ฉ้อโกงประชาชน/จัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต|ฉ้อโกงประชาชน/จัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฉ้อโกงประชาชน/จัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต

Header Background Image

งานเผยแพร่ความรู้ทางด้าน กฎหมาย การบริหารการจัดการหนี้สินในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน การฝึกอบรมสัมมนาพัฒนาบุคลากร ในการประกอบธุรกิจ หากหน่วยงานของรัฐ บริษัทห้างร้าน มีความสนใจ เชิญทีมงานไปฝึกอบรมสัมมนาหรือต้องการข้อมูลข่าวสาร ติดต่อได้ที่ 02-948-5700 อ่านต่อ

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับหลักสูตรฝึกอบรมการติดตามหนี้ ทวงหนี้อย่างไรให้ได้ผล ได้เงิน รักษาภาพลักษณ์ รักษาลูกค้า/หลักสูตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตภายในองค์กร/หลักสูตรกฎหมายแรงงาน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารบริษัท สนใจโทร.02-9485700 อ่านต่อ

สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ มีเรื่องคาใจอยากรู้ความจริง โทรมาคุยกับกุ้งได้ที่ 081-625-2161หรือ 089-669-5026 "อย่าปล่อยให้มีเรื่องคาใจ อะไรที่ไม่สบายใจ ต้องหาทางปลดปล่อย สืบให้รู้ความจริง จะได้จบสิ้นกันเสียที สำหรับความทุกข์ที่คาใจมาเป็นเวลานาน อย่าปล่อยให้คนนอกใจลอยนวล" อ่านต่อ

รับแปลเอกสารต่างๆ อ่านต่อ

ฉ้อโกงประชาชน/จัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต

คุณอินทิราขอคำปรึกษาทนายคลายทุกข์ว่า ตอนนี้ดิฉันตกเป็นผู้ต้องหา

บทความวันที่ 21 ก.ย. 2552, 00:00

มีผู้อ่านทั้งหมด 745 ครั้ง


ฉ้อโกงประชาชน/จัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต
 


          คุณอินทิราขอคำปรึกษาทนายคลายทุกข์ว่า  ตอนนี้ดิฉันตกเป็นผู้ต้องหา (ฉ้อโกงประชาชนจัดหาคนงานไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต)  โดยสามี (อยู่กินด้วยกันประมาณ 3 ปี ไม่ได้จดทะเบียนไม่ได้บุตรด้วยกัน) เป็นผู้จัดหาคนงานไปต่างประเทศ  และมีญาติเขาหาคนงานมาให้  ส่วนดิฉันเป็นแม่บ้าน  ญาติเขา  จะพาคนงานมาที่บ้าน  คุยเรื่องต้องการไปทำงานต่างประเทศ  ดิฉันก็ได้ยินแต่ก็ไม่ค่อยสนใจมากเพราะเป็นงานของเขา  ดิฉันมีหน้าที่หาน้ำให้แขกดื่ม  ต่อมาไม่นานญาติเขาก็พาคนงานมาอีก  คราวนี้ให้คนงานมาวางเงินมัดจำที่บ้าน  สามีดิฉันก็วานให้ดิฉันเขียนสัญญาให้  โดยใช้สัญญากู้ยิมเงิน  แต่ใช้ชื่อสามีดิฉันเป็นผู้กู้  คนงานเป็นผู้ให้กู้และเจ้าของเงิน  ส่วนคนพามาเป็นพยาน  ดิฉันก็ลงชื่อเป็นพยานและผู้เขียน  เป็นเวลานานพอสมควร  ที่คนงานเขาวางเงินแล้วไม่ได้ไปทำงานต่างประเทศ  เขาก็โทรฯ หาสามีดิฉัน  เขาก็รับโทรศัพท์คุยกันแต่ดิฉันก็ไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน 
          พอหลังๆ มาคนงานก็โทรหาสามีดิฉัน  เขาก็รับบ้างไม่รับบ้าง  เมื่อเดือนเมษายน 2552 สามีดิฉันก็ไปกรุงเทพฯ โดยบอกกับดิฉันว่าไปติดต่องานจะรีบเร่งให้คนงานไปต่างประเทศ  จนป่านนี้ก็ไม่ได้เรื่อง  สามีดิฉันก็ไม่กลับบ้านสักที  คนงานก็ตามไปถามที่บ้านบ่อยมาก  ดิฉันไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร  คนงานโทรหาเขาก็ไม่รับโทรศัพท์   เขาพากันไปแจ้งความลงเป็นหลักฐานว่าจะจ่ายเงินกันวันไหน  เดือนไหน  ตอนที่ดิฉันอยู่ที่สถานีตำรวจเขาก็โทรคุยกับตำรวจว่าจะจ่ายวันนั้น วันนี้ จนผิดนัด 2 ครั้ง
          ตำรวจก็ออกหนังสือเรียกผู้ต้องหาโดยลงชื่อดิฉัน เป็นหนังสือคดีอาญา ข้อหา ฉ้อโกงประชาชนจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต  นัดให้ดิฉันไปพบวันที่ 10 สิงหาคม 2552 เวลา 12.00 น.  ดิฉันไปตั้งแต่ยังไม่เที่ยงตำรวจก็ไม่อยู่ในสำนักงาน  ดิฉันก็รอจน เวลา 4 โมงเย็นกว่าๆ ตำรวจเจ้าของคดีจึงเข้ามา  โดยถามดิฉันว่ามีเงินให้ผู้เสียหายไหม  ดิฉันก็บอกว่าไม่มีเพราะสามีไม่ได้โอนมาให้  เขาก็ถามว่าติดต่อกับเขาได้ไหม  ดิฉันจึงกดโทรศัพท์ให้คุยกันกับสามี  แต่ตำรวจไม่ยอมอย่างไรก็หาเงินมาให้ผู้เสียก่อนเท่าไหร่ก็ได้  วันนั้นดิฉันมีเงินติดกระเป๋าแค่ ร้อยกว่าบาท  ตกลงว่าดิฉันก็ไม่ได้ให้เขา  ตำรวจพาตัวดิฉันไปพิมพ์ลายมือเสร็จ ส่งตัวดิฉันเข้าห้องขังทันที  พอรุ่งเช้า  ดิฉันก็ได้รับประกันตัวออกจากศาล 
          ทุกวันนี้ดิฉันก็ไปรายงานตัวที่ศาลทุก 12 วัน  จนวันที่ 17 กันยายน 2552 ดิฉันได้รับหนังสือเรียกผู้ต้องหาอีกฉบับหนึ่งให้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ (คนใหม่) ภายในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2552 เวลา 09.00 น. คนงานรายนี้ดิฉันไม่ได้เขียนสัญญาเพราะดิฉันไม่ได้อยู่บ้าน  สามีดิฉันเขาเขียนเองไม่ทราบว่ากี่ราย     แต่ทำไม่เขามีหนังสือมาเรียกตัวดิฉัน  ดิฉันกลุ้มใจมากกลัวถูกขังเหมือนคราวที่แล้วอีก  ขณะนี้ดิฉันกับสามีก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน  ดิฉันอยากทราบว่าถ้าสู้คดีจะรอดไหม   หรือว่าต้องหาเงินมาใช้ให้เขา  ดิฉันก็มีรายได้จากการเลี้ยงหลาน โทษดิฉันจะถูกจำคุกไหม  ถ้าถูกประมาณกี่ปี                                                                       
          ติดตามรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับคำถามของท่านได้ที่  http://www.decha.com/main/topicResult.php?id=55

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ขอคำปรึกษาคะ

ตอนนี้ดิฉันอาศัยอยู่ต่างประเทศ เคยแต่งงานกับชาวต่างชาติ แต่ช่วงแต่งงานนั้นดิฉันได้คบกับชายไทยคนนึงด้วยที่ต่างประเทศแต่ปัจจุบันเราเลิกรากันไปแล้ว เค้าเคยทำงานเป็นกุ๊กอยู่ต่างประเทศเราคบกันแบบลับๆนะคะแต่ก่อนที่เราจะเลิกกันเป็นช่วงก่อนเค้ากลับไทยประมาณครึ่งปีหรืออาจมากกว่านั้นนิดหน่อย ดิฉันถูกเค้าหลอกโดยการขอยืมบัญชีที่ไทยไห้คนงานโอนเงินเข้าเพื่อทำเป็นว่าสามารถเอาคนงานเดินทางมาทำงานที่ต่างประเทศได้ เพราะความเชื่อใจฉันไห้เค้ายืมบัญชีไปไห้คนงานโอนเข้าคนละ 350000 บาท จำนวน 6 คน ด้วยกัน ฉันกดเงินมาไห้เค้าที่ต่างประเทศ โดยที่มีเรารู้กันแค่สองคน เค้าหลอก/ห้ฉันกลับไปเที่ยวบ้านเค้าหลังจากนั้นหนึ่งเดือนเพื่อทำทีว่าไปพบพ่อแม่เค้าที่แท้พาฉันไปไห้คนงานดูตัวว่าโอนเงินไห้ดิฉัน ซึ่งเรื่องนี้นอกจากครอบครัวเค้าแล้วไม่มีใครรู้เรื่องเลย จนวันที่เค้าต้องกลับเค้าก็ขอเลิกกับดิฉันไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหม่ ดิฉันไม่เฉลียวใจเลย จนมีหมายศาลส่งมาที่บ้านที่เมืองไทย ว่าดิฉันเป็นแก้งต้มตุ่นคนงานไปทำงานต่างประเทศ ทั้งๆที่ดิฉันไม่รู้เรื่องเลยตั้งแต่ต้น จนถึงวันนี้ดิฉันยังไม่ได้กลับไปเมืองไทยเลย จนตอนนี้มีหมายจับมาที่บ้านดิฉันแล้ว ดิฉันต้องทำยังไงดีคะกลัวจนทำอะใรไม่ถูก คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ แต่เราไม่มีพยาน หลักฐานเลย เพราะฝ่ายโน้นทำทุกอย่างเองหมด ตอนนี้สับสนไปหมดคะ 

ขอบคุณคะที่รับฟัง

ดิฉันไม่ใช่คนร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ขัดสนแต่เงินเยอะขนาดนั้นและดิฉันไม่รู้เรื่องอะใรเลย

โดยคุณ รัตนาภรณ์ (79.180.xxx.xxx) 23 เม.ย. 2560, 14:11

แสดงความเห็น

ข่าวที่มีผู้อ่านมาก