ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย |ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

  • Defalut Image

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

บทความวันที่ 12 เม.ย. 2561, 13:34

มีผู้อ่านทั้งหมด 116 ครั้ง


ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

            ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง แต่ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด หากผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไม่ได้ครอบครองที่ดินตามความเป็นจริง โดยมีบุคคลอื่น มาแย่งการครอบครองหรือครอบครอง โดยมีเจตนายึดถือเพื่อตน คนที่แย่งการครอบครองตามความเป็นจริงย่อมมีสิทธิ์ดีกว่า  อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 5639/2555 ฎีกาที่ 9703/2554  ฎีกาที่ 3277/ 2553 ฎีกาที่ 3735/2545

คำพิพากษาฎีกาที่อ้างอิง
คำพิพากษาฎีกา 3277/2553

            ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของเป็นเพียงข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 เท่านั้น  ส่วนความจริงผู้ใดจะมีสิทธิครอบครองจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานว่าผู้ใดเข้ายึดถือครอบครองการทำประโยชน์ในที่ดิน โดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนจึงจะได้สิทธิครอบครองตามมาตรา 1367  ดังนั้น การที่โจทก์มิได้เข้าครอบครอบที่ดินพิพาทเพียงแต่มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์  จึงไม่เป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3735/2545
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งหก เมื่อตามคำฟ้องของโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งหกร่วมกันบุกรุกที่ดินพิพาทโดยมิได้แบ่งแยกเนื้อที่ดินที่จำเลยแต่ละคนบุกรุก ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 5 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 247 ประกอบมาตรา 245(1)

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก