ลุงวิศวะทำไมถูกจำคุก 10 ปี|ลุงวิศวะทำไมถูกจำคุก 10 ปี

ลุงวิศวะทำไมถูกจำคุก 10 ปี

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ลุงวิศวะทำไมถูกจำคุก 10 ปี

  • Defalut Image

 คดีลุงวิศวะยิงเด็กวัยรุ่นที่อ้างว่าเด็กก้าวร้าวจะเข้าทำร้ายตัวเอง

บทความวันที่ 27 ก.ย. 2561, 14:18

มีผู้อ่านทั้งหมด 2204 ครั้ง


ลุงวิศวะทำไมถูกจำคุก 10 ปี


           คดีลุงวิศวะยิงเด็กวัยรุ่นที่อ้างว่าเด็กก้าวร้าวจะเข้าทำร้ายตัวเอง ตัวเองหนีได้แต่กลับไม่ยอมหนีโดยอ้างว่าถูกข่มเหงรังแกและกลัวว่าเด็กจะทำร้ายตัวเองและครอบครัวที่นั่งในรถมาด้วยกัน แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทกัน จึงอ้างป้องกันไม่ได้จึงลงโทษจำคุก 15 ปีลดเหลือ 10 ปี และสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายอีกส่วนหนึ่ง คดีนี้ ถ้าท่านติดตามทางโซเชียล ส่วนใหญ่เชียร์ให้สู้คดี สุดท้ายจำเลยเชื่อโซเชียล สู้คดีไม่ยอมรับผิดศาลจึงลงโทษสถานหนัก กองเชียรืไม่ได้ติดคุกทนายก็ไม่ได้ติดคุก คนที่ติดคุกคือจำเลยเท่านั้น คดีนี้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับพวกชอบพกปืนไม่ยอมคน หนีได้ไม่ยอมหนี ศักดิ์ศรีเยอะ สุดท้ายติดคุก 

แนวคำพิพากษาเรื่องสมัครใจวิวาท อ้างป้องกันไม่ได้ 
1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2554

การที่จำเลยพกมีดปลายแหลมไปตามหาผู้เสียหายที่บ้าน เพราะโกรธผู้เสียหายที่ไปทำร้าย ส. บุตรเขยจำเลย เมื่อผู้เสียหายได้ยินจึงเดินออกจากบ้าน แล้วต่างฝ่ายต่างเดินเข้าหากัน ผู้เสียหายชกต่อยจำเลยไป 1 ครั้ง ขณะเดียวกันจำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายหลายครั้ง ตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้เสียหาย จะอ้างเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัวไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

2.คำพิพากษาฎีกาที่  3238/2554  
    จำเลยที่ 1 กับพวกได้เข้าร่วมต่อสู้ชกต่อยกับผู้เสียหายด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อน  ทั้งยังได้สมัครใจเข้าทะเลาะวิวาทต่อสู้กับผู้เสียหาย อันเป็นการสมัครใจเข้าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน มิใช่เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เพราะการป้องกันโดยชอบจะมีได้ก็ต่อเมื่อเป็นการป้องกันตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตราย  ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายโดยที่ตนเองและผู้อื่นไม่ได้สมัครใจเข้าร่วมต่อสู้ทำร้ายกับอีกฝ่าย
                 การที่จำเลยที่ 1ใช้อาวุธปืนพกลูกซองเป็นอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงสามารถทำอันตรายชีวิตคนได้เล็งยิงไปยังด้านหลังของผู้เสียหาย  ย่อมส่อเจนาให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกที่ไม่สำคัญ ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย  จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่5296/2554 
    ผู้เสียหายเพียงแต่เข้าไปพูดในทำนองว่ากล่าวจำเลยกับพวกไม่ให้มีเรื่องวิวาทในงาน จำเลยก็เข้าไปจับคอเสื้อผู้เสียหาย ลักษณะการกระทำของจำเลยเห็นได้ว่าจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับผู้เสียหาย จำเลยไม่อาจอ้างว่าผู้เสียหายชกต่อยจำเลยก่อน จำเลยจึงชกต่อยโต้ตอบและใช้มีดแทงผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวได้ การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมขนาดยาวทั้งด้ามประมาณ1ฟุต แทงผู้เสียหายที่บริเวณสะบักลึกกว่า3เซนติเมตร เข้าช่องปอดซึ่งเป็นบริเวณอวัยวะสำคัญโดยรงถึง2ครั้ง แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

4.คำพิพากษาฎีกาที่ 8347/2554 
    ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายมีเรื่องทะเลาะโต้เถียงกับจำเลยซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านใกล้ที่เกิดเหตุ จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้จำเลยไม่พอใจผู้เสียหายเป็นอย่างมาก ในวันเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายออกจากร้านไปแล้ว ผู้เสียหายร้องตะโกนท้าทายจำเลยให้ออกไป จะฟันให้คอขาด จำเลยจึงรีบวิ่งไปหาผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทและต่อสู้กับผู้เสียหาย และเป็นการกระทำที่จำเลยเข้าสู้ภัยทั้งที่ยังไม่มีภยันตรายมาถึงตน จึงเป็นการกระทำโดยที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ แม้ผู้เสียหายจะทำร้ายจำเลยก่อน ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้เสียหายสมัครใจวิวาทกัน ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจที่จะอ้างสิทธิป้องกันได้ตามกฎหมาย และแม้จำเลยมีความไม่พอใจผู้เสียหายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อจำเลยสมัครใจที่จะไปต่อสู้กับผู้เสียหายเอง ก็ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะได้เช่นเดียวกัน การกระทำของจำเลยไม่เป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายอาญา

    มาตรา 68  ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
    มาตรา 288  ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
    มาตรา 295  ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก