ขายยาขาว โชว์รถหรู หลอกร่วมลงทุน|ขายยาขาว โชว์รถหรู หลอกร่วมลงทุน

ขายยาขาว โชว์รถหรู หลอกร่วมลงทุน

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ขายยาขาว โชว์รถหรู หลอกร่วมลงทุน

  • Defalut Image

หลายท่านได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งที่มีผู้บริโภคมาร้องเรียนที่ สคบ.

บทความวันที่ 7 ธ.ค. 2560, 10:19

มีผู้อ่านทั้งหมด 35 ครั้ง


ขายยาขาว โชว์รถหรู หลอกร่วมลงทุน

           หลายท่านได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งที่มีผู้บริโภคมาร้องเรียนที่ สคบ. ว่ามีการโฆษณาที่เกินจริง, หลอกให้ไปกู้เงินมาร่วมเป็นเครือข่าย, บังคับให้ไปจำนำทรัพย์สินเพื่อร่วมเครือข่าย และบังคับให้ไปหลอกลวงพ่อแม่ให้ขอเงินมาร่วมกับเครือข่าย, มีการเน้นหาคนมาร่วมเป็นเครือข่ายเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินโดยไม่ได้เน้นขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตนเองเป็นหลัก, มีการไปเช่ารถหรูหรือไปขอยืมรถคนอื่นมาจอดรวมกันไว้บริเวณลานจอดรถของบริษัท หลังจากนั้นก็ให้แม่ข่ายขายตรงไปยืนบริเวณหน้ารถหรือนั่งบนฝากระโปรงรถถ่ายรูปโดยมีแม่ข่ายอีกคนหนึ่งคอยพูดจาเดินเรื่องว่าการมาร่วมเครือข่ายง่ายนิดเดียว อายุน้อยร้อยล้านใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถมีรถหรูขี่ได้เหมือนกับพวกผม พฤติกรรมดังกล่าวหมิ่นเหม่ที่จะเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนและมีความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่รวมทั้งกฎหมายขายตรงเกี่ยวกับการหาเครือข่ายมากกว่าการขายสินค้า ทนายคลายทุกข์เห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเพราะทุกคนก็อยากจะรู้ว่าการขายตรงดังกล่าวทำได้หรือไม่ เป็นการขายตรงหรือเป็นการหลอกลวงประชาชนกันแน่ ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายตรงและการหลอกร่วมลงทุนปรากฏตามรายละเอียดข้างล่างนี้ครับ ลองศึกษากันดูนะครับ 
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527
มาตรา 4
 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่า ในการกู้ยืมเงินตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ และในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
มาตรา 5  ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้
 (ง) จัดให้มีบุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ไปชักชวนบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้มีการให้กู้ยืมเงิน หรือ
มาตรา 12  ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 4 หรือมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545
มาตรา 19
 ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรงหรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น
มาตรา 46  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 343 
    ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
    ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
           มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
          ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงถ้าเห็นว่าสิ่งที่ทำไปมันผิดกฎหมายก็แน่วแน่แก้ไขในสิ่งที่ผิดก็จบครับ มิฉะนั้นอาจต้องถูกดำเนินคดี ที่ผ่านมาศาลจำคุกจำเลยแต่ละคนนับหมื่นปี ถ้าผิดจริงติดคุกหัวโตนะครับ 

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก