมาย  อบรมนักทวงหนี้  ให้คำแนะนำในการปล่อยสินเชื่อ  โดยทีมงานทนายความมืออาชีพสอบถาม 02-948-5700, 081-625-2161 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 101

กรณีพี่สาวได้ไปเอาสินค้าจากผู้ประกอบการ เมื่อเดือนตุลาคม 2559 เป็นจำนวนเงิน25000บาท

แต่มีการชำระไปแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์2560 เป็นเงิน6000บาทและเดือนพฤษภาคม 2560เป็นเงิน3000บาท เท่ากับมียอดค้าง16000บาท

เดือนนี้มีหมายศาลมาควรทำยังไงครับ

จะถูกดำเนินคดีไหมครับ

โดยคุณ เจ (49.230.xxx.xxx) 13 ก.ค. 2560, 20:53

ความคิดเห็นที่ 100

     กรณีถูกฟ้องเพิกเฉยไม่ยอมไปตามนัดของทนายโจกท์ ที่นัดให้ผมไปกรมที่ดินเพื่อแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งครอบครองอยู่ด้วยกัน 3 คน โดยศาลได้มาปิดหมายที่บ้านของผมครับ ทั้งนี้ โจกท์เป็นพี่ชายแท้ของกระผมเอง

     เรื่องมีอยู่ว่าโจกท์ได้ให้ทนายมีหนังสือส่งมานัดให้ผมไปเจอที่กรมที่ดิน เพื่อแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในวันที่ 2 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น.ซึ่งเป็นระยะเวลากระชั้นชิดผมไม่สามารถเดินทางไปตามนัดดังกล่าวได้ เนื่องจากผมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในวันนัดดังกล่าว จึงได้ติดต่อบอกกล่าวกับโจกท์เพื่อขอเลื่อนวันนัดพบไป 1 วัน คือ วันที่ 3 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น. โดยโจกท์ก้อตกลงยินยอมให้เลื่อนการนัดหมาย พอถึงเวลานัดหมายในวันที่ 3 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น ผมไปนั่งรอโจกท์หรือตัวแทนโจกท์ ก้อไม่มีทีท่าที่จะมาตามนัดแต่อย่างใด  ผมจึงเดินทางไปทำงานประจำที่ต่างอำเภอ ที่มีข้อสงสัยอีกประการ คือ มีผู้ครอบครองโฉนดที่ดิน จำนวน 3 คน แต่ทำไมไม่เรียกให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอีก 1 คน เดินทางมาพร้อมกัน ณ ที่กรมที่ดิน และไม่มีหนังสือเรียกไปยังอีกคน แต่กลับมีหมายจากศาลกล่าวหาว่าผมไม่ยอมปฏิบัติและเพิกเฉยในการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดิน จึงขอคำแนะนำจากท่านครับ 

โดยคุณ พรธนาสิทธิ กิจเจริญถาวรัชย (182.52.xxx.xxx) 5 ก.ค. 2560, 16:57

ความคิดเห็นที่ 99

รบกวนสอบถามครับ ผมโดนฟ้องเรื่องเช่าซื่อรถยนต์และศาลท่านก็ได้ตัดสินแล้วหลังจากศาลตัดสินเราต้องทำยังไงต่อครับและตอนนี้รถผมไม่สามารถต่อภาษีได้เพราะบริษัทแจ้งยกเลิกทะเบียน

โดยคุณ น้อย (49.228.xxx.xxx) 4 ก.ค. 2560, 18:35

ความคิดเห็นที่ 98

สวัสดีคะ. อยากปรึกษาเรื่อง ค่าส่วนกลาง พอดีมียอดค้างชำระ78000฿เราชำระเรียบร้อยแล้ว แต่มีเงินเพิ่มค่าปรับไม่ตามที่กฎหมายกำหนด ยอดค่าปรับ 70000฿แบบนี้เรียกว่าดอกทบต้นหรือเปล่าคะ ตอนนี้ห้องก็ขายแต่ไม่สามารถโอนได้ เพราะนิติบุคคลไม่ออกใบปลอดหนี้ให้ ต้องทำอย่างไรคะถึงจะโอนห้องให้ลูกค้าได้ ตอบกลับด้วยค่ะ อยากขอความช่วยเหลือค่ะ

โดยคุณ นันท (171.5.xxx.xxx) 28 มิ.ย. 2560, 11:00

ความคิดเห็นที่ 97

สวัสดีค่ะ  อยากปรึกษาเรื่อง ค่าสว่นกลาง พอดี นิติบุคคลมีค่าปรับแต่ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ต้น78000฿เงินเพิ่ม70000฿เงินต้นจ่ายให้ครบแล้ว เหลือแต่ค่าปรับ เราต้องการโอนห้องให้ลูกค้าแต่ไม่สามารถทำได้ อยากขอความช่วยเหลือ ต้องทำอย่างไรคะ 

โดยคุณ นันท์ (171.5.xxx.xxx) 28 มิ.ย. 2560, 10:33

ความคิดเห็นที่ 96

สวัสดีค่ะ 

พอดีนู๋ค้ำประกันเข้างานไห้เขา และเขากะพวก โกงบริษัท ตอนนี้บริษัทก็ยื่นฟ้องต่อศาล และยื่นฟ้องนู๋เป็นจำเลยคนที่6 มีจำเลยทั้งหมด6คนค่ะ

นู๋ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกะเขาเลย และคนที่นู๋ค้ำประกัน เขาก็เสียชีวิตแล้วค่ะ 

มีหมายศาลมาที่บ้านไห้นู๋ไปศาล ไห้ไปฟังคำสั่งร้องของศาลฎีกา แบบนี้คือมันถึงขั้นไหนค่ะ 

และนู๋พอจะทำอะไรได้ไหม งานรายได้นู๋ก็ไม่ได้ทำค่ะ ต้องมาโดนฟ้อง โดยไม่รู้เรื่องเลย นู๋ไม่แนใจว่ายอดหนี้เท่าไหร่ ที่พวกเขาโกง เพราะเขาส่งมาที่บ้าน พ่อกับแม่ไม่รับ เอกสารไห้ตีกลับ เรื่องผ่านมาหลายปีแล้วค่ะ แต่ล่าสุดคือหมายนัดวันที่1สิงหานี่แหละค่ะ ไห้ไปฟังคำร้องของศาลฎึกา ที่ศาลแรงงานกลาง นู๋มืดแปดด้านไปหมดค่ะ

 ช่วยไห้คำแนะนำด้วยค่ะ นู๋ควรทำยังไงดี

โดยคุณ สุรางคนา (27.55.xxx.xxx) 27 มิ.ย. 2560, 22:28

ตอบความคิดเห็นที่ 96

กรณีตามปัญหา  หากท่านได้รับหมายศาล แนะนำให้ไปศาลในกำหนดนัดแรกเพื่อทำการเจรจาไกล่เกลี่ยขอผ่อนชำระหนี้ในยอดขั้นต่ำ โดยอาจจะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามปพพ.มาตรา 850 852 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อท่านมากกว่าการถูกบังคับคดี 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 20 ก.ค. 2560, 15:46

ความคิดเห็นที่ 95

หยุดชำระบัตรกดเงินสด2ใบมาตั้งแต่เดือน ส.ค.59ค่ะ ตอนนี้ตกงานและไม่ได้ติดต่อทางเจ้าหนี้เลยอยากทราบว่าทางเจ้าหนี้ได้ฟ้องศาลแล้วหรือยังเพราะทะเบียนบ้านตามภูมิลำเนาได้ถูกรื้อถอนไปนานมากแล้วแต่อาศัยอยุ่เพราะบิดาเป็นเจ้าบ้านต่อจากปู่ อีกทั้งได้แจ้งที่อยุ่ตามภูมิลำเนานี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สมัครบัตร แบบนี้ถ้าทางเจ้าหนี้ฟ้องร้องแล้วหมายศาลก็จะไม่ได้รับ จะตรวจสอบได้อย่างไรคะ 


โดยคุณ สุนิสา (xxx) 1 มิ.ย. 2560, 09:52

ตอบความคิดเห็นที่ 95

กรณีตามปัญหา  แนะนำให้ท่านตรวจสอบสำเนาคำฟ้อง โดยดูได้ที่บ้านที่เป็นภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านของท่าน เพราะเจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ตามภูมิเนาที่ปรากฎในทะเบียนบ้าน   หากมีข้อสงสัยให้โทรปรึกษาทนายคลายทุกข์เบอร์ 02-9485700

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (14.207.xxx.xxx) 19 มิ.ย. 2560, 16:45

ความคิดเห็นที่ 94

รบกวนถามครับ มีหมายเรียกไปศาล เดือน มิ.ย.60 โจทย์(bank)ยื่นฟ้อง ในหมายระบุ เงินกู้เป็นเงินประเภทหมุนเวียนและสัญญากู้เป็นสัญญาต่อเนื่องไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดจนกว่าผู้กู้จะบอกเลิกสัญญาล่วงหน้า ผิดนัดชำระตั้งแต่กลางปี 51 สอบถามคดีสัญญาแบบนี้หมดอายุความรึยังครับ

โดยคุณ รุ่งโรจน์ (27.145.xxx.xxx) 15 เม.ย. 2560, 20:55

ตอบความคิดเห็นที่ 94

หากเป็นสัญญากู้ อายุความฟ้องคดีจะมีอยู่ 10 ปีตามปพพ. มาตรา 193/30 หากปัจจุบันยังไม่พ้น 10 ปีนับแต่วันที่ท่านชำระครั้งสุดท้าย คดีก็ยังไม่ขาดอายุความ 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (180.183.xxx.xxx) 1 มิ.ย. 2560, 14:17

ความคิดเห็นที่ 93

มีหมายศาลคดีบัตรเครดิตมาติดที่บ้านแต่ไม่สามารถไปตามวันนัดได้ และไม่มีบุคคลที่สามารถมอบอำนาจให้ไปศาลเพื่อฟังคำตัดสินคดีแทนได้เลย ควรทำอย่างไรดีค่ะ

โดยคุณ ขนิษฐา (110.171.xxx.xxx) 19 มี.ค. 2560, 06:32

ความคิดเห็นที่ 92

 ท่านควรติดต่อที่ศาลที่ท่านถูกฟ้องคดีก่อนว่าคดีของท่านพิพากษาไปหรือยัง หากยังไม่พิพากษาให้ไปศาลตามวันนัดถัดไป แต่หากพิพากษาแล้วให้ทำการติดต่อเจ้าหนี้หากต้องการขอผ่อนชำระ

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (183.89.xxx.xxx) 16 มี.ค. 2560, 12:12

ความคิดเห็นที่ 91

คดีมโนสาเร่ ข้าฯเป็นจำเลย ถอยรถชนคู่กรณี (โจทย์) มีแผลเล็กน้อยที่กันชนหลัง พนักงานตรวจที่เกิดเหตุของผู้เสียหายประเมินราคา 15000 แต่โจทย์ฟ้องเอาค่าเสียหาย 65000 (โดยเหมารวมเอากับแผลดั่งเดิมด้วย ข้าฯไม่มีหลักฐานตอบโต เพราะไม่มีประกันไม่มีกล้อง) ข้าฯต้องคำพิพากษาชั้นต้นให้จ่าย ข้าฯมิเห็นด้วยคำพิพากษา เนื่องจากแผลเสียหายหลายจุด มิได้เกิดจากการชนของข้าฯ อยากทราบว่า ต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน พิพากษาไว้เมื่อ 22 ธ.ค.2559 ครับ

โดยคุณ สมชาย (58.11.xxx.xxx) 13 ก.พ. 2560, 08:31

ความคิดเห็นที่ 90

ตอนนี้ดิฉันทำงานอยู่ที่ ธนาคารแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 ก.ค.59 ดิฉันได้ทำเงินสดหายจำนวน 30,000 บาท หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ วันต่อมาดิฉันจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จึงสงสัยลูกค้า 1 รายจึงได้ทำการติดต่อลูกค้าๆ ก็บ่ายเบี่ยงว่าได้ให้เงินไปกับบุคคลอื่น ดิฉันจึงขอเบอร์เพื่อติดต่อ ได้มีการติดต่อกันกับบุคคลที่ 3 โดยแจ้งว่ามีเงินเกินไป แต่สักพักก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย จึงได้มีการติดต่อกับลูกค้าที่มาทำธุรกรรม ก็ไม่ได้ความอะไร ตอนนี้ได้มีการลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว และได้มีการฟ้องร้องเพื่อไปสู้กันในชั้นศาล ดิฉันได้ไปให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมา 2 ครั้งแล้ว ทางตำรวจบอกว่าจะเรียกคู่กรณีมารับฟังข้อกล่าวหา ดิฉันอยากทราบว่าดิฉันต้องทำอย่างไรต่อ แล้วขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร กว่าจะจบคดีอีกนานไหม ขอบคุณนะค่ะ รบกวนขอคำชี้แนะด้วยค่ะ

โดยคุณ จิตรพิสุทธิ์ (58.10.xxx.xxx) 4 ก.พ. 2560, 23:36

ความคิดเห็นที่ 89

 พี่สาวติดหนี้บัตรเครดิตประมาณสิบปีมาแล้วและตอนนี้ติดต่อไมได้เขาไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้มีหมายศาล คำสั่งเรียก ให้เอาโฉนดที่ดินที่มี ชื่อพี่สาวคนนี้เป็นผู้ถือกรรมสิทธร่วม(มีชื่อในที่ดินนี้ 4 คนรวมทั้งตัวเราค่ะ) และหากไม่สงตามกำหนด อนุญาติให้ขายทอดตลาดทรัพย์ แบบนี้คือเป็นการยึดที่ดินไปขายใช่ไหมคะ แต่มันมีชื่อเราและพี่น้องคนอื่นอีกที่ไม่เกี่ยวข้อง แบบนี้ควรทำไงคะ และ ถ้าเขาขายทอดตลาดคือมันจะเกิดอะไรขึ้นคะ พอดีไม่มีความรู้เลยค่ะ ขอรบกวนด้วยค่ะ

โดยคุณ สมใจ เกิดสุข (125.168.xxx.xxx) 24 ม.ค. 2560, 06:45

ตอบความคิดเห็นที่ 89

 หากเป็นที่ดินที่มีเจ้าของรวม และถูกยึดที่ดินนั้นออกขายทอดตลาด เจ้าของรวมคนอื่นๆสามารถยื่นคำร้องขอกันส่วนตามป.วิ.พ. มาตรา 287 เพื่อขอให้เจ้าพนักงานขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่ท่านซึ่งเป็นลูกหนี้เป็นเจ้าของ หรือขอกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 10:22

ความคิดเห็นที่ 88

 หากเป็นที่ดินที่มีเจ้าของรวม และถูกยึดที่ดินนั้นออกขายทอดตลาด เจ้าของรวมคนอื่นๆสามารถยื่นคำร้องขอกันส่วนตามป.วิ.พ. มาตรา 287 เพื่อขอให้เจ้าพนักงานขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่ท่านซึ่งเป็นลูกหนี้เป็นเจ้าของ หรือขอกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 8 ก.พ. 2560, 10:22

ความคิดเห็นที่ 87

 รบกวนหน่อยครับ ผมได้ใช้ชื้อผมซื้อรถให้คนคนหนึ่งแล้งเค้าไม่ได้ส่งตอนนี้ศาลต้ดสินบังคับคดี

จะยึดทรัพย์หรือจำขังจะทำยังไงดีครับ ผมจะติดคุกไหมครับ

โดยคุณ ประวุฒิ (223.206.xxx.xxx) 11 ธ.ค. 2559, 14:41

ตอบความคิดเห็นที่ 87

 กรณีตามปัญหา  การทำสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว มีลักษณะเป็นตัวการตัวแทนกันโดยถือว่า ท่านเป็นตัวแทนเข้าทำสัญญาแทนเพื่อนซึ่งเป็นตัวการที่เชิดท่านออกแสดงเป็นตัวแทนของตนเข้าทำสัญญาเช่าซื้อนั้น เพื่อนซึ่งเป็นตัวการและเป็นผู้ใช้รถคันที่เช่าซื้อจะต้องรับผิดต่อไฟแนนซ์ซึ่งบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าท่านนั้นเป็นตัวแทนของตนตาม ป.พ.พ.มาตรา 821 ดังนั้น ท่านจึงมีสิทธิดำเนินการเพื่อให้ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและกลับเข้าครอบครองรถคันที่เช่าซื้อโดยเรียกให้เพื่อนส่งมอบคืนใดในฐานะที่ไฟแนนซ์เป็นเจ้าของทรัพย์สินใช้สิทธิใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1336

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) (14.207.xxx.xxx) 22 ธ.ค. 2559, 14:29

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก