ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700|ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700

ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ความผิดฐานฉ้อโกง: ปรึกษาคดีฉ้อโกง 02-9485700

ทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ

บทความวันที่ 20 ธ.ค. 2550, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 230251 ครั้ง


ฉ้อโกง

 

ความผิดฐานฉ้อโกง

 

ทนายคลายทุกข์ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  มานำเสนอใน Web page หน้านี้  โดยจะนำเสนอเป็นตอนๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์  เริ่มสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรก  โดยจะเริ่มนำเสนอเป็นตอนที่ 1  ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Web page นี้

ขอเรียนเชิญให้ท่านกลับเข้ามาเยี่ยมชมใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

 

            ทีมงานทนายความจะนำความผิดฐานฉ้อโกง/ คดีฉ้อโกง/ ฉ้อโกงด้วยการปกปิดข้อความอันเป็นเท็จ/ ฉ้อโกงประชาชน/รูปแบบคดีฉ้อโกง  ให้ท่านแสดงความคิดเห็นได้ในหน้านี้  ในช่องแสดงความคิดเห็นหรือโทรปรึกษาคดีฉ้อโกง  081-912-5833,081-616-1425

ความผิดฐานฉ้อโกง ตอนที่ 1

 

มาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา342  ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ

(1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ

(2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 343  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

 

มาตรา 344  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใดๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 345 ผู้ใดสั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 346 ผู้ใดเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ชักจูงผู้หนึ่งผู้ใดให้จำหน่ายโดยเสียเปรียบซึ่งทรัพย์สิน โดยอาศัยเหตุที่ผู้ถูกชักจูงมีจิตอ่อนแอ หรือเป็นเด็กเบาปัญญา และไม่สามารถเข้าใจตามควรซึ่งสารสำคัญแห่งการกระทำของตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 347  ผู้ใดเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันวินาศภัย แกล้งทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 348  ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 343 เป็นความผิดอันยอมความได้

ตัวอย่างคดีฉ้อโกง

 

ฟ้องแล้วเปมิกา แฉละเอียดยิบขั้นตอนลวง หมอเผ่า ติดกับ

 

เปมิกา แม้จะเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ดก็ไม่อาจช่วยได้ อัยการฟ้องแล้วพร้อมเพื่อนร่วมก๊วน 3 คน หลอกลวง หมอเผ่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาดังหลายรูปแบบทั้งระลึกชาติ เคยเป็นเมีย เป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกเมียหลวงตามฆ่าทุกชาติ ให้เช่าพระแก้คุณไสย หาปืนไว้ป้องกันตัว เช่าคอนโดฯ ไว้หลบภัย ซื้อรถเก๋งคันหรูเพื่อชดใช้กรรม ได้ทรัพย์สินเข้ากระเป๋าไปเกือบ 10 ล้าน ยันให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีในศาล แล้วความจริงจะถูกเปิดเผย ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจลูกผู้หญิงด้วยกัน

 

วันนี้ (20 ธ.ค.) ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 รัชดาภิเษก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อายุ 25 ปี, น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 23 ปี, นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพร อายุ 28 ปี และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นนักศึกษาผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ พร้อมนายอภิชาติ จรสาย ทนายความ ได้เข้ารับฟังการสั่งคดีจากพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการมีความเห็นให้สั่งฟ้อง จากนั้นได้นำตัวมายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของเจ้าของทรัพย์สิน ตามคำฟ้องระบุความผิดพวกจำเลยว่า

 

เมื่อระหว่างเดือน ต.ค.49 ถึง เดือน พ.ย.50 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน นายแพทย์ประกิตเผ่า ทมชิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาชื่อดัง แอพพลายด์ ฟิสิกส์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมีความอ่อนแอทางจิต มีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ เป็นโรคจิตอารมณ์แปรปรวน หลงผิดแยกไม่ได้ว่าข้อมูลใดเป็นจริง ขาดความยั้งชั่งใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนอื่นชักจูง จึงหลงเชื่อตามคำหลอกลวงและการสร้างสถานการณ์ของจำเลยทั้งสี่ โดยเข้าใจว่าตนเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จญาณขั้นสูง สามารถระลึกชาติได้ ถอดจิตได้ มีอำนาจที่บุคคลธรรมดาไม่สามรถทำได้ และยังเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีความสามารถนั่งสมาธิจนสามารถเข้าสู่ฌานและสามารถระลึกชาติได้เช่นกัน

 

จากนั้นพวกจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้งหลายหน โดยร่วมกันสร้างสถานการณ์และหลอกลวงจนเข้าใจว่าจำเลยที่ 1 เคยเป็นภรรยาผู้เสียหายที่ 1 เมื่อ 99 ภพ ชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้กันในชาตินี้ โดยผู้เสียหายที่ 1 เป็นขุนศึกเคยมีม้าชื่อนิลพยัคฆ์ และ นิลมังกร ในชาตินี้ จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท รวมทั้งเงินสด 980,000 บาท เพื่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สห-9999 ให้แก่จำเลยที่ 1

 

นอกจากนี้ พวกจำเลยยังได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ได้ถูกนางอลิสา ทมชิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียหายที่ 1 ฆ่าตายทุกภพชาติ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายที่ 2 มาฆ่าจำเลยที่ 1 อีกในชาตินี้ จึงให้ผู้เสียหายที่ 1 เช่าพระเครื่องล้อมกรอบทองคำ 15 องค์ และล้อมกรอบสเตนเลส จำนวน 10 องค์ รวมเป็นเงิน 500,000 บาท มอบให้แก่จำเลยที่ 1

 

ต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้หลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติเห็น ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นขุนศึกสมัยกรุงศรีอยุธยา กวาดต้อนจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยเป็นเหตุให้กำไลข้อมือสูญหายไป จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ 1 เรือน มูลค่า 245,000 บาท มาคืนให้แทนกำไล

 

อีกทั้งจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ระลึกชาติได้เห็น ผู้เสียหายที่ 1 เคยมอบแหวนไว้ให้จำเลยที่ 1 มาก่อน จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อแหวนเพชรมูลค่า 145,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 อีกและพวกจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่านางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะทำร้ายจึงขอปืนพกไว้ป้องกันตัว ผู้เสียหายที่ 1 จึงมอบปืนพก 3 กระบอก มูลค่า 200,000 บาท ของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ให้พวกจำเลยไป

 

อัยการโจทก์ยังระบุฟ้องด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 จะมาทำร้าย ต้องหาที่อยู่อาศัย เหมาะที่จะพบกันเพื่อนั่งสมาธิและหลบภัยผู้เสียหายที่ 1 จึงไปเช่าคอนโดมิเนียม 2 ห้อง มูลค่า 410,000 บาท ให้แก่พวกจำเลย ต่อมาจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 ว่า เคยวางเพลิงเผาบ้านของจำเลยที่ 1 เมื่อชาติภพก่อน ต้องชดใช้หนี้กรรมด้วยการซื้อบ้านหลังใหม่ให้ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อ จึงนำเงินจำนวน 250,000 บาทไปวางมัดจำเพื่อซื้อบ้านในหมู่บ้านปริญญาดา แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ให้แก่จำเลย

 

โดยพวกจำเลยได้หลอกผู้เสียหายที่1 ว่า นางอลิสา ผู้เสียหายที่ 2 ใช้ไสยศาสตร์ทำคุณไสยใส่จำเลยที่ 1, 3 และ 4 จึงขอให้ผู้เสียหายที่ 1 ซื้อสร้อยคอและพระเครื่องพร้อมกรอบทอง 10 องค์ เบี้ยแก้คุณไสย รวมเป็นเงิน 140,000 บาท ให้แก่พวกจำเลยเพื่อใช้ป้องกันอันตราย

 

ท้ายคำฟ้องอัยการยังระบุถึงพฤติการณ์ด้วยว่า จำเลยทั้งสี่ยังร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัย ต้องการย้ายคณะ เพราะถูกบุคคลระดับสูง ข่มเหงลวนลาม จำเป็นต้องใช้เงินจำนวน 500,000 บาท ในการวิ่งเต้นโยกย้ายคณะ ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงมอบเงินให้แก่พวกจำเลยไป และจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกผู้เสียหายที่ 1 ทำนองว่า เป็นขุนศึกคุมทหารยกทัพมาเผ่าบ้านของจำเลยที่ 1 แล้วปล้นเอาเงินของจำเลยที่ 1 และครอบครัว เทียบกับค่าเงินในปัจจุบันจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ผู้เสียหายที่ 1 หลงเชื่อจึงนำเงินของของตน และเงินของนางอลิสา และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ ผู้เสียหายที่ 2-3 จำนวน 4,586,287 บาท เพื่อชดใช้หนี้กรรมให้แก่พวกจำเลยไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริตรวมทั้งสิ้น 9,658,000 บาท

 

เหตุเกิดที่แขวงและเขตปทุมวัน แขวงและเขตพญาไท กทม.และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 16 ต.ค. 50 พนักงานสอบสวนกองปราบแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

 

ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ อ.4543/50 และสอบคำให้การ ซึ่งจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดแถลงเปิดคดีวันที่ 25 ก.พ.ศกหน้า เวลา 09.00 น.

 

ทั้งนี้ น.ส.เปมิกาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางมาศาลอาญาว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นกับเรื่องนี้ และยังคงให้การปฏิเสธกับข้อหาที่เกิดขึ้น และครั้งนี้ก็ถือว่าจะได้เป็นโอกาสที่ตนได้พิสูจน์ตนเองเพราะเรื่องทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้น อย่างเช่นทุกครั้งที่มีการไกล่เกลี่ยกันตนก็ได้ให้ความร่วมมือกับศาลมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ หลังจากนี้ก็จะขอยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อไป และอยากให้บทสรุปเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์โดยเฉพาะกับผู้หญิงด้วยกัน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้เกิดเหตุขลุกขลักนิดหน่อยในการยื่นคดีฟ้องต่อศาลเนื่องจาก พนักงานอัยการต้องแก้ไขคำฟ้องในส่วนของ น.ส.เปมิกา ที่เปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็น สิริรัษสิริ เหลืองเรณูกุล

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก http://www.manager.co.th/

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 730

รบกวนปรึกษาคะ

คดีฉ้อโกง แก้งคอลเซนเตอ

สามี มีอาชีพขับแท็กซี่ เมื่อ2เดือนที่แล้วได้ลูกจักลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งแฟนบอกว่าเปนต่างชาติ เปนคนจีนแต่พูดไทยได้ ลูกค้าคนนี้ชื่ออาเฟย อาเฟยจะจ้างแฟนไปดูแลเวลาเข้าผับ ขับรถไปรับไปเที่ยวที่ผับ สามีขับแท็กซี่กลางคืน อาเฟยจะเหมาค่าจ้างทั้งหมด2000 

พอรู้จักกันได้สักพัก ประมาน20วัน อาเฟย บอกแฟนว่า หาคนเปิดบัญชีให้หน่อย จะเอาให้เพื่อนที่เปนต่างชาติใช้ ต่างชาติมาเปิดบัญชีที่ไทยมันยุ่งยาก แฟนเลยถามว่า ไม่ได้เอาไปทำไม่ดีใช่ไหม เขาบอกว่าใช่  แฟนเลยไปจ้างเพื่อนที่ชื่อโอมให้หาคนมาเปิดบัญชี10เล่ม โดยอาเฟยให้80000 บาท แฟนโอนให้โอม65000 

พอได้บัญชี10เล่มมาก็เอาไปให้อาเฟย

 พอวันที่13 ตค. ตร.มาบุกจับแฟนที่ห้อง ตร.คุยว่าให้พาไปหาอาเฟย จะกันแฟนเราเป็นพยาน แฟนเราพาไปหาอาเฟย โดยอ้างจะเอาบัญชีอันใหม่ไปให้ เขาส่งตำแหน่งที่อยุ่มาทางไลน์ แล้ว ตร.ก็บุกจับอาเฟยเลย

พอจับอาเฟยได้ ตร.ปล่อยตัวแฟน แล้วนัดให้ไปเจอวันที่20ตค. พอมาตามนัด ตร.บอกว่า วันนี้จะมาตั้งข้อหาแฟนและโอม ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่าจะกันไว้เปนพยาน ซึ่งคดีนี้ อาเฟย ได้เอาบัญชีที่แฟนเราจ้างโอมหามาให้ ไปโทบอกว่าเปน ตร. แล้วไปหลอกเอาเงินเขามา1400000 หนึ่งล้านสี่แสนกว่าบาท โดยที่แฟนไม่รุ้

พอมาวันที่20 ตร.แจ้งข้อหาแฟนเรา ข้อหาเดียวกับอาเฟย เราแย้งว่า แฟนเราไม่ได้รุ้ส่วนที่โทไปหลอกเอาเงินเขา ตร.บอกว่า เด่วไปสู้กันที่ศาล

ตร.ขอ10000บาท ตร.จะช่วยเขียนสำนวนคดีให้แฟนเราเบาลง

หนูอยากทราบว่า ตร.สามารช่วยได้จริงๆไหม หรือว่าเปล่าประโยช แฟนหนู เขาหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว เราเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ลูกอายุ1.10ปี คะ

แล้วถ้าขึ้นศาลแบบนี้ แฟนจะโดนโทษประมานไหนบ้างคะ สามารถได้รับรอลงอาญาไหมคะ ตร.บอกว่า มีโอกาสรอลงอาญาได้

โดยคุณ สุรวีร์ 22 ต.ค. 2560, 09:51

ความคิดเห็นที่ 729

กรณีโดนโกงทางเน็ต คือสั่งซื้อส้นค้าและโอนเงินแลัวผู้ขายไม่ส่งสินค้า เราเอาผิดได้แบบใดได้บ้าง

โดยคุณ คนไฟบิน 13 ต.ค. 2560, 09:53

ความคิดเห็นที่ 728

วันที่ 2/10/2560 พอดีสนใจจะสั่งซื้อโน้ตบุ๊คมือสองใน Shopee ราคา 6000 สเปคกับราคา เอาจริงๆถูกเวอร์ จนน่าสงสัย แต่ไม่เอะอะไรมาก เลยทำการแชทคุยกับผู้ขาย สอบถามข้อมูลสินค้าต่างๆ เพื่อความน่าเชื่อถือ เขาก็บอกสินค้าดีทุกอย่าง ผมถามทำไหมขายถูกจัง เขาก็ตอบว่าหลุดจำนำ ผมจะเลยเชื่อสนิด ด้วยความที่ว่าอยากได้มากและของก็ถูกด้วย จนผมน่ามืดเลยที่เดียว พอเช้าวันถัดไปวันที่3/10/2560 ผมก็ทำการโอนช่วงเช้า เพราะคิดว่าเขาจะได้ส่งให้เราเร็วๆ ส่งสลีปหลักฐานการโอนเรียบร้อย เขาก็ตอบกลับว่า กำลังส่งของอยู่ ส่งกับเคอรี่ แล้วเขาก็ส่งเลข13หลักมาให้ เขาบอกเป็นเลขพัสดุ ซึ่งผมรู้ตัวทันที่ว่าโดนหลอก เพราะเลขพัสดุของเคอรี่ มีแต่ตัวเลขล้วนๆ ไม่มีอักษรอังกฤษนำหน้าเลย ผมก็เลยตอบกลับ ว่านี้ไม่ใช่เลขพัสดุเคอรี่นะครับ จากนั้นเขาก็หายเงียบ ไม่ตอบแชทอะไรทั้งสิ้น ผมก็ออนวอนให้เขาโอนเงินคืนให้ ถ้าโอนคืนให้ผมจะไม่ดำเนินคดีเอาเรื่องคุณ แชทในไลน์ก็ไม่ขึ้นสถานะอ่านแล้ว และไร้วี่แววจะตอบกลับ ผมตั้งสติรวบรวมหลักฐานไว้ เพื่อจะไปแจ้งความ และก็กลัวว่าตำรวจทำงานล่าช้าเสียเวลา ผมจุกมากเพิ่งเคยเจอครั้งแรก จนวันนั้นถึงวันนี้ ก็ไรวี่แวว  ผมจะจำและไม่หลงเชื่อพ่อค้าแม่ขายพวกนี้อีก 



อยากได้เงินคืน และไม่อยากให้คนร้ายลอยนวล 



โดยคุณ Wichaikr 5 ต.ค. 2560, 18:52

ความคิดเห็นที่ 727

มีกรณีการลงทุนเกี่ยวกับForex
นาย A ได้รับการชักชวน จากนาย B เพื่อมาลงทุนในการเทรด Forex โดยที่นาย A ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุนใดๆเลย และนาย B ดำเนินการเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์หนึ่ง ในชื่อของนาย A และนำเงินของนาย A ฝากเข้าบัญชีเทรดของนาย A เอง ซึ่งตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์คือการลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนหรือได้กำไร ซึ่งเป็นไปตามกลไกของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงิน และนาย B จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการที่นาย A มีการเทรดทุกครั้งๆ ตามเงื่อนไขของทางโบรกเกอร์เรื่องการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้แนะนำ ซึ่งเป็นปกติทั่วๆไป แต่แล้วปรากฎว่าเครื่องมือหรือตัวช่วยในการเทรดซึ่งนาย B ใช้กับการเทรดของบัญชีนายA เกิดมีปัญหา ทำให้พรอตการลงทุนของนาย A ขาดทุนจนหมดสิ้น กรณีนี้นายA จะเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากนาย B ได้หรือไม่ครับ เพราะ นาย B ไม่ได้คิดค่าบริการในการดูแลบัญชีเทรดของนาย A หรือเก็บค่าเครื่องมือที่ใช้เทรดของบัญชีนาย A เพียงแต่เป็นผู้แนะนำและช่วยดูแลในการเทรดเท่านั้น และได้รับค่าคอมมิชชั่นจากโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นส่วนต่างของราคาซื้อ-ขายที่ทางโบรกเกอร์แบ่งให้กับนาย B


และการทำสัญญาในการรับประกันความเสียหายย้อนหลังจากที่เกิดความเสียหายมาแล้วมากกว่า3เดือน สัญญานั้นจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ กรณีที่นายA ต้องการฟ้องร้องนายB มีโอกาสชนะหรือไม่

โดยคุณ ใหญ่ 3 ต.ค. 2560, 16:09

ความคิดเห็นที่ 726

รบกวนสอบถามนะค่ะ

คือเราติดต่อซื้อขายรถกันโดยเหนทางหน้าเพจพอได้ติดต่อคุยกันแร้วตกลงโอนเงินจำนวน45000บาทให้เขาไปพอเขาได้เงินเสร็จก้อบอกว่ารถไม่อยู่เปนพรุ่งนี้ได้ป่าว พอถึงวันพรุ่งนี้ก้อยังติดต่อได้ยุ ถึงเวลานัดส่งจริงๆบล็อคเฟส ปิดมือ ได้แจ้งความแร้วค่ะ แร้วเราต้องทำอย่างไรต่อไป

โดยคุณ กรวรินทร์ เนียรสิริ 30 ก.ย. 2560, 17:46

ความคิดเห็นที่ 725

เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค. 2560 กระแสไมโลคิวบ์ มาแรงมาก ซึ่ง น.ส.สุปราณี สุภสร อ้างตนเป็นแม่ค้าที่สามารถสั่งสินค้านี้นำเข้ามาได้ ทางเราจึงมีความไว้ใจในการสั่งสินค้า โดยทางเราได้โอนเงินสั่งสินค้าจำนวน 10 ลังในราคา 69,000 ในวันที่ 11 พ.ค. แต่ทางแม่ค้าคนนี้ก็ไม่มีของมาส่งให้ และต่อมาอ้างว่าตัวเองโดนโกง ซึ่งขอเวลาในการหาเงินมาผ่อนผัน แต่เขายังมีการโพสต์ขายสินค้าหลายๆอย่างอยู่เรื่อยๆทั้ง โทรศัพท์ ไมโลคิวบ์ ทุเรียน แอปเปิ้ล องุ่น โดยช่วงแรกเวลามีคนสั่งสินค้าและโอนเงินไป ก็จะส่งให้ตามปกติ พอหลายครั้งเขาก็จะอ้างว่าโดนโกง เป็นแบบนี้ในทุกการขาย ซึ่งขณะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนที่สั่งของเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก ยอดก็มีตั้งแต่หลักพัน ถึงหลายหมื่น จนมีการตั้งกลุ่มผู้เสียหายที่เกิดจากการกระทำของ น.ส.สุปราณี สุภสร ตอนนี้ทุกคนกำลังเดือดร้อน และได้รวมตัวกันไปที่ สภ.โพธิ์แก้ว ตร.ได้เพียงให้ไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี แต่ก็ยังมีการหลอกลวงผู้เสียหายรายใหม่มาตลอด ทางผู้เสียหายต่างติดต่อ น.ส. สุปราณี สุภสร ไม่ได้เลย ไปที่บ้านก็ไม่พบ คนที่บ้านอ้างไปทำงาน แต่ไม่ทราบว่าที่ไหน แบบนี้ทำอย่างไรต่อได้บ้าง
โดยคุณ นิศาชล 22 ก.ย. 2560, 21:43

ความคิดเห็นที่ 724

ขอสอบถามหน่อยครับ เรื่องมีอยู่ว่าเพื่อนผมคนหนึ่งเค้าได้สอบถามทางญาติเรื่องการไปทำงานต่างประเทศและญาติก็ได้ให้เบอร์ติดต่อกับผู้หญิงคนหนึ่งทางญาติบอกว่าเค้าเป็นเจ้าของกิจการในต่างประเทศเพราะคนนี้ทางญาติก็ได้รู้จักกันมาพอสมควรแล้วเพื่อนผมก็ได้ติดต่อกับผู้หญิงคนนี้ถึงเรื่องไปต่างประเทศผู้หญิงคนนี้เลยบอกว่าพอดีเลยถือว่าน้องโชคดีนะเนี้ยพี่กำลังหาคนไปทำงานอยู่พอดีพี่อยากได้สักสามคนน้องพอมีเพื่อนอีกมั้ยเพื่อนผมเลยบอกเดี๋ยวหาลองดูก็ได้ เพื่อนผมหาได้ตามที่เค้าต้องการคืออีกสองคนแล้วก็ได้คุยถึงเรื่องงานสถานที่ค่าจ้างที่พักอาศัยเสร็จทุกอย่างผู้หญิงคนนี้เลยบอกค่าใช้จ่ายว่าทุกคนต้องจ่ายก่อนคนล่ะ3หมื่นในการทำเอกสารแล้วรอวันนัดคงไม่เกิน1เดือนสองคนก็ได้โอนเงินคนล่ะสามหมื่นเข้าบัญชีเพื่อนผมรวมเป็นหกหมื่นแล้วก็ได้ทำการโอนผ่านไปให้กับผู้หญิงคนนี้รวมกับเพื่อนผมเป็นเก้าหมื่นแต่ทุกคนเห็นพร้อมกันทุกขั้นตอนในการโอนให้กับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนนี้ได้นัดวันเวลาการเดินทางทุกคนเตรียมพร้อมทุกอย่างพอถึงวันกับติดต่อผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลยโทไปหาญาติๆก็บอกติดต่อไม่ได้ต่อมาคนสองคนได้แจ้งความเพื่อนผมว่าได้ทำการโอนเงินให้กับเพื่อนผมวันเวลาและหลักฐาน                     *แบบนี้เพื่อนผมจะโดนข้อหาอะไรมั้ยครับ*    แล้วพอมีทางแก้ไขมั้ยครับ

โดยคุณ Sodsai 12 ก.ย. 2560, 00:35

ตอบความคิดเห็นที่ 724

การที่จะมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ได้นั้น จะต้องเป็นการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผู้กระทำจะต้องมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้น มิใช่เป็นเรื่องของการสัญญาแล้วภายหลังปฏิบัติตามสัญญานั้นไม่ได้ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องของการผิดสัญญา ไม่ใช่ผิดฐานฉ้อโกง

แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องดูว่าพนักงานสอบสวนนั้นจะแจ้งข้อกล่าวหาท่านอย่างไร ซึ่งถ้าหากการกระทำของท่านไม่เป็นไปตามที่พนักงานสอบสวนแจ้ง ท่านก็ต้องปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นไป ทั้งนี้ในการสู้คดีท่านควรที่จะปรึกษาทนายความ เพื่อให้คำแนะนำกับท่านต่อไป   


โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 20 ก.ย. 2560, 16:38

ความคิดเห็นที่ 723

ดิฉันได้ให้เซ้งร้านในราคา 150,000 บาท เม.ย.มีคนเซ้งได้จ่ายเงินตอนทำสัญญามาแล้ว 50,000 บาท และขอผ่อน ในสัญญาจะเซ้งให้ก็ต่อเมื่อจ่ายครบแล้ว ฉันได้ให้สูตรและสอนการทำเมนูต่าง ๆ ในร้านจนหมด ผ่านไปครึ่งเดือน จู่ ๆ ไปแจ้งทางเสมียนหอว่าดิฉันโกงไม่ยอมโอนร้านที่เซ้งให้ ซึ่งดิฉันแจ้งว่าโอนไมไ่ด้ เพราะว่าคุณยังไม่จ่ายเงินครบตามสัญญาและคุณบอกว่าจะผ่อนให้ แต่ก็ยังไม่ได้ผ่อนต่อเลย

พอถึงตอนนี้ทางเสมียนกับคนเซ้ง บังคับให้ดิฉันทำสัญญาเซ้งร้านให้คนเซ้งทันทีโดยไม่สนใจว่ายังจ่ายไม่ครบ ดิฉันบอกไม่ยอม ทางเสมียนให้ฉันคืนเงิน พร้อมไล่ฉันออกจากร้านที่เช่า บอกว่าดิฉันทำผิดสัญญาให้เซ้งร้าน ทั้งที่ ๆ ตอนกลางเดือน ม.ค.ฉันแจ้งทางเสมียนแล้วว่าฉันจะให้เซ้งร้าน ซึ่งทางเสมียนก็รับทราบเรื่องนี้ ได้อนุญาตให้เซ้งได้ แต่พอฉันถามเหตุผล บอกว่าตามความพอใจของเสมียน ถ้าไม่ให้คนนี้เซ้งในราคา 50000 ก็ไม่ให้คนอื่นเซ้ง

แต่พอถึงวันที่คนเซ้งไปแจ้งว่าฉันไม่เซ้งร้านให้ ทางเสมียนและผู้เซ้งไปแจ้งตำรวจว่าฉันฉ้อโกงไม่ให้เซ้งร้าน ทางตำรวจก็เข้าข้างทางคนเซ้งและทางเสมียน บอกว่าเค้าพูดตรงกัน แต่ไม่เชื่อดิฉันเลย ดิฉันบอกว่าให้ไปเปิดกล้องวงจรปิดของหอ วันที่คุยกัน ทางตำรวจบอกว่าทางหอไม่ได้เก็บไว้ ตำรวจยังไม่ได้ไปถามเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่วันนั้นคนเซ้งก็ข่มขู่ว่าจะไปแจ้งตำรวจแต่ทำไมเสมียนไม่เก็บหลักฐานไว้

ส่วนฉันก็พลาดตรงที่ไม่คิดว่าจะมีเรื่อง วันนั้นตกใจและอาย เลยทำอะไรไม่ถูกไม่ได้อัดคลิปเสียงไว้ด้วยค่ะ

ตอนแรกจะให้ฉันกับคนเซ้งไกล่เกลี่ยเอาเงินคืน ฉันรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับฉันเลย ฉันไม่ผิด ฉันมีหลักฐานแต่ตำรวจพยายามบ่ายเบี่ยงบอกและยัดข้อหาว่าฉันฉ้อโกงอย่างเดียว

ฉันขอขึ้นศาล ทางตำรวจเลยให้ฉันไปประทับตรานิ้วมือทำประวัติ 

ตอนนี้รอขึ้นศาลค่ะ อย่างนี้ฉันจะมีทางชนะมั้ยคะ เพราะพอฉันสอนสูตร ให้สูตรไป ก็มาโกงฉันแบบนี้เลยค่ะ มารู้ตอนหลังว่าเสมียนกับคนเซ้ง อยู่หมู่บ้านเดียวกันด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าฉันโดนกลั่นแกล้งหรือเปล่าแจ้งทางตำรวจไปก็เฉย ๆ บอกว่าฉันคิดมากไปเองค่ะ

ฉันต้องทำอย่างไรคะ ร้านก็ไม่เหลือแล้ว เงินทุนก็หมดไปกับร้าน เหมือนคนล้มละลาย งานก็ทำไม่ได้ เพราะไม่กล้าไปสมัครกลัวว่าเป็นคนมีประวัติค่ะ

โดยคุณ preav 4 ก.ย. 2560, 15:49

ความคิดเห็นที่ 722

พ่อตาผมนำผลไม้ไปขายที่ตลาดแห่งหนึ่ง พ่อค้าร้านขายส่งรับไว้และได้ออกเป็นใบเสร็จให้เขียนราคารับซื้อไว้ 6พันบาท โดยพ่อค้าได้ขอเลขบัญชีไว้และบอกว่าจะโอนเงินให้ภายหลัง แต่ปัจจุบันผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วยังไม่โอนเงินให้ แฟนผมทั้งโทรไป ทั้งฝากข้อความก็ไม่ติดต่อกลับ ไปที่ร้านก็ได้บอกลูกจ้างประจำร้านไว้ จริงๆแล้วผมไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่เงินแค่6พันบาท ผมควรทำอย่างไรดีครับ ขอคำชี้แนะด้วย
โดยคุณ sirod dokpikul 1 ก.ย. 2560, 09:11

ความคิดเห็นที่ 721

คือดิฉันมีเรื่องจะขอความคิดเห็นค่ะ ดิฉันไปเล่นแช์มาค่ะมือรับรับมาแล้วส่งมาปกติแต่ตอนนี้เหลือจ่ายอีกประมาณ 5 งวด 2 วงค่ะแต่ดิฉันตกงานจึงไม่มีตังจ่ายต่อจึงขอผลัดผ่อนท้าวแชร์โดยขอผ่อยให้ไปทีล่ะน้อยๆจนหมดแต ่ท้าวแชร์ไม่ยอมมาบอกว่าดิฉันโกงแชร์จะแจ้งความขอหมายเรียกดิฉันขึ้นไปรับข้อกล่าวหาฉ้อโกงและจะเอารูปประจานทางเฟสและไลน์ดิฉันต้องทำยังไงดีค่ะตอนนี้เครียดม ายอดรวม2วงก็ประมาณ 8000  บาทค่ะสงสารช่วยตอบคลายทุกข์ให้ด้วยน่ะค่ะ

โดยคุณ ทิพวรรณ 15 ส.ค. 2560, 23:50

ตอบความคิดเห็นที่ 721

หากได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ให้ท่านเข้าพบพนักงานสอบสวนตามที่ได้รับหมายเรียก และให้การว่าท่านไม่มีเจตนาจะฉ้อโกงและยินดีจะผ่อนชำระหนี้คืน และหากท้าวแชร์นำภาพของท่านไปประจานในเฟซบุ๊ค ย่อมเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามปอ. มาตรา 326 ท่านสามารถนำหลักฐานการโพสข้อความไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 3 ก.ย. 2560, 15:34

ความคิดเห็นที่ 720

สวัสดีค่ะ พอดีมีเรื่องเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือค่ะ ที่บ้านเลี้ยงไก่ดำ และทำการค้ากับนาย ก (สมมติ) แรกๆ ของการทำการค้าขายก็ได้รับเงินค่าไก่ตามปกติ ต่อมามีการให้เชื่อ และเรียกเก็บเงินทุกๆ เดือน ด้วยความที่ไว้เนื้ือเชืือใจเห็นว่าติดต่อธุรกิจกันมานาน เลยให้เชื่อหลายรอบการส่ง ซึ่งรวมเป็นเงิน 130,000 บาท เมื่อทวงถามกลับบ่ายเบี่ยง และเงียบหายไปในที่สุด ทางดิฉันและสามีได้เดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพรหมพิราม จ.พิษณุโลก และ อบต. ตลุกเทียม ได้ทำการเรียกดิฉันและคู่กรณีไปไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ซึ่งมีทั้งปลัดอำเภอ ปลัดอบต. ทหาร เกษตรอำเภอ  เข้ามาร่วมการไกล่เกลี่ยครั้งนี่้ คู่กรณียอมชำระค่าสินค้าครึ่งหนึ่งของราคาทั้งหมด โดยตกลงกันว่าต้องชำระหนี้จำนวน 65,000 บาท โดยดิฉันใจดีให้แบ่งจ่าย 3 งวด นัดกันทุกๆ วันที่ 22 งวดแรกให้ชำระผ่าน ปลัด อบต. ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2560  ซึ่งได้เลยเวลามาเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ตัวดิฉันยังไม่ได้รับเงิน สอบถามไปยัง ปลัด อบต. ก็แจ้งว่าคู่กรณีไม่มีการติดต่อขอชำระเงิน แล้วแบบนี้ดิฉันต้องทำยังไงต่อคะ ในเมื่อแจ้งศูนย์ดำรงธรรมไปแล้วก็ไม่เกิดผล ทั้งๆ ที่คู่กรณีได้เซ็นต์รับทราบในเอกสารที่ทาง อบต. ต้องรายงานอำเภอแล้ว และมีพยานเซ็นต์รับทราบการไกล่เกลี่ยหลายราย แล้วเราจะเอาผิดกับคู่กรณีฐานฉ้อโกงได้หรือไม่ ฝ่ายเราเสียเปรียบที่ไม่มีใบเสร็จรับเงิน มีแต่หลักฐานการคุยแอปพลิเคชั่นไลน์ และเราสามารถถือหนังสือที่ทาง อบต. ออกให้ในวันไกล่เกลี่ยที่คู่กรณีลงนามยอมรับว่าจะชำระหนี้ไปแจ้งความได้หรือไม่ 

ขอบคุณมากค่ะ
โดยคุณ ขายสินค้าแล้วไม่ได้เงิน 31 ก.ค. 2560, 12:10

ความคิดเห็นที่ 719

สวัสดีค่ะมีเรื่องอยู่ว่า ได้ไปทำสัญญาเช่าที่ของไร่ไร่หนึ่งและได้จ่ายเงินค่าเช่าไร่ไปแล้วแต่พอสักระยะเจ้าของไร่ตัวจริงมาบอกว่าเช่าไม่ได้ อยากจะถามว่าเราสามารถ ดำเนินคดีได้ไหมค่ะ

โดยคุณ ศิริวิมล 30 ก.ค. 2560, 06:30

ตอบความคิดเห็นที่ 719

กรณีตามปัญหา  แนะนำให้ท่านอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าเป็นหลักในการโต้แย้งกับบุคคลดังกล่าว หรือหากมีข้อสงสัยให้โทรปรึกษาทนายคลายทุกข์เบอร์ 02-9485700

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 25 ส.ค. 2560, 14:24

ความคิดเห็นที่ 718

ดิฉันอยากสอบถามค่ะ เรื่องการฉ้อโกงโดยการขายทองคำผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้กระทำผิดมีการเปิดขายออนไลน์ที่ประเทศนอร์เวย์ และต่อมามีการจดทะเบียนการค้า เพื่อจำหน่ายทองคำในไทยซึ่งมีผู้เสียหายรวม เกือบ 300 คน ที่สั่งซื้อทองคำ แต่ไม่ได้รับทองคำ ซึ่งกำหนดได้เลยมานานแล้ว ซึ่งรวมแล้วมีมูลค่า 180 ล้านบาท ดิฉันอยากสอบถามว่า
ดิฉันควรเข้าไปแจ้งความที่ไหนได้บ้างค่ะ เพื่อให้เรื่องดำเนินอย่างรวดเร็ว เพราะมีผุ้ร่วมฉ้อโกงที่เป็นน้องสาวอยู่ที่ไทยด้วยค่ะ ตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ส่งแจ้งความที่ประเทศนอร์เวยด้วยค่ะ 

รบกวนช่วยพวกเราด้วยนะค่ะ
แนะนำเราโดยด่วนด้วยค่ะ 
ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ นุช 21 ก.ค. 2560, 04:45

ความคิดเห็นที่ 717

ขอสอบถามหน่อยคะ คือดิฉันได้ทำจากเช่ารถยนต์กับเว็บๆนึ่ง เพื่อจะเช่ารถยนต์ขับเที่ยวกันที่ภูเก็ต ในราคา 2,148.26 บาท โดยในข้อตกลงคือจะต้องยืนยันเลขบัตรเครดิต และตัวดิฉันเองไม่มีบัตรเครดิตเลยไปขอจากเพื่อนๆที่ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกัน จากนั้นทางบริษัทได้ส่งอีเมลมาเกี่ยวกับใบยืนยันการจอง ในใบนั้นระบุว่าชื่อเจ้าของบัตรเครดิตกับคนขับหลักจะต้องตรงกัน และหลังจากนั้นดิฉันก็ได้ทำการยกเลิกสัญญาการเช่าภายในวันนั้นเลย และภายหลังทราบจากเพื่อนว่ามีการหักยอดเงินจำนวน 2,202.10 บาทออกการบัตรเครดิตของเพื่อนดิฉัน และดิฉันได้พยายามติดต่อกับไปที่บริษัทและได้สนทนากับพนักงานจากแชทเฟสบุ๊ค พนักงานบอกว่าต้องใช้เวลาประมาณ3-5 วันถึงจะได้รับเงินคือ พอถึงกำหนดดิฉันก็ยังไม่ได้รับยอดเงินคืนจึงติดต่อกับทางบริษัทไป พนักงานได้บอกว่าได้ทำการโอนเงินให้ตั้งแต่วันที่1 กค 60 และให้ดิฉันไปติดต่อกับธนาคาร ดิฉันจึงได้ให้เพื่อนไปติดต่อปรากฎว่าไม่สามารถตวรจสอบได้ว่ายอดเงิน2,202.26ที่ถูกหักไปหายไปอยู่ในบัญชีของใคร มาทราบที่หลังว่าบริษัทที่ให้บริการเช่ารถไม่มีสาขาในประเทศไทย เป็นเอเยนต์ซีส์จากประเทศอังกฤษ จะสามารถดำเนินคดีอย่างไรบ้างคะ

โดยคุณ ลักษิกา 16 ก.ค. 2560, 20:03

ความคิดเห็นที่ 716

ทางเขตการศึกษาให้เงินช่วยเหลือพิเศษมาก่อน180,450฿ โดยออกเช็คเป็นชื่อภรรยา แต่เงินจำนวนนี้จะหักออกจากบำเหน็จตกทอดทายาทมี5คน( เราเป็นลูกภรรยาคนแรก) ถ้าภรรยาเขาไม่ยอมเอาเงิน180,450฿มาหาร5แต่เอาไว้คนเดียว เราฟ้องข้อหาฉ้อโกงได้มั้ยค่ะ
โดยคุณ Isarapan P 15 ก.ค. 2560, 01:45

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก