ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก|ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก

ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก

  • Defalut Image

ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก

บทความวันที่ 30 ก.ค. 2560, 12:21

มีผู้อ่านทั้งหมด 1621 ครั้ง


ได้รับหมายศาลถูกฟ้องหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินด่วนต้องทำอย่างไรทุกข์ใจมาก

ลูกหนี้ถูก ฟ้องเป็นคดีแพ่งให้ชำระหนี้หมดหนี้บัตรเครดิตและมูลหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลสอบถามมายังทนายคลายทุกข์ต้องทำอย่างไรบ้างให้คำแนะนำเป็นข้อข้อดังนี้
1.ควรโทรศัพท์ไปเจรจากับทนายความโจทก์หรือแต่งตั้งทนายความไปเจรจาแทนเพื่อขอลดยอดหนี้หรือขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ขยายเวลาในการชำระหนี้
2.หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็อาจจะเดินทางไปศาลเพื่อทำยอมหรือ ไม่ไปศาลก็ได้เพราะคดีแพ่งไม่จำเป็นต้องพิจารณาคดีต่อหน้าจำเลย
3.สิ่งที่ควรทำต่อไปคือทำมาหากิน หารายได้พิเศษเพิ่มขึ้นประหยัด เพื่อหาเงินมาชำระหนี้เจ้าหนี้ต่อไป
4.การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหนีหนี้อาจมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้และมีโทษจำคุกรวมทั้งเจ้าหนี้อาจจะมาฟ้องเพิกถอนท่อทนได้
เพราะปัจจุบันกฎหมายบังคับคดี เจ้าหนี้มีสิทธิ์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของบุคคลอื่นได้ตามมาตรา 297และมาตรา 298

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 297
ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจบังคับคดีเอากับทรัพย์สินดังต่อไปนี้ได้เช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 296
(1) สินสมรสของคู่สมรสของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เฉพาะในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและคู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันตามมาตรา 1490 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือทรัพย์สินของคู่สมรสของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งตามกฎหมายอาจบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้
(2) ทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งตามกฎหมายอาจบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้
ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ ๒ แห่งภาคนี้ที่เกี่ยวกับการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาใช้บังคับในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของบุคคลตามมาตรานี้โดยอนุโลม
 
มาตรา 298  ในกรณีที่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือปรากฏตามหลักฐานอย่างอื่นว่าเป็นของบุคคลอื่น หากเจ้าพนักงานบังคับคดีสงสัยว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่เป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและไม่ยอมทำการยึดหรืออายัด ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายืนยันให้ยึดหรืออายัดเจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น หรือจะสั่งงดการยึดหรือการอายัดก็ได้ในกรณีที่สั่งงด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้ก่อน
คำสั่งห้ามของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วยถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ในทะเบียน  ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 315 (1) และมาตรา 320 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งงดการยึดหรือการอายัดตามวรรคหนึ่ง เพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบและบุคคลดังกล่าวอาจคัดค้านว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ โดยยื่นคำคัดค้านต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง และให้นำบทบัญญัติมาตรา 323 หรือมาตรา 325 แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยหากศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องแล้ว บุคคลดังกล่าวที่ได้ยื่นคำคัดค้านตามวรรคนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา 323 หรือมาตรา 325 แล้วแต่กรณี อีกหาได้ไม่
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาตามวรรคสามหรือศาลมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว หรือในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องในวรรคสาม แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้คำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิกไป และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลตามวรรคสองทราบด้วย
 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

กรณีที่เราไม่มีเงินไม่มีทรัพย์สิน พยายามเลี้ยงดูลูกๆตามลำพัง ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว เจ้าหนี้ยังทวงตามไม่หยุดหย่อน จากเก้าพันกว่า จนตอนนี้เจ้าหนี้เพิ่มเงินเป็น 63,510.28 แล้วค่ะ แล้วไม่ยอมแจงเงินต้นให้อีกเลย ทุกข์ใจมากค่ะ 

ควรทำอย่างไรคะ ขอบพระคุณค่ะ

โดยคุณ Xairinana 1 ส.ค. 2560, 14:04

ตอบความคิดเห็นที่ 1

หากเป็นหนี้บัตรเครดิต จะมีอายุความ 2 ปี นับแต่ผิดนัดครั้งสุดท้าย กรณีดังกล่าวหากผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว หนี้อาจขาดอายุความ หากเจ้าหนี้ฟ้องคดีต่อศาล ท่านสามารถต่อสู้คดีได้ครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/29

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 25 ส.ค. 2560, 15:37

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก