กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง|กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

เนื่องจากบุคคลในครอบครัวได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน ปัจจุบันทุพพลภาพ

บทความวันที่ 7 ต.ค. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 57594 ครั้ง


กรณีเจ็บป่วยในงาน นายจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง

 

          เนื่องจากบุคคลในครอบครัวได้รับอุบัติเหตุจากการทำงาน  ปัจจุบันทุพพลภาพ ช่วงล่างเจ้าของกิจการ(นายจ้าง)ไม่ให้ความรับผิดชอบใดๆ  แต่มีการดำเนินเรื่องประกันสังคมและเบิกจ่ายกับทางประกันสังคมเองโดยไม่มีการแจ้งรายละเอียดใดๆให้ลูกจ้างทราบ   ในกรณีดังกล่าวทางลูกจ้างจะสามารถเรียกร้องสิทธิอะไรจากนายจ้างได้บ้างนอกเหนือจากที่จะได้รับจาก ปกส., กองทุนเงินทดแทน เราสามารถเรียกร้องค่าจ้างกรณีป่วยในงานจากนายจ้างได้หรือไม่ กรุณาให้คำตอบด้วยค่ะ ขอบพระคุณอย่างยิ่ง

คำแนะนำทนายคลายทุกข์
          ถ้าอุบัติเหตุเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ลูกจ้างฟ้องเป็นคดีละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้ ส่วนค่าเสียหายที่ลูกจ้างสามารถเรียกได้ คือ
- ค่าหยุดงาน
- ค่ารักษาพยาบาล ครั้งแรก 45,000 บาท
- ค่าผ่าตัด 100,000 บาท
- ค่าทุพลภาพ
- บุคคลภายนอกกระทำละเมิดต่อลูกจ้าง สามารถฟ้องละเมิดได้
          ส่วนหน้าที่ของนายจ้างต้องติดต่อรับเงินที่สำนักงานประกันสังคมที่สถานประกอบการตั้งอยู่ แต่ถ้านายจ้างไม่ดำเนินการ ลูกจ้างสามารถดำเนินการเองได้
ก่อนหน้านี้เคยมีลูกจ้างฟ้องนายจ้างต่อศาล ศาลยกฟ้องโดยพิจารณาว่า ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะต้องไปขอรับสิทธิ
ประโยชน์ทดแทน ตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5, 7, 13, 18

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติเงินทดแทนพ.ศ. 2537
มาตรา 5
ในพระราชบัญญัตินี้
“นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรแต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย
“ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลา หรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
“ประสบอันตราย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามคำสั่งของนายจ้าง
“เจ็บป่วย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน
“สูญหาย” หมายความว่า การที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างทำงานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าลูกจ้างถึงแก่ความตายเพราะประสบเหตุอันตรายที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างนั้น รวมตลอดถึงการที่ลูกจ้างหายไปในระหว่างเดินทางโดย พาหนะทางบก ทางอากาศ หรือทางน้ำ เพื่อไปทำงานให้นายจ้างซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าพาหนะนั้นได้ประสบเหตุอันตรายและลูกจ้างถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่เกิดเหตุนั้น
“สูญเสียสมรรถภาพ” หมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายหรือจิตใจภายหลังการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์สิ้นสุดแล้ว
“เงินทดแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ
“ค่าทดแทน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตาม มาตรา ๒๐ สำหรับการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายของลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้
“ค่ารักษาพยาบาล” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจ การรักษา การพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ผลของการประสบอันตรายหรือการเจ็บป่วยบรรเทาหรือหมดสิ้นไป และหมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ หรือวัตถุที่ใช้แทนหรือทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะที่ประสบอันตรายด้วย
“ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน
“การฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน” หมายความว่า การจัดให้ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายหรือจิตใจหรือการฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพที่เหมาะสมตามสภาพของร่างกาย
“ค่าทำศพ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพของลูกจ้างตามประเพณีทางศาสนาของลูกจ้างหรือตามประเพณีแห่งท้องถิ่น ในกรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายเนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหาย
“เงินสมทบ” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเพื่อใช้เป็นเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินทดแทน
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด แล้วแต่กรณี
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนเงินทดแทน
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 7 การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น

มาตรา 13 เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีตามความเหมาะสมแก่อันตรายหรือความเจ็บป่วยนั้น และให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามวรรคหนึ่งโดยไม่ชักช้าเมื่อฝ่ายลูกจ้างแจ้งให้นายจ้างทราบ

มาตรา 18 เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหายให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้
(1) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานติดต่อกันได้เกินสามวันไม่ว่าลูกจ้างจะสูญเสียอวัยวะตาม (2) ด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี
(2) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย โดยจ่ายตามประเภทของการสูญเสียอวัยวะและตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบปี
(3) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพ โดยจ่ายตามประเภทของการทุพพลภาพและตามระยะเวลาที่จะต้องจ่ายตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบห้าปี
(4) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหายมีกำหนดแปดปี
การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยซึ่งเป็นเหตุให้สูญเสียอวัยวะของร่างกาย หรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะไปเพียงบางส่วน ในการคิดค่าทดแทน ให้เทียบอัตราส่วนร้อยละจากจำนวนระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะประเภทนั้น ๆ ตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด
หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าจ้างรายเดือนให้เป็นไปตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด
ค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองต้องไม่น้อยกว่าค่าทดแทนรายเดือนต่ำสุด และไม่มากกว่าค่าทดแทนรายเดือนสูงสุดตามที่กระทรวงแรงงาน*ประกาศกำหนด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 185

อยากทราบว่าเจ็บในงานรับเงินแค่60%จากกองทุนเท่านั้นแล้วจะเจ็บในงานทำไมค่ะในเมื่อลาป่วยธรรมดาได้ค่าแรงเต็มแต่เจ็บในงานได้ค่าแรงแค่60%    

โดยคุณ นสศศิประภา 12 ต.ค. 2560, 07:13

ความคิดเห็นที่ 184

สอบถามคะ คือมีพนักงานส่งของเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 2 เดือน อยู่ในช่วงทดลองงาน เขาอ้างว่า เขายกของเลยทำให้หลังเขาเจ็บ เมื่อไปตรวจพบว่า กระดูกของเขางอกเกินออกมาขัดกัน เลยทำให้เขามีอาการเจ็บ ก่อนจะมีการหยุดงาน เขาแจ้งว่า จะโทรมาแจ้งว่าจะมาทำหรือเปล่าพรุ่งนี้ แต่หลังจากวันนั้นเขา่ไม่ได้ติดต่อมา จนพอผ่านไปได้ประมาณเกือบสัปดาห์ เขากลับมาจะมาทำงาน แต่บริษัทฯ ได้แจ้งเขาไปว่า ได้รับ พนง.ใหม่แล้ว เพราะไม่ทราบว่าทางเขาจะกลับมาทำงานอีกไหม เห็นเงียบหายไปเลย หลังจากนั้นผ่านมาอีกครึ่งเดือน เขาโทรกลับมาถามว่า จะช่วยเหลือชดใช้ค่าที่เขาบาดเจ็บตรงนี้เท่าไร แต่ตอนที่คุยกันทีแรก เขาบอกว่าเป้นเพราะกระดูกเขาผิดรูปเอง แต่มาวันนี้เขาบอกว่าเป็นเพราะบาดเจ็บจากการทำงานจะไปฟ้องกรมแรงงานคะ อย่างนี้ทางบริษัทฯ ควรทำอย่างไรคะ 

โดยคุณ อมร 11 ก.ย. 2560, 14:11

ความคิดเห็นที่ 183

หลานชายประสบอุบัติเหตุในการทำงานรถเทเลอร์หัวลากทับหัว ทำให้หลานชายต้องนอนรักษาตัวที่รพ.เป็นระยะเวลา 1 เดือนแล้ว แต่ทางบริษีทปฏิเสธทุกอย่าง ว่า หลานชายไม่ได้ทำงานให่กับบริษัทเพียงแค่ไปช่วยเพื่อนเฉยๆแล้วก็ไม่ใช่เวลางานเวลาที่เกิดเหตุ ตี 5 แต่ทางบริษัทบอกว่า เวลางาน 8.00-17.00 น.พรบ.รถก็มีแต่เขาไม่ใช้เขาให้ใช้ประกันสังคมรักษาหลานแทน แต่ทีแรกบอกว่าใช้พรบ.รักษาพอผ่านมาได้ 1 เดือนกลับมากลับคำ แล้วก็ปฏิเสธทุกอย่าง แล้วเราต้องอย่างไรบ้างคะช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณมากค่ะ

โดยคุณ ดาริกา หมวกทอง 24 ส.ค. 2560, 06:17

ความคิดเห็นที่ 182

เป็นนายจ้างครับ ให้พนักงานทำงานวันอาทิตย์ แล้วพนักงานปวดท้องรุนแรง เลยพาไปเข้าโรงพยาบาลปิยะเวศ เสียค่าตรวจเช็คร่างกาย  24,000 บาท ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายรึไม่ครับ

โดยคุณ สุชาติ เรียงแก้ว 12 ส.ค. 2560, 20:54

ตอบความคิดเห็นที่ 182

ตามกฎหมาย ไม่ได้ระบุให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมดครับ หากลูกจ้างมีสิทธิประกันสังคม สามารถใช้สิทธิ ประกันสังคมจ่ายแทนได้

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 3 ก.ย. 2560, 15:09

ความคิดเห็นที่ 181

ขอเรียนสอบถาม มีญาติได้รับอุบัติเหตุในขณะเวลางาน ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ถ้าเขาทุพพลภาพส่วนล่าง ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ จะมีโอกาสได้รับชดเชย หรือทดแทนอะไรบ้าง ที่นอกเหนือจากประกันสังคม เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว และเขาเป็นผู้รายได้หลักคนเดียวของครอบครัวค่ะ


ขอบคุณค่ะ 


จรีรักษ์ ทองอ้ม

โดยคุณ จรีรักษ์ ทองอ้ม 30 ก.ค. 2560, 19:16

ตอบความคิดเห็นที่ 181

กรณีตามปัญหา ทุพพลภาพ หมายความว่าการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกายหรือสูญเสียภาวะปกติของจิตใจ จนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด

ประโยชน์ทดแทนที่ท่านจะได้รับ  เงินทดแทนการขาดรายได้ 

    - กรณีทุพพลภาพรุนแรง ได้รับในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต

    - กรณีทุพพลภาพไม่รุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาตามประกาศฯกำหนด

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 25 ส.ค. 2560, 14:19

ความคิดเห็นที่ 180

 ผมได้รับอุบัติจากการทำงาน นายจ้างไม่ได้มีการช่วยเหลือใดๆเลย เราฟ้องได้มั้ยคับ

โดยคุณ ธำรงศักดิ์ 30 มี.ค. 2560, 22:24

ตอบความคิดเห็นที่ 180

กรณีตามปัญหา  ช่วงที่ลูกจ้างหยุดงานเพื่อหยุดพักรักษาตัวนั้น นายจ้างจะจ่าย หรือไม่จ่ายเงินให้กับลูกจ้างก็ได้ ถ้าจ่ายให้ก็อาจเพราะเป็นระเบียบข้อบังคับของสถานประกอบการนั้นๆ หรือเป็นน้ำใจของนายจ้างเพื่อให้ลูกจ้างมีขวัญ กำลังใจในการทำงานต่อไป แต่ถ้าไม่จ่ายให้ นายจ้างก็ไม่ได้ผิดกฏหมายใดๆ ตามพรบ.เงินทดแทนนะครับ แต่ที่สำคัญคือ เมื่อลูกจ้างบาดเจ็บ หรือประสบอันตรายจากการทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบกท.16 แก่สำนักงานประกันสังคม และจัดให้ลุกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ชักช้า (ส่งแบบ กท.44 ให้กับสถานพยาบาลที่ทำการรักษาพยาบาลลูกจ้าง) (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม)

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ 8 พ.ค. 2560, 14:51

ความคิดเห็นที่ 179

 กรณีที่เกิดอุบัติเหตุในที่ทำงาน ผมได้ประสบบัริเหตุในการทำงาน นิ้วกลางข้างขวา เล็บหลุกบาดแผลฉีก หมอบอกว่าถึงหายแล้ว เล็กก็ไม่สามาทรถขึ้นได้เหมือนเดิม เพราะรากเล็บหลุดออกเกิบทั้งหมด เย็บไป40กว่าเข็ม  ค่ารักษพญาบาลทางนายจ้างได้ใช้เงินกองทุนทดแทน  อยากทราบว่า ในกรณีแบบนี้ เราควรได้รับ ค่าสินไหม หรือเรียกร้องค่าทำควัญ จากบริษัทได้ไหมือไม่  หรือบริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายไห้เราไหม  

โดยคุณ ศริศักดิ์ นันทะสิงห์ 13 มี.ค. 2560, 01:34

ความคิดเห็นที่ 178

 รบกวนถามครับ พ่อดีวันหนึ่งพี่ชายหยุดงานอยู่บ้านไปตัดไม้เกิดเหตุมีดฟัดนิ้วขาด 2 ข้อ เป็นนิ้วชี้ซ้าย  ประกันสังคมจ่ายหรือปล่าครับ ขอบคุณครับ

โดยคุณ แบล็ค 18 ม.ค. 2560, 11:21

ความคิดเห็นที่ 177

 อยากทราบถ้าหมอบอกว่าเจ็บป่วยจากการทำงานแล้วนายจ้างมีสิทธิให้ออกไหมถ้าไม่สามารถทำงานต่อได้

โดยคุณ สุรีย์พร 15 ม.ค. 2560, 12:01

ตอบความคิดเห็นที่ 177

 นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้ครับ แต่ต้องชำระค่าจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นๆให้ลูกจ้าง ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541   และตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5, 7, 13, 18  ถ้าอุบัติเหตุเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ลูกจ้างฟ้องเป็นคดีละเมิด ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420  นายจ้างต้องติดต่อรับเงินที่สำนักงานประกันสังคมที่สถานประกอบการตั้งอยู่ แต่ถ้านายจ้างไม่ดำเนินการ ลูกจ้างสามารถดำเนินการเองได้ 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 18 ม.ค. 2560, 16:27

ความคิดเห็นที่ 176

 นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างได้ครับ แต่ต้องชำระค่าจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นๆให้ลูกจ้าง ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541   และตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5, 7, 13, 18  ถ้าอุบัติเหตุเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ลูกจ้างฟ้องเป็นคดีละเมิด ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420  นายจ้างต้องติดต่อรับเงินที่สำนักงานประกันสังคมที่สถานประกอบการตั้งอยู่ แต่ถ้านายจ้างไม่ดำเนินการ ลูกจ้างสามารถดำเนินการเองได้ 

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 18 ม.ค. 2560, 16:27

ความคิดเห็นที่ 175

 ผมโดนเพื่อนร่วมงานขับรถฟอร์ลิฟยกเหล็กมา เหล็กดีดคางแตก เย็บสามเย็ม ฟันกามแตกบนล่าง ฟันหน้าบิ่น เขียวช้ำตามตัว ไม่ได้ค่าชดเชยอะไรเลย แบบนี้มันถูกหรือเปล่าครับ

โดยคุณ นัฐวุฒิ โอชารส 3 พ.ย. 2559, 05:52

ความคิดเห็นที่ 174

 ผม ทำงาน ที่ รง แห่งหนึ่ง..

ตอนแรกไม่ปวดหลัง.พอทำไปเรื่อยๆโดนจับมาให้ ทำงานก้มๆเงยๆ ยกของหนัก ...ที่นี้ ปวดหลังขึ้นมา.    รง. จึงให้ไปตรวจที่ รพ.เพื่อตรวจสอบความจิงว่าเราโกหกไหม.ผมก้ไปตรวจ ผลออกมาคือ หมอนรองกระดูกทับเส้น.

ที่อยากถามคือ ถ้ากรณีที่นายจ้างจะจ้างเราออก เรามีสิทธิเรียกร้อง อะไรไหม หรือต้อง เซนรับทราบ รับเงิน อย่างเด่วสิทธิ อย่างอื่น เราจะได้ไหมครับ  ขอบคุณครับ

โดยคุณ นุวัฒน์ 29 ก.ย. 2559, 17:18

ความคิดเห็นที่ 173

 ถ้าเราลื่นล้มในที่ทำงานประกันสังคมเขาไม่จ่ายเพราะเป็นเวลาทำงานแต่ให้นำใบเสร็จไปเก็บค่ารักษาจากที่ทำงานแต่ถ้าเราไม่ยื่นบริษัทจะมีความผิดไหมคะเนื่องจากเรามีค่าชดเชยจากประกันชีวิตอยู่แล้วและอีกอย่างค่ารักษาประมาณ 600 บาท และไม่ได้เป็นอะไรมากด้วยค่ะ

โดยคุณ ธนัด 21 ก.ย. 2559, 06:56

ตอบความคิดเห็นที่ 173

 ถ้าท่านมีสิทธิเรียกได้ ก็ควรยื่นตามสิทธิของท่านครับ   ไม่มีความผิดตามกฎหมายครับ

 
โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 5 ต.ค. 2559, 15:42

ความคิดเห็นที่ 172

 ถ้าท่านมีสิทธิเรียกได้ ก็ควรยื่นตามสิทธิของท่านครับ   ไม่มีความผิดตามกฎหมายครับ

 
โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 5 ต.ค. 2559, 15:42

ความคิดเห็นที่ 171

 หนูมีเรื่องจะปรึกษานะคะพอดีพ่อทำงานมีนายจ้างทำงานรีดแผ่นยางพารานะคะแร้วทีนี้พ่อหนูโดนเรื่องรีดแผ่นยางพาราหนีแขนขาดทั้งสองข้างถึงข้อศอกแร้วที่นี้หนูจะมีสิทเรียกค่าใช้จ่ายทดแทนสินไหมเท่าไหร่คะ หรือมีกฎหมายมาตราไหนที่ช่วยได้คะ

โดยคุณ อุไร หลอดบุตร 7 ก.ย. 2559, 10:49

ตอบความคิดเห็นที่ 171

  ลูกจ้างที่ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน จะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนเงินทดแทน เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 45,000 บาท กรณีที่ค่ารักษาพยาบาลเกิน 45,000 บาท ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความ จำเป็นเพิ่มอีกไม่เกิน 65,000 บาท ถ้าอุบัติเหตุเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของนายจ้าง ลูกจ้างฟ้องเป็นคดีละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้ ส่วนค่าเสียหายที่ลูกจ้างสามารถเรียกได้ คือ – ค่าหยุดงาน - ค่ารักษาพยาบาล ครั้งแรก 45,000 บาท - ค่าผ่าตัด 100,000 บาท – ค่าทุพลภาพ ลูกจ้างต้องไปขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทน ตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5, 7, 13, 18

โดยคุณ ทีมงานทนายคลายทุกข์ (สมาชิก) 20 ก.ย. 2559, 14:12

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก